Bloggang.com : weblog for you and your gang

บล๊อกสำหรับคนรักเบเกอรี่

ยังไงๆก็อร่อยเช่นเคย Mamon Cake

จะทำสักกี่ร้อยครั้ง ก็อร่อยถูกใจ

ทำไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว ชอบมากๆกับ เค้กมาม่อน หรือ Filipino sponge cake
สูตรนี้ปู้พบครั้งแรกในบล็อกของคุณ BETTY SHIMABUKURO ซึ่งลงสูตรไว้ตั้งแต่ปี 2002 ดูจากชื่อเจ้าของเวปน่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นเนอะ

เห็นบอกว่าสูตรที่เอามาทำนี้ก็มาจากเวปหนึ่งอีกทีอ่ะค่ะ ต่อมาก็มาเจอสูตรมาม่อนที่ เวป Recipezaar.com ดูจากส่วนผสมก็น่าจะเป็นสูตรเดียวกัน

และทั้งสองสูตรไม่มีเกลือ เลยคิดว่ารสชาติของเค้กที่ไม่มีเกลือคงจะจืดชืดน่าดู เลยเติมลงไปหยิบมือเพื่อเสริมรสค่ะ

อ่อ สูตรที่คุณพี่ Betty บอกมาก็คือเวป Duyan ซึ่งเป็นเวปของสังคมชาว Filipino
และผู้ที่นำสูตรนี้มาลงคือ Virginia Rodriguez

ชอบเค้กแบบนี้มากๆ ติดใจก็ทำมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว และจะทำต่อไปอีกเรื่อยๆจนตาย อิๆๆ


ส่วนผสมก็มีไม่กี่อย่างเองค่ะ วิธีทำก็ง่ายไม่ยุ่งยากอะไรเลย


ทำลงบล็อกมาหลายครั้งแล้วนะ คนที่ชมบล็อกอย่าเพิ่งเบื่อนะคะ :D










เนื้อเค้กนุ่ม กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบมั่กมากกกกกกก เริ่ดที่สุดสำหรับคนที่ไม่ชอบเค้กแบบมีครีมนะ

ทำไปฝากใครๆ ติดอกติดใจทู๊กราย










เอามือบีบเข้าหากัน เด้งดึ๋งๆสู้มือ









ส่วนผสม

แป้งเค้ก 1 ถ้วย

ไข่เบอร์สอง 6 ฟอง แยกไข่ขาวและไข่แดง

ครีมออฟทาทาร์ 1 ช้อนชา

ผงฟู 1 ช้อนชา

Vanilla Extract 1 ช้อนชา >>

ปู้ใช้ Mexican Vanilla Extract + Madagascar Vanilla Bean Paste

น้ำตาลทรายป่น 1 ถ้วย >> ไม่ชอบหวานเลยตักออก 3 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณว่าปริมาณน้ำตาลที่ใส่คือ สามส่วนสี่ถ้วย

น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย >> เลือกใช้น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันคาโนล่า หรือใช้น้ำมันเมล็ดชาก็ได้ค่ะ

เกลือป่น หยิบมือ >> ในสูตรไม่มี แต่ใส่เองค่ะ










วิธีทำ เริ่มจาก วอร์มเตาอบ ใช้ไฟประมาณ 175 C ไฟบน-ล่าง

จากนั้นก็ร่อนแป้งกับผงฟู 2 ครั้ง











ไข่แดง ที่แยกไว้แล้ว ใส่น้ำมัน เกลือและวานิลลงไป คนผสมให้เข้ากัน










วานิลลาใช้ของมาดากัสการ์นะคะ









ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาทาร์ ปู้ตีแบบใช้สปีดสูงเลยค่ะ









พอไข่ขาวมีฟองหยาบก็ค่อยๆทยอยใส่น้ำตาลลงไปทีละช้อน

ตีต่อไปจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน ค่อนไปทางยอดกลางนะคะ ระวังอย่าตีเพลินจนตั้งยอดแข็ง









จากนั้นก็เทส่วนผสมไข่แดงลงไปเป็นสาย ตีต่อไปอีกเล็กน้อยแค่พอส่วนผสมเข้ากันดี แล้วลดลงตีด้วยสปีดต่ำ 30 วินาที เพื่อตัดฟองอากาศ แล้วก็ปิดเครื่องได้เลย











ค่อยๆทะยอยเทแป้งลงไปเบาๆ หรืออาจจะแบ่งแป้งออกเป็นส่วนๆ แล้วตะล่อมไปในแต่ละครั้งที่เทแป้งก็ได้นะคะ

แต่ว่าปู้ถนัดทำแบบนี้มากกว่า











ใช้ตะกร้อมือตะล่อมเบามือจนแป้งผสมเข้ากันดีกับส่วนผสมไข่









เทใส่พิมพ์ 8 นิ้ว สองพิมพ์ (ทาเนยบางๆที่ก้นและรอบพิมพ์ด้านใน)









ใช้เวลาอบประมาณ 25 นาทีค่ะ
เช็คสุกโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปตรงกลางเค้ก ถ้าไม่มีเศษเค้กเหลวๆติดมา ก็แปลว่าใช้ได้แล้วค่ะ

หงายตรูดดดดดดดดดดดดดดโชว์











โรยหน้าด้วย Cheddar Cheese ขูดฝอยค๊า ใส่ไปเยอะๆเลย หอมๆมันๆเค็มๆดีอ่ะ









จริงๆแล้วเราสามารถใส่กลิ่นต่างๆลงไปในเนื้อเค้กได้นะคะ เช่น ใบเตย กาแฟ ชอกโกแลต ส้ม หรือ กลิ่นอื่นๆตามแต่จะสร้างสรรค์

ในครั้งนี้เราทำรสชาติแบบ Original และโรยหน้าด้วยชีสเชดด้าตามแบบสมัยนิยม หุหุหุ










ลองทำดูนะคะ ทำง่ายและอร่อยถูกใจค่ะ ครั้งหน้าเดี๋ยวจะทำเค้กมาม่อนใบเตยหน้าฝอยทองนะคะ หรือไม่ก็เค้กมาม่อนรสส้มหน้าแครนเบอรี่อ่ะค่ะ รอก่อนนะคะ ถ้ามีเวลาว่าง ทำแน่นอนค่ะ

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนนะคะ บั๊บบายค๊า:P




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 9:51:35 น.
13 comments
Counter : Pageviews.

 

ฟูน่าหม่ำสุดๆเลยครับ น้องกระชายเคยแต่ซื้อเขาทานแพงทีเดียว

วานิลลาเพี้ยบหลายแบบเลยครับ อยากมีบ้าง หอมๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: กระชายน้อย 12 พฤศจิกายน 2552 11:15:11 น.  

 

น่ากินมากมาย เก่งจัง

แล้วจะเอาไปทำได้มั๊ยเนี่ยเรา คิคิ




ทักทายค่ะ เข้าไปให้กำลังกันได้นะคะ

Chill FM 89 คลื่นเพลงสบาย แบบมีสไตล์ ชวนคุณสัมผัสความ Chill

ริมทะเลหัวหิน ณ Springfield ชม Free concert

Tattoo Colour, Paradox, Lipta, Scrubb

 

โดย: i-beauty 12 พฤศจิกายน 2552 11:17:50 น.  

 

แวะชิมค่าคุณปู้

 

โดย: yayojung 12 พฤศจิกายน 2552 11:23:13 น.  

 

น่าทานมากค่ะ นุ่มแบบเด้งได้ด้วย

 

โดย: nat_nene 12 พฤศจิกายน 2552 11:28:24 น.  

 

ทำก้อนใหญ่แบบนี้ น่ากินอีกแล้ว

 

โดย: wee_nong 12 พฤศจิกายน 2552 12:12:07 น.  

 

เคยทำแล้วคะ แต่สูตรไม่เหมือนกัน
แต่เสร็จแล้วก็ดูคล้าย ๆ กัน
เดี๋ยวจะลองทำดูว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน
น่าทาน นุ่ม ฟู ดีคะ

 

โดย: แม่อ้วนใจดีที่สุด 12 พฤศจิกายน 2552 12:27:34 น.  

 

ชอบทานมาม่อนค่ะ นุ่มนิ่มเบาๆ ดี

 

โดย: may-indy 12 พฤศจิกายน 2552 13:44:12 น.  

 

น่ากินจังเลยค่ะ

 

โดย: ข้าวเหนียว~หมูแดง 12 พฤศจิกายน 2552 14:37:33 น.  

 

ขอชิ้นนึง ที่มีชีสเยอะๆ นะคะ คุณปู้

 

โดย: คาร์เนชั่นสีม่วง 12 พฤศจิกายน 2552 15:04:40 น.  

 

น่าอร่อยจังเลยค่ะ คงนุ่มมาก ๆเลยเน๊าะ

 

โดย: นิกกี้ (N_silk ) 12 พฤศจิกายน 2552 21:17:09 น.  

 

เค้กนุ่ม ๆ หอม ๆ

น่ากินจังค่ะ

 

โดย: ซามอ 13 พฤศจิกายน 2552 10:25:38 น.  

 

นุ้มนุ่มน่าทานมาก ๆ ค่ะ

 

โดย: Baked by PonG 15 พฤศจิกายน 2552 19:54:56 น.  

 

สวยเกินคำบรรยา ดูแบบนุ่มอย่างกะใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเลยค่ะ

 

โดย: หญิงแม่ 16 พฤศจิกายน 2552 15:54:45 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ดอกการะเวก

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

หลังจากชีวิตเรรวนซวนเซเพราะเอ็นสะท้านไม่ติด จากที่เคยมุ่งมั่นอยากเรียนด้านการโรงแรมหรือไม่ก็นิเทศศาสตร์ แต่ก็โดนที่บ้านคัดค้านสุดฤทธิ์ และแนะนำให้เข้าเรียนนิติศาสตร์ม.ราม แต่เรียนไปได้เทอมเดียว ถึงได้รู้แก่ใจแน่แล้วว่าไปไม่ไหวแน่นอน จึงเบนเข็มมาเรียนรัฐศาสตร์ ซึ่งในที่สุดก็เรียนจบจนได้ ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯด้วยความภาคภูมิใจ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเรียนตั้ง 5 ปีก็เหอะ

หลังเรียนจบก็ล่องลอยเคว้งคว้าง จับต้นชนปลายไม่ถูก ลองทำงานประจำก็ไม่ถูกจริตกับนิสัยที่ชอบความเป็นอิสระ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุของชีวิต เป็นไฟล์ทบังคับที่ไม่ให้ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด และรวมไปถึงการทิ้งความฝันที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้วย ในปี 2546 ชาวอุบลจึงได้มีโอกาสต้อนรับร้านอาหารและเบเกอรี่ที่ชื่อ Baibua Coffee & Homemade Cake

4 ปีเต็มที่ดำเนินธุรกิจ มีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา ผ่านร้อนผ่านหนาว และบททดสอบที่เจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า ผิดด้วยหรือที่ทำอาหารฝรั่งได้โดยที่ไม่เคยไปเรียนทำอาหารมาจากสถาบันใดๆในโลก

ปี 2550 เดินเข้าเดินออก Tante Marie Cooking School ในมหานคร San Francisco ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารที่ติด 1 ใน 10 ของ North America

สุดท้ายเมื่อกลับเมืองไทย ตัดสินใจยุติการดำเนินการร้านอาหาร เมื่อพบว่า วิชาความรู้และความสามารถของเราคงจะไม่มีประโยชน์อันใดกับกลุ่มคนที่ไม่เห็นค่าของมัน
ลูกค้าส่วนมากอยากจะกินอาหารฝรั่งดีๆหรูๆ แต่ไม่อยากจ่ายในราคาที่เค้าคิดว่าแพงเกินไป เพราะว่าเค้าไม่เคยเข้าใจถึงต้นทุนวัตถุดิบที่เราเลือกใช้ว่าต้องดีที่สุดที่เราเพียรพยายามหามาได้ และคุณภาพของอาหารกับราคาที่เหมาะสมกัน มันก็คือสิ่งเดียวที่ทำให้เราสามารถดำเนินธุรกิจร้านอาหารต่อไปได้
มีหลายคนบอกว่า เราอยู่ผิดที่ผิดทางเอง คิดๆดูแล้วก็คงจะจริงของเค้านะ

ทุกวันนี้ ยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยังเสียดายและเฝ้ารอจะให้เรากลับมาให้บริการอาหารอีกครั้ง ก็ขอขอบคุณจากใจจริงในความปรารถนาดีและมิตรภาพดีๆที่เรามีให้กัน จากวันนั้นจวบจนถึงวันนี้ จากลูกค้าธรรมดาๆ คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้กลายมาเป็นเพื่อน เป็นพี่ หรือเปรียบเสมือนญาติ ขอบคุณที่ชื่นชม ให้กำลังใจ และเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรารักเสมอมานะคะ

ปล. ในส่วนของเบเกอรี่และเค้กยังคงรับออเดอร์ตามปกติ ด้วยความขอบคุณสำหรับคำนิยมของลูกค้าหลายๆท่านที่ได้กลายมาเป็นสโลแกนของร้าน " ร้านเค้กอันดับหนึ่งของจังหวัดอุบลฯ"

http://www.baibuacake.com

 
Group Blog

 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 พฤศจิกายน 2552

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add ดอกการะเวก's blog to your weblog]
Links