มีนาคม 2564

 
2
3
5
6
7
9
10
12
13
14
16
17
19
20
21
23
24
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 7 หน้า 1
ปิ่นมณีค่อยๆ ก้าวออกมาจากประตูอย่างระวัง เธอคอยจับชายผ้าไว้กลัวมันจะเปิดขึ้นมาตามแรงลม เป็นเอกนอนบนเปลญวนที่ชานรับลม


“เราไม่มีเสื้อผ้า จะอยู่ยังไงกัน”


“เจ้ จะอยากแก้ผ้าอยู่ก็ได้นะ ที่นี่ก็มีแค่เราสองคน”


เธอหันไปค้อนคนเสนอความคิด หันไปเจอเสื้อผ้าตัวเองชุดที่ใส่มาเมื่อวานที่ตากอยู่ราวชานเธอเดินไปเก็บเสื้อผ้าและชุดชั้นในแล้วเดินกลับเข้าไปใส่ในห้อง


เป็นเอกลุกจากเปล เดินเข้าไปในห้อง


เธอร้องโวยวายเพราะกำลังเปื้องเสื้อผ้าอยู่


“ผมจะบอกว่า......นี่.....เสื้อผ้าเจ้”


เขาเอากระเป๋าส่งให้เธอ


“นี่แกเตรียมการณ์มาขนาดนี้เลยเหรอ”

เธอต่อว่า



“แต่มันก็มีแค่ 2-3 ชุดเอง”


“ผมจะพาเจ้ไปหาเสื้อผ้าไว้ใส่”


“ที่นี่มีร้านขายเสื้อผ้าเหรอ”


เธอถามอย่างสงสัย


เขาส่ายหน้า ปิ่นมองหน้าเขางง แล้วจะหาเสื้อผ้ามาจากไหนกัน
เขาเดินลงจากบ้านไป ปิ่นมณีจำใจเดินตาม



ทั้งสองเดินตามริมฝั่งมามีทั้งแนวโขดหินและหาดทราย มีต้นมะพร้าวเรียงเป็นแถว และมีต้นสนแซมเป็นระยะๆ เอกรอปิ่นมณีให้เดินมาใกล้ๆ เขา แต่เธอก็ทำเมินไม่สนใจ


“เจ้อย่าเดินห่างผมนะ”


“ทำไม”

เธอถามอย่างข้องใจ



“แถวที่นี้มีลิง เกิดมันขว้างมะพร้าวใส่ดั้งเจ้เข้า รู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


ทำเอาปิ้นมณีตาเหลือกมันเหมือนที่เธอฝันไว้คืนก่อนแทบจะกระโดดมาเกาะแขนเขาไว้


“โอ้ย ไม่เอานะแบบนั้น”

เธอโอดโอย


ท้องเจ้ากรรมก็ร้องโวยวายเหมือนจ้าของขึ้นมา เธอถึงกับอายไม่อยากมองหน้าหมอเอก


“หิวแล้วล่ะสิ ไปเถอะ แถวนี้มีหมู่บ้านชาวประมงอยู่เลยป่านี้ไป”


“แล้วใกล้ๆ ตรงที่เราอยู่ทำไมไม่มีบ้านคน แล้วทำไมแกรู้ว่าเลยป่าไปมีหมู่บ้านชาวประมง”


เธอตั้งคำถามเขา หันไปรอบทิศมีเพียงป่าสน ต้นมะพร้าวริมหาดมันโหวงเหวงมีแค่คลื่นทะเลกระทบฝั่ง และกระท่อมที่เธออยู่หลังน้อยที่หลบข้างเขาหลังเดียวโดดเดี่ยว หาได้มีผู้คนอาศัย


“ไม่รู้สิ”

เขาตอบผ่าน


“ไม่รู้ได้ไง แกเป็นคนพาฉันมานะหมอเอก”


“ก็ผมรีบ ผมต้องอุ้มเจ้ ทั้งมืดทั้งน่ากลัว เจ้ก็หนัก”

เขาตอบยิ้มๆ


ป๊าปป เธอฟาดแขนเขาอย่างแรง ถ้าโดนต่อว่าเรื่องน้ำหนัก มันก็เจ็บมากกว่าว่าขี้เหร่อีก


มองหน้ายิ้มๆ ของหมอแล้วยิ่งหมั่นไส้ ง้างมือเหมือนจะตบเขาอีกสักฉาดใหญ่


เขารีบยกนิ้วชี้มือเธอ


“ถ้าตบผมจูบนะ นี่หนังไทย ตบเป็นตบ จูบเป็นจูบ”

เขารีบพูดขู่


ก็นั่นสิ มันหนังไทยนี้ไม่มีฉากนี้ได้ไง ปิ่นมณีแค้นใจค่อยๆ ลดมือลง


“ก็แกโกหกฉัน ลักพาตัวฉัน แกมันไม่ใช่คนดี”

เธอต่อว่าเขา


“เมื่อคืนผู้ใหญ่บ้านเขาช่วยเราไว้ พอดีผู้ใหญ่บ้านเขามีกระท่อมให้เราอยู่ แต่มันอยู่ไกลหมู่บ้านนิดหน่อย แกมาปลูกไว้เวลาไปหาปลา”


เขารีบตอบก่อนที่เธอจะโมโหมากกว่านี้


“พูดเหมือนแกรู้จักคนที่นี่เลยนะ”

เธอหรี่ตามองเขา


เอกรีบส่ายหน้า


“เจ้จับผิดผมเหรอ”


“ฮึ....ถ้าแกหลอกฉันอีกนะ อย่าหวังว่า แกจะได้กลับไปหาผัวเกย์แกสภาพหน้าตาดีๆ”

เธอทำตาเหลือกใส่เขา




“อุ๊ย.... เจ้ ระวัง ลิงงงงงง”

หมอเอกแกล้งร้องชี้มือไปข้างหลัง


ปิ่นตกใจกระโดดกอดเขาเอาหน้าซกกับอกจับจมูกไว้


ว้ายยยยยย อย่าให้มันทำอะไรฉันนะ”


เป็นเอกขำ กอดปลอบเธอไว้


“ไป ไป ชิวๆๆ “

เขาแกล้งทำเสียงไล่ลิ่ง แต่ที่จริงก็ไม่มีตัวอะไร


“เจ้ หลบดีๆ อย่าลืมตา เดินตามผมมา”

เขาพูดปลอบขวัญ


“อี้ ฉันกลัวลิงงง”


“อย่าร้องๆๆ มันไปแล้ว เจ้หลับตาไว้นะ”

เอกประคองปิ่น


“ไป ค่อยๆ เดินเจ้”


เขาแกล้งพาเดินกอดกันไปอย่างเร่งรีบทั้งขำทั้งปลอบ



พอพ้นแนวป่ามาถึงหมู่บ้านชาวประมง ปิ่นมณีมองบ้านชาวเลอย่างสนใจ

แต่ละหลังปลูกแบบง่ายๆ หลังเล็กหลังใหญ่เรียงกันไป ตาม ฐานะ บ้านหลังใหญ่ทำจากไม้ ยกสูง และมีชานเรือนข้างบน รับลม ส่วนใต้ถุนมีโต๊ะไม้ป่านั่งรับแขกได้ ตัวใหญ่ เป็นบ้านผู้ใหญ่บ้าน

ที่เหมือนรู้จักคุ้นเคยกับหมอเป็นเอกอย่างดี เตรียมสำรับกับข้าวให้เขากิน


ผู้ใหญ่บ้านร่างท้วมผิวสีกร้านแดดหน้าคมกับภรรยาที่จัดดูน่าตาคมคายเหมือนคนใต้สวมผ้าปาเต๊ะ เสื้อคอกลมแขนยาว ท่าทางทั้งสองเป็นคนใจดี


“นี่ผู้ใหญ่เคนกับแม่ลำใยครับ”

หมอแนะนำผู้ใหญ่ใจดีทั้งสองให้ปิ่นมณีรู้จัก เธอยกมือไหว้ทั้งสอง


ท่าทางใจดียิ้มอย่างใสซื่อ


“ฉันชื่อปิ่นค่ะ”

เธอบอกทั้งสอง


“นี่แฟนหมอเหรอครับ”

ผู้ใหญ่บ้านมองยิ้มๆ กระซิบกระซาบหมอ


“ครับ”

เขาตอบยิ้มๆ


“อาหารแถวนี้ที่หาได้มีแต่ กุ้ง หอย ปู ปลาล่ะครับ หวังว่าจะทานได้นะครับ”

ผู้ใหญ่บ้านพูดราวกับขอโทษที่ไม่อาจจะสรรหาอาหารดีๆ มาต้อนรับทั้งสองได้


ปิ่นมณีมองอาหารในจาน ต้มยำทะเล ส้มตำทะเล ปูนึ่ง หอยเผา มันก็แสนจะหรูหรามากมายหากินได้ยากในเมือง แถมราคาคงแพงน่าดู ทำเอาอารมณ์เสียเมื่อครู่ของเธอหายไปทันที


“แค่นี้ก็หรูหราแล้วค่ะ ผู้ใหญ่”

เธอตอบตาสุกใส


“ทานให้อร่อยนะครับ ที่หลับที่นอนสบายดีไหมครับ”


“สบายดีครับ”

หมอตอบ


ผู้ใหญ่หันไปยิ้มให้เมียที่แขกพอใจกับการต้อนรับ


“ผู้ใหญ่คะ แถวนี้คือที่ไหนเหรอคะ”

ปิ่นมณีเอ่ยถาม


“อ้อ...ที่นี่ก็หมู่บ้านชาวประมงเมืองชุม...เฮ่ เฮ่”

พอหันไปสบตาเป็นเอก ก็รีบหยุดพูดเปลี่ยนท่าที


“ที่นี่ หมู่บ้านชาวเกาะประมงฮีพลูน้อย ครับ”

เสียงจริงจังตอบเธอ


ปิ่นมณีถึงกับตาโตกับชื่อพิลึกพิลั่นอะไรนั่น มันมีอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ถ้าเกิดว่าออกเสียงเอ่ยชื่อผิดเพี้ยนขึ้นมาจะได้ยินเป็นอะไรกัน



“ที่นี่ไกลจากกรุงเทพไหมคะ?”

เธอถาม


“จะว่าไกลก็ไกล จะว่าไม่ไกลก็ไม่ไกลครับ”

ผู้ใหญ่บ้านยิ้มไปตอบไป


มันช่างเป็นคำตอบที่ชวนหาความหมาย


“แล้วเวลาเราจะเดินทางไปกรุงเทพ เราไปกันยังไงล่ะคะ”

เธอรับถามอย่างอยากรู้



“เราก็...ฮ้า..”

ผู้ใหญ่หันไปสบตาเป็นเอก ที่จ้องมองเขาอยู่


“พายเรือไปครับ เดือนนึงก็ถึงครับ ฮ้าๆๆๆ”


ปิ่นมณีทำหน้าไม่อยากจะเชื่อกับคำตอบ และทีเล่นทีจริงที่ผู้ใหญ่ตอบเธอ


“พ่อผู้ใหญ่ แถวนี้มีขายผ้า หรือเสื้อผ้าไหมล่ะครับ”

เป็นเอกเปลี่ยนเรื่องถาม


“เราไม่มีร้านเสื้อผ้าหรอกครับ เราทอเองเย็บกันเอง”


“มีจักรเย็บผ้าเหรอคะ”

ปิ่นถามอย่างสงสัย


“สมัยตาก็ซื้อไว้ให้แม่ไอ้หนูหลังนึงเก่าแก่มาก แต่ส่วนมาก ป้าๆ ก็เย็บมือกันเองครับ”


“โห...”

ปิ่นมณีได้แต่อึ้งกับความสามารถของคนที่นี่


“อยากได้ผ้าเหรอจ๊ะคุณหมอ”


“ครับ”


“เดี๋ยวฉันจะแบ่งผ้าให้สัก 5 หลาก็แล้วกัน จะให้เด็กเย็บให้ อยากได้แบบไหน”


“ไม่เป็นไรครับ ผมจะเอาไปเย็บเอง ขอแค่ผ้าและอุปกรณ์เย็บครับ”


ปิ่นมณีถึงกับตาโตหันไปมองบุรุษผู้ไม่เคยร่วมอุดมการณ์เดียวกัน



“เย็บเป็นเหรอ”

เธอตั้งคำถาม


“ครับ”

เขาตอบยิ้มๆ

 



Create Date : 08 มีนาคม 2564
Last Update : 8 มีนาคม 2564 7:52:10 น.
Counter : 221 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
กำลังเฝ้ารออยู่เชียวค่ะ
นางเอกดูเอ๋อๆ อยู่นะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 8 มีนาคม 2564 เวลา:8:15:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]