ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Mangoes Swirl Cheesecake





สืบเนื่องมาจากกระทู้

//www.pantip.com/cafe/food/topic/D7639908/D7639908.html

ที่พี่บี๊มาโพสต์ชีสเค้กมะม่วงอันแสนสวยงามไว้

อุ่นก็จัดการเซฟไว้ตามระเบียบ ตั้งใจว่าสักวันต้องทำแน่ๆ เพราะตัวเองเป็นคนชอบกินมะม่วงสุกอยู่แล้ว แต่วันก่อนได้คุยกับพี่นุชสวย พี่นุชตั้งชื่อขนมพี่บี๊ว่า "เค้กมะม่วงจากสรวงสวรรค์" โอ้ว .. ต่อมอยากทำพุ่งปรี๊ดดดดด ชีสเค้กมะม่วงของพี่บี๊ เลยได้แซงคิวสูตรขนมอีกหลายๆ สูตรที่หมายตาเอาไว้

หน้าตาสวยน้อยกว่าต้นฉบับต้องขออภัยนะคะ เพิ่งเคยทำชีสเค้กแบบนี้เป็นครั้งแรก จะปรับปรุงใหม่ในรอบหน้าค่ะ



มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันก่อนเลยนะคะ

ป.ล. อุ่นปรับสูตรจากออนซ์เป็นกรัม และหารครึ่งสูตรเรียบร้อยแล้ว สูตรที่พิมพ์นี้เป็นสัดส่วนที่อุ่นทำสำหรับใส่พิมพ์เข็มขัด 2 ปอนด์ค่ะ

Mango Swirl Cheese Cake

ส่วนผสมครัสต์

- แครกเกอร์แบบที่ชอบ 120 กรัม
- เนยละลาย 60 กรัม

วิธีทำ

บดแครกเกอร์ให้ละเอียด ผสมเนยละลาย คลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ลักษณะคล้ายทรายเปียก นำไปกรุลงพิมพ์เข็มขัดขนาด 2 ปอนด์ นำเข้าเตาอบ อบให้หอมกรอบ พักบนตะแกรงให้เย็น

ส่วนผสมชีสเค้ก

- ครีสชีสตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ทิ้งให้อ่อนตัว 250 กรัม
- น้ำตาล 80 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- เจลาติน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 30 กรัม
- วิปปิ้งครีม 115 กรัม
- มะม่วงสุกหั่นละเอียด 1 ผล (เพิ่มหรือลดได้ตามชอบ)

วิธีทำ

1. โปรยเจลาตินทิ้งไว้ในน้ำเปล่าประมาณ 15 นาที แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟแรงสุดครั้งละ 15 วินาที จนเจลาตินละลาย พักไว้ให้เย็น
2. ตีครีมชีสกับน้ำตาลจนเนื้อเนียนเข้ากันดี ใส่น้ำมะนาว เจลาติน ตีให้เข้ากัน
3. ใส่วิปปิ้งครีม ตีให้เข้ากัน
4. แบ่งเนื้อมะม่วงออกเป็น 4 ส่วน ผสมลงในครีมชีส 3 ส่วน ตะล่อมอย่างเบามือ
5. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยมะม่วงที่เหลือ ใช้ส้อมหรือไม้จิ้มฟันขีดวนให้ทั่ว
6. พักไว้ในตู้เย็น

ส่วนผสมมูสมะม่วง

- เนื้อมะม่วงสุกหั่นเป็นชิ้นเล็ก 200 กรัม
- น้ำเปล่า 75 กรัม
- เจลาติน 2-4 ช้อนชา
- น้ำตาล 130 กรัม (หากมะม่วงหวานอยู่แล้ว ควรลดน้ำตาลลงได้อีก)
- วิปปิ้งครีม 300 กรัม

วิธีทำ

1. เทน้ำเปล่าลงหม้อ โปรยเจลาตินลงในน้ำเปล่า ทิ้งไว้ 15 นาที
2. นำหม้อที่มีเจลาตินตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำตาลและมะม่วงลงไป หมั่นคนจนน้ำตาลและเจลาตินละลาย ยกลงพักไว้ให้เย็น
3. นำส่วนผสมไปปั่นให้ละเอียด แช่ตู้เย็นรอไว้
4. ตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นฟู นำซอสมะม่วงที่เราทำไว้มาผสมให้เข้ากัน
5. เททับส่วนผสมครีมชีส แช่ตู้เย็นให้เซ็ทตัว



อย่างแรกเลยที่ต้องทำ คือตวงครีมชีสทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องให้อ่อนตัวค่ะ



ระหว่างที่รอให้ครีมชีสอ่อนตัว เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราก็มาทำครัสต์กันเลย

บดแครกเกอร์ให้ละเอียด อุ่นใช้เครื่องบดอาหารจากลุงยุ่นที่จับฉลากได้ในงานราตรีสีฟ้า ทำให้งานครัวประเภทบดๆ สะดวกขึ้นมากเลย ขอบคุณลุงยุ่นอีกครั้งนะคะ

ถ้าใครไม่มีเครื่องบด ก็ใช้ครกตำหรือใช้ไม้ทุบเอาก็ได้ค่ะ

ป.ล. อุ่นใช้แครกเกอร์ Ritz ค่ะ หาง่ายที่สุดแล้ว



รูปนี้โชว์ให้ลุงยุ่นดูค่ะว่า ได้ใช้ประโยชน์จริงๆ



ไม่กี่อึดใจ ก็ได้แครกเกอร์ละเอียดแบบนี้แล้ว ทุ่นเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ



ตวงเนยเตรียมไว้



เอาเข้าไมโครเวฟไฟแรงสุดครั้งละ 15 วินาทีจนเนยละลายหมด หากเหลือเนยเป็นก้อนเล็กๆ ที่ยังไม่ละลาย ใช้ช้อนคนๆ ให้ละลายก็ได้ค่ะ



นำไปผสมกับแครกเกอร์ที่บดไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ลักษณะคล้ายทรายเปียกแบบนี้



นำไปกรุลงพิมพ์ให้แน่น (อุ่นใช้แก้วน้ำเป็นตัวช่วยค่ะ ใช้ก้นแก้วช่วยกดๆ)



นำไปอบให้เหลืองหอม แล้วเอาออกจากเตาอบมาพักบนตะแกรงให้เย็น

อุ่นใช้ไฟ 170c บน-ล่าง ค่ะ อบประมาณ .. กี่นาทีหว่า คงประมาณ 10 นาที แต่จริงๆ ไม่ได้จับเวลาเลยค่ะ อบจนได้กลิ่นหอมๆ ก็ไปชะโงกดู เห็นเริ่มเหลืองแล้วก็เอาออกจากเตาอบ



อ้อ ลืมไป อีกอย่างที่ควรจะต้องทำนอกจากการตวงครีมชีสทิ้งไว้ให้อ่อนตัวแล้ว ก็คือการแช่เจลาตินให้อิ่มน้ำค่ะ

แต่ขั้นตอนนี้อุ่นโก๊ะอ่ะ พี่บี๊เอาไปเผาในห้องนอกเรื่องเรียบร้อยแล้ว คืออุ่นดันไปหยิบกระปุกผงวุ้นมาโปรยแทนเจลาติน แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวหรอกนะคะ



หั่นมะม่วงเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้



นำเจลาตินเข้าไปละลายในไมโครเวฟด้วยหลักการเดิมของอุ่น คือ เวฟไฟแรงสุดครั้งละ 15 วินาที เอาออกมาคนแล้วเวฟใหม่ 15 วินาทีจนกว่าจะละลายหมด

ถึงขั้นตอนนี้ก็ยังไม่รู้ตัวว่าใส่ผงวุ้นแทนเจลาติน แต่งงๆ ว่าทำไมเวฟตั้งหลายครั้งแล้ว เจลาตินยังไม่ละลายหนอ เกิดอะไรขึ้น หรือเจลาตินมันเสีย หมดอายุ บลาๆๆๆ ไม่เข้าใจ แต่ก็พยายามเวฟจนละลาย แล้วก็ทำขั้นตอนต่อไป



ตวงน้ำตาลรอไว้ด้วย อุ่นใช้น้ำตาลทรายละเอียดของลินด์นะคะ แต่ถ้าให้ดี เป็นน้ำตาลทรายบดน่าจะช่วยให้ตีง่ายขึ้น



ตวงน้ำมะนาวรอไว้ด้วย 1 ช้อนโต๊ะ (เตรียมไปเรื่อยเปื่อย รอให้เจลาติน (ผงวุ้น) ที่ละลายไว้มันหายร้อน)



ครีมชีสอ่อนตัวแล้วก็ตีให้กระจายตัว จากนั้นเติมน้ำตาลลงไปผสมและตีจนน้ำตาลละลายและเนื้อเนียน เติมเจลาติน น้ำมะนาว แล้วตีอีกครั้งให้เข้ากัน



เทวิปปิ้งครีมลงไปเลยค่ะ โชะ



ตีๆ ให้เข้ากัน



แบ่งเนื้อมะม่วงออกเป็น 4 ส่วน เติมเนื้อมะม่วง 3/4 ส่วนลงไป



ใช้ไม้พายตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน



ตักใส่พิมพ์ที่เรากรุครัสต์รอไว้ (ต้องให้ครัสต์เย็นสนิทนะคะ ถ้าร้อนอยู่เดี๋ยวครีมชีสละลาย) ใช้ไม้พายเกลี่ยหน้าให้เรียบ (นี่ก็พยายามทำให้เรียบที่สุดแล้ว ได้แค่นี้เอง T_T)



โปรยเนื้อมะม่วง 1/4 ส่วนที่เหลือลงไป



ใช้ส้อมหรือไม้จิ้มฟันขีดวนๆ ให้ทั่ว

ขั้นตอนนี้ไม่เข้าใจเท่าไหร่ สุดท้ายเลยเหมือนแค่เกลี่ยๆ ให้มันกระจายให้ทั่ว แล้วใช้ไม้พายเกลี่ยอีกทีให้หน้าเรียบ

เสร็จแล้วก็ส่งมันไปนอนพักในตู้เย็นก่อนค่ะ



มาทำส่วนของมูสมะม่วงกันบ้างนะคะ

เทน้ำเปล่าใส่หม้อ โปรยเจลาตินลงไป

ขั้นตอนนี้แหละค่ะที่อุ่นเพิ่งจะสำนึกว่า ได้ใช้ผงวุ้นแทนเจลาตินในส่วนของครีมชีส เพราะเอะใจว่า เราไม่เคยใส่เจลาตินเอาไว้ในกระปุกเพราะเจลาตินมีกระปุกของมันเองอยู่แล้ว ผงวุ้นต่างหากที่เราใส่กระปุกไว้เพราะซื้อมาเป็นซองๆ ใช้ลำบาก

โห .. ตอนนึกขึ้นได้นี่เหมือนฟ้าผ่าเลยค่ะ มิน่าทำไมมันไม่ละลายซะที เพราะผงวุ้นละลายยากกว่าเจลาติน ฮือๆ ทำไงได้ ทำไปแล้ว หวังว่ามันคงจะไม่กลายเป็นวุ้นชีสเค้กนะ



เมื่อทิ้งไว้ให้เจลาตินอิ่มน้ำได้สักพัก ไม่ได้จับเวลาหรอกนะคะ หันไปเตรียมส่วนผสมอื่น เช่น หั่นมะม่วง ตวงน้ำตาล ล้างอุปกรณ์ที่ใช้ทำตัวชีสเค้ก แช่โถผสมในช่องแข็งสำหรับตีวิปครีม ฯลฯ พอเสร็จธุระทุกอย่างแล้วค่อยเอาหม้อเจลาตินตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำตาลลงไป

ป.ล. ว้าย รูปสลับกัน ที่โปรยเจลาตินต้องรูปนี้ค่ะ ข้างบนใส่น้ำตาลลงไปแล้ว



ใส่มะม่วงลงไป



อุ่นไม่ได้ต้มจนเดือดหรอกนะคะ แค่คนๆ ดูว่าน้ำตาลกับเจลาตินละลายหมดแล้วก็ยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็นค่ะ



พอเย็นแล้วก็ปั่นให้ละเอียดค่ะ จากนั้นก็เอาแช่ตู้เย็นไว้ก่อน



มาตีวิปครีมกันดีกว่าค่ะ

วันนี้ใช้ยี่ห้อเมจิ เพิ่งเคยเห็นเลยคว้ามาลองใช้ดู



ตีจนฟูตั้งยอดอ่อนค่ะ แต่เมื่อวานอากาศร้อนมาก และอุ่นไม่ได้เตรียมน้ำแข็งไว้ในตู้เย็นด้วย ก็เลยฟูน้อยไปนิด



ใส่ซอสมะม่วงลงไป

ใส่แบบเถื่อนน่าดู แทนที่จะค่อยๆ ใส่ ฮิๆ อากาศมันร้อนค่ะ ชักช้าไม่ได้ เดี๋ยววิปครีมจะละลายมากไปกว่านี้



ตะล่อมอย่างเบามือให้เข้ากัน จากนั้นนำไปเทใส่พิมพ์ ปริ่มๆ เลยค่ะ อีกนิดจะล้นพิมพ์แย้ว

ใช้กระดาษฟลอยด์ปิดหน้าพิมพ์เพราะกลัวจะไปดูดกลิ่นอื่นในตู้เย็น จากนั้นก็ยกพิมพ์จรดหน้าผาก ขอให้สำเร็จด้วยเถอะ สาธุๆ

แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ข้ามคืนค่ะ



ตื่นเช้าค่อยเอามาถอดออกจากพิมพ์

ไหนดูจิ๊

สภาพยับเยินเล็กน้อยเพราะตอนถอดเข็มขัด อุ่นยังสลึมสลืออยู่ค่ะ เลยมือหนักไปนิดนึง



ตัดออกมาแล้ว

ชิ้งงงงงงงงงงงงงง

เฮ้อ .. โล่งอก ยังหน้าตาเหมือนชีสเค้กมากกว่าวุ้นแฮะ



รู้สึกเนื้อมะม่วงน้อยไปนิด เดี๋ยวคราวหน้าใส่สัก 2 ลูก



รองกระทง พันพลาสติก เตรียมยกไปให้ที่ทำงานลิ้มรส

หน้าไม่เด้งเหมือนของพี่บี๊เลย เพราะกระดาษฟลอยด์ที่อุ่นใช้ปิดพิมพ์มันดันไปโดนตัวมูส ตอนเปิดออกมามูสมันติดกระดาษฟลอยด์ หน้าเลยไม่เรียบค่ะ



บีบครีมแต่งหน้าเล็กน้อย

หน้าไม่เรียบอย่างนี้ ไม่แปลกใจที่ใครเข้าใจผิดนึกว่าเป็นสังขยาฟักทอง ฮือๆ

สีในรูปเปลี่ยนไป เพราะรูปนี้ถ่ายตอนมาถึงที่ทำงานแล้วค่ะ ในคอนโดอุ่นไฟเป็นสีเหลือง แต่ที่ทำงานไฟเป็นสีขาว



จับถอด เตรียมชิม



ถ่ายมาทำไมตั้ง 2 รูปเนี่ย

ว่าแต่ เหมือนสังขยาฟักทองจริงๆ เนอะ แล้วข้างล่างก็เป็นมูสบวดฟักทอง



รูปสุดท้ายแล้วค่ะ ตักชิม

หอมหวาน กลมกล่อม สมแล้วที่เป็นเค้กมะม่วงจากสรวงสวรรค์ อร่อยจริงๆ ค่ะพี่บี๊ แต่ใจจริงอยากให้ตัวครีมชีสมีรสเปรี้ยวมากกว่านี้อีกสักหน่อย เพราะตัวมูสก็หวานแล้ว เลยอยากได้รสเปรี้ยวนิดๆ มาเสริมรสกัน (สงสัยอุ่นชอบขนมที่มีรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ) แล้วก็เพิ่มเนื้อมะม่วงให้ตู้มๆ กว่านี้

ขอบคุณพี่บี๊นะคะสำหรับสูตรขนมอร่อยๆ ไว้พบกันใหม่เมนูหน้าค่ะ ^^



Create Date : 06 มีนาคม 2554
Last Update : 6 มีนาคม 2554 1:55:45 น. 3 comments
Counter : 3882 Pageviews.

 
น่าทานมากเลยค่ะ เคยทำแต่สตรอเบอรี่ เห็นทีต้องลองมะม่วงดูมั่งแล้วค่ะ



โดย: pim&jae วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:8:35:24 น.  

 
ว้าวววว
น่ากินมากๆเลยค่ะ กิฟท์เคยทำมูสมะม่วงอยู่ แต่ตอนนั้นใช้เจลาตินแผ่นเป็นครั้งแรก มันยังไม่ละลายดีเป็นก้อนๆเลย กินไปก็กรุบๆ เลยฝังใจ แต่เห็นเค้กนี้สงสัยต้องลองอีกซักรอบ อิอิ


โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:13:02:23 น.  

 
น่าทานมากค่ะ ชอบมะม่วง ใส่กันมีชิ้นเล็กชิ้นน้อย เคี้ยวเข้ากับตัวชีสเค้กดีค่ะ
ถ้าหากใช้ มะม่วงอมเปรี้ยวหวานก็น่าจะได้อยู่นะคะ แต่ดูแล้วก็มีแต่ส่วนหวานๆถ้าได้รสเปรี้ยวตัดก็คงจะดีแบบที่ จขกท.ว่า แหละค่ะ ชอบทานแบบนั้นเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ ขอเอามาชิมก่อน 1 ชิ้นน๊าคะ ^^


โดย: NokJbz วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:13:09:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.