มิถุนายน 2564

 
 
2
3
4
5
6
7
9
11
12
13
15
16
18
19
20
22
23
25
26
27
29
30
 
 
All Blog
ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 15 หน้า 2
ปิ่นมณีกระพริบตาปริบๆ เธอคิดว่าแค่มานั่งฟังเขาเฉยๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในคดีนี้

เธอจำใจลุกเพราะหมอภิภพเร่งเธอ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งประหม่าและใจสั่นเดินไปที่แท่นโจทก์ เมื่อเอ่ยคำสาบานต่อบัลลังก์ศาลแล้ว

สบตากับทนายฝ่ายจำเลยที่มายืนยิ้มหล่อตรงหน้า แล้วยิ้มแห้งๆ ให้เขา


“คุณเคยไปทำศัลยกรรมที่คลินิกปิ่นไหมเหรอครับ?”



“ไม่ค่ะ”

เธอส่ายหน้าตอบอย่าซื่อๆ


พอหันไปมองหมอภิภพที่ถลึงตาใส่เธออย่างไม่เข้าใจ



“แล้วคุณเกี่ยวข้องอะไรกับคุณซูซี่”



“ดิฉันไม่รู้จักค่ะ”



ทนายเริ่มทำท่างงงัน



“แล้วคุณเกี่ยวข้องอะไรกับหมอเป็นเอกครับ”



“คือ...”


เธอก้มหน้าพยายามคิดหาคำตอบ



“เธอเป็นภรรยาผมครับ”


ร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาสวมสูทราคาแพง และแว่นตาดำ ทำเอาจำแทบไม่ได้ ลุกขึ้นเมื่อเห็นปิ่นทำท่าเลิ่กลัก ไม่รู้จะตอบอะไร



ปิ่นมณีเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ทำหน้าราวเห็นผี



หมอภิภพเองก็ตกใจเช่นกัน



“อะไรว่ะ”


เขาสถบออกมา ด้วยนึกว่าเขาไม่ได้มาและไม่ทันสังเกต


“ฉันยังไม่ได้แต่งกับแกเลย”


เธอแทบจะแว๊ดเสียงออกมา แต่ก็รู้ตัวว่าอยู่ในศาลควรต้องเก็บกิริยาเอาไว้



เป็นเอกโค้งขออนุญาตต่อศาล ถอดแว่นตาออก เผยใบหน้าหล่อเหล่า



“ผมขออนุญาตถามเธอครับ”


เขาเอ่ยออกมา



ทนายเลยถอยหลังไปนั่งลง


“ผมขอถามคุณว่า ทำไมคุณบล็อกเบอร์ผม ทำไมคุณบล็อกไลน์ผม ทำไมคุณห้ามผมเข้าที่ทำงานของคุณ ทำไมคุณไม่ให้ผมพบ ทั้งที่ผมโทรหาคุณเป็นล้านครั้งแล้ว ทำไมคุณโกรธผม?”



เขาย่างสามขุมเข้ามา พลั่งพรูคำถาม ทำหน้าขึงขังราวกับจะเอาเรื่องเธอให้ได้



ปิ่นมณี เนื้อเต้น ตาโต เหงื่อแตก ท่าทางเงอะง่ะ ราวกับคนทำผิด หันไปทางไหนจะมีใครช่วยเธอได้


“คือ..ออออออ”



ศาลมองท่าทางของทั้งสองแล้วก็ประหลาดใจ



“คุณเป็นคุณหมอเป็นเอกสินะครับ”


ศาลเอ่ยถามอย่างใจเย็น



“ครับ”


เขาหันไปโค้งให้อีกรอบ


“คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้หรือเปล่าครับ”


“ครับ ที่ผมพูดไปทั้งหมดนั้น คือเรื่องจริง แล้วผมต้องการคำตอบจากเธอ ว่าทำไม ต้องโกรธผมด้วย ทั้งที่ผมไม่ได้ทำผิดอะไร?”


เขายืนยันคำตอบแก่ศาล



“คุณผู้หญิงครับ ที่หมอเป็นเอกเอ่ยมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงไหม?”



“คือ ..”


ปิ่นมณีใจเต้นโครมคราม


“ฉันไม่ผิดนะคะ ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา”


“เกี่ยวสิครับ ทำไมเราจะไม่เกี่ยว คุณจะกล้าบอกทุกคนไหมว่าผมเป็นแฟนคุณ”


ดูเขาช่างกล้าพูดเรื่องแบบนี้โดยไม่สนใจว่ากำลังยืนอยู่ที่ไหนบ้างเลย ทำเอาปิ่นมณีทั้งรู้สึกโกรธ เขิน และอาย เงอะงะ จนทำอะไรไม่ถูก



“นี่แก...”


ปิ่นมณี ตอนนี้เหมือนวิญญาณจะออกจากร่างให้ได้



“คุณเป็นคนผิด ผมขอร้องให้ศาลตัดสินความยุติธรรมเรื่องนี้ให้ผมด้วย ผมถูกผู้หญิงคนนี้ ไม่ยอมให้ผมติดต่อ ทั้งบล็อกเบอร์โทร บล็อกไลน์ แล้วเธอก็เข้าใจผิด โกรธผม ไม่ยอมพบผม ไม่ยอมปรับความเข้าใจกัน ทั้งที่ผมจะขอเธอแต่งงาน”



เขาหันไปหาอัยการ และชี้มือมาที่เธอ



ปิ่นมณีถึงกับอึ้ง หูตาลาย หน้ามืด หายใจติดขัด ราวคนที่เป็นหอบหืดกำเริบ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอกลายเป็นจำเลยคดีนี้ไปแล้ว ทั้งที่วันนี้มันเป็นเรื่องของคนอื่นไม่ใช่เหรอ



โอ้ย... พระเจ้าอยู่ที่ไหนกันหมดเนี่ย ทำไมปล่อยให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ขับขันอะไรขนาดนี้


นี่มัน จำเลยรัก ของจริงหรือนี่



เธอยืนตัวแข็งมองหมอเป็นเอกที่มองเธออย่างไม่ลดละเช่นเดียวกัน เหงื่อผุดออกเต็มหน้าทั้งที่แอร์เย็นฉียบ
 
 


อัยการอึ้ง ถึงกับไม่รู้จะซักถามอะไรต่อ



"ตุ๊บ"


เสียงทุบค้อนดังขึ้น ทำเอาปิ่นมณีสะดุ้ง





“ย้ายไปศาลครอบครัวกันได้ จบการพิพากษาวันนี้”



 
ทุกคนที่เป็นสักขีพยานต่างนั่งอึ้งเช่นเดียวกัน ปุณถึงกับขำเพื่อนรักที่อุกอาจเยี่ยงนี้ มีเพียงหมอภิภพที่หัวเสียรีบออกจากศาลไปก่อน
 


 
ทุกคนต่างทยอยออกจากศาลทั้งซุบซิบการพิพากษาอย่างสนุก แต่มันก็เต็มไปด้วยความโรแมนติกของหมอเอก


หมอเอกเดินเข้ามาเปิดประตูแท่นโจทก์ ปิ่นมณีที่ยืนหัวใจเต้นเป็นกลองเพลหันมามองเขาอย่างไม่เข้าใจและโกรธ



“กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวจะมีคดีอื่นมาใช้ห้องต่อ”


เขาบอกเธออย่างอ่อนโยน



เธอทั้งอับอายและเขินจนหน้าแดง ก้าวออกจากคอกเดินผ่านเขาออกมา



เป็นเอกยิ้มก่อนจะเดินตามหลังเธอมาติดๆ



ปิ่นมณีบอกตัวเองไม่ถูก อารมณ์ตอนนี้มันปรี๊ดจนอยากจะร้องกรี๊ดออกมา แต่สถานที่ไม่ใช้ทุ่งนาหรือป่าเขา ที่เธอจะสามารถตะเบ็งเสียงร้องออกมาได้



ความอันแน่นของอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งงุนงง มึนอึ้ง สับสน สงสัย ทั้งคับแค้นใจที่หมอเอกมาประกาศให้ชาวประชารู้ว่าเขาต้องการอะไร


แล้วเรื่องจริงๆ เธอเป็นคนผิดอย่างนั้นหรือ เขาพยายามติดต่อเธอเป็นล้านครั้งอย่างว่า เธอผิดที่บล็อกเบอร์เขา แล้วเธอก็จำเบอร์เขาไม่ได้ แล้วมานั่งโกรธงอน เขา ตั้งเป็นเดือนที่คิดว่าเขาไม่ยอมติดต่อเธอ สรุปแล้ว นี่มันเรื่องโง่ๆ ของเธอเองเหรอ




ปิ่นมณีเดินอย่างช้าๆ โดยไม่รู้จะเดินไปทางไหน ผ่านประตูลงมาชั้นล่าง เธอยังหายใจเร็วระรัว

เหตุการณ์นี้ มันเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้มันต้องได้เจอเรื่องที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อน จากผู้ชายคนนี้ คนที่ทำร้ายชีวิตเธอทุกวิถีทาง แล้วนี่เขาต้องการจะทำอะไรอีกกันแน่ ตั้งแต่ทำจมูกเธอ ข่มขืนเธอ ลักพาตัวเธอ แล้วนี่ยัง จะขอเธอ แต่งงาน......





ตุ๊บ....ตุ๊บ.....



เสียงหัวใจที่เต้นออกมาแทบทะลุอก ปิ่นมณีหยุดเดินหันกลับไปหาเป็นเอก ที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขายิ้มอย่างละมุน แล้วเดินเข้ามากอดเอวเธอเอาไว้



“เราไปคุยกันที่บ้านนะ”


เสียงนุ่มๆ นั้น บอกเธอที่ข้างหู


ทำเอาใจที่เต้นเดือดอยู่ค่อยๆ เย็นลง
 
 
ตลอดทางที่กลับบ้านปิ่นมณีไม่พูดอะไรเลย ได้แต่นิ่งเงียบ เธอจะตอบเมื่อเขาหันมาถามเส้นทางเท่านั้น

เมื่อมาถึงบ้าน เป็นเอกเดินเข้าบ้านทาวน์เฮาน์สองชั้น ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ถึงไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่ก็ดูอบอุ่นอย่างลงตัว

ผนังบ้านที่ปิดวอลเปเปอร์ทีโทนอบอุ่น มีรูปถ่ายครอบครัวและรูปของปิ่นมณี รับปริญญาติดอยู่ เขายิ้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาบ้านเธอ แม้กลัวว่าเธอจะไล่เขากลับก็ตามที แต่เขาก็เตรียมรับมือการเหตุการณ์ที่จะเกิด

 



Create Date : 17 มิถุนายน 2564
Last Update : 17 มิถุนายน 2564 7:46:13 น.
Counter : 212 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว

  
แหม ตาดไม่ถึงเลยค่ะฉากนี้

โดย: หอมกร วันที่: 17 มิถุนายน 2564 เวลา:16:03:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]