Group Blog
 
All blogs
 

" Cream Cheese Spiral "


ส่วนผสมตามนี้เลยนะคะ

เนยสด  225  กรัม
ครีมชีส  225  กรัม
น้ำตาล  2  ช้อนโต๊ะ
แป้งอเนกประสงค์  225  กรัม
ไข่ขาว  1  ฟอง  +  น้ำเปล่า  1 ช้อนโต๊ะ

วอลนัทสับๆ  115  กรัม  เป้ไม่มีเลยใช้อัลมอนด์ค่ะ
น้ำตาลทรายแดง  115  กรัม
ผงซินนามอนซัง  1  ช้อนโต๊ะ



- เริ่มต้นก็เอาเนยกับครีมชีสมาตีให้เนียนๆนุ่มๆเลยนะคะ

- ใส่น้ำตาลทรายลงไป  ตีต่อให้เนียนๆเข้าไปอีกค่ะ

-  ร่อนแป้งใส่ลงไปเลย  แล้วก็ใช้เครื่องนั่นแหละค่ะ ตีต่อไปให้เนียนๆเข้ากัน

แค่นี้เองเสร็จแล้ววว  ง่ายมากกกกกกกกกกกกก



- ได้ส่วนผสมมาเป็นก้อนกลมๆใหญ่ๆหน่อยนะคะ  เอาออกมาตัดให้เป็น 2 ส่วนแล้วแยกแร๊ปเก็บไว้

- ก่อนแร๊ปให้ทำเป็นแบนๆหน่อยนะค๊า



- เข้าตู้เย็นไปสัก  30  นาที  แล้วเราก็มาทำไส้กันต่อ

-  บดอัลมอนด์  ในเครื่องบดสับนะคะ ให้หยาบๆ

-  ใส่น้ำตาลทรายแดง  และ ซินนามอนซังลงไป คลุกๆให้เข้ากัน  เสร็จแล้วไส้



- ได้เวลาครบ 30 นาทีแล้วเอาแป้งใน๖เย็นออกมาก่อน 1 ก้อนนะคะ

- แล้วเอามาคลึงๆให้แผ่ๆไว้เลยค่ะ

- หาจานหรือฝาหม้อหรืออะไรก็ได้ที่กลมๆเส้นผ่านศูนย์กลางสัก10 นิ้วนะคะมาวางลงไปค่ะ

-  แล้วกรีดขอบๆเพื่อให้ได้เป็นชิ้นกลมๆไงค๊า  

- ผสมไข่ขาวกับน้ำเปล่าตีๆเข้ากัน แล้วก็ทาลงบนแผ่นแป้งค่ะ ให้ทั่วๆ



- ตัดเป็น 16  ชิ้นนะคะ  

- เอาไส้มาโรยๆลงไปให้ทั่วแป้งเลยค่ะ



ทั่วๆแบบนี้เลยนะค๊า.. ไส้ยิ่งมากยิ่งอร่อยน๊า



- แล้วก็ม้วนเลยค่ะ  จากนอกม้วนเข้าไปข้างใน จากด้านใหญ่ม้วนเข้าไปด้านเล็กนะคะ  

- เป้ดึงออกมาม้วนด้านนอกนะคะ  ในหนังสือเค้าม้วนตรงนั้นเลยค่า แต่เป้ว่ามันเกะกะเจ้าพวกที่ยังไม่ม้วนอ่ะค่ะ เลยดึงออกมาดีกว่า  ถนัดกว่า



โอยยย  มือทุเรศอ่ะ พี่หน่องรู้หมดว่าเป้ไม่สวยยยยยยจริง   55555555

- ม้วนเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้นะคะ



- เอามาเรียงๆกันบนถาดที่รองกระดาษเบกกิ้ง ชีทไว้ค่ะ  หรือจะเป็นถาดทาเนยขาวบางๆก็ได้นะค๊า   ....



- ทาไข่ขาวผสมน้ำอีกครั้งค่ะ



- แล้วก็โรยน้ำตาลทรายให้ทั่วๆเลยนะคะ



-  เอาเข้าอบ  ไฟบน-ล่าง 180 องศาซี  15  นาทีเองค่ะ   ให้เหลืองสวยงามตามชอบ



-   เอาออกมาผึ่งบนตะแกรงนะคะ  ให้เย็นก่อนแล้วค่อยเก็บเข้ากล่อง



-  คำเตือน....   ขนมชนิดนี้รับประทานตอนร้อนๆแล้วจะผิดหวังเลยนะคะ  เป้โดนมาแล้วทำเสร็จตื่นเต้นดีใจออกมาน่ารักมากมาย  กินตอนร้อนๆเลย ..  ไม่อร่อยอ่า  แปลกๆ เฝื่อนๆ ไงไม่รู้แฮะ  แต่ผ่านไปหนึ่งคืน เอามากินใหม่ โอ้วววววว ....  พระเจ้าจอร์จของแซร่า   ทำไมมันถึงได้อร่อยเช่นนี้  ละลายในปากเลย  มีทั้งความหอมของซินนามอน  และ  รสชาติครีมชีสก็ชัดเจนอีกด้วย  จริงๆน๊า








Free TextEditor




 

Create Date : 26 มกราคม 2552    
Last Update : 26 มกราคม 2552 20:02:28 น.
Counter : 2963 Pageviews.  

" Lady's Finger " and "Tiramisu"

 



สวัสดีค่า....   วันนี้แม่โมอายเอาการบ้านมาส่งพี่จุ๋มตาโต เอ๊ยย   ..  พี่จุ๋มกับน้องลูกสนตาโตนะคะ  ...

ของพี่จุ๋มส่ง "Lady's Finger" นะคะ ทำเสร็จเป้ค้นพบสัจธรรมข้อนึงเลยค่ะว่า...  ขนมชนิดนี้จะมีผลตามรูปร่างหน้าตาของคนทำ กร๊ากกกกก   ก็ของพี่จุ๋มทำออกมาส๊วย สวย รูปร่างดีเหมือนพี่จุ๋มเลย แต่ของเป้มันออกอ้วนๆ แบนๆ เบี้ยวๆ  ..  เฮ้ออออ  ช่างเหมือนคนทำเสียนี่กระไร  .. กระซิก กระซิก
นี่เป็นนิ้วสาวงามที่นามว่าพี่จุ๋ม นะฮ้า
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=12-2008&date=16&group=75&gblog=10

ส่วน "Tiramisu" ผลลัพธ์ไม่น่าจะเกี่ยวกับรูปร่างและหน้าตาของคนทำ เพราะออกมาอร่อยมั่กๆ ฮ่าๆๆๆๆ   ตอนแรกก็ว่าจะลอกมาจากพี่จุ๋มอีกเหมือนกัน แต่ๆๆๆ....   สูตรของตาโตใช้มาสคาโพเน่ชีสน้อยกว่าอ่า  ... แหะ แหะ ที่บ้านนอกหาย๊าก ยาก  แบกมาจากกรุงเทพนะคะเนี่ยยย ทำครั้งแรกเลยใช้สอยอย่างประหยัดดีกั่วววววว  เผื่อทำไม่สำเร็จอ่ะค่ะ แหะ แหะ และสูตรของตาโตไม่ต้องตีไข่ขาวซะด้วย ชอบๆ ล้างโถน้อยลงไปอีกโถนึง
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ta-to&month=12-2008&date=07&group=2&gblog=35


ทำเลดี้ฟิงเกอร์กันก่อนนะคะ..


ส่วนผสมตามแม่หลิ่มเลยค่ะ  เห็นแม่หลิ่มบอกว่าเป็นสูตรจากเลอกอดองเบลอ .. 55555  ของเป้เป็นสูตรจาก หลิ่มกอดองเบลอ นะฮ้า ..

-ไข่ไก่ 3 ฟอง แยกไข่ขาวไข่แดงด้วย
- น้ำตาลทรายป่น 6 ช้อนโต๊ะ
- แป้งเค้ก 3/4 ถ้วย
- น้ำตาลไอซิ่ง 6 ช้อนโต๊ะ (เอาไว้โรยหน้า เอ๊ย โรยนิ้วค่ะ)





- เตรียมถาดแดละอุปกรณ์ด้วยค่ะ เป้เอามาขีดๆเป็นช่องๆแบบนี้เลยค่ะ เพราะรู้ตัวดีว่า .. มือไม่นิ่งพอที่จะบีบได้เท่าๆกัน  และนี่ขนาดขีดช่องๆไว้นะคะ เดี๋ยวดูกันว่าออกมาเท่ากันขนาดไหน กรั่กๆๆๆ

- ถุงบีบเป้ใช้ถุงแบบถุงแกงเลยค่ะ หัวบีบขนาดนี้พอดีกับที่พี่จุ๋มบอกเลยว่า 15 มิล เป็นหัวน๊อตของหัวบีบไซส์เล็กนะคะ





- เริ่มแรกก็เอาไข่ขาวมาตีให้ตีเป็นฟองละเอียดๆค่ะ แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลลงไปทีละนิด เป้ใส่ทีละช้อนค่ะ ตีจนให้ได้ยอดเกือบแข็งเลยค่ะ



- แล้วมาจัดการไข่แดงกันต่อ  ไข่แดงรอบนี้แยกได้ไม่แตกเลยอ่ะ สวยเนาะ แหะ แหะ เอามาตีให้แตกๆรวมกันนะคะ



- แล้วก็เอาไข่แดงที่ตีรวมกันแล้วเทใส่ไปในส่วนไข่ขาวที่ตั้งยอดแล้วเหมือนกัน



- แล้วใช้ตระกร้อมือผสมให้เข้ากัน แบบเบาๆ ครูจุ๋มบอกว่า ต้องเบานะฮ้า

- แล้วก็ร่อนแป้งที่ร่อนแล้วรอบนึงใส่ลงไปค่ะ แบ่งใส่สัก 3 รอบนะคะ



- แล้วก็ตักใส่ถุงบีบ บีบลงไปในถาดที่ทำช่องๆไว้แล้ว (ไม่สามารถถ่ายรูปตอนตักใส่ถุงและตอนบีบได้จริงๆค่ะ 555 แค่บีบให้ไม่ล้นขอบก็แทบไม่รอดแล้ว) นี่ขนาดมีขอบให้นะคะเนี่ยย



- บีบเสร็จโรยไอซิ่งลงไปค่ะ แล้วพักให้ไอซิ่งละลายซึมลงไปในเนื้อเค้กสัก 5 นาที ก่อนอบก็ร่อนโรยลงไปอีกที แต่เป้ขี้เกียจล้างที่ร่อนอีก เลยเอานิ้วโรยๆเอง ผลที่ได้คืออกมาเป็นปื้นๆ ไม่เรียบสวยงามเหมือนของพี่จุ๋มเค้าด้วย สมน้ำหน้าเนาะ.. ขี้เกียจดีนัก ใช่มะค๊า พี่จุ๋มมม




- อบไฟ 175 องศาซีนะคะ นาน 15 นาที พอดีเด๊ะ เลยยย


- ออกมาบูดๆเบี้ยวๆ พยายามหามุมที่สวยๆมาถ่ายรูป ก็หาย๊ากยาก 5555 ก็ของมันไม่สวยอ่ะเนาะ



- แถมรสชาติยังแปลกๆอีกด้วยค่ะ มันไม่นุ่ม ไม่กรอบ ออกเหนียวซะด้วยซ้ำ เอาไงดีอ่า สงสัยจะตีไข่ขาวไม่ได้ที่แบบที่พี่จุ๋มบอกตอนแรกๆว่าถ้าตีไข่ขาวได้ที่ส่วนผสมจะไม่เหลวเท่าไหร่ ของเป้เหลวอ่า แต่เอาน่าไม่เป็นไร เราไม่ได้กินทั้งแบบนี้ซ้ากหน่อยยย  อิอิอิ เพราะเราจะเอามาแปลงร่าง

นี่เนื้อขนมนะคะ รูๆเพียบเลยย



มาทำทีรามิสุกันค่ะ

ส่วนผสมตามนี้เลยค่ะ ก้อปตาโตมาค่า

ส่วนผสม(สำหรับพิมพ์กลม 8 นิ้ว)

1. มาสคาร์โพเน่ชีส 125 กรัม
2. ไข่แดงจากไข่ไก่เบอร์หนึ่ง/ศูนย์ 3 ฟอง
3. น้ำตาลทรายป่น 85 กรัม
4. วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
5. กาแฟผง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำร้อน 1/2 ถ้วยตวง
6. เหล้าหวานรสกาแฟ/ช็อคโกแลต 1/4 ถ้วยตวง (เหล้านี่เป้ซื้อจากวิลล่า ถามเค้าว่ามีเป็นคล้ายคาลัวร์แต่ถูกกว่าป่าวคะ จะเอาไปหัดทำขนมไม่ยากจ่ายแพงอ่ะ เค้าหยิบขวดนี้ให้เลยค่ะ บอกว่า.. เหมือนกันๆ ขวดนี้ 400 กว่าบาทมังคะ ถ้าจำไม่ผิดนะ)
7. เค้กชิฟฟอนกลมขนาด 8 นิ้ว สูง 3 ซม. 1 ก้อน (เป้ใช้เลดี้ฟิงเงอร์นะคะ)
8. ผงโกโก้สำหรับโรยหน้าเค้ก

+ ถ้าไม่ชอบรสขมสามารถลดกาแฟลงให้เหลือ 2-3 ช้อนชาได้
+ ถ้าไม่มีเหล้าหวาน สามารถใช้เหล้ารัมหรือน้ำกาแฟเข้มข้นแทนได้
และสามารถปรับลดปริมาณเหล้าหวานได้ตามชอบ
+ สามารถเปลี่ยนจากชิฟฟอนเป็นสปองจ์หรือเลดี้ฟิงเกอร์สได้



- ต้มน้ำให้ร้อนไว้ค่ะ ไฟไม่ต้องแรงนะคะ เป้ทำรอบแรกไฟแรงไป ไข่แดงสุกเป็นก้อนคนไม่ไปเลยทีเดียว ต้องทำใหม่อีกรอบแน่ะ 555555



- เอาไข่แดงใส่รวมกับน้ำตาลทรายแล้วตีๆพอเข้ากัน

- ยกไปตีต่อบนหม้อน้ำร้อนบนเตา คนไปแค่ให้เป็นสีเหลืองอ่อนลงพอนะคะ ตอนแรกที่ทำเป้ตีนาน 7 นาทีแบบลูกสนบอก แต่สงสัยไฟเป้จะแรงเกิ๊นซ์ ไข่เป็นก้อนๆเลย ทิ้งเลยคี่ เอาไข่ใหม่มาทำใหม่ ยังไม่เสียมาสคาโปเน่ชีสนะฮ้า เย้ๆๆๆๆ



- สีอ่อนลงแล้ว ยกลงมาจากเตาและหม้อน้ำร้อน เอาเครื่องตีมาตีต่อให้ฟุๆ แต่เป้ตีไงก็ไม่ฟู ก็เลยตีแค่ให้สีเหลืองอ่อนลงอีก ตีจนสีเหลืองอ่อนลงมากๆเลยค่ะ

- แล้วใส่มาสคาโพเน่ชีสลงไป  ตีต่ออีกแป๊บเดียวแค่ให้พอเข้ากันนะคะ ไม่งั้นชีสจะแตกตัวเนื้อจะไม่เนียนนะคะ ตาโตบอกมาแหละ 5555



- แล้วเอาพลาสติกมาแร๊ปโย่วไว้ เข้าตู้เย็นไปรอเลยค่ะ

- เรามาตีวิปครีมกันให้พอข้นๆนะคะ ตอนผสมจะได้เนียนๆ

- แล้วก็เอาในตู้เย็นออกมา คนๆผสมๆกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็แร๊ปโย่วอีกรอบ เข้าตู้เย็นอีกรอบด้วยค่ะ



- แล้วก็มาเตรียมน้ำกาแฟกัน  เป็ใช้กาแฟ 3 in 1 ซองนึง กับน้ำ 1/2 ถ้วย ผสมกัน ค่ะ  แล้วก็ใส่เหล้ากาแฟไปอีก 1/4 ถ้วย ผสมกันไว้เลย



- แล้วก็เอานิ้วของน้องนางออกมา

- แล้วก็จุ่ม แล้วก็วาง  แล้วก็จุ่ม  แล้วก็วาง  (แรกๆก็จุ่มทีละอันค่ะ หลังๆเริ่มไม่ทันใจ กว่าจะชุ่มน้ำกาแฟต้องรออีก  เลยจุ่มทีเต็มแก้วเลยค่ะ ฮ่า ฮ่า )



- ใส่ไปในพิมพ์ถอดก้นนะคะ พิมพ์นี้ซื้อที่เซนทรัลแพงอ่า ตั้ง 945 บาท แง๊ ๆๆ  แต่ก็ซื้อ   เฮ้ออออออออออออออ

-  ตอนจุ่มเนี่ยยต้องกลับหัวกลับหางจุ่มด้วยนะคะ เดี่ยวมันไม่ทั่วอ่า

- วางเต็มพิมพ์แล้วก็เอาส่สนผสมในตู้เย็นออกมา เทลงไปให้ท่วมเลยค่ะ



- แล้วก็เอานิ้วมาอีกค่ะ จุ่มแล้วก็วางอีกเหมือนเดิม แต่คราวนี้จุ่มไปได้มาแค่นิดเดียวต้องเปลี่ยนถ้วยใส่แล้วค่ะ (จริงๆทำตามพี่จุ๋มตั้งแต่แรกก็เรียบร้อยแล้ว ใส่ถ้วยที่จุ่มทั้งอันได้พอดีไปเลย 5555 เซ่อเนาะ คนสวยเนี่ยยย )



- เจ้านิ้วเนี่ยย ดูดน้ำกาแฟเก่งจริงๆเลยค่ะ ดูดเกลี้ยงเลยยย

- แล้วก็วางเหมือนเดิมนะคะ



- แล้วก็ราดหน้าอีกค่ะ ตักให้หมดนะคะ ของมันอร่อยยยย



- ปาดให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้  แล้วก็แร๊ปโย่วอีกรอบก่อนเข้าตู้เย็นสัก 3 ชั่วโมง แต่เป้ก็เข้าข้ามคืนแบบพี่จุ๋มและตาโตทำอ่ะค่ะ 55555 เอาให้ชัวร์อ่ะเนาะ

- ผ่านไปคืนนึง เอาออกมาดันก้นขึ้น แท้แดดดดดดด.....



- โรยโกโก้ซะแล้วตัดเลยค่ะ




อ่ะ หม่ำๆน๊า









Free TextEditor




 

Create Date : 19 มกราคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2552 21:46:23 น.
Counter : 1099 Pageviews.  

"BLACK FOREST CAKE"

เป็นเค้กที่ทำไม่ยากเลยค่ะ..  แถมยังออกมาอร่อยมากๆอีกด้วย ไม่เชื่อต้องลองทำดูนะค๊า แล้วะรู้ว่าไม่ได้โม้...



เนื้อเค้กเป้ใช้เนื้อเค้กของเค้กชอกโกแลตหน้านิ่มนะคะ.. เป็นชิฟฟอนชอกโกแลตค่ะ   ..เอามาสไลด์เป็นแผ่นๆ แล้วเอาพิมพ์วงแหวนกดเป็นวงๆไว้ เพราะวันนี้เราจะทำแบบ มินิ กันนะคะ .. มันน่ารักดี เผื่อไว้แจกปีใหม่ได้เลย




ส่วนไส้ลอกน้องวรรณแมวอ้วนมาทั้งดุ้นเลยค่า 5555  มาตรวจการบ้านด้วยนะคะคุณครู

- แล้วก็เอาเชอรี่กระป๋องออกมา.. 1 กระป๋องเล็กนะคะ เปิดแล้วเทใส่ถ้วย

- ใส่เหล้าแสงโสมลงไป 2 ช้อนโต๊ะ

- เอาเนื้อออกมาหั่น 1 ลูกให้เป็น 4 ชิ้น แล้วพักไว้นะคะ

- เอาน้ำเชื่อมที่ผสมเหล้าลงไปแล้ว มาทาที่เนื้อเค้กให้ชุ่มๆ ฉ่ำๆ เลยค่ะ



** จริงๆแล้วน้องวรรณเค้าใช้กลิ่นรัมนะคะ น้องวรรณบอกว่าใช้เหล้ารัมได้ พี่เอ๋แม่หนูนันท์บอกว่า.. แสงโสมเนี่ยแหละ เหล้ารัมเลยยย เป้ก็เลยใช้แสงโสม 5555  **


- เป้เอาพลาสติกพันเค้กมาพันเจ้าก้อนกลมๆไว้ตอนนี้นะคะ



- แล้วก็เอาเชอรี่ที่หั่นไว้มาวางเรียงๆลงไปเลยนะคะ



- แล้วก็พรมน้ำเชื่อมอีกครั้ง



- ตีวิปครีม 2 ถ้วยตวงกับไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ และวนิลา 1/2 ช้อนชา

- แล้วตักใส่ถุงบีบ บีบลงไปบนเชอรี่เลยนะคะ



- แล้วบีบปิดเชอรี่ให้เต็มๆเลยยยย


- เอาเค้กมาวางทับอีกชั้นนึง



- แล้วพรมน้ำเชื่อมอีกกกก



- แล้วบีบวิปครีมที่ตีเมื่อกี๊ลงไปให้เต็มๆเลยยย จะเสร็จแล้ว จะเสร็จแล้ว




- เอาชอกโกแลตขูดมาโรยๆ แล้วเอาเชอรี่มีก้านมาวางไว้ให้สวยงาม ....  น่ารักเนาะ เสร็จแล้วด้วย ..แต่อันนี้หม่ำไม่ได้ค่า 5555555   สวยเกินไปเอาไว้เป็นของขวัญละกันนน














Free TextEditor




 

Create Date : 08 มกราคม 2552    
Last Update : 8 มกราคม 2552 20:39:09 น.
Counter : 1280 Pageviews.  

"CHOCOLATE CHEESE CAKE"

วันก่อนที่น้องวรรณมาโพสส่งการบ้านน้องดรีม ..  เป้ก็ก้อปสูตรไปลองทำมาแล้วครั้งนึง ..   ได้ส่งการบ้านตอนเสร็จเรียบร้อยให้น้องวรรณดูไปแล้ว

เมื่อหลายๆวันก่อนมีน้องคนนึงหลังไมค์มาถามสูตร แต่เป้หาไม่เจอว่าเซฟเก็บไว้ที่ไหน พยายามไปเสริซหาในgoogleก็ไม่เจอ ในพันทิปก็ไม่อยู่แล้ว รู้สึกผิดมากๆ บอกน้องเค้าไปว่า...  พี่จะพยายามหาให้เจอให้ได้ ...  และแล้ว วันนี้ก็เจอแล้วค่า เซฟไว้ในเครื่องนี่แหละ แต่ดันไปเซฟชื่อขนมว่า .. ขนมถ้วย .. 55555  สงสัยวันนั้นที่เซฟไว้เป็นวันเดียวกับวันที่เซฟสูตรขนมถ้วย



สูตร ก้อปมาตามนี้เลยนะคะ  .. ลิงค์ที่น้องวรรณลงหาไม่เจอแล้วอ่ะค่ะ

Chocolate Cheesecake

ส่วนผสมครัสต์
แครกเกอร์ 70 กรัม
เนยจืด 50 กรัม

ส่วนผสมชีสเค้ก
ครีมชีสอุณหภูมิห้อง 250 กรัม
ดาร์คช๊อคโกแล็ต 225 กรัม (250 กรัม)
เนยจืด 50 กรัม
วีปปิ้งครีม 50 กรัม
น้ำตาล 70 กรัม (50 กรัม)
ไข่ 1 ฟอง
วนิลา 1/4 ช้อนชา (1 ช้อนชา)

ส่วนผสมช๊อคโกแล็ตกานาช
ดาร์คช๊อคโกแล็ต 50 กรัม
วีปปิ้งครีม 25 กรัม
เนยจืด 15 กรัม


คราวนี้ใช้พิมพ์ถอดก้นแบบหัวใจเล็กๆ ..  ที่ได้ก้นมาแล้ววววว  ต้องขอบคุณคุณฝนมากๆนะคะ ที่ให้ข้อมูลร้านคุณพเยาว์ เป้สั่งทำและได้มาเรียบร้อยแล้ว ทำไปทำมา สั่งคุณเยาว์ทำหลายอย่างเลยย แหะแหะ

วิธีทำ..  บางอย่างก็ตามน้องวรรณ บางอย่างก็ตามน้องดรีม เพราะน้องวรรณบอกว่า น้องวรรณทำไม่เหมือนน้องดรีมทุกอย่าง เพราะฉะนั้นบางอย่างเป้ก็ทำตามใจตัวเอง  5555555555555555555  อ่านแล้วงงเนาะ  ผ่านๆมันไปนะคะ คนเขียนยังงงเลย  มาดูวิธีทำกันเถอะ  

-  ขั้นแรก  เอาบิสกิต เป้ใช้ ฮับเส็ง มาบดๆให้ละเอียด
- ใส่เนยละลาย แล้วคลุกๆให้เข้ากัน



- เอากรุลงพิมพ์ที่ถอดก้นได้เลยนะคะ  กรุให้แน่นๆ เป้ที่บดยาที่มากับครกเล็กๆ ซื้อมาจากตลาดของเก่าตั้งนานได้แต่ตั้งไว้เฉยๆ มีประโยชน์ก็ตอนมาทำขนมนี่แหละค่ะ 555555



- เสร็จแล้ว น้องๆเค้าเอาไปอบให้หอมนะคะ ไฟ 160 องศา นาน 10 นาที แต่เป้ไม่อบอ่ะคะ เพราะว่าลืมมมมม  นึกว่าไม่ต้องอบอ่า แหะ แหะ  
- เป้เอาไปแช่ไว้ในช่องฟรีซอ่ะค่ะ ระหว่างรอทำส่วนชีสเค้ก
- คราวนี้เราก็มาทำส่วนชีสเค้กกันนะคะ นี่คือส่วนผสมค่ะ



- เริ่มต้นเป้ก็เอาชอกโกแลตที่หั่นเล็กๆแล้วใส่ถ้วยค่ะ ใส่เนยลงไปด้วย แล้วก็เอาเข้าเวฟ 1 นาที  


* ขั้นตอนนี้ไม่เหมือนน้องดรีมกับน้องวรรณนะคะ น้องๆเค้าเอาขึ้นไฟใส่หม้อ น้องวรรณใส่วิปครีมไปต้มด้วยเลย แต่เป้ขี้เกียจล้างหม้อ 55555



- ครบ 1 นาทีเอาออกมากวนๆ คนๆ ให้ได้เนื้อเนียนๆเข้ากันๆแบบนี้นะคะ



- แล้วก็พักเอาไว้นะคะ

- มาหั่นครีมชีสให้เล็กๆใส่โถผสมไว้ค่ะ แล้วตีให้เนียนๆเลยนะคะ



- เนียนแล้วใส่ส่วนชอกโกแลตลงไปเลยค่ะ เครื่องตีไป ก็ใส่ไปเลย
- แล้วก็ใส่วิปครีมลงไปตามๆกันเลย



- จะได้มาเยี่ยงนี้นะฮ้า  พักไว้ก่อนเลยค่า



-  หันมาตีไข่ 1 ฟองกับน้ำตาลทรายค่ะ ใช้เครื่องดีกว่านะคะ ให้ดีที่สุดเสียบแท่นไปด้วยค่ะ ได้ข่าวว่าน้องวรรณแอบบ่นในทู้ที่ส่งการบ้านน้องดรีมว่าถือที่ตีจนเมื่อย เป้เลยเสียบแท่นไว้ก่อนเลย ขนาดใช้แท่นยังรอให้มันฟูขาวจนเมื่อยเลยเหมือนกันนะคะ



-  ตีจนได้มาแบบนี้นะคะ ไม่แน่ใจว่าฟูพอรึยัง แต่ความอดทนรอมันบอกว่า พอแล้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน



- จัดการเอาหยินกับหยางมาผสมกันเลยค่ะ คนๆให้เข้ากัน ไม่ต้องแรงแต่ต้องทั่วๆนะคะ



- หยินกับหยางรวมกันได้แบบนี้ค่ะ



- ตักใส่พิมพ์เลยค่ะ เป้ใส่เกือบเต็มพิมพ์เลย เพราะชีสเค้กคงไม่ฟูขึ้นมามากเท่าไหร่อ่ะค่ะ



- แล้วเอาเข้าอบไฟ 140 องศา บนกับล่าง น้องๆอบนาน40 กับ 60 นาที พิมพ์เป้อบแค่ 25 นาทีเองค่ะ
- เป้ทำไม่เหมือนน้องๆตรงที่แอบเอาน้ำใส่ถาดรองไว้ด้วย แหะ แหะ



- ครบเวลาเอานิ้วไปแตะๆดู ไม่ติดนิ้วมาแปลว่าสุกแล้วนะคะ ถ้ายังติดแปลว่า อบต่อไปอีกค่ะ มันยังไม่ได้

- สุกแล้ว น้องๆเค้าให้ปิดไฟแต่เปิดฝาเตาเอาไว้แง้มๆ ต่อไปอีก 5-6 ชั่วโมง แต่พี่เป้เอาออกมาวางบนตะแกรงผึ่งเลยค่ะ ให้เย็นแล้วเอาเข้าตู้เย็นไปเลยคืนนึง 555555  พิมพ์เล็กก็ดีงี้แหละค่ะ หน้าไม่แตกด้วยน๊า



-  ผ่านไป 1 คืน รีบตื่นมาลุ้น เอาออกแสนง่ายเลยค่ะ เอานิ้วดันก้นขึ้นมานะคะ หลุดจากพิมพ์อย่างง่ายดายย



-  ก้นก็เอามีดแซะๆออกมาค่ะ หลุดง่ายมากกกกก



- ตกแต่งซะหน่อย ด้วยอัลมอนด์กับชอกโกแลตกานาจและมาชแมโรว เหมือนน้องๆนั้น พี่เป้ไม่ทำค่ะ เพราะพี่เป้ไม่มี 5555  พี่เป้ใช้อัลมอนด์เม็ดๆ และชอกเฮอร์เชย์ขวดๆโลดดดค่ะ  
- ได้แบบนี้  สองชิ้นนี้ของน้องดรีมกับน้องวรรณ 5555555555 ได้อยู่บนใบทองเพราะเค้กนี้น้องเป็นครู



- ส่วนพวกเราคณะผู้ติดตามทั้งหลายเอาไปคนละชิ้นนะคะ










Free TextEditor




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2551    
Last Update : 26 ธันวาคม 2551 7:21:01 น.
Counter : 1151 Pageviews.  

..... " APPLE TART " ......

มีแอปเปิ้ลเขียวที่เริ่มจะช้ำๆสงสัยว่าอีกไม่นานต้องทิ้งแหงมๆ เลยเอามาทำอะไรกินดีกว่า เศรษฐกิจไม่ดีอย่าทิ้งเลยนะคะ

เป้เอามาทำทาร์ตแอปเปิ้ลค่ะ ตอนนี้ที่บ้านเป้ฝนตกหนักทั้งวันทุกวันน้ำก็ท่วมไปหลายๆที่แล้ว อากาศก็เย็นๆได้กินแอปเปิ้ลทาร์ตนี่ตอนอุ่นๆนะ... ฮื้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม .. ชื่นใจที่สุดเลย  พูดแล้วก็ยากกินอีก แต่แอปเปิ้ลหมดแล้ว ไม่ซื้อแล้วค่ะ รอๆๆๆๆ รอในกระเช้าปีใหม่ของพ่อกะแม่ดีกว่า .. กรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ




สูตรเอามาจากหนังสือเล่มนี้ค่ะ อร่อยดีนะคะ ใครๆได้ทานก็ชมว่าอร่อย เคล็ดลับตอนตักให้ใครๆทานเนี่ยเอาเข้าเวฟอุ่นสัก.. 30 วินาทีนะคะ ออกมาหอมมมม อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



แป้งสาลีอเนกประสงค์  2 + 1/3 ถ้วย + 1 ช้อนโต๊ะ
เนยสดชนิดจืด 1/2 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายละเอียด 1/4 ถ้วย + 1 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
เกลือ 1 หยิบมือ
ผิวมะนาวขูด 1/2 ลูก
ไข่ไก่           1 ฟอง
กลิ่นวนิลา   1/2 ช้อนชา

* สูตรเล่มนี้มาแปลกๆเนาะ ถ้วย + ชต.+ชช  ตอนตวงเล่นเอางงๆเหมือนกันค่ะ  ..... เป้ว่าสูตรแป้งยังไม่โดนเท่าไหร่ ต้องหาต่อไปเพราะเคยกินแป้งที่อร่อยๆกว่านี้อ่ะค่ะ *



ทำแป้งกันก่อนนะคะ

* ในหนังสือให้ตีเนยและน้ำตาล เกลือ ผิวมะนาว ด้วยไม้พายจนเนียน แล้วใส่ไข่ วนิลา ตีต่อให้เนียน ใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไปแล้วตะล่อมให้เข้ากัน แร๊ปไว้เข้าตู้เย็น 15-20 นาทีนะคะ *

แต่เป้ทำอีกแบบอ่ะค่ะ เพราะมีที่สับแป้งกับเนยอยู่เลยต้องเอามาใช้สักหน่อย 5555

- เริ่มต้นก็เอาแป้งร่อนใส่ชามผสมไว้ค่ะ
- หั่นเนยเป็นชิ้นเล็กๆหน่อยใส่ลงไป  -  ขูดผิวมะนาวใส่ลงไปด้วยในชามแป้งกับเนยเลยนะคะ



- เอาที่สับเนยสับๆๆเลยค่ะ สับให้เข้ากัน ไม่ต้องปราณี เกลียดใครต้องมองหน้ามันให้อยู่ในกะละมังเลยแล้วสับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



- ได้เป็นเม็ดๆแบบนี้นะคะ



- เอาน้ำตาลทรายลงไปคลุกๆคนๆให้เข้ากันกับแป้งที่เป็นเม็ดแล้ว หรือจะเอาไปละลายในส่วนไข่กับวนิลาก็ได้ค่ะ เหมือนกันเนาะ เปเอาไปคนกับแป้งก่อน

- แล้วเอาวนิลาใส่ลงไปในไข่ แล้วตีๆให้เข้ากัน

- ทำแป้งเป็นหลุมตรงกลางเทส่วนไข่ลงไปเลยค่ะ



- แล้วก็เอาไม้พายเคล้าๆให้เข้ากัน แค่เคล้าๆเน้อออ อย่าไปคนมันนะคะแป้งจะแข็งค่ะ

- ได้เป็นก้อนแบบนี้แล้วเอาแร๊ปไว้เข้าตู้เย็นไปสัก 30 นาทีนะคะ



- มาจัดการแอปเปิ้ลกันนะค๊า สูตรอยู่ในรูปด้านบนนะ อ่านออกป่าวคะ

- เอาที่หั่นแอปเปิ้ลกดลงไปเลยค่ะ ทำให้เป็นชิ้นๆนะคะ



- ปอกเปลือกแล้วเอาแช่ในน้ำผสมน้ำมะนาวนะคะ เพื่อไม่ให้แอปเปิ้ลมันดำน่ะค่ะ



 ในหนังสือเค้าหั่นลูกนึง 8 ชิ้น แต่ของเป้มันมีน้อยใช้สอยอย่างประหยัด เลยเอามาหั่นเป็น 16 555555555555555

- แล้วก็เอาลงไปผัดกับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ให้สุกนิ่มค่ะ



- เป้ใส่ซินนามอนซังลงไปด้วยนิดนึง ชอบๆอ่ะค่ะ หอมดี

- แล้วก็ผัดๆๆๆๆ  ควันฉุยเลย ห๊อม  หอม  เป้แอบใส่เนยไปนิดนึงด้วย กลัวไม่อ้วนพอ โฮะ โฮะ โฮะ



- เชคว่าแอปเปิ้ลสุกรึยังโดยการเอามีดปลายแหลมๆจิ้มลงไปนะคะ ถ้าจิ้มง่ายสะดวก ไม่มีแอปเปิ้ลติดมีดขึ้นมาก้แปลว่า สุกแล้นนนนนนนนนนนนนนนน

- เอาขึ้นมาพักให้เย็นค่ะ



- เอาแป้งที่เก็บไว้ในตู้เย็นและอุปกรณ์มาเตรียมให้พร้อมค่ะ เราจะกรุแป้งลงพิมพ์กัน



- ในหนังสือเค้าเอาไม้นวดแป้งคลึงๆให้เป็นแผ่นแล้วม้วนมาวางลงในพิมพ์ถาดพาย เป้ลองทำแล้วค่ะ 555555 ไม่สำเร็จค่ะ เฮ้อออออออออ ยังมาอวด

- แต่เป้ค้นพบวิธีใหม่ค่ะ ใครจะเอาไปใช้ก็ได้เลยนะคะ ง่ายสะดวกไม่ต้องใช้ความสามารถมากมายเลยด้วย ฮี่ๆๆๆๆๆ เป้ทำแบบนี้นะคะ

- เอากระดาษไขที่เราใช้ตัดรองพิมพ์มาแผ่นนึง พับครึ่งค่ะ แล้วเอาแป้งก้อนนั้นไปวางไว้ตรงกลางระหว่างกระดาษไข 2 แผ่นนะคะ

- เอาที่นวดแป้งคลึงๆให้ความหนาบางตามชอบ เป้ชอบกินแป้งเลยทำหนาหน่อยอ่ะค่ะ

- ได้ขนาดที่ต้องการแล้ว เอาถาดพายมาวัดนะคะให้เหลือขอบออกมาสัก 1-2 นิ้วด้วยนะคะ

- แล้วลอกกระดาษด้านนึงออกค่ะ เอาถาดพายไปวางไว้บนกระดาษด้านที่ลอกออกมานะคะ

- แล้วก็เอาอีกด้านที่เหลือ ซึ่งก็คือด้านที่มีแป้งติดอยู่ เอาลงมาปิดลงบนถาดพายเลยค่ะ แล้วค่อยๆลอกกระดาษออก แป้งก็จะลงไปอยู่ในถาดแล้วค่ะ 555555 ง่ายใช่มั๊ยค๊า ตัดตกแต่งขอบให้เรียบร้อยด้วยจ้า



- ตัดตกแต่งขอบให้เรียบร้อยแล้วแร๊ปอีกครั้งค่ะ เอาเข้าช่องฟรีซเลย เพราะในหนังสือบอกว่า ถ้าเข้าฟรีซไว้ก่อน ตอนอบแป้งจะไม่หดล่ะค่ะ

- เข้าไปสัก 15 นาทีนะคะ แล้วเป้ก็เอาออกมาตกแต่งขอบๆให้งดงามโดยการปั้นเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆแล้วแปะต่อๆกันค่ะ แหะ แหะ น่ารักเนาะ

- ในหนังสือบอกให้อบก่อนด้วยค่ะ ไฟ 180 องศาซีนานประมาณ 20 นาทีนะคะ (แต่เป้ว่าจริงๆไม่ต้องก็ได้มั๊งคะ อบไปพร้อมแอปเปิ้ลก็น่าจะได้) เป้ก็อบค่ะ เอาส้อมจิ้มให้เป็นรูๆก่อนอบด้วยนะคะ แป้งจะได้ไม่พองๆออกมา



ระหว่างรออบแป้งก็มาทำหน้ากันค่ะ

- เอาส่วนผสมตามรูปข้างบนนู่นมาเลยค่า



- ใส่ไข่แดงและไข่ไก่ลงไปในอ่างผสม ใส่น้ำตาลที่เหลือจากผัดแอปเปิ้ลลงไป ตีให้เข้ากัน สีไข่อ่อนลงนะคะ

- แล้วใส่นมกับวิปครีมและซินนามอนลงไป คนๆให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จแล้วค่ะ



- ครบเวลาแล้ว เอาพายออกมาตั้งให้เย็นหน่อยนึงนะคะ

- เอาแอปเปิ้ลมาเรียงๆกันในถาดพาย  เรียงให้เต็มๆถาด ยิ่งเยอะยิ่งอร่อยนะคะ แอปเปิ้ลเป้เหลือนิดเดียวต้องเฉลี่ยๆกันเพราะทำ 2 ถาดอ่ะค่ะ 55555



- ตักส่วนหน้าราดลงไปบนแอปเปิ้ลเลยค่ะ ราดให้เยอะๆเลยนะ มันอร่อยตรงนี้เนี่ยแหละจ้า



- แล้วเอาเข้าอบไฟ 160 องศาอีกครั้งนึงค่ะ นานสัก 35 นาทีได้ค่ะ อบให้หน้ามันตึงๆ เชคโดยการเอานิ้วแตะๆหน้าแล้วไม่มีอะไรติดนิ้วมานะคะ เป็นอันว่าใช้ได้แล้ว



- จะทานแบบนี้เลยก้ได้ค่ะ ในหนังสือเสร็จแค่ตรงนี้นะคะ ทานได้เลย แต่เป้มันไม่พอค่ะ ท่านผู้ชมขา...

- ดุๆแล้วส่วนผสมหน้ามันไปคล้ายๆครีมบูเล่แฮะ .. งั้นก็ต้องเผาน้ำตาลซะหน่อย ต้องอร่อยขึ้นแหงมๆเลย  ว่าแล้วก็โรยน้ำตาลทรายแดงลงไปเลยค่ะ



- แล้วเอาเข้าไปย่างเฉพาะข้างหน้าอีกที โดยเปิดเป็นไฟบนอย่างเดียว 200 องศาซีไปเลย แค่ 2 นาทีเอง ออกมา น่ากินได้อย่างไม่น่าเชื่อ



- หนังสือเค้าบอกอีกว่า.. ถ้าอยากให้ตัดง่ายๆ ต้องเอาเข้าแช่เย็นสักหน่อย แต่ความหอมไม่ปราณีใครค่ะ ไม่ข้งไม่เข้ามันแล้ววว  รอมานานนนนนนนนนน กินกันเต๊อะ... 55555



 ร้อนๆก็ไม่ได้ตัดยากเย็นอะไรนะคะ .. อิอิอิ  เอาส้อมตัดยังได้คมเฉียบเลย



อ่ะค่ะเนี่ยยยยยย       ป้อนนนนนนนนนนนนนนนนนน



ส่วนผสมหน้าจะมีเหลืออีกเยอะเลยนะคะ เป้ดุๆแล้วส่วนผสมจะไปคล้ายๆกับครีมบูเล่เลยค่ะ


แล้วจะช้าอยู่ใย เอาไปใส่ถ้วยแล้วเอาเข้าอบไฟ 180 องศาซี ประมาณ 25 นาทีเอาออกมาหอมฉุยยเชียวค่า


วางไว้ให้เย็น แล้วเอาเข้าตู้เย็นเลยนะคะ พอจะทานก็เอาน้ำตาลทรายกับน้ำตาลมรายแดงโรยๆให้ทั่วแล้วเอาไฟเผาหน้าให้กรอบๆหน่อย


หูยยยยยยยยยยยยยยยย .... อร่อยเหาะเลยยยย สาบานได้ ไม่ได้โม้น๊า


เดี๋ยวตอนเย็นๆจะเอารูปมาแปะให้นะคะ ตอนนี้อยู่ที่ออฟฟิศให้กลับบ้านก่อนเน้ออออ



รูปครีมบูเล่.. ที่สัญญาไว้ค่า



ทานกับกาแฟ หรือ ชา นะคะ  อร่อยค่อด ค่อด







Free TextEditor




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2551    
Last Update : 5 ธันวาคม 2551 9:39:54 น.
Counter : 1396 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

อย่างแรง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Very Vanilla Cupcake


ชูครีม


ดอกไม้


Fruit Tart


Hokkaido Milky Loaf


Brownies


ใบเตยคัสตาร์ด


ของขวัญ


ขนมปังแฮมชีส


ผีเสื้อราตรี


ชิฟฟอนปูกะเอ


ขนมถ้วย


เค้กมะพร้าวอ่อน


butterfly2


butterfly3


GIFT


Short cake


White Choc Macadamia Nut Cookies


ชิฟฟอนมะพร้าวอ่อน


Best Chocolate Cupcakes


chocolate cheesecake


Green Tea Cake


BarBie's Cake


Apple Cake


คุกกี้งาขี้ม่อน


Chocolate Truffle Cake


รถไฟโทมัส


Strawberry Mousse Cake


MaMon Cake


APPLE TART


"CHOCOLATE CHEESE CAKE"


"BLACK FOREST CAKE"


" Lady's Finger " and "Tiramisu"


" Cream Cheese Spiral "



Friends' blogs
[Add อย่างแรง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.