Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
โยโกโซ ตอนที่ 9 รอวันกลับโตเกียว

เหนื่อยอ่อนจากทริปนารา
ตัวแม่เองยังมีทริปพระราชวังชูกาคูอิน วัดคิโยมิซุเดระ หรือวัดน้ำใส ของคนไทย วัดซานจูซานเกนโด และ นิฮอนคานชิ
เที่ยวลุยเองคนเดียว ทิ้งนู๋ไว้กะน้านุ้ย เด๋วนี้ชักเก่งไปไหนๆ ไม่กลัวอะไร พระราชวังนี้กว้างขวางที่สุดเลยมั้ง เพราะรวมพื้นที่การเกษตรไว้ด้วย ไกด์พาเดินๆๆๆ จนเมื่อย แล้วก็มาสร้างเซอร์ไพรส์ให้ตอนจบ ด้วยแลนด์สแคปยอดเขา ต้องมาเห็นเองจึงจะเข้าใจว่างดงามเพียงใด
มีห้องชมวิวห้องหนึ่ง เมื่อมองไปเห็น สวนด้านล่าง ตัดกะขอบฟ้าด้านหลัง งามเกินบรรยาย
แม่ไปวัดน้ำใสต่อ ค่อนข้างเหนื่อย เลยนั่งกินอาหาร ถ่ายรูปอยู่นาน ครั้นพอจะกลับ เดินผ่านจุดที่เค้ามีน้ำตกสามสาย ให้คนเอากระบวยยกดื่มเพื่อขอพร แต่ละสาย มีความหมายแตกต่างกัน ใครที่ตักดื่มครบสามสาย เค้าว่าคบไม่ได้ เพราะโลภ อันนี้ แม่เห็นด้วย เพราะคิวรอขอยกกระบวนนั้น ยาวจริงๆ
แม่เองไม่ได้ไปต่อคิว เพราะไม่ไว้ใจความสะอาด ขอนั่งชื่นชมศรัทธาเฉยๆ พอ
จังหวะเจอตู้โทรสับสาธารณะ ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ แม่เลยรีบกดโทรคุยกะนู๋ ได้ยินเสียงนู๋แล้ว แม่รู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจเลย แต่คิดว่า นู๋คงสนุกอยู่กับเพื่อนๆ และน้านุ้ยแหละ น้านุ้ยตั้งใจประดิษฐ์อุด้งน่ารัก มีลูกชิ้นคิตตี้ให้นู๋หม่ำ

ที่วัดซานจูซาน เป็นอะไรที่อัศจรรย์ยิ่ง น้านุ้ยบอกว่า พระเจ้าสร้างหน้าคนเราขึ้นมาด้วยบล็อกไม่กี่บล็อก ซึ่งสามารถมาดูต้นแบบได้จากเทวรูปของที่นี่ กร๊ากกก แต่ก็ทึ่งในความอุตสาหะของช่างสมัยนั้นนะ ไม่รู้จะสามารถเทียบกับหุ่นกองทัพทหารที่ฝังอยู่ใต้ดินของจีนได้หรือไม่ เพราะงานเทวรูปที่นี่งามแต้ๆ

สุดท้าย นิฮอนคันชู มีพระญี่ปุ่นที่ไปเติบโตในเมกา อาสาทำหน้าที่ไกด์ให้ โดยสอดแทรกธรรมะเข้าไปด้วย ก็ดีนะ

ใกล้ละ ใกล้หมดแรง หาทิศไม่ถูก เจอป้อมตำรวจก็ถลาเข้าไปขอความช่วยเหลือ นะ.. คุณตำรวจพูดไม่ค่อยได้ วิ่งไปหยิบสมุดแผนที่ขนาดยักษ์มาและชี้ให้ดูว่า แม่ควรไปทางไหน เง๊อะ แม่ฉลาดน้อยในเรื่องทิศ ดูตั้งนานก็หันหัวไม่ถูกว่า กรูต้องไปซ้ายหรือขวาวะ คุณตำรวจรู้แกว เลยชี้มือให้ดู เอิ้กกก

วันถัดมา แม่ไม่มีแรงจะไปไหนแย้ว วันนี้ เล่นง่ายๆ ตอนเช้า ไปซื้อเสื้อกันหนาว ฮังเต็น ที่ตลาดกัน นู่มีบ่นเล็กๆ ทันทีที่เห็นตู้น้ำดื่ม เรียกว่า ติดเป็นนิสัยไปแร้น เห็นเป็นต้องกด แม่ก็ไม่ยอมง่ายๆ แหม๋ม เห็นร้านขายเสื้ออยู่ตรงหน้า รีบๆ ให้เสร็จธุระก่อนเถอะ ลูกจ๋า
ร้านแรกที่เข้าไปถามหา คุณลุงทำหน้าเหมือน พวกเราแอบซ่อนกล้องถ่ายทำรายการโทรทัศน์ไว้ แต่คุณลุงก็ยอมไปคุ้ยห้องสต๊อกให้ แบบให้เลือกไม่ค่อยมี ๆ แต่ของเหลือๆ แม่ยังไม่ถูกใจ เลยให้น้านุ้ยผัดคุณลุง ๆ ทำบ่น ทำให้น้านุ้ยยั่วะมาก น้านุ้ยบอกว่า ไม่เคยเห็นคนขายของญี่ปุ่นคนไหนเป็นเหมือนคุณลุงมาก่อน พวเราเลยโกยอ้าวออกมาจากร้าน
มาเจออีกร้าน ท่าทางเหมือนเอเย่นต์ขายส่งรายใหญ่ ร้านตกแต่งสวยงาม สว่างไสว ที่สำคัญ ราคาที่เสนอ ถูกกว่าของคุณลุงตั้ง สี่ร้อยเยน แม่เลยโลภ ซื้อเผื่อคุณพ่ออีกตัว อิอิ
แน่ะ เพิ่งจะบ่นเรื่องข้าวของมากมายไปไม่กี่ตอนที่ผ่านมา วันนี้ ลืมตัวอีกแระ

เสร็จจากซื้อของ ก็ยังเช้ามากอยู่ แต่แม่รู้ว่า เราอยู่ใกล้ร้านโอโคโนมิยากิของคุณป้า แม่เลยจีบให้น้านุ้ยพาไปกินซ้ำให้หายอยาก แน่นอน นู๋หน่ะ เดินไป บ่นไป จนแม่กะน้านุ้ยเริ่มมองหน้ากัน ส่งสัญญาณฆ่าปิดปาก โชคดีนะ มาเจอเหตุการณ์หน้าตื่นเต้น ไฟไหม้ตรงข้ามร้านโอโคโนมิยากิ นักดับเพลิงวิ่งกันอุตลุต พวกเราก็เดินไปดูให้เห็นกะตาว่า ร้านของป้าเปิดหรือเปล่า 55 อันนี้ ต้องเข้าใจนะก่ะ แบบ มันเดินฟังเสียงนู๋บ่นมาตั้งไกลอ่ะ แล้วไม่ได้กินเหรอ.... ก็ต้องให้ชัวร์นะ ว่า ไม่ได้กินเจงๆๆ แงๆๆๆ
น้านุ้ยงัดแผนสองออกมาทันที พาไปกินร้านอาหารทันสมัย ขายทั้งอาหารฝรั่ง และญี่ปุ่น พร้อมเครื่องดื่มน่าสนใจ คิวคนรอยาวออกมานอกร้าน แม่ก็เต็มใจรอ เพื่อของอร่อย
เจ้าของร้านออกมาเทคออเดอร์ ระหว่างที่เรายืนรอเรียบร้อย พอเราพากันเข้าไปนั่งรอในร้าน น้านุ้ยก็ทำท่าไม่ไหว เพราะเป็นร้านทันสมัย ที่ยังอนุญาติให้สูบบุหรี่ในร้าน รอได้สักพักเลยต้องขอโทษเจ้าของร้าน เพราะเหม็นมาก... เดินออกมา กลิ่นบุหรี่ติดเสื้อ หยั่งกะตัวไปถูกบาร์บีคิวมา
เอ้า งัดแผนสาม ชื่อว่า "แผนหน้ามืด" คือ เข้าไปกินร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดญี่ปุ่น ซึ่งร้านนี้ มีสาขาอยู่ทั่วไปทุกซอก ทุกซอย ใครหลายคนมาเที่ยวญี่ปุ่น ก็คงเคยฝากท้องไว้กะร้านนี้ ราคาอาหารก็ถูกจริงๆ อย่างน้านุ้ยสั่งข้าวกับไก่เทอร์ริยากิ ปริมาณที่ให้น้อยกว่า บะหมี่จับกังนิดส์เดียว ราคาไม่ถึงสี่ร้อยเยนอ่ะ รสชาดไม่รู้เป็นไง เพราะเห็นน้านุ้ยก็จัดการเรียบ แต่ของแม่กะนู๋ กินกันไม่หมด แถมกินๆ อยู่ นู๋มีขอเบรคไป อึ ทำให้แม่หมดอารมณ์อย่างเร็ว ... แหม๋ม น่าจะใช้เทคนิคนี้กะแม่ตั้งแต่ต้นๆ ทริปนะลูก จะช่วยแม่ได้มากกกเลย

ท้องอิ่มแล้ว เราก็ค่อยๆ เดินกลับบ้าน เพื่อเอาแฮงเต็นไปทุ่มทิ้งในบ้าน มานหนักเหลือเกิน ... ก่อนที่จะเดินทางไปยัง ศูนย์หัตถกรรมเกียวโต ... ทริปนี้ เป็นไฮไลท์สำหรับนู๋โดยเฉพาะเลยนะ แถมยังสะดวกน้านุ้ย ไม่ต้องไปเดินตากแดด ตัวดำ
การเดินทางไปศูนย์ ก็มีอาการเสร่อเล็กๆ เดินผิดนิดหน่อย สำหรับแม่นั้นไม่เป็นไรเลย แต่ที่ต้องคอยปรายตามอง คือ นู๋นั่นแหละ กลัวนู๋จะกรี๊ดดดด
ศูนย์นี้เป็นตึกเจ็ดชั้น เน้นขายของซะมาก พวกเราไม่ค่อยได้ชมของหรอก กลัวใจอ่อน วิ่งขึ้นไปที่ชั้นเจ็ดเลย เพื่อให้นู๋ได้เลือกทำคราฟท์ที่สนใจ ตะแรกนู๋เลือกเพ้นท์หินลาย สำหรับทำเครื่องประดับ แม่กลัวว่า นู๋จะไม่่รอด เลยหลอกให้เลือกเพ้นท์ลงทอง บนกระดาษดีกั่ว
ราคาค่าทำ ค่อนข้างสูง คือ พันแปดร้อยเยน แต่นับว่า เป็นสถานที่ดี สำหรับพ่อแม่ที่ไม่รู้จะเอาลิง เอ๊บ เอาลูกไปไหน แม่ได้แต่นั่งหมดแรง ข้างๆ นู๋ซึ่งตั้งใจทำอย่างมากมาย ส่วนน้านุ้ยก็ขยันถ่ายรูป....
วันนี้ ทั้งวัน เราก็เลยไปกันอยู่แค่นี้ เย็นมากแล้ว พวกเราพยายามรีบไปบ้านน้าจุงโกะ ซึ่งเป็นคุณน้าใจดีเจ้าของโรงงานเต้าหู้ ที่เอาฟองเต้าหู้สดมาให้พวกเรากินเยอะแยะเลยไงละ อูยยย คิดถึงมั่กๆ แหะ แหะ คิดถึงฟองเต้าหู้สดนะ คืนนี้ เรามีนัดกินข้าวเย็นที่บ้านน้าจุงโกะ ตะแรกแม่ไม่ค่อยอยากรับนัด เพราะรู้สึกเกรงใจว่าไปรบกวน แต่พอซักไซ้ดูแล้ว ยาซูชิบอกว่า ไม่เป็นไร ก็เลยไป
รู้สึกโชคดีที่มา เพราะบ้านน้าจุงโกะใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม เอ้ย ม่ายช่าย
นะ ก็เจ้าของรง.เต้าหู้นี่นา แล้วเต้าหู้เนียะ มันของขึ้นชื่อของเมืองเกียวโตด้วยนิ แม่เลยออกจะแปลกใจที่ได้เห็นบ้านใหญ่ๆ ที่เด็ดคือ สามีของน้าจุงโกะทำอาหารอร่อย สุโค่ยๆๆ
เฮียเค้าโชว์การซอยแตงกวาได้บางเฉียบ แถมไม่หลุดขาดจากการ ยืดหดได้หยั่งกะแอคคอเดี้ยน
อาหารอื่นๆ ก็อร่อย ไม่ว่าจะเป็นเต้าหูทอดในน้ำโชยุ หรือ สปาเก็ตตี้ ฮือๆๆๆ อยากร้องไห้ อยากกินอีกอ่ะ
น้าจุงโกะและสามีก็ใจดี เล่นกะนู๋สนุกสนาน ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ แล้วเอามาดูกันสดๆ บนจอทีวียักษ์
ยาซูชิ ตามมาสมทบทีหลัง ตอนไม่มีอะไรให้กินแล้ว แร้งกินไปหมด แต่ก็ยังดี มียาซูชิมาช่วยหลอกล่อให้นู๋ยอมเดินกลับบ้าน แทนที่จะขึ้นรถเมล์
ยาซูชิมีขนมเค้กแสนอร่อย นู๋หน่ะ เห็นเค้กราสเบอร์รี่ ที่มีทองคำเปลวแหมะอยู่บนยอดกะติ๊ดนึง ก็รีบคว้าทองเข้าปากหมับทันที โดยไม่ต้องเชื้อเชิญใครให้เป็นมารคอยหอย...เฮ้อ ... อภิชาติบุตรไปจุติที่ไหนหน๊า

เช้าวันถัดมา แม่พยายามตื่นแต่เช้า ให้ทันก่อนยาซูชิไปทำงานแค่เส้นยาแดง... เพราะต้องการขอบคุณยาซูชิ ที่มีน้ำใจรับรองเราแม่ลูกอย่างมีความสุข หวังว่า จะได้เจอกันที่ซีแอ๊ตเติ้ลนะคะ
เช้านี้ โอ้เอ้แพคของไปเรื่อยๆ ไอหย๊า แฮงเต็นซัดที่เข้าไปครึ่งนึงแล้ว ที่เหลือคงต้องใช้ปากคาบ
ในที่สุด ก็ออกจากบ้านเรียกแท็กซี่ไปสถานนีรถไฟ อดใจหายไม่ได้ เพราะตลอดเวลาสิบวัน มีความรู้สึกบ้านน้านุ้ยก็เหมือนบ้านเรานิ มันเลยเหมือนหยั่งกะจะจากบ้านไป ยังไงยังงั้น
แม่จองรถไฟฝั่งเดียวกะภูเขาฟูจิ อีกแล้ว และก็อีกแล้ว ไม่เห็นคะ ทัศนวิสัยไม่ได้ ขนาดอากาศร้อนเปรี้ยงๆ งี้ ทำไมเมฆมากนัก นู๋โวยวาย งี่เง่าได้สักพักก็สลบ จริงๆ บอกให้นู๋ย้ายไปนั่งที่นั่งว่างๆ แต่นู๋ก็ไม่สนใจ ชอบมาเบียดกะป้าอ้วนๆ ดำๆ

ไปถึง เจอป้าเรโกะมารอรับที่สถานนี เย้
ป้าพาไปต่อรถเพื่อเข้าบ้านป้า โหย โหดเหมือนกัน อีกระเป๋าสองใบนี่ หนักโพดๆๆ และทางเดินเข้าบ้านป้า ก็ไกลสุดๆ แต่พอถึงบ้านป้าแล้วก็หายเหนื่อย บ้านป้าเป็นบ้านญี่ปุ่นแบบโบร๊าณโบราณ แม่เห็นแล้วก็กรี๊ดดด ถูกใจไปหมด วางกระเป๋าได้ ป้าก้อพาเดินชม โอ๊ยย ชอบอ่ะ
ที่แม่ติดใจสุดๆ คือ ประตูส้วม เพราะถ้าดูผ่านๆ จะนึกว่า เป็นกำแพงลายไม้ขัดธรรมดา แต่ถ้าเอามือไปจับไม้ขัดอันที่อยู่ระดับเอวแล้วเลื่อน เหมือนถอดกลอน ประตูก็จะเปิดออก
ส่วนกุญแจหน้าต่างก็เก๋ เป็นกุญแจแบบโบราณ ซึ่งคาดว่า ถ้าป้าทำเสีย ป้าคงต้องเปลี่ยนเป้นแบบสมัยใหม่แล้วแน่นอน บริเวณพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถชมวิวของสวนรกๆ ของป้าได้ ทำให้แม่นึกถึง ระเบียงชมวิวของวังต่างๆ ที่แม่ไปเยี่ยมชมมาในเกียวโต
คืนนี้ ป้าลงมือทำกับข้าวให้เราหลายอย่าง ทั้งๆ ที่มีกันอยู่แค่เนียะ แม่เลยแอบไปดูวิธีทำเทมปุระ เสียเลย อ๋อ เพิ่งเข้าใจว่า ทำแบบนี้นี่เอง ไว้กลับบ้านเมื่อไร ต้องลองวิชา
กับข้าวอีกอย่างที่เก๋ คือ ข้าวสามสี่ คือ มีสีน้ำตาล (เห็ด) สีชมพู (อะไรไม่รุ จำบ่ได้) สีเหลือง (พริกดอง)
ปรากฏว่า อาหารเหลือเพียบคะ กินไม่ไหวแล้วจิงๆ อะคะ
คืนนี้ เราสองคนแม่ลูกหลับเป็นตาย


Create Date : 05 กันยายน 2553
Last Update : 8 กันยายน 2553 11:17:21 น. 0 comments
Counter : 434 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.