ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
Double Custard Cake



เคยใช้โปรแกรม Google Translate ที่ติดมากับ Google Chrome บ้างไหมคะ?

ก่อนหน้านี้ อุ่นชอบนั่งดูรูปขนมในเว็บทำขนมของญี่ปุ่น ก็มันสวย น่ารัก แต่ว่าอ่านไม่ออก เคยพยายามใช้พจนานุกรมออนไลน์ช่วยแปล แต่การ ก็อปปี้แล้ววาง ทีละประโยค มันก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อเท่าไหร่ สุดท้ายก็เหนื่อย ได้แต่นั่งดูรูปเฉยๆ

จนกระทั่งเมื่อไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้เหมือนกันค่ะ ไปค้นพบว่า Google Chrome สามารถตั้งค่าให้เว็บช่วยแปลภาษาอัตโนมัติได้ อุ่นก็เลยตั้งค่าว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เปิดเว็บภาษาญี่ปุ่น ให้แปลเป็นภาษาไทยทันที

จากนั้น อุ่นก็อ่านเว็บขนมภาษาญี่ปุ่นสนุกขึ้น แม้ว่ากูเกิ้ลจะแปลให้เราแปลกๆ แต่ถ้าพอจะทำขนมเป็นอยู่แล้ว ก็จะสามารถคาดเดาและเข้าใจได้ว่า สูตรให้ทำอะไรบ้าง

ระหว่างอ่านเล่น ดูรูปเล่น ก็มีขนมสูตรหนึ่งที่สะดุดตามากค่ะ

มันก็คือ Custard Cake ธรรมด๊าธรรมดาที่เราแสนคุ้นชิน แต่ที่ไม่คุ้นก็คือ ชั้นคัสตาร์ดมันหนามาก หนาแบบไม่เคยเห็นใครทำหนาอย่างนี้มาก่อน หนาประชดโลกมาก มีชั้นเค้กบางๆ เป็นติ่งอยู่ตรงฐาน สะใจสุดๆ

อย่ากระนั้นเลย เรามาใช้ Google Translate แปลสูตรมาลองทำกันดีกว่าค่ะ



อุ่นแปลสูตรมาจากลิงค์นี้นะคะ //cookpad.com/recipe/194143

จะเห็นว่า กูเกิ้ลแปลไม่ได้เรื่องเลย อ่านไม่ได้ใจความ แต่ว่าในส่วนของสูตร แค่เห็นว่า มีน้ำตาลเท่าไหร่ แป้งเท่าไหร่ ใส่ไข่กี่ฟอง สำหรับคนอ่านสูตรขนมเป็น แค่นี้ก็สบายมากค่ะ ด้นๆ เดาๆ มั่วๆ ต่อได้เลย อิอิ

มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันก่อนนะคะ




Double Custard Cake

ส่วนผสมคาราเมล

- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- น้ำร้อนจัด 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมคัสตาร์ด

- ไข่ไก่เบอร์ใหญ่ (เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1) 4 ฟอง
- นมสดรสจืด 500 cc
- น้ำตาลทราย 70 กรัม
- กลิ่นวานิลา 1-2 ช้อนชา

ส่วนผสมเค้ก

- แป้งเค้ก 35 กรัม
- ไข่ไก่เบอร์ใหญ่ (เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1) 1 ฟอง
- น้ำตาลทราย 30 กรัม
- เนยจืดละลาย 10 กรัม

วิธีทำ

1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 160c ไฟบน-ล่าง ใส่น้ำเปล่าในหม้อ ตั้งเตาให้น้ำร้อนแต่ไม่เดือด

2. เตรียมพิมพ์ขนาด 2 ปอนด์

3. ทำคาราเมล ด้วยการตวงน้ำตาลกับน้ำเปล่าใส่หม้อก้นหนา คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนจนกระทั่งน้ำตาลละลายหมดและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง ตวงน้ำเปล่าอีก 2 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วยทนไฟ นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 15 วินาทีหรือจนร้อนจัด เทน้ำเดือดใส่ในหม้อคาราเมล ใช้ตะกร้อมือคนเร็วๆ จนส่วนผสมเข้ากัน ยกลงจากเตา เทคาราเมลลงในพิมพ์ เอียงพิมพ์ให้คาราเมลกรอกให้ทั่วก้นพิมพ์ พักไว้

4. ทำคัสตาร์ด ด้วยการต้มนมสดรสจืดกับน้ำตาล ไม่ต้องให้เดือด แค่ให้น้ำตาลละลายหมดและนมร้อนขึ้น ตอกไข่ 4 ฟองลงในอ่างผสม ใส่วานิลา ตีให้เข้ากัน ค่อยๆ รินนมร้อนลงไปผสมทีละนิด ระหว่างผสมให้ใช้ตะกร้อมือคนเบาๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไข่สุก กรองด้วยกระชอน 1 รอบ ก่อนเทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่กรอกคาราเมลรอไว้

5. ทำเค้ก ด้วยการตวงไข่กับน้ำตาลลงในอ่างผสมอะลูมิเนียม นำไปวางบนปากหม้อน้ำร้อนที่เราตั้งเตาไว้ ตีไข่ด้วยความเร็วสูงจนกระทั่งไข่ขึ้นฟู สีอ่อนลง และเห็นริ้วตะกร้อ ร่อนแป้งลงไปผสมอย่างเบามือ เทเนยละลายลงไปผสมอย่างเบามือ เทลงบนพิมพ์ขนมอย่างเบามือเช่นกัน ใช้ไม้พายเกลี่ยให้ส่วนผสมกระจายทั่วพิมพ์

6. วางพิมพ์ขนมบนถาดอีกใบที่มีขนาดใหญ่กว่า เทน้ำร้อนที่เราตั้งไว้บนเตาลงในถาดให้มีความสูงเท่าความสูงของคัสตาร์ดที่อยู่ในพิมพ์ นำเข้าเตาอบ อบประมาณ 40-45 นาที



มาทำคาราเมลกันก่อนเลยค่ะ ใส่น้ำตาลทราย 60 กรัม กับน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะลงไปในหม้อก้นหนา นำไปตั้งไฟอ่อนๆ จะกระทั่งน้ำตาลละลาย เขย่าหม้อเป็นระยะๆ เพื่อให้น้ำตาลละลายทั่วถึง อย่าคนนะคะ เพราะจะำทำให้น้ำตาลตกผลึก

ระหว่างรอน้ำตาลไหม้ เราก็ตวงน้ำเปล่าอีก 2 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วยรอไว้ เมื่อเห็นว่าน้ำตาลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ก็นำน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะเข้าไปเวฟด้วยความร้อนสูงสุดประมาณ 15 วินาที หรือจนน้ำเดือด

เทน้ำเดือดใส่ลงในหม้อคาราเมลที่น้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง (ขั้นตอนนี้ต้องระวังนะคะ เพราะเมื่อเทน้ำลงไป น้ำตาลจะเดือดฟู่ขึ้นมา) รีบยกลงจากเตา ใช้ตะกร้อมือคนแรงๆ ให้เข้ากัน



พอทำคาราเมลเสร็จแล้ว รีบเทลงในพิมพ์กลมขนาด 2 ปอนด์ที่เราเตรียมไว้ พิมพ์ที่ใช้ต้องไม่ใช่พิมพ์ถอดก้นนะคะ ไม่อย่างนั้นคัสตาร์ดจะรั่วซึมออกมา

พยายามเทลงไปให้ทั่วๆ แล้วใช้วิธีเอียงพิมพ์เพื่อกรอกให้คาราเมลเคลือบก้นพิมพ์ให้ทั่ว อย่าให้มือโดนคาราเมลเด็ดขาดนะคะ เพราะร้อนมากกกกกกกก ค่ะ

ขั้นตอนนี้ต้องรีบทำนะคะ เพราะถ้าช้าไป คาราเมลอุณหภูมิลดลงจะกรอกยาก

กรอกทั่วแล้วก็พักไว้ให้เย็นสนิทค่ะ ระหว่างนี้ก็ต้มน้ำร้อนใส่หม้อรอไว้ด้วยนะคะ



มาทำส่วนของคัสตาร์ดกัน

ตอกไข่ไก่ 4 ฟอง พร้อมกับวานิลา 1-2 ช้อนชา (ตามชอบ) ลงในอ่างผสม

วานิลาในสูตร กูเกิ้ลแปลมาว่า "ค่อนข้าง" มันคืออะไรหว่า โชคดีที่มีเพื่อนฝูงน้องนุ่งรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้างก็เลยให้ช่วยแปลให้ เค้าบอกว่า แปลว่า "นิดหน่อย, เล็กน้อย" ก็ได้

อุ่นก็เลยคิดเอาเองว่า ไข่ไก่ 2 ฟอง ต่อวานิลา 1 ช้อนชา นี่มีไข่ 4 ฟอง งั้น 2 ช้อนชาละกัน

ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นวานิลามากขนาดนี้ ก็สามารถปรับลดได้ตามชอบนะคะ



ตวงนมสดรสจืดกับน้ำตาลทรายลงในหม้อ นำไปตั้งไฟ คนเป็นระยะๆ จนน้ำตาลละลายหมดแล้วก็ยกลงได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอให้เดือด

หากใครอยากให้เข้มข้นหอมมันขึ้น สามารถใช้นมข้นจืดหรือวิปปิ้งครีมแทนในสัดส่วนของนมสดได้นะคะ แต่ตอนนี้หาซื้อยากจัง เลยใช้แต่นมสดอย่างเดียว แต่อุ่นก็เลือกใช้นมเมจิโกลด์ เพิ่มมันเนย เพื่อความหอมมันค่ะ

ส่วนของน้ำตาล ในสูตรให้มาแบบหวานน้อยแล้วนะคะ หากลดน้ำตาลลงมากกว่านี้ ไม่รู้จะจืดไปหรือเปล่า อุ่นว่ากำลังดีเลยแหละ แต่ถ้าใครชอบหวานกว่านี้ สามารถเพิ่มน้ำตาลได้ตามชอบเลยค่ะ



มือซ้ายถือหม้อนมสดที่น้ำตาลละลายหมดแล้ว อย่าให้นมสดร้อนจัดนะคะ ไข่จะสุกไปซะก่อน

มือขวาถือตะกร้อมือ

ระหว่างที่มือซ้าย รินนมสดลงไปทีละนิด มือขวาก็คนอยู่ตลอดเวลาค่ะ เพื่อไม่ให้ไข่เป็นลิ่ม ค่อยๆ รินใส่นะคะ กลัวไข่สุกเป็นลิ่มมากง่ะ แต่ในขณะเดียวกัน มือขวาก็ไม่ต้องออกแรงคนมากนัก เพราะคนแรงเกินไป จะเกิดฟองอากาศเยอะ ขนมจะไม่เนียนค่ะ

(ตอนทำลืมนึกถึงข้อนี้ เหวี่ยงข้อมือเต็มที่ ผลก็คือ คัสตาร์ดมีหลุมอวกาศเลยเรา)



ผสมเสร็จแล้ว ฟองฟ่อด อย่าทำแบบนี้นะคะ คนเบาๆ ก็พอ หงิงๆ

เพื่อความเนียน ก็นำไปกรองผ่านกระชอนตาถี่ๆ สักสองรอบนะคะ



จากนั้นก็นำไปเทใส่พิมพ์ขนมที่มีคาราเมลนอนแข็งรองอยู่ที่ก้นแล้ว



หันมาทำส่วนของตัวเค้กกันบ้างค่ะ

เนยจืดแค่ 10 กรัมเอง ละลายในไมโครเวฟ พักไว้



ไข่ไก่ 1 ฟองกับน้ำตาลทราย 30 กรัม ตวงรวมกันในหม้ออะลูมีเนียม ที่เลือกเป็นอะลูมีเนียม เพราะเดี๋ยวเราจะยกขึ้นไปตีบนหม้อน้ำร้อน เพื่อให้ความร้อนช่วยให้โครงสร้างไข่แข็งแรงขึ้นค่ะ



ตีด้วยความเร็วสูงจนไข่ขึ้นฟูข้น สีอ่อนลง เห็นเป็นริ้วตะกร้อ ก็ยกลงจากปากหม้อน้ำร้อนได้ค่ะ



แบ่งแป้งเค้ก 35 กรัมเป็นสามส่วนในใจ ค่อยๆ ร่อนใส่ลงในไข่ที่ตีไว้ ใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากัน

เทเนยละลายลงไปผสม ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ



นำส่วนผสมเค้กเทลงบนส่วนผสมคัสตาร์ดอย่างเบามือ ขั้นตอนนี้ลุ้นมากค่ะ กลั้นหายใจเลยแหละ เพราะกลัวมันจะจมลงไปนอนก้นซะก่อน

ใช้พายยางเกลี่ยเบาๆ ให้กระจายปิดหน้าคัสตาร์ด

นำพิมพ์ขนมวางไว้ในถาดอีกใบ เทน้ำร้อนที่ตั้งหม้อไว้ลงไป กะให้มีความสูงพอๆ กับชั้นคัสตาร์ด

นำถาดเข้าอบประมาณ 40-45 นาที



เมื่อครบเวลาแล้วก็ยกพิมพ์ขนมออกมาเช็คสุก

1. สังเกตขอบพิมพ์ หากขอบขนมดึงตัวออกจากขอบพิมพ์ แสดงว่าเค้กสุกแล้ว

2. ใช้สปาตูล่าหรือมีด ปักลงไปตรงขอบพิมพ์ เอียงมีดนิดๆ เพื่อดูเนื้อคัสตาร์ด หากเนื้อคัสตาร์ดสุกแล้ว จะไม่มีน้ำเหลวๆ ไหลซึมออกมาตามขอบพิมพ์

พักบนตะแกรงให้เย็นสนิท หรือไม่ก็พออุ่น จับพิมพ์ขนมด้วยมือเปล่าได้

ส่วนอุ่น พอเย็นสนิทแล้ว ก็จับเข้าตู้เย็นทั้งพิมพ์เลยค่ะ เคยมีประสบการณ์คว่ำคัสตาร์ดเค้กที่ยังไม่เซ็ทตัว เละไปเลย น่าเสียดายมาก คราวนี้เลยขอแช่ข้ามคืนละกันนะคะ



เช้าวันรุ่งขึ้น นำพิมพ์ขนมออกมาจากตู้เย็น ใช้สปาตูล่ากรีดรอบพิมพ์ แล้วคว่ำพิมพ์ขนมลงบนจาน เขย่าเบาๆ เพื่อให้ขนมหลุดออกจากพิมพ์

ข้อเสียของการทิ้งขนมไว้ในพิมพ์ทั้งคืน ก็คือ มันจะหลุดออกมายากหน่อยค่ะ เพราะน้ำหวานตรงหน้าขนมคงติดหนึบกับก้นพิมพ์ แต่สุดท้ายก็แงะออกมาจนได้ โล่งอก

รูอากาศเพียบเลย หงิงๆ

**คำสารภาพ**

ในสูตรให้อบด้วยไฟ 160c แต่ตอนอุ่นส่งขนมเข้าเตาอบ ด้วยความที่ไม่แน่ใจ กลัวว่าถ้าความร้อนไม่ถึง เค้กจะยุบก่อนที่จะฟู ก็เลยเร่งความร้อนเป็น 180c อบไฟแรงไป หน้าขนมเลยด้าน และมีฟองอากาศเยอะค่ะ

ใครจะทำสูตรนี้ เป็นเด็กดี เชื่อฟังสูตรนะคะ อบ 160c ตามสูตรเถอะค่ะ



แต่โดยรวมก็พอใจนะคะ ชั้นคัสตาร์ดหนาได้ใจ อิอิ



ตัดใส่จาน ดูเนื้อขนมด้านในกันดีกว่าค่ะ



แอบปลื้ม หันดูอีกด้านซิ



ฟองอากาศก็ยังไม่ถือว่าเลวร้ายเท่าไหร่นะคะ ด้านในยังเนียนอยู่ อิอิ

ใครอยากให้เนื้อคัสตาร์ดเนียนๆ ตอนผสมไข่กับนม ให้ผสมอย่างเบามือนะคะ และอบด้วยไฟอ่อน รับรองเนียนกิ๊งเลยค่ะ เอาไว้แก้มือคราวหน้า



ตักชิมแล้วน้า อ้ามมมมม

กินเย็นๆ อร่อยชื่นใจดีจริงๆ ค่ะ

เนื้อคัสตาร์ดไม่หวานกินได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยนเลย

เนื้อเค้กค่อนข้างแห้ง ไม่ได้นุ่มละลายในปาก แต่คิดว่าที่เลือกใช้สูตรนี้ เพราะหากเป็นชิฟฟ่อนหรือสปันจน์ที่เราคุ้นเคย อาจจะเบาจนรับน้ำหนักคัสตาร์ดที่หนาแบบนี้ไม่ได้ แต่แม้ว่าจะแห้ง แต่น้ำเชื่อมจากคาราเมลที่ไหลซึมเข้าไป ก็ช่วยทำให้เนื้อเค้กชุ่มชื้นขึ้นมากเลยค่ะ

อร่อย



ดูเนื้อคัสตาร์ดแบบซูมๆ



พยายามซูมให้ดูเนื้อเค้ก บางจ๋อย

ตอนอุ่นเรียนป.ตรี ชอบกินคัสตาร์ดเค้กมาก ถ้าเห็นคัสตาร์ดเค้กที่ไหน ชั้นคัสตาร์ดหนาๆ จะพุ่งเข้าไปซื้อทันที

แต่จะหนาขนาดไหน ก็ยังไม่เคยเห็นขนาดนี้ สะใจจริงๆ อุ่นถึงเรียกเค้กคัสตาร์ดนี้ว่า เป็นรุ่นประชดโลกไงคะ อิอิ



ตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ ห่อกระทงฟอยล์อีกเช่นเคย แจกง่าย หม่ำง่าย



เห่ออ่ะค่ะ ไม่ได้ทำเค้กก้อนกลมๆ แบบนี้นานแล้ว ขอถ่ายรูปเยอะหน่อยนะคะ ฮิๆ



ด้านหลัง ม้านั่งของเล่นหลาน แอบเนียนขอเข้าฉาก



รูปนี้เห็นชั้นเค้กชัดดีค่ะ



ห่อกระทงฟอยล์แล้วแบ่งขนมออกเป็นสองส่วนเช่นเคย

ส่วนหนึ่งใส่กล่อง เก็บไว้ให้น้องๆ หม่ำที่บ้าน

อีกส่วน เอาไปให้พี่ๆ เพื่อนๆ ที่ทำงานช่วยชิม ช่วยอ้วนค่ะ



จัดลงจานให้พี่ๆ ที่ทำงานชิม แต่ยังไม่วาย ขอถ่ายรูปอีกหน่อย ฮิๆ



สำเร็จเสร็จสิ้น สนอง need ตัวเองผ่านไปอีก 1 เมนู

พบกันหนหน้า ทำอะไรมาฝากดีน้า ^^




Create Date : 05 ธันวาคม 2554
Last Update : 15 มกราคม 2555 10:35:29 น. 8 comments
Counter : 3751 Pageviews.

 
น่ากินมากๆเลยค่ะ ไว้จะลองทำแน่ๆ


โดย: allenalina วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:18:07:36 น.  

 
โอ๊ยยยยยยยยยยย สะใจเลยค่ะ

ดูหนานุ่มสุดเลยจ้า


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:19:49:26 น.  

 
สูตรนี้ต้องลองแน่ ๆ เลยค่า
ปรกติเวลาจิ๊กสูตรคัสตาร์ดเค้กใครๆมาทำ ต้องเบิ้ลหรือคูณสามในส่วนของคัสตาร์ดอยู่เรื่อย
ชอบคัสตาร์ดเยอะๆ
อันนี้สะใจที่ซู้ด
ถ้ามากกว่านี้ต้องเป็นคัสตาร์ดเฉย ๆ ไปแล้ว
ขอบคุณนะค้า


โดย: Secreate (secreate ) วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:22:45:35 น.  

 
allenalina - ได้ผลยังไง อย่าลืมแวะมาบอกกันบ้างนะคะ

เจ๊หลี - อุ่นเห็นรูปครั้งแรกอึ้งเลยค่ะ จะหนาไปไหนเนี่ย อิอิ

secreate - ใช่เลยค่ะ ถ้าหนากว่านี้ คงเป็นคัสตาร์ดเฉยๆ ไปแล้ว หนาสะใจจริงๆ


โดย: แม่เนื้ออุ่น (หลับอุตุ ) วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:0:34:20 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ ชั้นคัสตาร์ดหนาประชดโลกจิง ๆ
แต่ประชดแบบนี้ชอบนะคะ ยิ่งถ้าไม่หวานมากนี่
เท่าไหร่เท่ากัน หมดแน่ ๆ ค่ะ


โดย: ซามอ วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:2:15:50 น.  

 
น่ากินเชียวคราบบบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:6:22:57 น.  

 
ยังไม่ได้ทำการบ้านส่งเลย ดองไว้หลายอย่างแล้ว น่ากินเกิ๊นนนนนนนน


โดย: พี่นิดหน่อย IP: 223.206.236.225 วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:13:35:33 น.  

 
ชั้นคัสตาร์ดดูหนาน่ากินมากค่ะ :)


โดย: sierra whiskey charlie IP: 49.49.193.36 วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:20:30:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.