Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
 
9 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
รำลึกความหลัง.............(ตอบกระทู้ห้องชานเรือนจ้า)

ก่อนคลอดไปเข้าคลาสเพื่อให้รู้ว่า จะต้องเจออะไร และมีการไปทัวร์ห้องคลอดด้วย เห็นแล้วอยากคลอดเร็วๆ มากเลย เพราะมีอุปกรณ์ช่วยระหว่างเจ็บท้องรอคลอดเยอะดี

ยังไม่ถึงกำหนดคลอดคุณพ่อเกิดมีเซ็นส์ว่า คุณแม่จะต้องคลอดภายในวีคหน้า พ่อก็ไปพนันกะเพื่อนใหญ่เลย แม่ได้แต่ว่า ขออย่าให้เป็นจริงเลย ยังไม่อยากรีบเลี้ยง

ปรากฏว่า เช้าวันจันทร์อาทิตย์ถัดไป ตื่นมาเพราะเหมือนกะฝันว่าปวดฉี่ เลยจะลุกเข้าห้องน้ำ พอนั่งชักโครกเท่านั้นแหละ น้ำก็เดิน.....ใจยังนึกว่า คงแค่ "น้ำรั่ว" ก็นั่งรอให้น้ำไหลไปเรื่อยๆ ....จนมันนานนนนนนนมั่กๆ น้ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุด (ตอนนั้น นึกถึงหนังฝรั่งเรื่องนึง ที่เปิดตัวด้วยฉากแม่นางเอกปวดท้องคลอดในครัว แล้วน้ำเดินไหลท่วม...ครัว....น่านละคะ ฟีลลิ่งประมาณนั้น)....
พอน้ำเริ่มน้อยลงหน่อย ก็คว้า ผ้าอนามัยมาใส่....เพราะคิดว่าต้องบอกคุณพ่อมาช่วยกันรับรู้....ทีนี้ ยังไม่กล้าลุกจากฐานทัพ เพราะใส่ผ้าอนามัยกี่ผืนๆ ก็เอาไม่อยู่....ก็ตะโกนเรียกคุณพ่อๆๆ....สาบานได้ บ้านเราไม่ใช่คฤหาสถ์....แต่ทำมายมานไม่ได้ยินตรูเลยฟระ
เฮ้อ....นั่งรอที่ฐานทัพสักพักก่อนจะสามารถ กะย่องกะแย่งไปที่เตียงปลุกคุณพ่อซึ่งง่วงจัด...คุณพ่อบ่นว่า
"น้ำอะไร ก๊อกเสียเด๋วค่อยซ่อม..."
อึ้งคะ
เอ...ภาษาปะกิตคำไหนหว่า ที่มันจะชัดเจน
คิดอยู่พักนึง....โชคดี คุณพ่อเกิดเก็ททันเวลาคะ....
"โอว์ ซอรี่ ยูจะคลอดเหรอ"
เฮ้อ
สองคนจัดแจงลงไปข้างล่าง....ก็ไม่เข้าใจอ่ะนะว่าทำไมต้องลงไป....คุณพ่อพยายามหมุนไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คก่อนว่า อาการงี้ จะให้ไปเลยไหม...ขณะที่คุณแม่ยืนฟังอยู่ในครัว น้ำก็ไหลโกรกพื้นไปซิ ....
เอาม็อบมาถูๆๆๆ
เดินขึ้นไปเปลี่ยนผ้าอนามัยอีกหน
พอลงมาคุณพ่อบอกว่า เค้าให้ไปเลย ยังไงคงไปดูอาการก่อนนะ ถ้ายังไม่คลอด เด๋วแป๊บเดียว บ่ายๆ ก็ได้กลับ ฉันขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ
อือม์ ฟังๆ ดูละท่าทางวันนี้จะต้องออกไปยาว (แน่ะ คุณแม่ยังไม่มีภาพว่าจะต้องคลอดอยู่ในหัวเลยนะ 555) ม่ายด้ายๆๆ เด๋วหิว รีบทำข้าวต้มกุ้งกินก่อง
ยังจำรสชาดข้าวต้มกุ้งแสนอร่อย ร้อนๆ ได้เลย...มีการทำกระเทียมเจียวโรยด้วยนะเออ...
หม่ำเสร็จ คุณแม่ก็ยุรยาตรไปอาบน้ำ....ขอโทษ อาบแบบปกตินะคะ ไม่ได้สระผม....ยาง ยางคงคิดว่า "ฉานไม่คลอดวันนี้หร็อก"
ตลอดเวลาที่น้ำเดิน ไม่มีอาการเจ็บท้องคลอดเลย...พอไปถึงโรงพยาบาล คุณพยาบาลก็สั่งให้เดิน....สองคนกะคุณพ่อก็จูงมือกันเดินรอบๆ วอร์ด....เดินเกือบชั่วโมง....คุณพยาบาลก็เรียกไปตรวจ เสร็จแล้วก็ไล่ให้ออกมาเดินอีก...คุณพ่อเลยขอตัวไปเก็บกระเป๋า....คุณแม่ก็โวยวายใหญ่ว่า เก็บทำไม ไหนเธอบอกว่า บ่ายๆ เราจะกลับ....
"เธอจะบ้าเหรอ ไม่รู้เหรอว่า ช่องคลอดเปิดแล้ว"
แป่วววว
ครายจะไปรู้ละ ก็ไม่เห็นปวดท้องคลอดสักทีนิเฟ้ย.....
เดินจนเย็น....เมื่อยและหนักมากกกก ....ก็ยังไม่ปวด...
ทีนี้ ก็โดนฉีดยาเร่ง....พร้อมกับได้กลับเข้าไปนอนในห้องสุดหรูเสียที....ในใจยังนึกว่า เด๋วจะลองใช้ห้องชาว์เวอร์ช่วยลดปวดตามที่เรียนมาดีฝ่า....
แต่เอาจริงเข้าก็ไม่มีโอกาสได้ใช้...เซ็ง....เพราะมีสายนุงนังมาติดตัวคุณแม่...สายนึงที่สำคัญมากคือ สายฟังเสียงหัวใจเต้นของลูก....คุณแม่ได้ฟังเพลินๆ
พอโดนยาเร่ง ทีนี้ ถึงเริ่มรู้สึกปวด....แต่ก็ไม่ได้ปวดมากมายเหมือนอย่างในหนัง....คุณแม่จดจ่ออยู่ที่ความปวด....ก็ไม่ถึงกับทนไม่ได้นะ.....พอปวดที คุณพ่อก็จะช่วยมานั่งด้านหน้า ให้คุณแม่เกาะด้านหลังสู้กะความปวด....จริงๆ คุณแม่ออกจะรำคาญ...เพราะความปวดมันมาแบบล่อหลอก นึกถึงตอนเวลาไม่สบายมีไข้ แล้วไข้ขึ้น ๆ ทีก็สู้กะมันที....คราวนี้ก็เหมือนกัน....พาลรำคาญคุณพ่อที่ไม่ช่วยกันคิดว่า จะบรรเทาวิธีอื่นได้อีกหรือเปล่า (เนียะ ตอนเรียน ก็ไม่ตั้งใจเรียน) ....โชคดี นึกถึงคำพูดอี๊จิ๋มที่เตือนไว้ก่อนได้ว่า ให้ฉีดยาแก้ปวดไปเหอะ อย่าไปเสียดายเงิน เพราะในที่สุด มันจะเจ็บมากขึ้นๆ จนทนแทบไม่ไหว....อย่าเปลืองตัว อิอิ...
คุณแม่เลยขอให้คุณพยาบาลฉีดยาให้....อูว์....ได้ยาแล้วเคลิ้บเคลิ้มเหมือนขึ้นสวรรค์ ผล็อยหลับไปอย่ารวดเร็ว
งัวเงียอีกที ตอนได้ยินเสียงหัวใจของนู๋เหมือนกะวูบหายไป....
คุณแม่เลยเรียกให้คุณพ่อช่วยฟัง.....คุณพ่อก็ว่า ปกติดี....คุณแม่ไม่เชื่อ บีบบังคับให้พ่อดูแผ่นกราฟเสียงหัวใจของนู๋ว่าโอเคไหม....แต่สักพัก คุณพยาบาลเข้ามาตรวจ...ปากมดลูกยังเปิดไม่ถึง 10 เซ็นต์เลย...ว่าแล้วคุณพยาบาลก็เช็คนู๋ว่ายังอยู่ดีหรือเปล่า....จับคลำๆ เจอก้นของนู๋
"ไอหย๋า" (จริงๆ คุณพยาบาลคงอุทานอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้วคะ)
"ไหนเธอมาช่วยฉันคลำอีกทีสิว่า นี่ใช่ก้นหรือเปล่า"
เอ้า...คุณพยาบาลคนที่สองก็มาคลำ...."เออ...ใช่นะ"
แต่ไม่แน่ใจ....ทั้งสองคนเลยออกไปเรียกพยาบาลใหญ่มาช่วยคลำอีกที.....
"คอนเฟิร์ม"
ทีนี้ เป็นเรื่องใหญ่ เพราะนู๋เล่นเอาหัวเชิดหนี ทำท่าไม่ยอมคลอด....ทำงี้ได้งาย มาเตะน้ำแม่แตกแล้วคิดหนีเร๊อะ
คุณหมอของแม่ขนาดออกเวรไปแล้ว พอได้รับรายงานก็ตีรถกลับมาใหม่.....สงสัยไม่ธรรมดาเว้ย....เกือบสี่ทุ่ม คุณหมอมาคลำอีกที...."ชัดเจน" สั่งเตรียมห้องผ่าด่วนเลย
คุณแม่เลยเปรยๆ กะคุณหมอว่า ถ้าคลอดวันนี้เลยก็ดี จะได้คลอดวันเดียวกันอาม่า (ตอนนั้นจำผิดว่าเป็นวันเกิดอาม่า ทีจริง เป็นวันเกิดตั่วอี๊ต่างหาก)
ตอนนั้น คุณแม่ดีใจจิ๊ดๆ เพราะอยากเห็นห้องผ่าตัดว่าเป็นไง แหะ แหะ ไม่ได้กลัวเร้ย ออกจะตื่นเต้นด้วยซ้ำ
พอพยาบาลมาฉีดยาให้ มีผลให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ มือเย็นเจี๊ยบ เวลาพูดเสียงก็สั่นๆ ....คุณพ่อเลยถามว่า "กลัวเหรอ"
"ป่าววว เสียงมันสั่นเอง คุมไม่ได้"

เล่ารวบรัด....ตอนเข้าไปในห้องผ่าตัด...จังหวะที่พยาบาลยกคุณแม่ขึ้นเขียง....ความรู้สึกตอนนั้น คิดว่า ตัวเองเป็นมัมมี่...เพราะเค้าให้ยกมือไขว้หน้าอกเหมือนมัมมี่ และตลอดร่างนี่ชาขยับไม่ได้แล้ว เสร็จแล้วพยาบาลก็ยกคุณแม่ตัวลอยขึ้นเขียง
ขึ้นเขียงได้ หมอดมยาก็อธิบายว่า "คุณแม่อาจรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก แต่ไม่ต้องตกใจ จริงๆ แล้วคุณยังหายใจได้อยู่ ให้พยายามหายใจแบบปกติ" ว่าแล้ว คุณหมอก็นั่งคุยกะคุณพ่อ...คุยกันซ้า...ใครไม่รู้อาจคิดว่าเป็นคู่เกย์....นานๆ ทีถึงจะหันมาดูคุณแม่หายใจที....คุณแม่เลยอยากแกล้ง....แบบจะได้รู้ว่าดูเราหรือเปล่า...คุณแม่ก็แกล้งหายใจแผ่วที่สุด....อือม์ ใช้ได้ๆ หันมาดูเราด้วย....แต่ยังไม่แน่ใจว่า สนใจคุณแม่จริงๆเป่า...แกล้งหายใจแผ่วๆ ต่อ....ทีนี้ อีตาหมอนี่ คงขี้เกียจ เลยส่งท่ออ๊อกซิเจนให้คุณแม่ ตัวเองจะได้กลับไปเม้าท์แตกกะคุณพ่อต่อ....
คุณหมอเริ่มลงมือผ่าตอน ห้าทุ่ม แค่สิบห้านาที (ที่รู้เวลา เพราะคุณแม่พยายามเพ่งไปที่นาฬิกาในห้องจ๊ะ....เห็นม่ะ มีสติตลอด ....จริงๆ อยากดูว่า คุณหมอผ่ายังไงก็ได้ เพราะมีกระจกส่องให้คุณพ่อที่นั่งหัวเตียงได้เห็น...แต่คุณแม่ตาสั้น เพ่งแล้วก็ยังมองไม่ค่อยรู้เรื่อง เห็นแต่แดงๆ เต็มไปหม้ด มองไม่เห็นอันไหนเป็นไส้ อิอิ) คุณหมอก้อควักมรรคณิชาออกมาโชว์....คุณแม่มองไป แว่บแรก คุณแม่นึกถึง "โจรสลัด" เพราะนู๋เต็มไปด้วยเลือด แถมตาข้างนึงหรี่ๆปิดๆ...
ไม่ได้ๆ ลูกคนแรก...น่าจะคิดเป็นมงคลหน่อย
คุณแม่เลยมองไปที่เท้าเล็กๆ ของนู๋ (เป็นส่วนเดียวที่เลือดยังเลอะไม่ถึง) ....อุ้ย เท้าน่ารักจัง....
คิดได้อย่างงี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย

หลังจากนั้น คุณหมอทำการเย็บปิดแผล ซึ่งใช้เวลานานกว่าผ่าเปิด...ตลอดเวลาได้ยินเสียงนู๋ร้องดั๊งดัง...
"ลูกกรูไม่เป็นใบ้"
อันนี้ คุณแม่คิดแบบดีใจๆ นะ ส่วนคุณพ่อก็แล่นไปเจ๊าะแจ๊ะกะพยาบาลที่อาบน้ำให้นู๋ละ....

เสร็จสรรพ เค้าก็เข็นคุณแม่ออกจากห้องผ่า....คุณแม่นึกไงไม่รู้ตะโกนบอกทุกคนว่า
"แท็งกิ้วยูออล แท็งกิ้วเวรี่มัช"
เหอ เหอ เหมือนประกวดนางงามแล้วได้ตำแหน่งชมัด


Create Date : 09 ตุลาคม 2549
Last Update : 9 ตุลาคม 2549 13:24:30 น. 1 comments
Counter : 385 Pageviews.

 
มาปลื้มใจ กับช่วงเวลานั้นด้วยคนค่ะ...

ทุกวันนี้ผ่านมาก็จะ 18 ปีแล้ว...
ยังไม่เคยลืมเหตุการณืวันนั้นเหมือนกันค่ะ...

ปลื้มเน้าะ...


โดย: zaesun วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:14:53:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.