ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
MILO Pudding Cake





หลังจากที่ลงชื่อในกระทู้พี่วัฒน์ว่าจะไปมีตติ้ง อุ่นก็นั่งคิด นอนคิด ว่าจะทำขนมอะไรไปดีหนอ ที่ไม่ต้องห่วงเรื่องการตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง หรือไม่ต้องกลัวละลายถ้าอากาศร้อนอบอ้าวนัก นู่น นี่ นั่น

สุดท้ายก็มาลงเอยที่ ทำเค้กนมเย็นกะเค้กไมโลดีกว่า เผื่อว่าพี่ๆ ที่มาร่วมงานพาเด็กๆ มาด้วย จะได้หลอกให้เด็กๆ เป็นเหยื่อขนมเรา ฮี่ๆๆ

ประกอบกับที่ว่า มักจะมีข้อความหลังไมค์ส่งมาถามถึงเค้กหน้านิ่มที่อบเป็นถาดอยู่เป็นระยะๆ ว่าราดยังไง ตัดก่อนแล้วค่อยราด หรือราดแล้วค่อยตัด ราดในถาดหรือราดนอกถาด ฯลฯ อุ่นเองเคยทำเค้กถาดแบบนั้นแค่ครั้งเดียว และครั้งนั้นก็ยุ่งจนไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ จากนั้นก็ไม่ได้ทำอีกเลย ก็เลยคิดว่า ทำครั้งนี้เสียเลยดีกว่า จะได้ถ่ายรูปเก็บไว้โพสต์

แต่เรื่องมันเศร้าตรงที่ ไม่ได้ตระเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ดี ดังนั้นตอนที่ลงมือทำขนมจริงๆ เพิ่งรู้ว่าแบตกล้องหมด T_T กว่าจะชาร์ตพอใช้งานได้ ก็เหลือแค่ทำหน้านิ่มไมโลราดหน้าซะแล้ว

เศร้าที่สอง ในคืนวันเสาร์ที่ง่วนกับการทำเค้กไปงานมีตติ้ง อุ่นดันปวดหัวแบบไมเกรน ถึงขนาดที่ว่า ทำหน้านิ่มนมเย็นเสร็จแล้วต้องหยุดแค่นั้น ทำหน้าไมโลต่อไม่ไหว แต่พอเข้านอนจริงๆ ก็ปวดหัวจนนอนไม่หลับ และลุกขึ้นมาอาเจียนตอนตีสี่ ก็เลยไม่สามารถลากสังขารไปมีตติ้งได้

ต้องขอโทษพี่วัฒน์และทีมงาน ที่ลงชื่อไว้แล้วไม่ได้ไปด้วยนะคะ ในกระทู้เห็นมีรูปป้ายชื่อของอุ่นด้วย รู้สึกเสียใจจริงๆ

ขอโทษน้องเปิ้ลด้วยนะจ๊ะที่อุตส่าห์มาหาพี่ถึงคอนโดแล้ว กลับต้องมาเก้อเพราะพี่ลุกไม่ไหว พอพี่ไปไม่ได้ หนูก็เลยอดไปด้วย ไว้จะทำขนมไถ่โทษให้น้า

รูปนี้ .. เป็นรูปที่พอโพสต์ทีไร ก็มักจะมีข้อความหลังไมค์มาถามถึงวิธีราดหน้านิ่มแบบถาด วันนี้จะขอชี้แจงแถลงไขเท่าที่อุ่นได้เคยทำไว้นะคะ



มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ เนื้อเค้กเป็นสปันจ์สูตรพี่แหม่มนะคะ

เค้กไมโลหน้านิ่ม (สูตรสำหรับเค้ก 4 ปอนด์ อบใส่ถาด 10x10x2 นิ้วค่ะ)

ส่วนผสม

- แป้งพัดโบก 150 กรัม
- ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 70 กรัม
- ไมโล UHT 120 กรัม
- นมข้นจืด 15 กรัม
- ไข่ไก่เบอร์ 0 5 ฟอง
- เกลือ 3/4 ช้อนชา
- เอสพี 15 กรัม
- เนยรสจืดละลาย 105 กรัม

วิธีทำ

1. วอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180c ร่อนแป้งกับผงฟู 3 รอบ พักไว้

2. นำเนยรสจืดเข้าไปละลายในไมโครเวฟ พักไว้

3. ตวงน้ำตาลทราย ไมโล UHT นมข้นจืด ไข่ไก่ เกลือ รวมกันในโถผสม เทแป้งและผงฟูที่ร่อนไว้ลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 30 วินาทีให้ส่วนผสมเข้ากัน

4. ปาดเอสพีที่หัวตะกร้อ ตีด้วยความเร็วสูงสุด 7 นาที หยุดปาดอ่างเป็นระยะ

5. เมื่อครบ 7 นาที ปาดอ่างให้ส่วนผสมเข้ากัน ตีด้วยความเร็วต่ำ 2 นาที

6. เมื่อครบ 2 นาที ปาดอ่าง เปิดเครื่องด้วยความเร็วต่ำ ค่อยๆ รินเนยละลายผสมลงไป

7. เมื่อผสมเนยละลายหมดแล้ว หยุดเครื่องเพื่อปาดอ่าง ตีด้วยความเร็วต่ำอีก 2 นาที

8. หยุดเครื่องปาดอ่าง ตีด้วยความเร็วสูงสุดอีก 20 วินาที

9. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่ปูกระดาษไข ไม่ทาไขมัน อบไฟบน-ล่าง 180c ประมาณ 35-40 นาที

ส่วนผสมไมโลหน้านิ่ม

- ผงวุ้น 1 1/2 ช้อนชา
- ไมโล UHT 250 กรัม
- วิปปิ้งครีม 200 กรัม
- นมข้นจืด 300 กรัม
- น้ำตาลทราย 250 กรัม
- ผงไมโล 50 กรัม

- แป้งข้าวโพด 60 กรัม
- นมข้นจืด 225 กรัม

- เนยสดรสจืด 225 กรัม

วิธีทำ

1. ตวงผงวุ้น ไมโล UHT วิปปิ้งครีม นมข้นจืด น้ำตาลทราย ผงไมโลรวมกันในหม้อ ตั้งไฟปานกลางจนเดือดอ่อนๆ

2. ละลายแป้งข้าวโพดกับนมข้นจืด ค่อยๆ รินลงไปในส่วนผสมไมโล ใช้ตะกร้อมือกวนจนข้น เมื่อเห็นรอยตะกร้อ ยกลงจากเตา

3. ใส่เนยสด คนให้เข้ากัน นำไปราดหน้าเค้ก



เนื่องจากว่า กล้องถ่ายรูปแบตหมด อุ่นเลยไม่สามารถถ่ายรูปขั้นตอนในส่วนของการทำเนื้อเค้กได้นะคะ

ข้ามมาที่ขั้นตอนการทำไมโลหน้านิ่มเลยค่ะ แหะๆ

จริงๆ จะชงเองก็ได้นะคะ น่าจะเข้มข้นกว่า แต่อุ่นขี้เกียจชงเองแล้วก็ต้องนั่งรอให้มันเย็นอีก ก็เลยใช้ไมโล UHT แบบนี้เลยค่ะ 250 กรัม เทไปหมดกล่องเลย



เทไมโลลงในหม้อที่เราจะใช้กวน ตวงผงวุ้น วิปปิ้งครีม นมข้นจืด น้ำตาลทราย และไมโลผงตามลงไปเลยค่ะ (สุดท้ายก็ขอเติมไมโลผงลงไปจั๊กหน่อยอยู่ดี กลัวมันไม่เข้มข้น อิอิ)



ใครอยากให้ได้รสไมโลเข้มข้นขึ้น สามารถใส่ผงไมโลเพิ่มจากสูตรได้นะคะ แต่ต้องลดน้ำตาลจากสูตรลงด้วย เพราะไมโลผงมีน้ำตาลอยู่แล้ว หากไม่ลดน้ำตาล หน้าเค้กของเราจะหวานเกินไปค่ะ

ตวงเรียบร้อยแล้ว ก็นำขึ้นตั้งไฟได้เลย ใช้ไฟปานกลางนะคะ ไฟอ่อนมันรอน้านนานเกินไปง่ะ



และนี่เป็นความสามารถพิเศษของคนที่ใช้เตาไฟฟ้าเท่านั้น

เนื่องจากเตาไฟฟ้า กว่าจะร้อนมันรอน้านนาน อุ่นเลยสามารถเตรียมส่วนผสมอื่นๆ ต่อไปได้ด้วยในขณะที่รอให้เตาร้อน

ตวงแป้งข้าวโพดกับนมข้นจืดใส่ถุงเตรียมไว้ค่ะ เทคนิคนี้ได้มาจากพี่จุ๋ม แม่สลิ่ม เพราะพอมัดปากถุงให้แน่นแบบนี้ เราจะได้คอยเขย่าให้ส่วนผสมมันเข้ากันได้สะดวก เพราะถ้าตั้งทิ้งไว้ แป้งมันจะนอนก้นน่ะค่ะ



ตวงเนยสดรสจืดรอเอาไว้เลยด้วย



เค้กสปันจ์ไมโลของเราค่ะ ^^

เท่าที่ชิมดู รสอ่อนไปหน่อย ถ้าอยากได้รสไมโลเข้มๆ ชงเองน่าจะดีกว่าใช้แบบกล่อง UHT นะคะ



ซูมให้ดูเนื้อเค้กสักหน่อย ละเอียดใช้ได้ อุอุ ไม่เป็นไตด้วย



จัดการสไลด์แบ่งเป็นสองชั้นค่ะ

ตอนที่จะยกอีกชั้นนึงออก หลายๆ คนกลัวจะทำเค้กหัก อุ่นแนะนำให้หากระดาษรองเค้ก หรือแผ่นพลาสติกแบบนี้ สอดเข้าไประหว่างชั้นเค้กแล้วค่อยยกขึ้นนะคะ เค้กก็จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่ช้ำ ไม่หักแน่นอนค่ะ



เนื้อเค้กเผยโฉม มีฟองอากาศนิดหน่อย โดยรวมถือว่าเป็นเนื้อเค้กที่คนทำพอใจค่ะ



ปูกระดาษหนังสือพิมพ์รองตะแกรง จะได้ทำความสะอาดง่าย ใช้แผ่นพลาสติกรองเค้กก่อนวางบนตะแกรงนะคะ เวลาย้ายเค้กจะได้สะดวก



เปิดให้ดูหน่อย

แผ่นพลาสติกที่ว่านั้น ทำมาจากพลาสติกที่ใช้รองจานน่ะค่ะ อุ่นซื้อมาจาก index แผ่นละ 19 บาทเอง ลายน่ารักดีด้วย เอากระดาษรองเค้ามาทาบ แล้วตัดให้ได้ขนาดเท่ากระดาษรองเค้ก เอาไว้ใช้รองเค้ก และใช้สอดระหว่างชั้นเค้กค่ะ

อุ่นจะใช้พลาสติกรองเค้กแบบนี้ ในกรณีที่ตั้งใจจะตัดเค้กแบบพร้อมเสิร์ฟ ซึ่งเราจะต้องใช้กระดาษรองเค้กอีกแผ่นไว้ใส่ในกล่องอยู่ดี เพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง อุ่นเลยเอาพลาสติกรองจานมาตัดใช้แทน เพราะจะได้ล้างและใช้ซ้ำได้ค่ะ



เตรียมขนาดนี้แล้ว เตาอุ่นเพิ่งจะร้อนเองค่ะ เอิ๊กๆ

ใช้ตะกร้อมือคนตลอดนะคะ ไม่งั้นส่วนผสมนอนก้นแล้วจะไหม้ได้ แรกๆ ไมโลผงจะยังไม่ละลาย ก็ไม่ต้องใจเสียค่ะ คนบ่อยๆ แล้วเดี๋ยวพอส่วนผสมร้อนแล้วก็จะละลายเอง



นี่ค่ะ ส่วนผสมละลายเข้ากันดีและเริ่มเดือดปุดๆ แล้ว

หยิบแป้งข้าวโพดกับนมข้นจืดที่เรามัดใส่ถุงไว้มาเขย่าๆ ให้เข้ากัน แล้วตัดมุมถุง ค่อยๆ รินใส่หม้อเลยค่ะ มือซ้ายรินแป้ง มือขวาก็ใช้ตะกร้อมือคนๆ ตลอดเวลานะคะ

รูปตอนผสมแป้งไม่ได้ถ่ายมา เพราะไม่มีมือถ่ายรูปแล้วค่ะ แหะๆ



หลังจากเทส่วนผสมแป้งข้าวโพดลงไปแล้ว ใช้ตะกร้อมือคนอย่าหยุดเลยนะคะ สักพักส่วนผสมจะข้นขึ้นจนเห็นรอยตะกร้อแบบนี้ค่ะ



เช็คดูอีกทีก็ได้ค่ะ โดยใช้ตะกร้อมือจุ่มลงไปแล้วยกขึ้น หากมันทิ้งรอยตะกร้อไว้จางๆ แบบนี้ถือว่าข้นได้ที่แล้วค่ะ ยกลงจากเตาได้เลย



ยกลงจากเตา และใส่เนยที่ตวงไว้ลงไปคนให้ละลายเข้ากัน (ที่ยังเห็นอยู่บนเตา อุ่นย้ายไปวางบนหัวเตาที่ไม่ร้อนแล้วนะค้า)



คนให้เนยละลายเข้ากับส่วนผสม และฟองอากาศหายไปหมด เหลือหน้าเนียนๆ แบบนี้ ก็แสดงว่า นำไปราดหน้าเค้กได้แล้วค่ะ



เค้กถาดแบบนี้ อุ่นจะสไลซ์แค่ 2 ชั้นนะคะ เพราะ 3 ชั้นจะสูงไป

อุ่นใช้ทัพพีตักแกง ตักส่วนผสมราดเค้กค่ะ ตักประมาณ 4 ทัพพี ที่ไม่ได้ยกหม้อราดเลย เพราะบางทีหม้อหนัก ควบคุมปริมาณยาก

การราดเค้กหน้านิ่ม อุ่นก็เคยเจอปัญหาเค้กเลื่อนมาแล้วค่ะ คือพอราดระหว่างชั้นแล้วเอาเค้กอีกชั้นประกบ ปรากฏว่าเค้กมันไหลออกจากกัน เครียดมากเลย

ครั้งหนึ่งบ่นเรื่องนี้กับน้องขวัญ เด็กเอ๋ยเด็กดี น้องขวัญบอกว่าอย่าราดเยอะเกินไป อุ่นก็เลยใช้ทัพพีตักเพื่อควบคุมปริมาณเรื่อยมา แล้วก็ไม่เจอปัญหาเค้กเลื่อนอีกเลยค่ะ



ใช้สปาตูล่าปาดๆ ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม เหลือบริเวณขอบๆ เอาไว้ด้วยนะคะ



ที่บอกให้เหลือๆ บริเวณขอบๆ เอาไว้ด้วย เพราะเวลาเราเอาเค้กอีกชั้นมาประกบ เราจะต้องลงน้ำหนักมือ กดๆ ให้เค้กมันแนบกันด้วย และตอนนี้แหละค่ะที่ไส้เค้กมันจะทะลักออกมา หากราดไส้โดยไม่เหลือขอบเค้กเอาไว้บ้าง ไส้จะทะลัก และจะทำให้เค้กเลื่อนได้ค่ะ

อันนี้ทะลักเล็กน้อยพองาม อิอิ



ตักหน้าเค้กลงไปประมาณ 4-5 ทัพพีเหมือนเดิม



แล้วก็ใช้สปาตูล่า ปาดๆ ให้มันเป็นสี่เหลี่ยมคลุมหน้าเค้ก

อ๊ะๆ หน้ามันไม่เรียบเด้งใช่ไหมล่ะคะ

อุ่นว่าลำบากมากเลยแหละถ้าจะทำให้เค้กถาดแบบสี่เหลี่ยมเรียบเด้ง เพราะเวลาเราราดหน้าเค้กลงไป มันก็จะเป็นวงกลมๆ หากจะราดไปคลุมเหลี่ยมมุม มันก็ลำบากๆ ยังไงไม่รู้

อุ่นเลยไม่ทำหน้าเรียบ หน้าเด้งแล้วค่ะ ทำหน้าเป็นเหมือนลายไม้ดีกว่า

ดังนั้นในรูปนี้ จึงเป็นแค่การราดหน้าเค้กเพื่อรองพื้นเท่านั้นค่ะ



แล้วเราก็เทหน้านิ่มที่เหลือในหม้อ ลงในถุงแกงใบโตๆ ได้เลยค่ะ (ก่อนเทก็ใช้ตะกร้อมือคนๆๆ ให้มันคลายร้อนก่อนนะคะ ถ้าร้อนจัดแล้วก็จะใช้งานลำบากอีก)



มัดปากถุงให้แน่น แล้วเรามาตัดมุมถุงแทนค่ะ

ตัดมุมถุง อย่าตัดเล็กเกินไปนะคะ เพราะเส้นเล็ก บีบยาก พอออกแรงบีบแล้วเส้นก็จะไม่สม่ำเสมอด้วย กะประมาณให้ได้เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตรก็พอค่ะ



ตั้งสมาธิให้ดี ทำจิตใจให้มั่นคง แน่วแน่ วางแผนให้ดีก่อนว่าจะเริ่มราดจากตรงไหนไปถึงตรงไหน แล้วยกถุงราดหน้าเค้กเลยค่ะ

ลากเป็นเส้นๆ ทะแยงจะมุมหนึ่งไปอีกมุมหนึ่ง

ถ้าเราตัดถุงกว้างเกินไป ได้หน้าเค้กเส้นใหญ่เกินไป วิธีแก้ปัญหาคือการยกถุงให้สูงขึ้นค่ะ เส้นที่ได้ก็จะเล็กลง

บีบๆ ราดๆ ซ้อนกันไปซ้อนกันมาจนหน้าเค้กหมด

แนะนำว่าให้บีบไปในทางเดียวกันสวยกว่าค่ะ ไม่ควรบีบไขว้กันไปไขว้กันมา บีบไปทางเดียวกันแล้วเหมือนลายไม้ สวยกว่านะคะ



เหลือหน้าเค้กที่ย้อยหยดลงไปบ้าง ไม่ต้องเสียดายนะคะ เพราะถ้าเรากลัวเส้นที่ลากจะหยดเลยเค้ก บางทีเราจะได้ลายเค้กสั้นๆ ไม่พาดคลุมเค้ก เลยต้องยอมเสียของบ้างเล็กๆ น้อยๆ



ดูอีกมุม



แล้วก็อีกมุม

ห้องครัวอุ่นแคบนะคะ มีพื้นที่ไว้ทำเค้กน้อยมากเลย



ขอบๆ ที่มันหยดย้อย ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ก็ใช้สปาตูล่าหรือไพ่แต่งหน้าเค้กปาดๆ ให้มันเรียบค่ะ อันนี้ไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่ ขี้เกียจแล้ว แหะๆ



เห็นหน้าเค้กที่หยดลงกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วเสียดายเหมือนกันแฮะ สงสัยตอนราดหน้า เล่นจริง เจ็บจริง สวิงไปหน่อย



ราดหน้าเสร็จแล้วก็ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น แล้วพักไปให้เซ็ทตัวต่อในตู้เย็นนะคะ

รูปนี้ยกออกมาถ่ายรูปในเช้าวันจันทร์ค่ะ

เค้กนมเย็นกับเค้กไมโล ที่ไปไม่ถึงงานมีตติ้ง หงิงๆ



พอไม่ได้ไปมีตติ้ง เลยต้องหาทางแจกจ่ายเค้กที่ตัวเองทำ

เค้กไมโลน้องสะใภ้ขอไปค่ะ เห็นว่าเป็นวันเกิดหัวหน้างานพอดี จะเอาไปเป็นของขวัญวันเกิด (เล่นง่ายนะยะ)



พอถ่ายรูปเสร็จ ก็เลยต้องเก็บเค้กไมโลลงกล่อง เพราะมีเจ้าของแล้ว

อุ่นจะมาตัดเค้กนมเย็นให้ดูกันค่ะ ^^



ส่วนเค้กไมโล ยังไม่ได้ถามน้องสะใภ้เลยว่า กินแล้วเป็นยังไงบ้าง อร่อยไหม ไมโลน้อยไปป่าว ฯลฯ เพราะตั้งแต่เย็นวันจันทร์ อุ่นเข้านอนเร็วมาก เลยไม่ทันได้คุยกะน้องสะใภ้สักทีเลยค่ะ



ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ยกเค้กนมเย็นกลับมาวางบนเคาน์เตอร์ครัวเพื่อลงมีด

อุ่นก็ใช้มีดหั่นขนมปังธรรมดานี่แหละค่ะ ที่มันเป็นใบเลื่อย

สิ่งสำคัญในการตัดเค้กให้คมก็คือ เค้กต้องเซ็ทตัวแล้วจริงๆ และตอนตัด เราต้องกดน้ำหนักมือลงไปอย่างมั่นใจค่ะ

เล็งให้ดี วางมีดลงไปเบาๆ ก่อนเพื่อกะระยะ ดูว่ามีดขนานกับขอบเค้กแล้ว (ในกรณีที่ตัดเค้กถาด) และใบมีดตั้งฉากกับเค้กดีแล้ว (หากไม่ตั้งฉาก เค้กจะเบี้ยวค่ะ) เมื่อเช็คทุกอย่างดีแล้ว ก็ลงน้ำหนักมือทีเดียว กดใบมีดลงไปให้ถึงกระดาษรองเค้ก แล้วดึงมืดออกจากด้านล่าง ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดใบมีดให้สะอาด ก่อนลงมีดรอบต่อไป

เค้กก็จะมีรอยตัดเรียบกริ๊บแบบนี้ค่ะ



มาดูเนื้อเค้กกันหน่อย

เหมือนขนมสาลี่เลยเนอะ ^^

จริงๆ ก่อนราดหน้าเค้ก ควรสไลซ์เอาหน้าเค้กสีเข้มๆ ออกด้วยนะคะ เพราะเวลาตัดเค้กแล้วเห็นขอบๆ เค้กเป็นสีน้ำตาล มันไม่สวย แต่ตอนที่ราดหน้าเค้ก อย่างที่บอกว่าอุ่นรู้สึกไม่ค่อยสบายแล้ว ก็เลยรีบทำให้มันเสร็จก่อนที่จะทำไม่ไหวน่ะค่ะ



จริงๆ เค้กชั้นล่างควรสไลซ์ให้หนากว่าเค้กชั้นบนนะคะ เพื่อจะได้รองรับน้ำหนักของเค้กอีกชั้นและหน้าเค้กได้

ทำไมตอนนั้นสไลซ์ให้ชั้นล่าง บางกว่าชั้นบนก็ไม่รู้



จัดเค้กใส่กระทงฟอยล์ พับมุมให้กระชับกับเค้ก จัดเรียงลงในกล่องให้สวยงาม (นี่สวยแล้วเหรอ?)



จัดลงกล่องให้ดูไปอย่างนั้นแหละค่ะ ฮิๆ เพราะจริงๆ แล้วเค้กนมเย็นจะต้องถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน

ส่วนหนึ่งเอาไปให้เพื่อนร่วมงานกินกัน (เอาลงกล่องใบใหญ่)

อีกส่วนหนึ่ง อุ่นใส่กล่องเล็ก เอาไปให้ลูกศิษย์ที่ช่วยทำงานให้ชมรมที่อุ่นเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่น่ะค่ะ ใช้งานแล้วก็ต้องปรนเปรอด้วยขนมสักหน่อย เทอมหน้าจะได้หลงมาให้เราใช้งานอีก อิอิ

รูปหมดแล้วค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมกระทู้นะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่อยากทำเค้กหน้านิ่มแบบถาด และผู้ที่ทำหน้านิ่มแล้วหน้าไม่เด้งแบบอุ่นค่ะ ^^




Create Date : 26 มิถุนายน 2554
Last Update : 26 มิถุนายน 2554 23:38:42 น. 4 comments
Counter : 9897 Pageviews.

 
ท่าทางจะหอม หวาน มัน น่าดู
แช่เย็นแล้วทาน คงจะสดชื่นอย่างแรง
ขอบคุณสำหรับสูตรและวิธีทำค่ะ ^^


โดย: jack IP: 210.1.4.194 วันที่: 27 มิถุนายน 2554 เวลา:11:43:14 น.  

 
ขอบคุณคุณอุ่นมากค่ะสำหรับเทคนิคการราดหน้าเค้กและไอเดียเรื่องพลาสติกรองจาน (เค้ก). เราศึกษาจากหน้าบล๊อคนี้จนทำเค้กหน้านิ่มสำเร็จแบบไม่เลื่อนหลุด
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับสูตรไม่โลหน้านิ่มนะคะ สรุปว่ารสชาติเป็นไงบ้างเอ่ย (หลานชอบทานไมโลค่ะ ต้องลองทำดูบ้างละ) ^^


โดย: LeaDGlasS IP: 118.172.251.21 วันที่: 7 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:41:59 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ที่อธิบายอย่างดี ได้ความรู้มาก จะลองทำนะคะ เพราะทำหน้าไม่เคยได้สวยเลยค่ะ


โดย: เลิศลักษณา IP: 27.55.40.115 วันที่: 19 มิถุนายน 2557 เวลา:10:52:04 น.  

 
สนใจอยากรับไปขายคะ ขอเบอร์ติดต่อได้มั้ยค่ะ


โดย: นก IP: 27.55.23.208 วันที่: 10 มกราคม 2559 เวลา:14:34:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.