มีนาคม 2564

 
2
3
5
6
7
9
10
12
13
14
16
17
19
20
21
23
24
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 8 หน้า 1
ปิ่นมณีตื่นขึ้นมาไม่พบร่างของเป็นเอกบนที่นอนแล้ว เธอมองไปรอบห้องนั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่มันเกิดอะไรกันแน่ ทั้งที่เธอจำใจต้องอยู่ที่นี่ และกำลังหาช่องทางหนีกลับบ้านแท้ๆ

สรุปแล้วเมื่อคืนเป็นเพราะเธอเมาแล้วข่มขืนเป็นเอกอย่างนั้นหรือ ไม่นะ.....
หรือว่ามันจะเรื่องจริง....โอ้ย ไม่นะ.........

อันสุราของต้องห้าม กินแล้วขาดสติ...เธอไม่ควรที่จะแตะต้องมันเลย ในสถาณการณ์แบบนี้...โธ่...จบกัน
แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่านั่นกินแล้วจะเมา มันหวานขนาดนั้น


เธอสลัดหัวไล่ความสับสน  รีบลุกมาล้างหน้าที่มีอ่างอยู่มุมห้อง แล้วเช็ดตัวใส่เสื้อผ้า

ออกมาพบหมอเอกที่กำลังทำอาหารอยู่หน้าเตาถ่านตรงชาน เขาหันมามองเธอ  ปิ่นมณีหลบตาเขาเดินไปนั่งลงใกล้ๆ


“แกทำไรอะไรน่ะหมอ”


“ก็พวกกุ้ง ปู ปลาหมึกที่ได้เมื่อวาน ถ้าไม่รีบทำเดี๋ยวจะเน่าเสียก่อน”

เขาตอบ


เขาย่างกุ้งและปลาหมึกบางส่วนเสร็จแล้ว แล้วยังมีบางส่วนใส่หม้อดินตั้งไฟไว้


“ทำต้มยำเหรอ”

เธอถาม เพราะกลิ่นมันฟ้อง


“ใช่ครับ หิวหรือยัง?”


เธอส่ายหน้า แต่ท้องก็กำลังร้องออกมา


“นี่มีกล้วยนะเจ้”

เขาลุกขึ้นดึงกล้วยน้ำหว้าสุกจากเครือที่แขวนอยู่ส่งให้เธอ


“กินรองท้องก่อนนะ ผมเพิ่งทดลองหุงข้าวแบบโบราณครั้งแรกไม่รู้จะสุกหรือเปล่า?”

เขาพูดยิ้มๆ


“ทำไมแกรู้วิธีหุงข้าวล่ะ”

ปิ่นมณีรับกล้วยไปกิน


“ผมก็ดูจากอินเตอร์เน็ต”


เขาพัดเตาให้ไฟลุก แล้วหันมามองหน้าปิ่นมณี วันนี้เธอไม่ตึงตังกับเขาเหมือนเมื่อวาน แสดงว่าที่เขาลงมือกับเธอเมื่อเช้าอาจจะเป็นผลที่มีแนวโน้มไปในทางที่ดี


ทางจิตวิทยา


ผู้หญิงจะต่อต้าน เมื่อรู้สึกมีภัยและไม่มั่นคง และรู้สึกต้องการเบี่ยงเบนความสนใจไม่ต้องการให้อีกคนรู้ความในใจ

ผู้หญิงเป็นผู้เปิดเผยเรื่องทั่วไปได้ดี แต่ขณะเดียวกันจะเก็บงำเรื่องตัวเองไว้อย่างดี

เมื่อผู้หญิงมีสามีแล้ว ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ แต่พวกเธอพร้อมที่จะยึดและครอบครองชีวิตสามีของตัวเองให้ขาดอิสระภาพ ทุกเมื่อ


 
“เจ้..”

เขาเรียกเธอเบาๆ


ปิ่นมองหน้าเขาแว๊บนึงแล้วก้มหน้า


“วันนี้ ผมจะอยู่บ้านเย็บเสื้อให้เสร็จ เจ้อยากจะไปเที่ยวที่หมู่บ้านประมงก็ได้นะ”


เขามองตากลมโตที่พยายามหลบเขา ปลอกกินกล้วยที่เขาให้


“ทำไมฉันต้องไปคนเดียวด้วยล่ะ ฉันอยู่ช่วยแกเย็บผ้าก็ได้นิ”


เป็นเอกยิ้ม


“งั้นก็ได้ ตอนบ่ายๆ เราไปหาน้ำจืดอาบในเขากันไหม”


“มีน้ำจืดด้วยเหรอ”

เธอถามตื่นเต้น


“น่าจะมีครับ เผื่อมีน้ำตกเราจะได้เล่นน้ำอาบน้ำที่นั่น”


เขาตอบ มองหน้าน้อยๆ ที่หลบเขาอย่างอายๆ


เอกปลอกกุ้งแล้วจะป้อนเธอ


“ฉันกินเองน่า”


พอข้าวสุก เขาก็ตักข้าวใส่ชาม ตักกับข้าวให้เธอทาน ปิ่นมณีมองจานชามสังกะสีแบบโบราณแล้วยิ้ม สมัยเด็กๆ เธอเคยเห็นถ้วยชามสังกะสีแบบนี้ที่วัด

และเธอก็ไปวัดกับยายบ่อยๆ มีโอกาสได้กินข้าวก้นบาตร ไม่คิดว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไป ถ้วยชามสังกะสียังหลงเหลือให้เห็น ในชุมชนที่ห่างไกลเมืองหลวงหรูหรา

เงยมองหน้าหมอ ทั้งที่หมอดูเป็นคุณหนูไฮโซ อาศัยอยู่ในเมืองแต่ทำไมเขาทำเรื่องแบบนี้คล่องแคล่ว และดูท่าทางสนุกสนานของเขาที่ใช้ชีวิตแบบชาวบ้านชาวประมงนี้ล่ะ


ปิ่นมณีเก็บงำความสงสัยของเธอเอาไว้ หลังอาหาร เขามานั่งเย็บเสื้อให้เธอและเขา ปิ่นมานั่งข้างๆ มองเขาเย็บและเธอก็ลองเย็บด้วยเช่นกัน


“ของเจ้ก็เอาแบบยาวๆ ใส่นอนได้นะครับ ผ้านิ่มมาก เหมือนผ้าสปันเลยองเลย”

เขาจับผ้าพลิกไปมา


“ฉันว่าเหมือนผ้าเมมเบิร์ตมากกว่า”

เธอแย้ง


ปิ่นมณี มองดูท่าทางการเย็บผ้าของหมอที่แลดูเหมือนแม่บ้านแม่เรือน ทั้งรอยยิ้มละมุนคราที่เงยหน้ามองเธอเงียบๆ


เขาเย็บผ้าเก่งกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงเสียอีก ก็เมื่อวานเขาก็บอกแล้วว่ามันเหมือนกับการเย็บแผล

มันจะเหมือนกันได้ยังไง อีกอย่างคือผ้า อีกอย่างคือเนื้อคน  ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเขาน่าจะมากพอดู

ถ้าเทียบกับระยะเวลาอายุแล้ว แพทย์ไม่ได้จบกันง่ายๆ ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าเรียนปกติ แถมต้องเรียนเฉพาะทางอีก


“หมอ แกทำงานมากี่ปีแล้ว”


เธอเอ่ยถามเขา


“5 ปีแล้วครับ”

เขาตอบแต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาเย็บผ้า


“แกอายุเท่าไหร่กัน”

เธออดสงสัยไม่ได้


ตลอดมาเธอไม่เคยถามเขาเรื่องแบบนี้เลย ดูท่าทางเขาน่าจะอายุใกล้เคียงกับเธอหรือไม่


“30 ปี”


“โห แสดงว่าแกเรียนจบตั้งแต่ 25 เลยเหรอ”


แม้จะช็อคอยู่ไม่น้อย แล้วเธอก็ยังมีสัมพันธุ์กับผู้ชายที่อายุน้อยกว่า อย่างหมอเอกจะนับเป็นผู้ชายหรือเกย์ดี


“ใช่จบดอกเตอร์ด้านการศัลยกรรมใบหน้า ระหว่างที่ทำงานผมก็ยังเรียนเฉพาะทางด้านการผ่าตัดทรวงอก”


ปิ่นมณีถึงกับอึ้งเธอคาดไม่ถึงว่าเขาจะจบดอกเตอร์ด้วยวัยเพียง 25 ปี


“แล้วแกชอบด้านไหนมากกว่ากัน”


“จะบอกว่าชอบการศัลยกรรมหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจหรอก”


“อ้าว ก็เรียนมาขนาดนี้ ทำงานขนาดนี้ ไม่ชอบเหรอ หรือว่าเงินเดือนสูงเลยทำ”

เธอแย้ง


“เปล่า เรื่องเงินเดือนมันเป็นค่าตอบแทบเฉพาะบางที่ที่จ่าย ผมสามารถทำธุระกิจอย่างอื่นเพื่อสร้างรายได้ก็ได้ และ ผมเองเปิดคลินิกเพื่อสร้างรายได้ที่มากกว่าโรงพยาบาลเสียอีก

สิ่งที่ผมคิดถึงอันดับแรก คือการช่วยชีวิตคน ที่ผมทำงานโรงพยาบาล มันมีหลายอย่างที่ผมได้เห็น มีเคสที่ผมต้องเรียนรู้มากกว่าการศัลยกรรมเพื่อความงาม แม้กระทั่งความเป็นความตายเพื่อช่วยผู้ป่วยที่กำลังอยู่ในขั้นวิกฤต” 


“แล้วยังมีงานที่ผมทำโดยไร้ค่าแรงอีก”

เขาบอกเธอ


“งานอะไร”


เธอถามต่อ เรื่องพวกนี้เธอไม่เคยสนใจจะซักถามเขาเลยก่อนหน้านี้ แต่ทำไมพอถึงจุดหนึ่งเธอกลับอยากรู้เรื่องของเขาขึ้นมา


“ผมช่วยมูลนิธี สไมส์ สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ ผ่าตัดตกแต่ง ปากแหว่งเพดานโหว่ กับเด็กเล็กๆ พวกเขาจะได้เติบโตขึ้นมามีรอยยิ้ม และสร้างฝันให้กับตัวเอง”


ปิ่นมณีนิ่งฟังเขาพูด ชีวประวัติของเขาที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย


“แล้วทำไมถึงเลือกเรียนศัลยกรรม”


“ตอนที่ผมเลือกเรียนหมอ มันมีหลายสาขาที่หมอต้องเลือก ไม่ว่าจะเป็นหมอตรวจโรคทั่วไป หมอโรคผิวหนัง หมอหูคอจมูก หมอกระดูก หมอสูตินารี หมอจิตวิทยา ในห้องเรียนที่อาจารย์กำลังสอนอยู่ อาจารย์กำลังเปิดวีดีโอการออกแค้มป์ผ่าตัดเด็กๆ ที่มีปัญหาปากแหว่งเพดานโหว่ ผมเลยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับอาจารย์ แล้วพอผมได้ผ่าตัดเคสแรก เด็กผู้หญิงในชนบททางตอนเหนือของฝรั่งเศษ ผมได้เห็นรอยยิ้มแรกของเด็กคนนั้น ทำให้ผมตัดสินใจเลือกเรียนศัลยกรรม”


สายตาที่มีความฝันของเขา ดูมันยิ่งใหญ่ ทำเอาปิ่นมณียิ้ม รับรู้ถึงพลังความดีงามที่เขาถ่ายทอดออกมา


ลืมไปเสียสิ้นว่าก่อนหน้านี้เคยด่าทอเขาไว้อย่างไร


“แก ฝันอยากเป็นหมอตั้งแต่เด็กเลยเหรอ”


เขาพยักหน้า

 



Create Date : 18 มีนาคม 2564
Last Update : 18 มีนาคม 2564 7:46:22 น.
Counter : 179 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
เริ่มมีใจให้แล้วค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 19 มีนาคม 2564 เวลา:7:51:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]