ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
Microwavable Chocolate Mug Cake



จากการอ่านกระทู้เล่นๆ ในโต๊ะก้นครัวมาหลายปี สังเกตเห็นว่า คำถามหนึ่งที่มักมีให้เห็นบ่อยๆ ก็คือเค้กสูตรไหนบ้างที่สามารถอบได้ด้วยไมโครเวฟ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ เค้กที่ออกมาก็มักจะมีเนื้อแปลกๆ ที่ไม่เหมือนเค้กที่อบโดยใช้เตาอบเท่าไหร่ อุ่นเลยไม่ค่อยแนะนำให้ใครใช้สูตรเค้กปกติไปอบด้วยไมโครเวฟนัก

ต่อให้ไม่อ่านในกระทู้ แต่อุ่นก็มักได้รับคำถามจากคนใกล้ชิดเสมอว่ามีขนมอะไรที่ทำได้ง่ายๆ เหมาะสำหรับคนที่ทำอาหารไม่เป็น แล้วก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรมากนัก .. ซึ่งส่วนใหญ่ก็แนะนำได้ไม่กี่อย่าง เพราะส่วนใหญ่เบเกอรี่เป็นขนมที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชั่งตวง แล้วก็เครื่องทุ่นแรงคือเครื่องตี หากไม่ได้ทำขนมเป็นประจำ ไม่มีอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับทำเบเกอรี่อยู่ในครัว ก็ไม่ค่อยสะดวกนัก

ช่วงนี้อุ่นเพลิดเพลินกับการนั่งดูคลิปใน youtube ไม่น่าเชื่อว่ามีคนที่ชอบทำคลิปสาธิตการทำอาหารของตัวเองมากมายขนาดนี้ มันก็เป็นผลดีกับผู้ชมทางบ้านอย่างเราๆ เพราะก็ได้สูตรประกอบภาพไปด้วย ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นมากๆ

คืนวันศุกร์ ลองพิมพ์คำว่า microwave cake ลงไปใน youtube ดู ก็เลยได้เห็นว่า มีขนมอยู่สูตรหนึ่งที่มีคลิปสาธิตเยอะแยะจนดูไม่หมด นั่นก็คือ 5 Minute Chocolate Cake .. เค้กที่ใช้เวลาผสมและอบแค่ 5 นาทีเท่านั้น แถมไม่พอ ดูเค้าทำมันง้ายง่าย เหมือนแค่ชงกาแฟเท่านั้นเอง แป๊บๆ ก็ได้เค้กฟูๆ มาตักหม่ำกันแล้ว

อุ่นเลือกมาสูตรนึง ลองทำเมื่อวันเสาร์กับเจ้าเปิ้ล AppleBlue น้องสาวที่บังเอิญมาเที่ยวบ้าน .. ผลปรากฏคือไม่ผ่าน ได้เนื้อขนมที่เหมือนกับขนมตาล (ซึ่งก็เป็นเนื้อขนมปกติที่เคยทำได้จากไมโครเวฟ) ชิมๆ ดูแล้ว เปิ้ลบอกว่ามันจืดๆ น่าจะเพิ่มเกลือลงไปหน่อย

วันนี้อุ่นเลยลองทำใหม่ เลือกใช้อีกสูตรใน youtube แล้วเพิ่มเกลือ ใส่ช็อกโกแลตชิพลงไป ผลออกมา .. เซอร์ไพรส์มากเลยค่ะ ^^

มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันก่อนนะคะ

อุ่นใช้สูตรจากคลิปนี้เป็นหลักค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=j0BU4Qkayzs

แล้วก็เพิ่มเกลือกับส่วนของช็อกโกแลตชิพลงไป ได้สูตรข้างล่างนี้นะคะ

Microwavable Chocolate Mug Cake

ส่วนผสม

- แป้งเค้ก 3 ช้อนโต๊ะ
- Baking Soda 1/4 ช้อนชา
- ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทรายป่น 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/8 ช้อนชา

- ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 1 ฟอง
- นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- กลิ่นวานิลา 1/4 ช้อนชา

- ช็อกโกแลตชิพ 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

1. ผสมของแห้ง : แป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา ผงโกโก้ น้ำตาลทรายป่น เกลือป่น ลงในถ้วยกาแฟที่เราเรียกว่าถ้วย Mug ใช้ช้อนชาคนเบาๆ ให้เข้ากัน

2. ตอกไข่ไก่ลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากัน

3. ใส่นมสด น้ำมันพืช กลิ่นวานิลา คนให้เข้ากัน

4. ใส่ช็อกโกแลตชิพ คนเบาๆ ให้เข้ากัน

5. เวฟด้วยความร้อนสูงสุด 2 นาที

6. ตกแต่งด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ไอศกรีม วิปปิ้งครีม หรือซอสช็อกโกแลตตามชอบ



มาเริ่มกันดีกว่าค่ะ ง่ายมาก ส่วนผสมมีครบแน่นอนสำหรับคนชอบทำขนม อุ่นดูคลิปจบแล้วยังร้อนวิชาต้องรีบมาทำเลย อิอิ

เลือกถ้วย Mug น่ารักๆ มาถ้วยหนึ่ง อุ่นแนะนำให้เลือกขนาดใหญ่หน่อยนะคะ เพราะพอเราเวฟ ขนมจะฟูขึ้นมาอีกประมาณเกือบสองเท่าตัวแน่ะ ดูจากรูปก็ได้ค่ะ ล้นเชียว




ตวงแป้งเค้กใส่ลงไป 3 ช้อนโต๊ะค่ะ

โชะ โชะ โชะ



น้ำตาลทราย .. ที่อุ่นระบุให้เป็นน้ำตาลทรายป่น เพราะว่ามันจะละลายง่ายกว่า เราใช้เวลาเวฟแค่ 2 นาที มันอาจไม่พอให้น้ำตาลละลายได้หากใช้น้ำตาลทรายเม็ดใหญ่ๆ

น้ำตาลทรายป่น ก็แค่เอาน้ำตาลทรายไปใส่เครื่องปั่นให้ละเอียดเท่านั้นเองค่ะ ถ้าใครจะใช้น้ำตาลละลายเร็วยี่ห้อลินต์แทนก็ได้นะคะ

หรือถ้าใครไม่มี หรือไม่สะดวกที่จะเอามาป่นให้ละเอียด ก็ไม่เป็นไรค่ะ ใช้แบบที่มีนั่นแหละเนอะ




ตวงน้ำตาลทรายป่นลงไป 3 ช้อนโต๊ะ

โชะ โชะ โชะ



ขนมที่มีส่วนผสมของผงโกโก้ จะอร่อยหรือไม่อร่อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผงโกโก้ที่ใช้ด้วยนะคะ อุ่นใช้อยู่สองยี่ห้อ คือ Van Houton กับ ตรานางพยาบาล ยังไม่เคยใช้ของทิวลิปเลย ไม่ทราบเหมือนกันว่ารสชาติจะเป็นยังไง




ใส่ผงโกโก้ลงไป 2 ช้อนโต๊ะ

โชะ โชะ



เมื่อวานลองทำหนแรก ใช้ผงฟู ไม่ค่อยเวิร์คเลยค่ะ วันนี้เลยเปลี่ยนเป็น Baking Soda เพราะเป็นสารช่วยขึ้นฟูที่น่าจะเหมาะกับส่วนผสมที่มีผงโกโก้มากกว่า

ผลออกมาก็เป็นที่น่าพอใจอย่างมากเลยทีเดียว




ใส่ Baking Soda 1/4 ช้อนชา

โชะ



เพิ่มเกลือ ตามคำแนะนำของเปิ้ล ผลก็คือ รสชาติกลมกล่อมขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ใครไม่มีช้อนตวง 1/8 ช้อนชา ก็ใช้ช้อนตวง 1/4 ช้อนชา ตักเกลือแค่ครึ่งเดียว .. หรือจริงๆ แค่เอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งหยิบเกลือขึ้นมา ก็จะได้ประมาณ 1/8 ช้อนชาแล้วนะคะ




ใส่เกลือ 1/8 ช้อนชา

โชะ



ส่วนผสมของแห้งครบแล้ว



ใช้ช้อนกาแฟนี่แหละค่ะ คนเบาๆ ให้เข้ากัน



ทำไมต้องเป็นไข่ไก่เบอร์ 0?

เหตุผลไม่ซับซ้อนเลยค่ะ เพราะในตู้เย็นของอุ่นมีแต่ไข่เบอร์นี้ไง เอิ๊กกกกกกก หากใครมีไข่เบอร์ 1 ก็น่าจะใช้ได้พอๆ กัน แต่ถ้าเป็นไข่เบอร์ 2 มันมีน้ำหนักต่างจากเบอร์ 0 มากไปหน่อย อุ่นก็ไม่แน่ใจแล้วนะคะว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง

นำไข่ออกมาตั้งทิ้งไว้ให้หายเย็นก่อนลงมือทำนะคะ

สำหรับคนที่กลัวว่าทำแล้วเค้กจะระเบิดในไมโครเวฟ อุ่นว่า ส่วนผสมที่จะทำให้เค้กระเบิดได้ก็มีแต่ไข่นี่แหละค่ะ ต้องตีไข่ให้ดี ถ้ากลัวไม่ชัวร์ จะตอกไข่ใส่ถ้วยต่างหาก แล้วใช้ส้อมตีๆๆๆ เหมือนตีไข่เจียว แล้วค่อยผสมลงไปในถ้วยกาแฟก็ได้นะคะ




ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

โชะ



ใช้ช้อนกาแฟนั่นแหละค่ะ ค่อยๆ คนให้เข้ากัน คนจากตรงกลาง ให้ไข่ดึงเอาแป้งตกลงมาผสมเอง แรกๆ ตอนที่แป้งกับไข่ยังไม่ค่อยเข้ากันดี อาจจะคนเบาๆ ก่อนเพื่อป้องกันแป้งฟุ้ง พอแป้งเริ่มเข้ากับไข่แล้ว ก็ค่อยคนแรงๆ ได้

พอเห็นว่าแป้งผสมเข้ากับไข่ดีแล้ว ก็หยุดคนเลยนะคะ อย่าคนนานไป เดี๋ยวเค้กเหนียวค่ะ

อุ่นคนแรงไปหน่อยในช่วงแรก แป้งกระฉอกเลย แหะๆ



นมสดในสูตร ก็คือนมกล่องทั่วไปที่เราใช้ดื่มนั่นแหละค่ะ อุ่นใช้นมเมจิขวดน้ำเงิน ไม่แนะนำให้นำนมสดเย็นเจี๊ยบมาผสมในเค้กนะคะ เพราะเราเวฟแค่สองนาที ถ้าส่วนผสมมีอุณหภูมิเย็นเกินไป สองนาทีเค้กอาจจะไม่สุกแบบที่เราต้องการ

อุ่นเอานมออกมาตั้งข้างนอกให้คลายเย็นก่อน หรือใครจะใช้นมจืดเป็นกล่องที่ยังไม่ได้แช่เย็นก็จะสะดวกมากขึ้นค่ะ




ใส่นมสดลงไป 2 ช้อนโต๊ะ

โชะ โชะ



น้ำมันพืชที่ใช้ทำขนม มักจะมีคำถามบ่อยๆ ว่าใช้น้ำมันพืชอะไร น้ำมันถั่วเหลืองได้ไหม ทานตะวันได้ไหม คาโนล่าได้ไหม

คำตอบคือ ใช้ได้ทั้งหมดเลยค่ะ หลักๆ ก็คือ กลิ่นของน้ำมันพืชที่ใช้ไม่ควรแรงเกินไป เช่น เปิดฝามา กลิ่นน้ำมันพืชเด่นชัดมาก

ดังนั้น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง อุ่นจะไม่ใช้ค่ะ เพราะกลิ่นน้ำมันแรงไปหน่อย โดยมากจะใช้น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคาโนล่า และน้ำมันรำข้าว




ใส่น้ำมันพืช (อุ่นใช้น้ำมันดอกทานตะวัน) 2 ช้อนโต๊ะ

โชะ โชะ



กลิ่นวานิลา 1/4 ช้อนชา อุ่นขี้เกียจตวงแระ เหยาะลงไปเลยละกัน

โชะ



คนแรงๆ (คราวนี้เราไม่มีแป้งที่ต้องกลัวว่าจะฟุ้งแล้ว คนแรงๆ ได้ค่ะ) เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน หากคนเบาๆ น้ำมันพืชมันจะไม่ยอมเข้ากับของเหลวอื่น ก็เลยต้องใช้กำลังเล็กน้อย





เข้ากันแล้วค่ะ



ช็อกโกแลตชิพ หากไม่มี ใช้ช็อกโกแลตทานเล่นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แทนได้นะคะ .. ใครจะลองใช้ไวท์ช็อกโกแลตผสมแทนก็น่าสนใจ

จำเป็นต้องใส่ช็อกโกแลตชิพไหม? .. สำหรับอุ่น จำเป็นมากหากต้องการให้อร่อยขึ้น เพราะเค้กที่อบจากไมโครเวฟ เนื้อจะค่อนข้างแห้ง ทานแล้วฝืดคอนิดๆ การใส่ช็อกโกแลตลงไปในส่วนผสม จะทำให้เค้กมีความชุ่มชื่น อร่อยมากขึ้นค่ะ

ในสูตรแนะนำไว้ 3 ช้อนโต๊ะนะคะ แต่ว่าเนื่องจากอุ่นลองทำ ไม่รู้มันจะพังอีกหรือเปล่า เกรงว่าจะเสียดายของ ก็เลยใส่ไปแค่นี้ก่อน ถ้ารอบหน้าจะใส่ให้เยอะกว่านี้ค่ะ





ช็อกโกแลตชิพ 3 ช้อนโต๊ะ

โชะ โชะ โชะ



ผสมเบาๆ ให้เข้ากัน



ช้าอยู่ไย เวฟเลยค่ะ

ใช้ไฟแรงสุด (ไมโครเวฟบ้านอุ่น 700 w) 2 นาที



ใกล้ครบสองนาทีแล้ว ฟูฟ่องเลย



เสร็จแล้วค่ะ เค้กในถ้วย ด้วยไมโครเวฟ

หยิบออกมาจากไมโครเวฟ อย่าลืมใส่ถุงมือกันร้อนนะคะ ร้อนมากๆ เน้อ



ง่ายๆ แต่งหน้าด้วยไอซิ่งก็แล้วกันค่ะ ใส่กระชอนร่อนๆ ลงไป หากใครมีไอศกรีม จะใช้มีดเจาะเค้กตรงกลางแล้วโปะไอศกรีมลงไป ราดซอสช็อกโกแลต โรยถั่วอบ ตามชอบได้เลยนะคะ



เอาล่ะ มาชิมกันดีกว่า ตื่นเต้นๆ



มาดูใกล้ๆ ฟูได้ใจจริงๆ

หากใครจะประยุกต์ ไม่ใส่ถ้วย Mug แต่จะใส่ถ้วยกาแฟเตี้ยๆ แทน

อุ่นคิดว่าน่าจะผสมจากสูตรนี้แล้วแบ่งเวฟได้ 2 ถ้วยพูนๆ - 3 ถ้วยได้เลยนะคะ



ตักแล้วค่ะ

เนื้อนู้มมมมนุ่ม

เนื้อเค้กละเอียดมากกว่าที่คิด



ตักเนื้อให้ดูใกล้ๆ ใช้ได้เลยเนอะ



อร่อยเลยค่ะ สูตรนี้น่าจะหม่ำได้สักสองคนนะคะ อุ่นจัดการคนเดียว กว่าจะหมด เล่นเอาจุก



ดูเวอร์ชั่นที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ลองดูที่เละตุ้มเป๊ะบ้างไหมคะ 555



นี่คือเวอร์ชั่นที่ลองทำไปเมื่อวาน สูตรที่ทำเมื่อวาน ใช้ไข่ไม่ถึงฟอง ใช้แค่ 2 ช้อนโต๊ะ แต่ใช้แป้ง 4 ช้อนโต๊ะ ไม่ได้พูดถึงสารช่วยฟู เราก็เลยมั่วใส่ผงฟูไป 1/4 ช้อนชา

เค้าให้เวฟ 4 นาที




ผลออกมา น่าสะพรึงกลัวมาก 555



เห็นหน้าตาเค้กแล้วมือสั่น รูปเบลอเลย 555




ไม่ต้องกลัวว่าจะทำออกมาแล้วได้สภาพแบบรูปนี้นะคะ อุ่นลองปรับสูตรใหม่แล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะได้เค้กฟูนุ่มเหมือนกัน

ที่เอารูปเละๆ มาให้ดู ก็แค่จะบอกว่า "ธรรมดาของนักรบย่อมมีบาดแผล" .. ทำเค้กพังเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำขนม ทุกครั้งที่เราทำพัง เราก็ได้เรียนรู้มากขึ้น คนไม่เคยทำเค้กพังเลย ไม่มีหรอกค่ะ ไม่ว่าใครก็เคยผ่านช่วงเวลาสะเทือนใจด้วยกันทั้งนั้น




แต่วันนี้ ทำเค้กได้ดี จึงภูมิใจนำเสนอ .. ใครทำแล้วได้ผลอย่างไร อย่าลืมมาเล่าสู่ให้กันฟังบ้างนะคะ







เมื่อกี้ลองทำอีกหน ลองตีใส่ในถ้วยตวง จะได้เห็นว่า เมื่อผสมเสร็จแล้ว จะได้แบทเทอร์ปริมาณเท่าไหร่ .. เกือบๆ 200 ml ค่ะ



เกือบๆ 1 ถ้วยตวงเนอะ มากกว่า 2/3 ถ้วยตวง แต่ไม่ถึง 1 ถ้วยตวง



เห็นคุณคุลาล่า แบ่งเวฟ 2 ถ้วยเล็ก อุ่นเลยลองทดสอบบ้าง

แต่เนื่องจากถ้วยกาแฟที่บ้านอุ่นมี มันเล็กกว่าทั่วไป ดังนั้นเทได้สองถ้วยก็จริง แต่แบทเทอร์ก็ไม่หมดนะคะ เหลืออยู่จิ๊ดนึง ไม่พอที่จะอบอีกถ้วย ต้องทิ้งไป

รอบนี้พอโรยช็อกชิพแล้ว อุ่นไม่ได้คนให้เข้ากันหรอกค่ะ โรยแล้วเอาเข้าเวฟไปเลย เพราะยังไงเดี๋ยวมันก็จมลงไปอยู่แล้ว อิอิ



เวฟสองถ้วยพร้อมกันไปเลยค่ะ



อุ่นใช้เวลาเวฟ 1 นาที 15 วินาที นะคะ

สุดท้ายอุ่นว่า คงต้องขึ้นอยู่กับไฟของไมโครเวฟแต่ละคนด้วยล่ะ เพราะไฟแรงสุดของไมโครเวฟแต่ละเครื่องก็อาจจะไม่เท่ากัน (หรือเปล่า) ดังนั้น ทุกคนลองสังเกตด้วยสายตาดูนะคะ พอเห็นมันฟูและเริ่มแห้ง แต่ยังมีบางส่วนเยิ้มๆ อยู่ ก็เอาออกมาได้เลยค่ะ



หน้ายังเยิ้มอยู่นิดๆ แบบนี้ก็โอเคค่ะ เพราะว่าขนมจะได้ไม่แห้ง และยังนุ่มอยู่



โรยด้วยไอซิ่งอีกตามเคย ทีแรกกะว่าจะทำซอสช็อกโกแลต เอามีดคว้านหน้าขนมให้เป็นหลุม แล้วหยอดซอสช็อกโกแลตลงในหลุม จะได้ชุ่มฉ่ำ

แต่ว่าขี้เกียจค่ะ เอิ๊กกกกกกกก พอละ ไอซิ่งเหมือนเดิม



จากการทำครั้งที่สาม (รวมที่พังครั้งแรก) คิดว่าสูตรน่าจะลงตัวแล้วนะคะ เพราะว่าทำสองครั้งก็ได้ผลใกล้เคียงกันทั้งสองครั้ง



ถ้วยหนึ่งหม่ำเลยละกัน พิสูจน์ความนุ่มกับเช็คซะหน่อยว่า 1 นาที 15 วิ จะทำให้เค้กสุกหรือเปล่า

อีกถ้วยจะลองทิ้งไว้ข้ามคืน ดูซิว่า เนื้อขนมจะเป็นยังไง



ตักแล้วค่าาาา

ผลก็คือ ขนมสุกพอดีค่ะ นุ่ม ชุ่มกว่าเมื่อวานที่ลองทำอีก ขนมยังเยิ้มนิดๆ อร่อยนุ่มมากๆ ค่ะ

จุกสองวันติด .. ไม่ไหวแล้ว ต้องจบการทดลองเค้กสูตรนี้แต่เพียงเท่านั้นแล้วค่ะ เอิ๊กกกกกกก



จำได้ไหมคะ ที่วันก่อนอุ่นลองผสมใหม่ แล้วก็แบ่งเวฟเป็นสองถ้วย ถ้วยหนึ่งหม่ำเลยทันที อีกถ้วยเก็บใส่ตู้เย็นไว้ เพราะอยากดูว่าเนื้อขนมเมื่อทิ้งไว้ข้ามวัน ข้ามคืนจะเป็นอย่างไร

เอาออกมาดู อย่างแรกที่สังเกตเห็นคือ มันไม่ยุบค่ะ นึกว่าจะยุบซะอีก



เพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็นจริงๆ ไอน้ำเกาะแก้วเลย



ตักแล้วนะคะ

จากที่สังเกตตอนตัด เนื้อขนมจะแน่นกว่าตอนที่เวฟเสร็จใหม่ๆ แต่ว่าไม่ถึงกับกระด้าง ลักษณะก็คล้ายๆ ขนมเค้กที่เราเก็บไว้ในตู้เย็นทั่วๆ ไป



เนื้อขนมค่ะ แน่นขึ้น แต่ไม่กระด้าง ใช้ได้เลยทีเดียว แสดงว่าสามารถทำแล้วเก็บเข้าตู้เย็นไว้ได้



สังเกตดูตรงขอบๆ นะคะ ขอบขนมเหมือนจะแฉะนิดหน่อย หากไม่อยากให้เนื้อขนมข้างในแห้งเกินไป อาจต้องยอมมีส่วนที่แฉะนิดๆ แต่ไม่ได้มากจนเหมือนเค้กไม่สุก



หลังจากที่หม่ำจนเกลี้ยง (เอิ๊กกกกกก) ตรงก้นจะมีช็อคเหลวๆ อยู่เหมือนกับที่คุณหนุ่มงามแห่งทางช้างเผือกบอก .. ไม่ใช่ช็อกชิพละลายแน่นอนค่ะ เพราะว่าขนมอุ่นเพิ่งออกมาจากตู้เย็นเลย ส่วนที่เป็นช็อคชิพจึงแข็ง แต่ส่วนนี้เหลว เดาเอาว่า มันก็คือส่วนของแบทเทอร์ที่ไม่ได้โดนอบให้สุก เพราะตอนอุ่นเวฟ อุ่นก็ตั้งใจให้บางส่วนแห้ง และยังเหลือบางส่วนที่เยิ้มๆ อยู่แล้ว เนื้อขนมโดยรวมจะได้ไม่แห้ง

ดังนั้นคิดว่า ถ้าใครเวฟแล้วได้เนื้อขนมไม่แห้ง แล้วก้นถ้วยจะมีแบทเทอร์เยิ้มๆ เหลืออยู่แบบนี้ ก็แสดงว่าไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดนะคะ อร่อยดีเหมือนกัน อิอิ












Create Date : 04 เมษายน 2554
Last Update : 6 เมษายน 2554 22:04:50 น. 20 comments
Counter : 7157 Pageviews.

 
เมนูนี้น่าสนใจมากค่ะ สวยงามน่าทานจริงๆ ฟูเบาเหนือปากแก้วดูมีศิลปะอีกต่างหาก


โดย: CoffeeBake วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:2:09:00 น.  

 
สูตรนี้ว่าจะลองทำดูเหมือนกันค่ะ
เมื่อวานก็นั่งดูคลิปในยูทูปเหมือนกัน
เเต่ช่วงนี้กำลังลดพุงอยู่ ฮ่าๆๆ
กลัวทำเเล้วไม่มีคนกินให้ เลยต้องเก็บไว้ก่อน...


โดย: Mcjaiaon วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:3:38:51 น.  

 
ดูไม่ยุ่งยากดีค่ะ สงสัยต้องไปลองทำบ้างซะแล้วว


โดย: Mrs.Wanderers วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:7:09:26 น.  

 
จขบ.ทำน่ากินกว่าในเวปฯ มากเลยค่ะ ^^


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:8:38:22 น.  

 
น่าทานมากกกกกก

ง่ายๆ แต่อร่อย อิอิ


โดย: vekalover วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:13:40:54 น.  

 
น่าทานมากกกกก เนื้อเนียนดีจังค่ะ คงต้องลองซะละ อยากกินนนน


โดย: pim&jae วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:21:12:06 น.  

 
เสาร์นี้จะลงมือทำการพิสูจน์ด้วยตัวเองครับว่าผลจะออกมาแบบนี้รึเปล่า


โดย: sleepless night IP: 125.24.202.111 วันที่: 7 เมษายน 2554 เวลา:13:44:58 น.  

 
ขอบคุณที่ลงสูตรนี้มากเลยค่ะ
เราลองทำแล้ว ง่ายแล้วเร็วมากกกกกก
ออกมาอร่อยด้วย
ใช้เวลาผสม เรา ว่า แค่ สองนาที
เราอบไป สองนาที ยี่สิบ วินาที
ออกมาอร่อยมากกกกก
เราว่า เหมาะกับเวลามีปารตี้เร่งด่วนแล้วหาเค้กอร่อยๆไม่ได้

ขอบคุณจิงๆๆค่ะ
ชอบสูตรนี้มากกกกกกกก


โดย: URI (urihappy ) วันที่: 9 เมษายน 2554 เวลา:0:12:54 น.  

 
^
^
^

ถ้าชอบอุ่นก็ดีใจค่ะ ไว้ถ้าเจอสูตรขนมง่ายๆ แบบนี้อีกจะรีบมาบอกนะคะ อิอิ


โดย: แม่เนื้ออุ่น (หลับอุตุ ) วันที่: 9 เมษายน 2554 เวลา:10:15:51 น.  

 
HBD ค่ะมีความสุขมากๆนะคะ


โดย: ซังหวาน วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:0:33:33 น.  

 
Photobucket


โดย: pinkyrose วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:03:03 น.  

 


โดย: veerar วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:04:47 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:2:06:35 น.  

 


โดย: phunsud วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:7:28:22 น.  

 
สุขสันติวันเกิด

แสงทอง ส่องเจิดจ้า..................ราศี
กำเนิด วันนี้ดี.....................มากหน้า
พบความ สุขเท่าทวี.......วันรุ่ง เรืองนา
สุขภาพแกร่ง รวยค้า...คิดค้นคือคนดี





โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:9:33:58 น.  

 
a href="//widget.sanook.com/view-widget/graphic/?widget=457412" target="_blank">คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]มีความสุขมาก ๆ ในทุก ๆ ปีนะคะ


โดย: มิลเม วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:12:41 น.  

 
Happy birthday ka

ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ และได้เป็นที่รักของทุกๆคนนะคะ



โดย: Sugar lip วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:24:14 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดนะคะ...ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง สมปรารถนา และร่ำรวยเงินทองค่ะ



โดย: nootikky วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:59:59 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*





โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:33:09 น.  

 
ลองทำแล้วค่ะ อร่อยมาก
อยากถามว่า ถ้าเราไม่ใส่น้ำมันพืช
จะเป็นยังไงน๊า


โดย: jeeper IP: 124.122.215.141 วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:23:18:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.