เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปงาน "สัปดาห์เปิดโลกการอ่าน" ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปคุ้ยหนังสืออย่างมีความสุข (แตกต่างจากเวลาที่เราไปขายหนังสือ - ขายหนังสือก็มีความสุขไปอีกแบบ แต่สรุปว่าการได้อ่านหนังสือมีความสุขที่สุด)

ที่น่ากรี๊ดที่สุดคือ ได้นวนิยายขนาดสั้นของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ มา 3 เล่ม ราคา 80 บาท มีเรื่อง ตำนานวีรบุรุษ ไม่มีใครเขียนจดหมายถึงนายพัน และหมายเหตุฆาตกรรม

จิปาถะอีกสามสี่เล่ม

ได้แผ่นหนังมาด้วย 2 เรื่อง


แต่ที่อยากจะพูดถึงที่สุดคือเล่มนี้ค่ะ
"เธอคือชีวิต" จากเรื่อง A Girl who was life โดย นักเขียนรัสเซีย นิโคไล ชูคอฟสกี้ แปลเป็นภาษาไทยโดยวิทยากร เชียงกูล
(จากรูปเล่มเล็กเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆ ดิฉันได้มาเมื่อนานมาแล้ว ปกสีส้มคือเล่มที่ได้มาจากงานคราวนี้ )
นิโคไล ชูคอฟสกี้ อาจจะมีชื่อเสียงไม่โด่งดังเท่ากับนักเขียนรัสเซียรุ่นก่อนหน้าเขาไม่ว่าจะเป็น ตอลสตอย ดอสโตเยฟสกี้ หรือแมกซิม กอร์กี้ และบรรดานักเขียนรัสเซียทั้งหลายที่พวกเราคุ้นหูกัน
แต่หนังสือเล่มเล็กๆ นี้ทรงพลังและซาบซึ้ง รวมทั้งเศร้ามาก นี่เป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดตลอดกาลของดิฉัน
ชูคอฟสกี้ใช้ฉากสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่าเหตุการณ์ที่นาซีปิดล้อมเลนินกราดเมื่อปี 1961 แต่หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงระเบิด เสียงปืน รถถังหรือทหารน้อยมาก แต่มันเล่าอย่างสะเทือนใจถึงชีวิตคนเล็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามนั่นคือความหิวโหย และโรคภัย
จะบอกว่ามันเศร้าแต่งดงาม -อย่างนั้นก็ได้ ตัวเอกของเรื่องเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และต้องเดินเท้าหลบภัยมาเลนินกราด เมื่อเกิดสงครามขึ้น ส่วนนางเอกของเราเป็นเด็กผู้หญิงที่อายุเพียง 19 เธออาศัยอยู่ในตึกเก่าโทรมและหนาวเย็นกับแม่ของเธอ ที่เลนินกราด เมืองศูนย์กลางของรัสเซียช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
หนังสือเล่มเล็กๆ นี้ไม่ได้สลดหดหู่ ตรงกันข้ามมันนำเอาความสะเทือนใจในเรื่องมาสร้างความเข้มแข็งแก่คนอ่าน
นักประวัติศาสตร์อาจจะเลือกบันทึกถึงผู้คนที่ยิ่งใหญ่ วีรกรรมของทหารหาญ แต่นักเขียนเลือกที่จะเล่าถึงชีวิตเล็กๆ แอสยา นางเอกของเรื่อง คนอ่านแทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นใครมาจากไหน แต่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ในใจคนอ่าน (แหม เวอร์ไปมั้ย)
ข้างล่างนี้เป็นย่อหน้านึงที่ดิฉันชอบมาก แอสยาสาวน้อยของเราพูดกับบรรณาธิการคนนั้น (สาบานว่าย่อหน้าข้างล่างไม่ได้สปอยล์เรื่องแม้แต่น้อย)
" ฉันรู้ว่าคุณจะไม่ตาย ในตอนแรกฉันเคยคาดการณ์คนผิดบ้าง แต่ตอนที่ฉันพบคุณนอนอยู่บนเตียงในโรงพิมพ์ ฉันสามารถคาดการณ์ได้ถูกเสมอ ตอนนั้นฉันได้เห็นคนตายมาแล้วเป็นจำนวนมาก ฉันรู้เรื่องความตายมากมาย แต่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับชีวิตเลย ..."
มันบอกเราว่า
"คนเรานั้นแข็งแรงกว่าที่เราคิดไว้เสมอ" ถ้าจะมีคนมาถามว่าหนังสือที่พูดถึงความรักเล่มไหนที่งดงามที่สุดในสายตาคุณ ดิฉันจะบอกว่า "เธอคือชีวิต" เล่มนี้ล่ะค่ะ
ไปบู๊ทนั้นได้อะไรเยอะมากตอนจากหนักสือเพราะ บ.ก.เรืองเดชเล่านู้นนี่ให้ฟังเยอะมากครับ แล้วก็เจอพี่เสี้ยวจันทร์ ก็ฟังพี่เสี้ยวโม้กันไป
งานสัปดาห์หนังสือเมื่อก่อนนี่มุ่งไปบู๊ทนี้ก่อนใครเพื่อนเลย ฮา ๆ