Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
4 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
โยโกโซ ตอนที่ 7 เที่ยวเน้นปริมาณ

วันนี้ เป็นอีกวันที่ไม่มีนู๋ แม่มีนัดเข้าวังอีกแย้ว เป็นพระราชวังเซนโตซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับพระราชวังเกียวโตนั่นแหละ ยังเดาไม่ออกว่า จะงดงามขนาดไหน เพราะไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อน ถึงตอนไป ก็ทำอวดเก่ง คิดตีจากรถเมล์สาย 203 ซึ่งใช้บริการกันอยู่เป็นประจำโดยพยายามต่อรถเมล์เอาเอง เพื่อประหยัดเวลา หลังจาก มีประสพการณ์ไม่หลงทาง และไปถึงก่อนเวลามานักต่อนัก
คราวนี้ซวยก่ะ คือ รถมันไปถนนเส้นไหนก็ไม่รุ ถามชาวบ้านบนรถ จนเค้าตื่นตกใจ รีบบอกให้แม่ "ลงเลย" แม่ก็บ้าจี้ลงเลย ที่ซวยสุดๆ คือ อีรถเมล์ที่ไปต่อนั้น มันดันไม่รับตั๋ววันเดย์พาส ต้องจ่ายค่ารถให้มานอ่ะ เจ็บใจ
ลงรถแล้วก็ต้องถามทางชาวบ้านไปตลอดทาง เพราะไม่อยากเดินเลยจุดเป้าหมาย เนื่องจากเวลานัดกระชั้นเข้ามา ที่จริงไม่ควรใข้คำว่า "เดิน" เพราะแม่ "วิ่ง"ถามทางตะหาก วิ่งจนไขมันละลาย หยุดหอบแฮ่กๆ ตรงสี่แยก กำลังงงว่าจะถามใครต่อดี สายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายร้านอาหารไทย "ผักชี" มองฝ่าความมืดเข้าไป เห็นเงาคนอยู่ในครัว แม่ก็ไม่รอช้า พูดภาษาไทยฉะฉานเลย พี่ในครัวใจดี บอกว่า ใกล้แล้วละ ตรงไปทางนี้เลยนะ เด๋วก็เห็น
เชื่อคุณพี่คะ แต่ขอโทดนะคะ มานไม่ใกล้สักกะหน่อย ยังต้องวิ่งต่ออีกเยอะ กว่าจะมาถึงประตูวัง ยังโชคดีที่ว่า ในการหลงครั้งนี้ ทำให้แม่มาถึงประตูอีกด้าน ซึ่งใกล้กว่าประตูหลัก

จะเปรียบไปแล้ว พระราชวังเกียวโต เปรียบเสมือนสถานที่ "เป็นทางการ" ส่วนพระราชวังเซนโตนั้น ดูจะเป็นที่สำหรับสำราญพระราชหฤทัยมากกว่า เพราะมีแลนด์สเคปสวยๆ ที่ชอบมากๆ คือสระน้ำใหญ่ตรงกลางซึ่งมีเป็ด และนกกะเรียน ยืนอวดโฉม น้ำในสระใสแจ๋วสะท้อนภาพด้านบนอย่างชัดเจน แม่พยายามจะถ่ายรูปเพื่อเก็บมุมมองมาให้ครบ แต่ดูเหมือนว่า การมองจากสถานที่จริง จะดูงดงามกว่าการมองผ่านเลนส์
หินกลมเกลี้ยงก้อนโตที่เรียงตัวอยู่ขอบสระ กินอาณาบริเวณกว้างขวางนั้น กล่าวกันว่า แต่ละก้อนคิดเป็นมูลค่า เท่ากับข้าวสารหนึ่งกระสอบ ... แม่ไม่กล้าคำนวณต่อเลยว่า ต้องใช้กี่ล้านกระสอบ กว่าจะปูขอบสระได้ครบ
ไกด์ที่นำทัวร์วันนี้ ดูเหนื่อยๆ เบื่อๆ พิกล เหมือนแค่มานำทางอย่างเดียว ฮีไม่ค่อยพูดอะไร

เสร็จจากการถวายตัว แม่รีบดิ่งไปเป้าหมายต่อไปทันที เพราะวันนี้ กะไปเก็บหลายๆ จุดให้มากที่สุด เพราะคิดว่า ลูกแม่คงไม่อินกะทัวร์วัดอีกต่อไป
เป้าหมายต่อไป คือ วัดทอง หรือ วัดคินคาคูจิ เป็นวัดที่ใครๆ ไป มักจะบ่นว่าไม่ประทับใจ งั้นๆ แหละ แต่สำหรับแม่ อะไรที่เป็นทองอร่ามตาเนียะ งามทั้งนั้น เค้าไม่ให้ขึ้นไปบนตัวอาคาร แต่มีภาพให้ดู ก็แห้งๆ นะ จะไปเหมือนได้ขึ้นไปอย่างไรเล่า เห็นบริเวณใกล้ๆ มีทัวร์กิติมศักดิ์ ได้ชมงานภาพเขียนในอาคารใกล้ๆ โอ๊ย อิจฉาว๊อย
ยังดีที่บริเวณรอบๆ วัดทอง จัดแต่งสวนได้สวยงาม พอให้ได้ถ่ายรูปแก้อาการตาร้อนได้บ้าง
แม่ใช้เวลากะวัดทองไม่นานนัก ก็มุ่งตรงไป วัดเรียวอันจิ ซึ่งเป็นวัดที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางสะใจยิ่งนัก ทุกๆ จุดร่มรื่นสบายตา แม่หยุดถ่ายรูปสระบัวขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นจุดแรกของการทัวร์วัดนี้ ๆ มีอะไรๆ มาล่อระหว่างทางมากมาย กว่าจะไปถึง สวนหินสิบห้าก้อน อันโด่งดัง แม่ไปถึง ก็ตั้งหน้าตั้งตานับก้อนหินก่อนเลย อิอิ นับได้ครบแล้ว ถึงค่อยทัศนาส่วนอื่นๆ จะว่าไป แม่กลับประทับใจสวนหินเรียบง่ายของวัดโคไดจิมากกว่า และสวนมอสที่ตั้งอยู่ข้างๆ สวนหิน ก็ดูสงบ สบายกว่าสวนหินเป็นไหนๆ
วัดนี้กว้างขวางจริงๆ ออกจากสวนหิน ยังมีป่าซึ่งมีหญ้ามอสปกคลุม เห็นแล้วอยากเดินจงกรมมั่กๆ ระหว่างเดิน ได้มีโอกาสพบคณะถ่ายทำสารคีจากเมืองไทย มาถ่ายทำหัวข้อเกี่ยวกับ การนับถือศาสนาของคนญี่ปุ่น แม่ก็แจ๋นเข้าไปทักทายเชียว เหอ เหอ
แม่ใช้เวลาดื่มด่ำกะหญ้ามอสอยู่นาน กว่าจะขยับขยายไปยังจุดหมายต่อไป คือ วัดนินนาจิ
วัดนี้ ทำให้แม่นึกถึงวัดในสุโขทัย ด้วยเป็นวัดเก่าแก่ แม่ใช้เวลาส่องดูอยู่นานพอควร กว่าจะขยับไปดูส่วนที่เป็นพระราชวังเดิม ซึ่งขอบอกว่า กรี๊ดดดดดด
สวยเริ่ด ประทับใจมาก โดยเฉพาะช่วงที่เดินออกจากระเบียง มาสู่ระเบียงชมวิว ซึ่งมองเห็นสวนสวย มีน้ำตก และเจดีย์ (เอ กี่ชั้นก็ไม่รุ จำม่ายล่าย) เป็นแบ็คกราวด์ ที่ซวยจริงๆ คือ กล้องแม่แบตเตอรี่หมดพอดี แทบจะร้องไห้ อยากขอยืมแบตเตอรี่จากฝรั่งข้างๆ ก็กลัวเค้าจะว่า สติไม่ดี อิอิ
เอานะ ถือเป็นการจบวันที่งดงาม
แม่ตั้งใจเก็บไล่จากวัดทอง มาถึงวัดนินนาจิ เพราะมั่นใจว่า คนรอขึ้นรถเมล์ที่วัดทองน่าจะเยอะ แม่เลยหนีดักขึ้นรถขากลับที่นี่ และเป็นการวางแผนที่ฉลาดล้ำ เหอ เหอ เพราะพอรถเมล์วิ่งมาถึงหน้าวัดทอง สาธุชนผู้ใจบุญก็ขึ้นมาอัดยัดแน่นเต็มรถไปหมด... แม่ทำตามแผนน้านุ้ยทันที ไม่ง่วงก็หลับๆ ไปซะ อิอิ
พอจะเข้าบ้านน้านุ้ย แม่เกิดอาการเอ๋อ จำทางม่ายล่าย เดินวนเวียนจากสี่แยกไฟแดงหนึ่งไปอีกฝั่งอยู่หลายรอบ ฆ่าเวลาที่ไปรษณีย์ เพื่อส่งการ์ดให้คุณพ่อและพี่โทโมเอะ แม่รู้สึกประทับใจกะโพสต์ออฟฟิศที่นี่นะ พอย่างเข้าไปเท่านั้นแหละ พนักงานทุกคนรวมทั้งตัวหัวหน้าพี่เบ้งซึ่งนั่งด้านหลัง จะกล่าวทักทายลูกค้าเสียงใสเชียว แม่ก็โง่นะ แทนที่จะถามทางไปบ้านน้านุ้ยเสียก็สิ้นเรื่อง ความที่อาการเอ๋อมันเยอะไง เลยถามว่า มีโทรสับสาธารณะที่ไหน แปลกนะ ที่ทำการไปรษณีย์แท้ๆ มีแต่สแตมป์ขาย กะตู้เอทีเอ็ม ม่ายมีโทรสับ
หลังจากเดินเมามายอยู่นาน ในที่สุด ก็ตัดสินใจเดินตามสาวสวยนางหนึ่ง พร้อมกะขอความช่วยเหลือ เดาว่า สวยๆ หยั่งงี้ มือถือดังตลอดแน่ๆ ซึ่งก็เดาไม่ผิด นอกจากสวยแล้วยังใจดี พยายามช่วยเต็มที่ เพราะโทรครั้งแรกไม่ติด น้านุ้ยอยู่กะแก็งค์เด็กนอกบ้าน ชีก็ยังยืนให้ความช่วยเหลือต่อ จนไม่รู้จะช่วยยังไง แม่เลยขอให้ลองหมุนอีกที ทีนี้เจอน้านุ้ย วุ้ย บ้านน้านุ้ยห่างจากจุดที่ยืนโทรสับไม่ถึงสิบก้าว
เอ๋อตัวจริง



Create Date : 04 กันยายน 2553
Last Update : 4 กันยายน 2553 17:35:02 น. 1 comments
Counter : 349 Pageviews.

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:19:15:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.