ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Strawberry Lover's Cheesecake





สืบเนื่องจากกระทู้ Mango Swirl Cheese Cake ที่ทำส่งการบ้านพี่บี๊

//www.pantip.com/cafe/food/topic/D7672218/D7672218.html

อุ่นก็ยังคงตกอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ของการทำชีสเค้กแบบไม่ต้องอบ หมกมุ่นวุ่นวายอยู่กับการคิดว่าจะลองทำอะไรต่อไปดี ประกอบกับวันอาทิตย์นี้มีนัดสังสรรค์เล็กๆ กับเพื่อนที่เรียนสมัยป.ตรี ทีแรกกะว่าจะทำเจ้า Mango Swirl Cheese Cake นี่แหละค่ะ แต่เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มไม่ชอบกลิ่นมะม่วงสุก อุ่นก็เลยเปลี่ยนจากมะม่วงเป็นสตอเบอรรี่ แล้วก็ลองใช้สูตรครีมชีสแบบที่ตัวเองชอบด้วยว่ามันจะเข้าท่าหรือเปล่า

และด้วยความที่เมนูนี้ใส่สตอเบอรี่ค่อนข้างเยอะ อุ่นก็เลยตั้งชื่อขนมเมนูนี้ว่า "Strawberry Lover's Cheese Cake" หรือ "ชีสเค้กของคนรักสตอเบอรี่" ค่ะ

เดี๋ยวมีวิจารณ์สูตรท้ายกระทู้ด้วยนะคะ ^^



ก่อนอื่น มาดูสูตรและวิธีทำกันก่อนนะคะ เมนูนี้ปรับเปลี่ยนจาก Mango Swirl Cheese Cake อยู่บ้าง ดังนี้

1. เปลี่ยนฐานจากขนมปังบดเป็น short bread โดยใช้สูตรจาก Blueberry Cheese Cake Bar ของน้องลูกสน เพราะอุ่นลืมซื้อ Ritz มา ขี้เกียจออกไปซื้อแล้ว นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นลูกสนทำครัสต์เอง ก็เลยใช้สูตรลูกสนค่ะ

2. ส่วนของครีมชีส อุ่นชอบรสชาติครีมชีสในสูตร blueberry Cream Cheese Pie ของคุณวราภา (สัตยบุตร) ปองเงิน เป็นการส่วนตัว ก็เลยลองใช้สูตรนี้แทนดูค่ะ

Strawberry Lover's Cheese Cake

ครัสต์

ส่วนผสม

- แป้งสาลีเอนกประสงค์ร่อนแล้วตวง 1 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- เนยจืด 6 ช้อนโต๊ะ(85 กรัม)

วิธีทำ

1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 170c ไฟบน-ล่าง
2. ผสมแป้ง น้ำตาลทรายแดง และเกลือเข้าด้วยกัน ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้เข้ากัน
3. ใส่เนยลงไปในแป้ง ใช้ที่ตัดเนย หรือมีด 2 เล่ม ตัดเนยให้ผสมกับแป้งจนเนยเป็นก้อนเล็กๆ
4. ใช้มือรวบแป้งให้เป็นก้อน นำไปกรุลงพิมพ์ อบประมาณ 20 นาที
5. สังเกตดูขนม หากเป็นสีทองและขอบมีสีเข้มถือว่าใช้ได้ นำออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงให้เย็นสนิท

ครีมชีส

ส่วนผสม

- ครีมชีส 150 กรัม
- นมข้นหวาน 150 กรัม
- เนยสด 20 กรัม
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 60 มิลลิลิตร
- เจลาตินผง 1 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1 - 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- วิปปิ้งครีม 60 มิลลิลิตร
- เนื้อสตอเบอรี่สดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ

1. โปรยเจลาตินลงในน้ำเปล่า พักไว้ 15 นาทีแล้วนำไปละลายในไมโครเวฟ พักไว้ให้เย็น
2. ตีครีมชีสและเนยสดด้วยความเร็วปานกลางให้เนียน เติมน้ำมะนาว นมข้นหวาน โยเกิร์ต ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน
3. ตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นฟู แต่ไม่ต้องตั้งยอด (เพราะจะผสมยาก)
4. เทเจลาตินลงในครีมชีส ผสมให้เข้ากัน
5. ตะล่อมวิปครีม เข้ากับส่วนผสมของครีมชีส
6. แบ่งสตอเบอรี่ 3/4 ส่วน ผสมกับครีมชีส ใช้พายยางตะล่อมอย่างเบามือให้เข้ากัน
7. นำส่วนผสมครีมชีสเทลงในพิมพ์ที่ short bread เย็นสนิทแล้ว โรยหน้าด้วยสตอเบอรี่ 1/4 ส่วนที่เหลือ แล้วใช้ไม้พายเกลี่ยอีกครั้งให้เรียบ
8. นำไปพักไว้ในตู้เย็นให้ครีมชีสเซ็ทตัว (แนะนำให้เอาเข้าช่องแข็งไปเลยค่ะ ทันใจดี)

มูสสตอเบอรี่

ส่วนผสม

- สตอเบอรี่แช่แข็ง 200 กรัม
- น้ำเปล่า 75 กรัม
- น้ำตาล 120 กรัม
- เจลาติน 2 ช้อนชา
- วิปปิ้งครีม 300 กรัม

วิธีทำ

1. เทน้ำเปล่าใส่หม้อ โปรยผงเจลาตินลงไปทิ้งไว้ 15 นาที นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำตาลทราย และสตอเบอรี่
2. หมั่นคนจนดูว่าน้ำตาลและเจลาตินละลายหมดแล้ว ต้มจนเดือดเบาๆ สักครู่ ยกลงจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็น
3. ปั่นส่วนผสมให้ละเอียด
4. ตีวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดอ่อน นำไปตะล่อมผสมกับซอสสตอเบอรี่ที่เย็นสนิทแล้ว
5. เทใส่พิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบ นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย



วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 170c

อุ่นใช้วิธีรวบรัดในการทำ short bread ดังนี้ค่ะ

ตวงแป้ง น้ำตาลทราย (พอดีไม่มีน้ำตาลทรายแดง) และเกลือเข้าด้วยกัน

ป.ล. 1 ถ้าใช้น้ำตาลทรายขาวแทนน้ำตาลทรายแดง ลดน้ำตาลลงหน่อยนะคะ อุ่นก็ตวงไม่เต็ม 1/4 ถ้วยตวงน่ะค่ะ

ป.ล. 2 ถ้าใช้เนยเค็ม ให้ลดเกลือเหลือแค่ 1/8 นะคะ



ร่อนรวมกัน 2 ครั้ง



ร่อนแป้งเสร็จแล้ว อุ่นเทใส่เครื่องผสมเลยค่ะ ถ้าใครมีเครื่องผสมแบบนี้อยู่ล่ะก็ สะดวกมากๆ เลยค่ะ ขอบพระคุณลุงยุ่นอีกครั้งนะคะ (ขอบคุณดวงตัวเองด้วยที่ทำให้จับฉลากได้ของขวัญที่ดีๆ แบบนี้ ^^)



ตักเนยเย็นๆ ใส่ลงไปเลยค่ะ



ปิดฝา ประกอบโถผสม กดวื้ดๆๆ ไม่กี่อึดใจ ก็ได้ส่วนผสมที่เข้ากันแบบนี้ ไม่ต้องใช้มือนวดอีกครั้งเลยค่ะ สะดวกจริงๆ ฮิๆ



นำมากรุใส่พิมพ์เข็มขัดขนาด 8 นิ้วหรือ 2 ปอนด์ที่เราเตรียมไว้ ใช้มือกดให้แป้งเรียบเสมอกันด้วยค่ะ

นำไปเข้าอบ 20 นาที



ระหว่างรอให้ short bread สุก เราก็ตวงครีมชีสกับเนยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเลยค่ะ เวลาตีจะได้ไม่เหนื่อยมาก



แล้วก็คว้าเจลาติน .. ฮิๆ พี่บี๊ขรา คราวนี้อุ่นหยิบไม่ผิดแล้วนะคะ ถ่ายรูปมายืนยันโด้ย



โปรยเจลาตินใส่น้ำเปล่า แล้วทิ้งไว้ตามระเบียบ



short bread เสร็จแล้วค่ะ หอมฟุ้งทั่วห้องเลย ตั้งเวลา 20 นาที แล้วก็ดูด้วยตาให้แน่ใจอีกทีก็คือ สีขนมจะเปลี่ยนเป็นสีทอง และบริเวณขอบสีจะเข้มกว่าเล็กน้อย

พักไว้บนตะแกรงให้เย็นสนิทนะคะ



เรามาเริ่มตีครีมชีสกันเลย

อุ่นใช้ตะกร้อมือ ไม่ได้ใช้เครื่อง เพราะคิดว่าไม่ต้องรีบอะไร เนื่องจากยังไงก็ต้องรอให้ short bread เย็นอยู่แล้ว ก็เลยใช้ตะกร้อมือตีไปเรื่อยๆ ค่ะ เมื่อยบ้าง หยุดบ้าง อุ้มไปนั่งตีหน้าทีวีบ้าง



พอครีมชีสเริ่มเนียนในระดับหนึ่งแล้ว .. ไม่ต้องให้มันเนียนกิ๊กหรอกนะคะ ก็เติมนมข้นหวาน โยเกิร์ต น้ำมะนาว ลงไป ทีนี้จะเริ่มตีง่ายขึ้นแล้ว และก็จะเนียนง่ายขึ้นด้วยค่ะ



พักครีมชีสไว้ หันมาหั่นสตอเบอรี่กันก่อน อุ่นใช้สตอเบอรี่สองกล่องเลยค่ะ เหอๆ คัดลูกสวยๆ ที่ขนาดพอๆ กันไว้ 6 ลูกเพื่อแต่งหน้า



ล้างสตอเบอรี่แล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นก็หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ รอไว้ค่ะ



หันไปเช็คเจลาตินว่าเย็นสนิทหรือยัง ถ้าเย็นเกินไปจนเริ่มจับตัวเป็นก้อน ให้นำเข้าไมโครเวฟไฟแรงสุด 5 วินาที นะคะ แล้วพักไว้เช่นเดิม

ตีวิปปิ้งครีมให้ฟูและตั้งยอดอ่อน



กลับมาที่ครีมชีส เทเจลาตินลงไปแล้วผสมให้เข้ากัน



ตะล่อมวิปครีมให้เข้ากับครีมชีส อุ่นแบ่งใส่ 2 ครั้งค่ะ



แบ่งสตอเบอรี่ 3/4 ส่วน ผสมลงในครีมชีส



ใช้ไม้พายคนอย่างเบามือให้เข้ากัน



หันไปเช็ค Short bread ที่อยู่ในพิมพ์ ถ้าเย็นสนิทแล้วเทครีมชีสลงไปเลยค่า



ใช้ไม้พายเกลี่ยๆ ให้เสมอกัน แล้วโปรยสตอเบอรี่ 1/4 ส่วนที่เหลือลงไป ใช้ไม้พายเขี่ยให้กระจายทั่วพิมพ์



ส่งครีมชีสเข้าไปนอนหนาวในช่องแข็ง แล้วเราหันมาทำมูสสตอเบอรี่กันค่ะ

จริงๆ เจ้าสตอเบอรี่สองกล่องนั่น จะแบ่งมาทำมูสสักกล่องก็ได้เนอะ แต่อุ่นกลัวว่าสตอเบอรี่มันจะไม่ตู้มๆ ก็เลยใช้สตอเบอรี่แช่แข็งที่เหลือในตู้เย็นค่ะ ดีเหมือนกัน จะได้หมดสักที



เหมือนเดิมค่ะ โปรยเจลาตินลงในน้ำแล้วแช่ไว้ ที่เห็นเห็นถ้วยแก้วแทนที่จะเป็นหม้อ เพราะทีแรกตั้งใจจะลองใช้ไมโครเวฟทำดูน่ะค่ะ แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจ



ตอนหลังเปลี่ยนใจ ก็เลยเทน้ำตาลกับสตอเบอรี่ใส่หม้อ ตั้งไฟปานกลางให้สตอเบอรี่หายแข็ง



สักพักก็กวาดเจลาตินกับน้ำเปล่าที่เราตวงใส่ถ้วยตามลงไป



คนไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลกับเจลาตินละลาย ทิ้งให้เดือดเบาๆ สักพักก็ปิดไฟ ยกลงจากเตาได้

อุ่นเทส่วนผสมใส่ถ้วยแก้วเดิม ย้ายภาชนะเพื่อให้มันเย็นเร็วๆ แถมยังอุ้มถ้วยไปนั่งคนหน้าพัดลมอีก จะได้เย็นเร็วๆ



พอเย็นสนิทแล้วก็นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้จนละเอียดแบบนี้ค่ะ ใช้ช้อนคนเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศเล็กน้อย



หันมาตีวิปครีมจนตั้งยอดอ่อน

แบ่งวิปครีมออกเป็น 3 ส่วนในใจ ตักส่วนแรกผสมลงในซอสสตอเบอรี่ หลักการคล้ายๆ ตะล่อมไข่ขาวตอนทำชิฟฟ่อนเลยค่ะ



เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็ตักวิปครีมส่วนที่สองตะล่อมให้เข้ากันอีก ทำอย่างนี้จนวิปครีมหมดและส่วนผสมเข้ากันดี



ได้ส่วนผสมคล้ายไอศกรีมสตอเบอรี่แบบนี้เลยค่ะ หอมจัง



ตักมูสสตอเบอรี่ใส่ในพิมพ์ครีมชีส ให้ไม้พายปาดให้เรียบ อุ่นสงสัยจะตีวิปครีมตั้งยอดมากไปหน่อย ปาดยังไงก็ไม่เรียบ ก็เลยใช้มุมไพ่ลากแต่งให้เป็นริ้วๆ กลบเกลื่อนความไม่เรียบซะเลย



ใช้พลาสติกใสคลุมพิมพ์ (อุ่นเป็นพวกวิตกจริต กลัวขนมดูดกลิ่นในตู้เย็น ทั้งๆ ที่ตู้เย็นก็ไม่มีกลิ่นอะไร) แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาทิ้งไว้ข้ามคืน

ตื่นเช้าเอาออกมายลโฉม เอ .. จะถอดพิมพ์อย่างไรดีหนอไม่ให้เค้กเยิน

ก็เลยไปคว้าไดร์เป่าผมของน้องสะใภ้มาเป่าๆ ด้านข้างพิมพ์



ผลของการใช้ไดร์เป่าผม

ถอดเข็มขัด

ยกพิมพ์ขึ้น

อ๊า .. สวยงาม แม้จะมีแอบเยิ้มนิดๆ สงสัยเป่านานเกิน



แต่งหน้าด้วยสตอเบอรี่ที่คัดไว้

เห็นบางคนไม่เด็ดขั้วเขียวๆ ทิ้ง อุ่นว่ามันก็สวยนะคะ เพราะจะทำให้เค้กเรามีสีเขียวแซมอยู่ แต่อุ่นว่ามันทำให้กินลำบากง่ะ กินแล้วต้องหาที่ทิ้งขั้วสตอเบอรี่อีก เลยตัดออกหมดเลย



โชว์มุมสูง ฮิๆ



ตัดออกมาแล้ว

หวา .. สงสัยใส่สตอเบอรี่มากเกินไป ครีมชีสมันเลยไม่ค่อยจับตัวเท่าไหร่นัก (คงเพราะสตอเบอรี่ไปขัดขวางการเชื่อมต่อของมัน)



ตรงฐาน Short Bread ก็หนาไปหน่อย ตอนตัดต้องออกแรงมากเลยค่ะ



ความสวยงามน้อยไปหน่อย แต่ถ้าพูดถึงความอร่อย .. ไม่แพ้ใครเลยค่ะ ตักทุกคำ เจอสตอเบอรี่หอมหวานทุกคำ ง่ำๆ



ปรับสูตรเอง ก็วิจารณ์ตัวเองนะคะ

1. ครัสต์ - เป็น short bread ก็อร่อยดีค่ะ แอบติดใจเพราะกรอบและหอมดี แต่ถ้าคราวหน้าจะทำอีก หรือถ้าใครจะทำสูตรนี้ แนะนำให้หารสูตร ใช้เพียงครึ่งเดียวจะดีกว่าค่ะ เพราะถ้าทำเต็มสูตรจะได้ฐานที่หนาเกินไป ตัดกินลำบาก ใช้ช้อนตัดทีนี่ กระเด็นกระดอนไปหมด

2. ครีมชีส - สูตรคุณวราภา อาจจะเหมาะกับการทำชีสพาย แต่ไม่เหมาะกับชีสเค้ก โดยเฉพาะสูตรที่ต้องมีการผสมผลไม้สด เพราะเนื้อครีมชีสมันเบาไป รับน้ำหนักผลไม้ไม่ได้ เจลาตินในสูตรก็อาจจะน้อยเกินไปด้วย แก้ไขได้โดยการเพิ่มเจลาตินในสูตรเข้าไปเป็น 1/2 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง อีกอย่าง อุ่นอาจจะใส่เนื้อสตอเบอรี่เยอะเกินไป ทำให้ครีมชีสไม่มีพื้นที่พอจะจับตัวเป็นกลุ่มก้อน อาจลดลงเหลือกล่องเดียวก็พอค่ะ

3. มูสสตอเบอรี่ - อร่อยมากกกก ไม่มีที่ติ สรุป สูตรพี่บี๊ดีอยู่แล้ว ไม่น่าไปปรับเลย ฮิๆ



รองกระทงฟลอยด์ พันพลาสติกตามธรรมเนียม เตรียมแจกจ่ายเหยื่อผู้โชคดี ^^ แต่แม้ส่วนของครีมชีสจะไม่เข้มข้นเท่าสูตรพี่บี๊ แต่อุ่นก็ชอบแบบนี้เหมือนกันนะคะ มันก็ละมุนๆ เบาๆ สำหรับคนที่ไม่ใช่คอชีสเค้ก รสของโยเกิร์ตก็เข้ากันได้ดีกับสตอเบอรี่ อร่อยดีค่ะ

อยากลองใช้กีวี่ทำด้วย แต่คงอีกสักพัก เพราะตอนนี้อากาศร้อนจริงๆ ค่ะ เวลาทำมูสแล้วเครียดมาก ปสด กลัววิปครีมละลาย

ไว้พบกันใหม่เมนูหน้านะคะ (เร็วๆ นี้แหละค่ะ เพราะช่วงนี้เครื่องกำลังติด คิกคิก)



Create Date : 06 มีนาคม 2554
Last Update : 6 มีนาคม 2554 23:11:55 น. 2 comments
Counter : 3194 Pageviews.

 
ส่วนงามน่ากินจังค่ะ


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:19:24:46 น.  

 
รบกวนถามหน่อยนะค่ะ ครีมชีสต้องใช้ 250 กรัมหรือป่าวค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ศิริลักษณ์ IP: 223.206.36.199 วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:15:56:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.