แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
นิรมิตก่อนปีใหม่

เมื่อคืนนี้ฝันดีมากมายจนอยากฝันอีก เพราะมันคงไม่มีวันเป็นความจริงได้แน่ๆ แม้แค่จะฝันยังเหมือนได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์


เด็กที่รอคอยฝันว่า ได้กราบลงแทบเท้าในหลวงและพระราชินี



ตื่นมายังขนลุก .... ที่จริงก้อไม่รู้หรอกนะว่าฝันตอนกี่โมง แต่รู้ว่าฝันแน่ๆ และเป็นฝันแรกในรอบปีเลยก้อว่าได้ที่ "ฝันแล้วไม่ยอมลืม"



ในฝันนั้นน่ะเรอะ..... เด็กที่รอคอยไปรอรับเสด็จกับกลุ่มไหนก้อไม่รู้ แต่มีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ไปกับใครที่รู้จัก แล้วสักพักก้อแลเห็นรถ ...เค้าเรียกว่ารถพระที่นั่งหรือเปล่านะ นั่นล่ะน่ะ.... รถพระที่นั่งเป็นโรลส์รอยสีขาวนวลเคลื่อนมาช้าๆแล้วก้อหยุดลง ตรงนั้นก้อจะมีพรมแดงปูลาดไว้ แล้วพวกเราเหล่าประชาชนก้อก้มลงหมอบเพื่อไหว้ใต้ฝ่าละอองฯทั้งสองพระองค์



ฉากดูดีใช่ม้า..... ของเด็ดน่ะอยู่ตรงนี้ตะหาก ในระหว่างที่ใครๆเค้าก้อสงบเสงี่ยมกันอยู่นั่นน่ะ เด็กที่รอคอยเท่านั้นที่ถลาพรวดดดดด!!!!!!!! เข้าไปถึงพระองค์ได้ แทบจะเรียกได้ว่า ถลาไปคลานหลุนๆๆไปเลยก้อว่าได้ ไปจนถึงฝ่าพระบาทพ่อหลวงแล้วก้อเงยหน้ามองพระพักตร์



ไม่รู้ว่ามันมีความรู้สึกนี้ได้ยังไงนะ แต่ความปลาบปลื้มมันอัดแน่นในหัวอก แล้วสุดท้ายน้ำตามันก้อพาลไหลซึมๆออกมาเองอย่างห้ามไม่ได้ ว่า นี่เองหรอกหรือ พ่อหลวงที่ตลอดทั้งชีวิตของเรารอคอยที่จะได้เข้าเฝ้าสักเพียงครั้งเดียวก้อยังดี ... คิดแค่นั้น แล้วเด็กที่รอคอยก้อก้มลงกราบ


แล้วก้อคิดว่าพระองค์ก้อคงจะหยุดรอสักพักแล้วจึงเสด็จก้าวผ่านไป ที่ไหนได้....


ฝ่าพระหัตถ์ของพ่อหลวงทรงยื่นมาลูบที่หัวเด็กที่รอคอย ก้อเลยได้เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรอีกครั้งจึงเห็นว่าพระองค์ก้อทรงแย้มสรวลให้อยู่ ทั้งยังตรัสว่า

"กลิ้งมาแต่ไกลเชียว อย่าให้มันผาดโผนนักสิ เป็นผู้หญิงนะลูก เข้มแข็งได้แต่อย่าแข็งกร้าว" แล้วคนรอบข้างก้อหัวเราะ ไอ้เราก้อหัวเราะไปด้วย เพราะเหมือนรู้อยู่ลึกๆในใจว่า พ่อหลวงของเรามีพระอารมณ์ขันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ระหว่างนั้นพระราชินีก้อทรงเสด็จมาเคียงข้าง เด็กที่รอคอยจึงได้ก้มลงกราบด้วยเช่นกัน แต่เป็นภาพสมัยที่ทั้งสองพระองค์ยังดูเยาว์กว่านี้นะ คิดว่าคงเป็นภาพตั้งแต่สมัยเด็กที่รอคอยสิบกว่าขวบละมั้ง พระราชินีในความฝันนั้นทรงพระโฉมมาก ทรงชุดเป็นเสื้อกางเกงขาวเนื้อเบา เกล้าพระเกศาแบบเฟรนช์ทวิสต์ เหมือนพร้อมจะเสด็จต่างจังหวัดมากกว่าจะเสด็จงานเลี้ยง ในหลวงก้อเช่นกัน ทรงชุดลำลองธรรมดาไม่ใช่ครบเครื่องอย่างพระราชา


ประทับใจ ...

แม้จะแค่ฝัน ....





เพียงแค่นี้ เด็กที่รอคอยก้อยืนยันพร้อมสละชีวิตเป็นราชพลีได้ บอกตัวเองไว้นานแล้วว่า ขอยอมตายเพื่อ แม่ และเพื่อในหลวง ...เพราะชีวิตนี้ ก้อมีเพียงแค่เท่านี้แล้วที่เหลืออยู่ให้มีจิตใจผูกพันศรัทธา



แต่ถ้าหากเป็นความจริงแล้วล่ะก้อ






ถ้าจะตาย ก้อตายตาหลับแล้ว ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม




ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเถิด พ่อหลวง แล แม่หลวง ของชาวสยามทั้งปวง









Create Date : 22 ธันวาคม 2548
Last Update : 25 ธันวาคม 2548 5:42:06 น. 8 comments
Counter : 571 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ

Merry Christmas
และมีความสุขมากนะๆค่ะ
ตลอดปี 2549

From Michigan USA




โดย: jaa_aey วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:6:34:06 น.  

 
อิจฉา.................. อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา

เกิดมาไม่เคยอิจฉาฝันของใครเท่าฝันของพี่อ้อนเลย
อ่านแล้วอิจฉาจริง ๆ ค่ะ

ตู่ก็มั่นใจว่าตัวเองเป็นอีกคนนึงที่สละชีวิตเป็นราชพลีได้ (ศัพท์สูงจังง่ะพี่อ้อน เค้าไม่คุ้น) กลัวแต่ท่านจะไม่รับน่ะซิ

ตอนนี้ยังนั่งตาบวมอยู่เลย พรุ่งนี้ไปส่งละครให้นะคะ
คืนนี้ตู่จะได้ฝันดีแบบฝันของพี่อ้อนบ้างรึเปล่าน้า???


โดย: too IP: 130.88.164.77 วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:9:17:01 น.  

 
ฝันดีเป็นศิริมงคลต้อนรับปีใหม่จังค่ะ
เคยฝันถึงพระองค์ท่านเหมือนกันค่ะ แต่แค่แป๊บเดียวอ่ะ จำไม่ได้ และก็เห็นระยะไกล


โดย: Fruit_tea วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:18:30:16 น.  

 
โอ้โห อ้อนฝันได้น่าอิจฉามากๆๆๆๆ เลยน้า....

อยากฝันแบบนี้มั่งๆๆๆ เคยฝันถึงแต่สมเด็จพระเทพฯ ค่ะ ฝันว่าไปรอรับเสด็จอะไรประมาณนี้ล่ะ แต่ไม่ได้ใกล้ชิดหรอก...เห็นระยะไกลเหมือนกัน บางทีฝันมันคงเอาเรื่องจริงที่เคยรับเสด์จกับที่รับปริญญาจากพระองค์ท่านไปตีกันมั้ง

พูดถึงเรื่องรับปริญญาปกติที่ม.เราจะเป็นในหลวงท่านมา แต่พอเกือบถึงปีของข้าพเจ้าท่านประชวร จากนั้นก็เลยเป็นสมเด็จพระราชินีกับพระเทพฯ มาแทน ซึ่งเราก็ปลื้มมากๆ เหมือนกัน พระเทพฯ ท่านเสด็จมาอยู่สองสามปีมั้ง หลังจากนั้น...คุณพ่อท่านก็มาแจกให้ลูกที่เรียนจบจ้ะ แล้วก็เลยมาทุกปีนับแต่นั้นเป็นต้นมาเลยล่ะ...

เออะ...จะเป็นไรไหมนี่... ไม่เป็นไรไว้ให้อ้อนช่วยทำลายให้แล้วกันเนาะ 555


โดย: vee vee' วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:5:59:34 น.  

 
เออใช่...อ้อนได้ดูข่าวจากเมืองไทยป่าวจ๊ะ

ตอนนี้เห็นทางตำรวจออกมาแสดงวีซีดีหลักฐานอะไรก็มะยู้ ฟ้องคุณหมอพรทิพย์เรื่องงานสึนามิว่าทำผิด ทำไม่เรียบร้อยอะไรประมานเนี้ย ฮ่วย... คนที่ไม่ผิดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย...


โดย: vee vee' วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:6:01:35 น.  

 
สตช ยุคนี้ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใสคนอื่น
จับผู้ร้ายไม่ได้ หันมาจับคนดีแทน
เฮ้อ มิน่า คนเก่งๆถึงได้หนีไปเมืองนอกเกือบหมด

คุณอ้อนฝันดีมากเลยนะครับ
ยังดีที่ไม่มีภาคต่อว่า ได้ออกไปรบเพื่อปกป้องประเทศด้วย
ฝ่ายอริราชศัตรูหนาวแน่


โดย: darknight IP: 203.129.12.36 วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:14:59:06 น.  

 
darknight <<< อ่า... "ยังดีที่ไม่มีภาคต่อว่า ได้ออกไปรบเพื่อปกป้องประเทศด้วย
ฝ่ายอริราชศัตรูหนาวแน่" คิดไปได้น่ะคู๊ณณณณณ~~~

ที่จริงก้อไม่อยากจะพูดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่อง สตช VS หมอพรทิพย์ เท่าไหร่เพราะเด็กที่รอคอยไม่ได้เป็นพวกใคร แต่ก้อได้ลงไปสัมผัสกับบรรยากาศที่ภาคใต้มาแล้วและอยู่ช่วยที่วัดเดียวกะคุณหมอ โซ้ยมาม่าคัพอยู่ศาลาเดียวกัน ... ใจจริงก้ออยากจะบอกแค่ว่า มันเป็นเรื่องของความขัดแย้งกันระหว่างสองพวก หนึ่งคือตำรวจ อีกหนึ่งก้อคือคุณหมอแล้วก้อผู้มีจิตศรัทธาในตัวคุณหมอ

แต่มันก้อเป็นความจริงอีกด้วยว่า ยังมีอีกหลายคนที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดร่วมกับคุณหมอ แต่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำหรือไม่ได้ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวด้วยเพราะอุปนิสัยหรืออีกนานาเหตุผล ซึ่งในส่วนนี้เราเป็นคนนอก ไม่ทราบถึงเรื่องลึกๆจริงๆ ...

ถ้าจะบอกว่าคุณหมอทำเพื่อเอาหน้า เพื่อให้ตัวเองโด่งดังยิ่งกว่าเดิมเพื่อที่จะลดอำนาจของทางตำรวจลงในสายตาประชาชน ... แต่ใครจะมาทราบว่าทางนั้นเป็นยังไง?

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะชันสูตรศพเป็นพันๆภายในเวลาสองสามวัน

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่เราจะหาข้าวหาน้ำกินโดยที่สภาพแถบนั้นพังพินาศเป็นหน้ากลอง

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่เราจะหาเวลาพัก เพราะทุกวินาทีหมายถึง "อาจมีคนรอด" หรือ "อาจมีคนตาย"

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะอยู่ในสภาพไม่อาบน้ำไม่กินไม่นอนไม่ขับถ่ายไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือทางแพทย์ไม่มียาไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน

และอีกหลายอย่างที่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ... แม้สื่อจะออกข่าวให้เห็นว่า อยู่ที่นั่นเรามีแม้กระทั่งช่างเสริมสวยลงไปสระผมตัดผมให้ มีไอติมส่งมาให้กิน มีบรรดาแม่บ้านหลายชีวิตมาช่วยแจกข้าวมีนักเรียนอาสาสมัครช่วยแจกน้ำคอยซับเหงื่อ มีหมอทั้งหมออาชีพและนักเรียนหมออาสาสมัครลงไปช่วย ก้อคงไม่น่าจะลำบากอะไรเพราะมีแต่คนลงไปช่วยและลงไปช่วย ไหนจะเงินบริจาคอีกล่ะ?มากมายตั้งเท่าไหร่ แค่นั้นก้อพอแล้ว


แต่ใครจะคิด

อยู่ข้างล่างนั่นอย่างแรกที่ต้องรับสภาพให้ได้ก้อคือ "กลิ่น" อย่างที่สอง เรามีข้าวกินแต่เคยมีใครคิดมั้ยว่า อากาศร้อนๆที่ทำให้กลิ่นยิ่งโชยคละคลุ้งนั่น เราจะกินกันลงได้สักกี่มากน้อย ตู้เย็นไม่มี ข้าวปลาที่มีอยู่นั่นจะอยู่ได้กี่ช.ม โดยไม่เสีย? เด็กที่รอคอยก้อลิ้มมาแล้ว ข้าวบูด... สุดท้ายก้อต้องไปญาติดีกับมาม่าคัพอีกจนได้...กินมันทู๊กกกกวัน กลับมากรุงเทพปั๊บเลิกคบกับมันทันที แต่กว่าจะกินมาม่าลง ก้อต้องใช้เวลาทำใจอยู่พักใหญ่เพราะมันหน้าตาเหมือนหนอนที่ขยุกขยิกอยู่บนศพ... ทีแรกก้อไม่คิดว่าจะต้องใกล้ชิดขนาด up close and personal แบบนั้น จนกระทั่งมีคนเรียกให้เข้าไปถ่ายรูปศพเพื่อยืนยันรอยแผลเป็น ... หนอนเนี่ย ตัวมันใหญ่จริงๆนะ...


โอเค ... ไม่อยากเล่าให้มันยาวไปกว่านี้เพราะเรื่องมันก้อผ่านมาแล้ว (แต่ไม่นานพอให้ สตช เลิกกัดชนิดไม่ปล่อย ... ) แต่ก้อคิดว่า ถึงแม้ว่าคุณหมอจะทำไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด 101% อย่างที่ทางตำรวจต้องการ แต่ในเวลานั้นคุณหมอก้อทุ่มเททั้งกายใจไปมาก ในเวลาความเป็นความตาย ใครบ้างจะยิ้มกันออก ใครบ้างที่ไม่เคยตวาดคน ใครบ้างที่จะคุมสติอารมณ์ตัวเองกันอยู่ ...เด็กที่รอคอยก้อเป็นปุถุชนคนนึงที่น่าจะทำไม่ได้ทั้งสามอย่างที่ว่ามา ...และคิดว่า คุณหมอแม้จะอาวุโสในวงการแพทย์มาก้อไม่น้อย ก้อคงจะมีหลุดกันบ้าง ในเมื่อเขาเป็นหมอ เขาก้อได้พยายามแล้วที่จะช่วยชีวิตคน ภาพพจน์อาจมีความหมายกับคนบางกลุ่ม แต่เด็กที่รอคอยคิดว่า คุณหมอได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วโดยที่ไม่ได้รักษาภาพพจน์อย่างที่ใครๆอยากมี

ส่วนเรื่องเงินเรื่องทองที่ว่าหายไป ก้อลองมาดูกันต่อไปว่าจะยังไงกันต่อ ตอนอยู่ข้างล่างนั่นก้อร้อยพ่อพันแม่ แล้วข้าวของที่ส่งไปเยอะแยะก้อไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายไหนรับไปจัดการ ... แต่ถ้าหากเรื่องมันเยอะแยะเกินไปแล้วคุณหมอจะเลิกละวงการ ไปอยู่สอน หรือจะไปใช้ชีวิตอย่างสงบมีเวลาให้ครอบครัวมากยิ่งขึ้นอย่างที่น่าจะเป็น ก้ออยู่ที่การตัดสินใจของคุณหมอ เพราะอย่าว่าแต่ตำรวจไทยเลยที่คนว่าไม่น่าศรัทธา


ตำรวจประเทศอื่นก้อมีกะเค้าด้วยเหมือนกัน ....



โดย: มันเป็นธรรมดาโลกล่ะมั้ง ถ้าเราไม่เข้มแข็งพอที่จะร่วมกันสู้เขา เราก้อจะไม่เหลืออะไรเช่นกัน... (เด็กที่รอคอย ) วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:0:35:11 น.  

 
แอะ วี่<<< ... ตั้งใจจะพูดไร เรารู้น๊า.... แต่ก้อไม่ได้พูดไรผิดสังเกตมากมายนี่นา ไม่ต้องถึงขั้นทำลายก้อได้ ฮิๆๆ


วี่ยังโชคดีก่าอ้อนอีก ได้เห็นพระเทพจริงๆอ้อนน่ะยังไม่เคยเลย


คุณมุ๋ม <<< ของคุณมุ๋มนี่ไม่ต้องขายขี้หน้าประชาชีทั้งก๊กนะคะ แต่อ้อนเนี่ยสิแม้จะโชคดีแต่ก้อต้องแลกกะหน้านิ แต่ตอนได้ยินเสียงพระองค์ตรัสแล้วก้อขำจริงๆ คือ ไม่ได้รู้สึกว่าสุรเสียงท่านน่าขันอะไรเลย ก้อเหมือนๆที่ฟังพระราชดำรัสน่ะค่ะแต่รู้สึกได้ทันทีว่า พระอารมณ์ขันของพระองค์นั้น"แน่"มากๆเลยทีเดียว แม้จะนุ่ม ลึก แต่ ฮากันทั้งโขยง ดีใจมากๆเลยล่ะค่ะ



ตู่ <<< เอ่อ... ตู่เลิกนอนเช้าซักพักก้อคงจะ.... มั้งคะ รักษาสุขภาพหน่อยเน้อ


คุณ jaa_aey<<< ขอบคุณมากค่ะ Merry X'Mas เช่นกันนะคะขอให้มีความสุขกับวันหยุดนี้ค่ะ





โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:0:49:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
เด็กที่รอคอย
Location :
กรุงเทพ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




จะเป็นกรวดหรือเพชร ถ้าไปนึกรักมันเข้าแล้วหายไปเมื่อไรก็เสียดาย ยิ่งรักมากก็ยิ่งเสียดายมาก บางคนถึงกับเสียคนไปก็มี


"ถ้าเราไม่อยากทุกข์มากไม่อยากเสียคน ก็อย่าไปรักอะไรให้มากนัก ถึงจะรักก็ต้องรู้กำพืดว่ามันเป็นเพชร หรือเป็นกรวด"


ถ้ารู้ราคาจริงๆของมันเสียแล้วถึงมันจะหายไป เราก็จะไม่เสียดายมากนัก

(จาก "สี่แผ่นดิน" โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add เด็กที่รอคอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.