มกราคม 2564

 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
15
17
18
20
21
22
24
25
27
28
29
31
 
 
All Blog
ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 1 หน้า 3
วันที่ 2 เมื่อปิ่นมณีลืมตาได้ เมื่อเห็นสภาพสายยาข้างๆ และแขนที่พับงอใส่เผือกก็ยังพอทำเนา

หัวที่ถูกปลอกสวมไว้ไม่ให้หันซ้ายขวาได้ มันคืออะไรกัน นี่เธอเจ็บหนักขนาดนั้นเลยเหรอ


“ฝนขอส่องกระจกหน่อยสิ”

เธอเผยอปากพยายามพูด


น้ำฝนแม้จะไม่อยากให้เพื่อนต้องคิดมาก แต่เธอก็ไม่อยากขัดใจ ยกกระจกพกอันเล็กตรงหน้าปิ่นมณี เธอเบิกตากว้างก่อนจะสะอื้นไห้


“ไอ้หมอบ้า มันทำหน้าฉันบวม”


“โอ๋ เดี่ยวก็ยุบนะ”


“งื้อ แก ดูหน้าฉันสิ บวมมมม งื้”


น้ำเสียงที่แสนน่าสงสารทำเอาน้ำฝนทำอะไรไม่ถูก


“เดี๋ยวมันก็ยุบนะ อย่าคิดมาก แกเจ็บไหม เดี๋ยวฉันประคบเย็นให้”


“งื้อ งือออออออ ไอ้หมอบ้า”


น้ำฝนค่อยๆ ประคบเจลตามจุดที่พยาบาลบอก


“โอ๊ย”


ปิ่น โอดครวญเมื่อโดนจุดที่เจ็บ


“ทั้ง บวมทั้งช้ำ งื้อออออออ”


ปิ่นร้องไห้ไม่หยุด จนพยาบาลเอาข้าวและยามาให้


“ทานข้าวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะให้ยาฆ่าเชื้อกับยาระงับปวด”


“งื้อ งื้อออออ”

เสียงอู้อี้ของคนไข้ดัง


“เดี๋ยวก็หายนะคะ เดี๋ยวก็สวยแล้วค่ะ”

เสียงแจ้วๆ ของพยาบาลปลอบคนไข้


“ไอ้หมอบ้า ทำหน้าบวม งื้อ งื้อ”


พยาบาลได้แต่ขำเสียงสะอื้นเหมือนเด็ก


“คงไม่เคยทำศัลกรรมสินะคะ เวลาเขาไปเสริมจมูกมันก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ 2 อาทิตย์ก็ยุบแล้ว ทีนี้ก็สวยแล้วค่ะ”


“งื้อ หือออออออ เจ็บอ่ะ”

เธอไม่ได้สนใจคำพูดปลอบใดๆ เอาแต่ร้องไห้


“กินข้าวดีกว่านะ นี่เคี้ยวได้ไหมแก”


“งื้อ งื้อ”

ฝนเองทั้งสงสารเพื่อนทั้งขำ


ตอนสาย ฝนขอตัวไปทำงาน หมอมาตรวจไข้


“เป็นไงบ้างครับ”


“งื้อ งื้อ....”

เสียงคนไข้โอ๊ดครวญ


“เจ็บ...จิ.. หมอ...ใช่ไหม....ที่..ทำ หน้า ฉัน บวม งื้อ งื้อ”

เสียงอุ้งอิงของคนไข้ ทำเอาหมอต้องแอบขำ


“ไม่นะครับ ผมเป็นคนที่ช่วยชีวิตคุณ ผมต่อกระดูกที่แขนให้”


“งื้อ งื้อ แล้วหมอคนไหน ที่ทำหน้าฉันบวม งื้อ”


“นั่นมันหมอเอกนะครับ”


หมอภิญโญรีบเสนอซื่อผู้เคราะห์ร้ายทันที


ปิ่นมณีหยุดสะอื้น


“ชื่อเอกเหรอ นามสกุลอะไรคะ ฉันจะได้เอ่ยชื่อถูกตอนเผาพริกเผาเกลือ”


“อ้อ..”

หมอภิญโญ ทั้งขำทั้งสงสาร


“เป็นเอก เอกณรงค์ครับ”

เขาตั้งใจฟ้องหญิงสาวอย่างเห็นได้ชัด


“พยาบาล ช่วยจดชื่อให้ฉันหน่อยค่ะ”


พยาบาลก็พลอยขำไปด้วย รีบจดใส่กระดาษให้


“งื้อ คุณหมอเห็นใช่ไหมว่าหน้าฉันบวมมาก หมอซาดิสท์ ใจร้าย โหดเหี่ยม หือๆๆๆ”


เธอสะอื้นต่อไม่หยุด


“เจ็บตรงไหนอยู่ครับ”


“เจ็บหมดนั่นแร่ะ อย่ามองหน้าฉันสิ หน้าฉันบวมนะ”

เธอโวยวาย



“เดี๋ยวก็ยุบนะครับ ยุบแล้วก็สวย”


“หืออออ เกิดมันไม่ยุบล่ะหมอ มันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม หือ”


“เชื่อหมอนะ”


“หือ หือ”

ปิ่นมณียังร้องไห้ต่อไม่หยุด


“หมอ จะฉีดยาระงับปวดเพิ่มนะครับ”

หมอเอ่ยอย่างหวังดี


ปิ่นมณีหยุดร้องแทบไม่ทัน


“หา....หมออออออ ฉานนน ไม่ปวดดด แย้วววว งื้อ”


หมอภิญโญได้แต่ขำกับท่าทางเหมือนลูกแมวของปิ่นมณี


“งั้นหมอฟังเสียงหัวใจหน่อยนะครับ”


พอตรวจเสร็จออกจากห้อง


“นี่ร้องโวยวายแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ”


เขาถามพยาบาล


“ค่ะ หยุดแค่ตอนนอนหลับ”


“คงจะทำใจไม่ได้มั้งครับที่หน้าบวม เขียว ช้ำ แล้วนี่ใครเอากระจกให้ส่อง หมอเตือนแล้วนะ ว่าอย่าให้ส่อง เผื่อคนไข้รับไม่ได้”


“คนไข้ส่องเองนะหมอ”

พยาบาลรีบตอบ


หมอภิญโยส่ายหน้าก่อนจะเข้าห้องคนไข้รายต่อไป


พออยู่คนเดียวปิ่นเอาเจลเย็นที่พยาบาลทิ้งไว้ให้ประคบหน้าตามที่หมอสอนไว้ก่อนไป ใจก็เดือด ท่องชื่อเป็นเอก ไม่หยุด

เจอหน้าเมื่อไหร่แม่จะต่อยให้คว่ำเลย เธอได้แต่ร้องครวญคราง
กิจกรรมที่โรงพยาบาลของเธอ

คือการประคบหน้าด้วยเจลเย็นตลอดเวลา บางทีเธอก็ทำเอง บางทีพยาบาลมาทำให้ น้ำฝนมาก็ช่วยประคบให้เธอ

อาหารมาตามเวลา ตามด้วยยา เช็ดตัววันละ 2 รอบ หมอมาเวลา 10 โมง หลังจากวันที่ 3 พยาบาลก็เปลี่ยนประคบอุ่น
ช่วงเย็นน้ำฝนเลิกงานแล้วเธอมาเฝ้าปิ่นทุกวัน

นอกจากจะเป็นเพื่อนซี้แล้ว เธอก็เป็นนายหน้าขายประกันชั้นดี


เห็นเพื่อนคร่ำครวญเรื่องหน้าบวมแล้วก็ทั้งสงสารและเห็นใจ


“งื้อ งื้อ”

เสียงสะอื้นทุกวันที่เธอได้ยิน


“แกอย่าคิดมากเลยนะ เดี๋ยวมันก็ยุบ พอยุบแล้ว อาจจะสวยกว่าเดิมก็ได้”

น้ำฝนพยายามปลอบประโลมเพื่อน


“งื้อ งื้อ ไม่ใช่หน้าแกนิ”


“หมอ...บ้า กล้า ดียัง ไง มา ทำ หน้า  ฉันบวม งื้อออออ”


“มันเป็นการรักษาแก ตอนที่ฉันทำจมูก แกไม่เห็นเหรอหน้าฉันบวมเหมือนกัน”


ปิ่นหยุดสะอื้น นั่นมันก็นานมาแล้วนิน่า ตอนนั้นเธอยังขำหน้าบวมของน้ำฝนเลย


“ก็ฉันไม่ได้คิดจะศัลยกรรมนิ งื้ออออออออ ฉันเกลียดหมอศัลยกรรม  หน้าฉันบวม หืออออ”


“เอาน่าๆๆ เดี๋ยว 2 อาทิตย์ก็ยุบแล้วแก ตอนนี้ ต้องทำใจก่อนนะ อย่าคิดมาก”


“หมอเขาทำตามหน้าที่ มันเป็นการรักษา แล้วฉันเองที่เซ็นส์ให้เขาผ่าตัดแก”


ปิ่นค่อยหันทั้งตัวมามองอย่างลำบากแทบจะกินเนื้อกินเลือดเพื่อนสาวเมื่อเธอเอ่ยมาเช่นนั้น


“นี่ฝีมือแกเหรอ”


“เอาเถอะ พอมันยุบแล้วแกต้องขอบใจหมอและขอบใจฉัน แล้วแกศัลยกรรมกับแพทย์มือหนึ่งที่ใครๆ ก็อยากผ่าตัดกับเขาด้วยนะ แถมฉันเขียนเบิกประกันให้แกทุกบาททุกสตางค์”


“งื้อ งื้อ ไอ้เพื่อนเลววววว”


“อ้าวววว...”


น้ำฝนขำกับท่าทีงอแงของปิ่น


*----*



หมอเอกจอดรถที่มูลนิธิแห่งหนึ่งของเช้าวันเสาร์ ทุกสิ้นเดือนเขามีภารกิจที่นี่

พอลงจากรถมองดูกลุ่มเด็กๆ ที่เล่นที่สนามอย่างสนุก มีพี่เลี้ยงคอยดูแล 2-3 คน ที่นี่เป็นที่ฝึกงานของเขาตั้งแต่สมัยเรียน มูลนิธินี้มีอยู่ทั่วโลก

เป็นทั้งห้องเรียนและบ้านหลายๆ คน รวมทั้งเขาด้วย มูลนิธินี้ถูกก่อตั้งโดยอาจารย์ของเขา เพื่อช่วยเหลือดูแลเด็กพิการหลังคลอดที่ถูกทอดทิ้งโดยแม่บังเกิดเกล้า

เมื่อเห็นลูกพิการแล้วรับไม่ได้ ไม่ว่าจะปากแหว่งเพดานโหว่ โปลิโอ หัวใจพิการ หัวโต แขนขาลีบ ตาบอด ปากเบี้ยงจมูกหัก เมื่อเด็กถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล

และติดต่อมาทางมูลนิธิจะรับมาดูแลอุปการะรวมทั้งการรักษา เด็กๆ หลายคนผ่านมือเขาแล้วได้รอยยิ้มกลับมาแทนเสียงร้องไห้ มันทำให้หัวใจเขาพองโตทุกครั้ง

เขายังจำเคสแรกได้ดี เด็กผู้หญิงคนนั้น ปากแหว่งโดยกำเนิด ไม่สามารถกินอาหารได้ ร้องไห้งอแงตลอดเวลา เขาได้ใช้วิธีปลูกถ่ายเนื้อเยื่อให้ใหม่ตามที่อาจารย์หมอสอน

ผลการรักษาเป็นไปในทางที่ดี ร่างกายของเด็กสนองต่อเนื่อเยื่อของตัวเองผสานเซลล์และเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์ สร้างความภูมิใจในตัวเขาเองที่จะก้าวสู่เส้นทางนี้

จากเด็กที่ไร้รอยยิ้มจนเป็นรอยยิ้มที่สดใสในทุกวันนี้ เด็กคนนั้นอายุน่าจะ 8 ขวบแล้ว

คงโตเป็นเด็กสาวที่น่ารักและมีความมั่นใจในตัวเอง ไม่ได้มีปมด้อยเรื่องหน้าตา


เอกมองดูเด็กๆ หัวเราะอย่างสนุก เพลินๆ


“มาแล้วเหรอหมอเอก”

เสียงหญิงสูงวัยเอ่ยทัก


“สวัสดีครับ คุณแม่อธิการ”

เขาหันไปไว้สตรีผู้สูงวัยในชุดแม่ชีคริสจักรยืนมองเอาอย่างเมตตา


“มาแต่เช้าเลยนะ”


“ครับ ช่วงบ่ายผมอาจจะต้องรีบกลับ เพราะคุณแม่อยากให้ไปทานข้าวด้วย”


“ลำบากหมอเอกเลยนะคะ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตให้เด็กๆครับ”


คุณแม่ยิ้มอย่างเมตตา ก่อนจะพาหมอเอกเข้าไปที่ห้องปลอดเชื้อของมูลนิธิ


“เคสนี้ไม่อยากค่ะหมอ น้องเพิ่งจะอายุได้ 2 เดือน คุณแม่รับมาจากโรงพยาบาลทางเหนือ เด็กมีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ เหมือนเคยค่ะ”


“ครับ”


หมอเอกรับคำ ก่อนเตรียมชุดคลุมเพื่อใส่ โดยมีผู้ช่วยมือหนึ่งอย่างคุณแม่อธิการ


“เมืองไทย เด็กที่เป็นปากแหว่งเพดานโหว่ เยอะมากนะคะ โดยเฉพาะตามชายแดน ที่พ่อแม่ อายุยังน้อย และมีการดูแลสุขภาพไม่ดี”


น้ำเสียงคุณแม่ดูเศร้า


มันเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจไม่น้อย ที่เป็นเอกเองก็ได้ร่วมชะตากรรมนี้มาร่วม 8 ปี


“พร้อมแล้วครับ”


หมอเอกในชุดที่เตรียมพร้อม มองร่างเล็กที่นอนบนเตียง แล้วเริ่มลงมือผ่าตัด


เคสที่ 100 หรือ 1000 ก็เป็นเคสที่สำคัญกับเขาเสมอ

 



Create Date : 08 มกราคม 2564
Last Update : 12 มกราคม 2564 16:10:13 น.
Counter : 304 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
ต่อยสะกดแบบนี้ค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 12 มกราคม 2564 เวลา:15:27:54 น.
  
โดย: หอมกร วันที่: 17 มกราคม 2564 เวลา:7:42:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]