กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
สิงหาคม 2564
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
1 สิงหาคม 2564
space
space
space

คนต่างศาสนิกถาม
มุสลิมถาม 450

93พระพุทธเจ้าก็มิได้ห้าม

แต่ทำไมพระสงฆ์ถึงไม่ไถนาปลุกข้าว สอนให้ผู้คนอย่าเอาเปรียบซึ้งกันและกัน ตอนเช้าๆที่พระสงฆ์เดินเป็นแถวขอบิณฑบาตจากชาวบ้านตาดำๆแบบนี้เป็นการ "เอาเปรียบ" ม้าย #อิสลามถาม

https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1


   ครั้งหนึ่ง  พระพุทธเจ้า เสด็จไปบิณฑบาต   ทรงเข้าไปหยุดประทับยืนในเขตไร่นาของพราหมณ์ผู้หนึ่ง   พราหมณ์กราบทูลว่า  "ข้าพเจ้าไถหว่านแล้วจึงได้กิน  แม้ท่านก็จงไถหว่านแล้วบริโภคเถิด"    พระพุทธเจ้าก็ตรัสตอบเป็นคำร้อยกรอง  ชี้แจงการไถหว่านของพระองค์    ที่มีผลเป็นอมตะ   พราหมณ์เห็นชอบด้วย   เกิดความเลื่อมใส  จึงนำเอาอาหารเข้ามาถวาย  พระพุทธเจ้าไม่รับ โดยตรัสว่า ไม่ควรบริโภคโภชนะที่ขับกล่อมได้มา (ขุ.สุ.25/297/340)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=25-05-2021&group=18&gblog=14

  ผู้ตั้งคำถาม  น่าจะคิดว่า  ที่ภิกษุออกบิณฑบาตกันตอนเช้าๆ  มาบัญญัติจัดตั้งขึ้นทีหลัง   ชายไทยพุทธที่เคยบวช  ต้องรู้ทุกคน    คือ  หลังจากบวชเสร็จปุ๊บพระอุปัชฌาย์จะต้องบอกอนุศาสน์ ๘ อย่าง (นิสสัย ๔  อกรณียกิจ ๔)  แก่ผู้บวชใหม่ทันที  แบบว่า  ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิตเรียกนิสสัยมี ๔ อย่าง คือ เที่ยวบิณฑบาต ๑  นุ่งห่มผ้าบังสุกุล ๑  อยู่โคนไม้ ๑  (กิน) ฉันยาที่ดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑

  ปัจจุบัน  (อนาคต ปลายพุทธกาลไม่แน่)  พระวัดไหน  ไปทำไร่ไถนาปลูกข้าวกินเองหุงข้าวหาปลากินเอง  มันจะต่างอะไรกับชาวบ้าน  อาจทำลายอริยวงศ์ทำลายพุทธวงศ์ด้วยซ้ำ  

"ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า"   มีกลุ่มคนตีความผิดกินเยี่ยวกันคิดว่าเป็นยาตามที่ว่านั้น  กันความเข้าใจผิดเช่นนั้น  เลยว่าให้ชัด  (กิน)   ฉันยาที่ดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑  น้ำมูตรเน่าคืออะไร ?  น้ำมูตรคือเยี่ยวนี่แหละ   แต่ผ่านการหมักให้สุกด้วยแดดจนมันแปรสภาพจากเยี่ยวสดๆไปแล้ว  (เทียบการหมักปลา (ทำน้ำปลา) ที่ทุกครัวเรือนกิน)  แล้วก็เอาลูกสมอ, มะขามป้อม  มาบุๆ ตากแดดพอหมาดๆ เทใส่ดองอยู่ในนั้น   แล้วก็กิน (ฉัน) ลูกสมอ หรือมะขามป้อม ซึ่งเป็นยาระบาย  เรื่องของเรื่องก็แค่นี้   ตามแบบว่าสั้นๆ  ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑  ไม่ใช่ไปกินฉี่กินเยี่ยว  ไม่ใช่   แต่ปัจจุบันระบบสาธารณสุขทันสมัยขึ้น   มียาสารพัดชนิด   ข้อนั้นก็หมดความจำเป็นลง  อาจมีสำนักปฏิบัติบางแห่งทำกันอยู่แต่น้อย   


Create Date : 01 สิงหาคม 2564
Last Update : 10 สิงหาคม 2564 7:59:37 น. 0 comments
Counter : 331 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space