เปลวสีน้ำเงิน กับ บุพเพสันนิวาส ผู้ที่กลั่นเลือดบรรพบุรุษคืนร่างไทยวันนี้ ที่ชื่อ "จันทร์ยวีร์




เปลวสีน้ำเงิน กับ บุพเพสันนิวาส
ผู้ที่กลั่นเลือดบรรพบุรุษคืนร่างไทยวันนี้ ที่ชื่อ "จันทร์ยวีร์ สมปรีดา"
บอกแค่นี้ หลายคนอาจ...เอ๋อ!
ต้องบอกว่า "จันทร์ยวีร์ สมปรีดา" คือ "รอมแพง"
ถึงจะ..อ๋อ



บุพเพสันนิวาส Ost.บุพเพสันนิวาส | ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช | Official MV




ผู้เขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ยุค "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช"
เรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ที่จุดกระแสสังคม "วัฒนธรรมคืนยุค" ให้คนไทย "ทุกเพศ-ทุกวัย" ขณะนี้
"ช่อง ๓" ทำเป็นละครลงจอเท่านั้น....
ทั่วบ้าน-ทั่วเมือง กระทั้ง "ต่างบ้าน-ต่างเมือง" กระหาย
ใฝ่รู้-ใฝ่ศึกษา ขนบธรรมเนียม-ประเพณี ตามรอย
ประวัติศาสตร์ชาติไทย

ปลุกตลาดกิน-ตลาดเที่ยว-ตลาดสินค้า และศิลปวัฒนธรรมไทย
ลื่นไหล-ขายคล่องไปหมด
ที่สำคัญ อาจทำให้คนไทยเรียนสูง-ใฝ่ต่ำ "บางคน" ที่เชิดฝรั่งเหยียด
ชาติตัวเอง ได้สำนึกในคุณแห่ง "เลือดไทย" ที่ให้กำเนิดมันบ้าง
สมแล้วที่สาวนครศรีฯ คุณ "รอมแพง" จบคณะโบราณคดี ศิลปากร
เอกประวัติศาสตร์ โทภาษาไทย

"บุพเพสันนิวาส" ของเธอ สร้างคุณูปการให้สังคมชาติมากกว่าคำว่า
"นิยาย-ละคร"
มาถึงจุดนี้... เธอเป็นมากกว่า "ผู้เขียนนิยาย" หรือที่เรียก "นักประพันธ์"
การที่เธอจำลองประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปี ให้กลับมา "มีชีวิต"
โลดแล่นร่วมสมัย ใน พ.ศ.๒๕๖๑ นี้ได้

ปลุกกระแสให้คนใคร่เรียน-ใคร่รู้ประวัติศาสตร์ อันเป็น "รากเหง้า" ตัวเอง
ถึงขั้นแต่งกายย้อนยุค กินไทย พูดคำไทย ย้อนไปดื่มด่ำอดีตถึงอยุธยา
วัดไชยวัฒนาราม ขนาดนี้

เธอเป็นอะไรก็ช่าง แต่ต้องบอกว่า "รอมแพง เธอแพงเหนือธรรมดาคำว่าแพง" จริงๆ!
ควรที่ "กระทรวงวัฒนธรรม-กระทรวงการท่องเที่ยวฯ-กระทรวงศึกษาฯ"
เชิญเธอมาใช้ "พรสร้าง+พรสวรรค์+พรศึกษา" จินตนาการเสกอักษร
ปลุกคนไทย ให้ตื่น-ให้รัก-ให้ภาคภูมิ กระหายศึกษาประวัติศาสตร์ชาติตัวเอง
ไม่ต้องมาก เอาแค่ "อย่าให้น้อยกว่า" ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติอื่นก็พอ!
ไหนๆ ก็พูดถึง "วีรสตรี" ผู้เป็นตัวนำที่ชื่อ "รอมแพง" แล้ว ก็บอกให้จบ
กระบวนความไปเลย ลืมได้..แต่พลาดไม่ได้

๒๒ มี.ค.นี้ เวลา ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น.ที่ห้องเอกสารโบราณ ชั้น ๔ อาคาร ๒
สำนักหอสมุด แห่งชาติ กรมศิลปากร ท่าวาสุกรี เขาจัดงาน
"พูดคุยกับรอมแพง"

ใครจะแต่ง "ย้อนยุค-ล้ำยุค" ไปพบรอมแพง "ตัวเป็นๆ" ก็ไปกันได้
ไม่ต้องจอง ฟรี "ย้อนสู่ยุค" ตามคุณ "รอมแพง" กันแล้ว
ขอน้อมนำบางส่วนในประวัติศาสตร์ยุค "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช"
ด้านศาสนามาเล่าสู่กันต่อ ไม่ได้เล่าเอง หากแต่คัดบางส่วนจาก "สถานการณ์
พระพุทธศาสนาจากอินเดียสู่เอเชีย" ของท่านเจ้าคุณ ป.อ. ปยุตฺโต "สมเด็จพระ
พุทธโฆษาจารย์" ดังนี้

ในสมัย "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" มีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง เข้ามารับ
ราชการอยู่ ได้เป็นนายพล ชื่อ "นายพล ฟอร์บังต์" อยู่ในเมืองอยุธยา ต่อมา
เมื่อกลับฝรั่งเศส ก็ไปเล่าให้ทางฝรั่งเศสฟัง แล้วเขาบันทึกไว้เรื่องการชวน
"สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ให้หันเข้าหาศาสนาคริสต์
อันนี้ เป็นประชุมพงศาวดาร เอาบันทึก "พ่อค้าฝรั่งเศส" ก่อนจะถึง
"บันทึกนายพล" ให้เห็นหลายๆ อย่าง

"พ่อค้าฝรั่งเศส" เขียนว่า ถ้า "พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔" ได้ทรงชักชวนแล้ว
"สมเด็จพระนารายณ์" ก็คงจะหันเข้าหาศาสนา "โรมันคาทอลิก" เป็นแน่
ถ้าการเป็นได้เช่นนี้จริงแล้ว จะเป็นพระเกียรติยศแก่ "พระเจ้าหลุยส์" สักเพียงไร
เพราะการที่พระองค์ได้ทรงจัดการศาสนาในพระราชอาณาเขตของพระองค์
ยังได้ทรงจัดการ "ทำลายศาสนา" อันไม่ดีในฝ่ายตะวันออก ซึ่งนับว่าเป็นประเทศ
ที่เจริญที่สุดอยู่แล้ว”

อันนี้ ก็หมายความว่า เขาเห็น "สมเด็จพระนารายณ์" ไม่ได้
รังเกียจเดียดฉันท์ อุปถัมภ์ศาสนานักบวช บาทหลวงที่เข้ามาเผยแผ่
เลยเข้าใจผิด นึกว่า "ในหลวง" ทรงพร้อมแล้วที่จะไปนับถือศาสนาคริสต์
ก็เลยบอกให้ "พระเจ้าหลุยส์" ได้ทำพระราชสาส์นมาชวน ก็เพราะความใจดี
ของคนไทย จนกระทั่งเขา "เข้าใจผิด"

อีกอันหนึ่ง ที่น่าสังเกตคือ เขามีความภูมิใจว่า ถ้าเขาไปไหนได้เอา
ศาสนาของเขาไปแล้ว เขาได้ทำลายศาสนาของที่นั่นด้วย เพราะเขาก็ถือว่า
ศาสนานั้นไม่ดี เพราะฉะนั้น เขาก็เขียนคุยไว้ในนี้ ว่า.......
“ยังได้ทรงจัดการทำลายศาสนาอันไม่ดีในแผ่นดินภาคตะวันออก”
คือเขาถือว่าไม่ดีไปหมด อันนี้ เป็นบันทึกของพ่อค้า
ซึ่งต่อมา "พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔" ก็มีพระราชสาส์นมาเชิญชวน "สมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช" ให้หันไปนับถือคริสต์อย่างที่ว่าจริงๆ
ทุกท่านคงทราบว่า "สมเด็จพระนารายณ์" ทรงตอบว่าอย่างไร คำตอบ
ก็ยาวอยู่ เอากันสั้นๆ ว่า

พระผู้เป็นเจ้า ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างสิงสาราสัตว์ ทรงดลบันดาล
ได้ทุกอย่าง ถ้าหากพระเจ้าต้องการให้พระองค์เป็นคริสต์ พระองค์ก็จะบันดาลเอง
ในเมื่อพระเจ้าทรงบันดาลได้ทุกอย่างอยู่แล้ว พระเจ้าก็บันดาล ถ้าพระองค์ต้องการ
นี่แสดงว่า ยังไม่ทรงต้องการสิ จึงยังปล่อยให้พระองค์เป็นพุทธอยู่

"สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ทรงมีพระปรีชา สามารถอย่างยิ่ง ในการตอบ
"พระเจ้าหลุยส์" ก็เลยไม่รู้จะว่ายังไง บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

นายพลฟอร์บังต์ เขียนไว้ว่า "ที่ทำให้คริสตศาสนาแผ่ไพศาลไปได้ไม่เร็วนั้น
ต้องโทษจริยาวัตรพระภิกษุสงฆ์ ที่มีความอดทนและเคร่งครัดมากที่สุด พระภิกษุ
สงฆ์เหล่านี้ ไม่เสพสุราเมรัย ฉันแต่ของคนใจบุญถวายเป็นวันๆ ไปเท่านั้น
ของที่ได้มากเกินความจำเป็น ก็บริจาคให้คนจน ไม่เก็บไว้สำหรับวันรุ่งขึ้นเลย
ตามปกติ ใจความพระธรรมเทศนานั้น แนะนำให้คนทำบุญ ทั่วพระราช
อาณาจักรนั้น มีคนใจบุญมากมาย เพราะฉะนั้น เราจะไม่แลเห็นคนที่จน
ถึงต้องขออาหารมารับประทาน ธรรมจรรยาของเขา(หมายถึงคนไทย)
เลิศกว่าของเรามาก"

นายพลฝรั่งเศส เขาเขียน "เขาหานับถือผู้สั่งสอนศาสนาของเราไม่
เพราะว่า ผู้สั่งสอนศาสนาไม่เคร่งครัดเท่ากับภิกษุสงฆ์ เมื่อผู้สั่งสอนศาสนา
ของเราแสดงคริสตธรรม คนไทยซึ่งเป็นคนว่านอนสอนง่าย นั่งฟังธรรมปริยาย
นั้นเหมือนฟังคนเล่านิทานให้เด็กฟัง ความพอใจของคนไทยนั้น ไม่ว่าจะสอน
ศาสนาใด ก็ชอบฟังทั้งนั้น"

พระภิกษุสงฆ์ไม่เถียงเรื่องศาสนากับผู้หนึ่งผู้ใดเลย เมื่อมีคนยกคริสต
ศาสนา หรือศาสนาใดๆ มาพูดกับท่าน ท่านก็เห็นว่าดีทั้งนั้น ถ้ามีคนมา
ปรักปรำพระพุทธศาสนา ท่านก็ตอบอย่างเย็นใจว่า "เมื่ออาตมภาพเห็นว่า
ศาสนาของท่านเป็นศาสนาที่ดี เหตุอะไร ท่านจึงไม่เห็นว่าพระพุทธศาสนา
เป็นศาสนาที่ดีเหมือนกันเล่า"

ครับ....ความละเอียดตอนนี้ หาอ่านได้ทั่วไป เพียงยกมาพอเป็นที่เจริญ
ศรัทธาปสาทะในพระอัจฉริยภาพ "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" พระผู้ได้ชื่อว่า
"พระมหากษัตริย์ไทย" ผู้เกริกไกรอีกพระองค์หนึ่ง ทรงสร้างอาณาจักรไทย
กระเดื่องเกียรติกว้างไกลทั้งการค้า-การบริหาร-การปกครอง รู้จักกันไปทั่วโลก
ณ ยุคนั้น

นี่ก็เพราะบารมีบุพเพสันนิวาสของคุณ "รอมแพง" หรอก ถึงต้องย้อนยุคตามไปด้วย.


เปลวสีเงิน


ปรากฏการณ์ "บุพเพสันนิวาส"
บทความโดย...ดร.เสรี วงษ์มณฑา

และแล้วละครบุพเพสันนิวาสก็กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นกระแสของสังคมในปัจจุบัน คนดูละครติดตามดูด้วยความชื่นชม หรือเรียกว่าติดกันงอมแงมก็ว่าได้ และคำว่า “ออเจ้า” ก็กลายเป็น Buzz word” พูดกันไปทั่ว ผู้คนทั้งหลายนิยมที่จะเรียกคนอื่นว่า “ออเจ้า” และความน่ารักมีเสน่ห์ของสองพระเอกที่เป็นพี่หมื่นได้ก่อให้เกิดคำพูดในกลุ่มเก้งกวาง กะเทย และหญิงสาวว่า เวลานี้ไม่ต้องการแล้วเงินแสนเงินล้าน ต้องการเพียงแค่ “สองหมื่น” ก็พอแล้ว นอกจากนั้นแล้ว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในละคร เช่น “มะม่วงน้ำปลาหวาน” ก็ขายดิบขายดี เพราะมีคนนิยมกินมะม่วงน้ำปลาหวานมากขึ้น “กุ้งแม่น้ำเผา” ก็เป็นอีกกระแสหนึ่งที่หลายคนคิดว่าเวลานี้อาหารที่จะใช้ในการเอาใจคนที่รัก ก็คือกุ้งเผาน้ำจิ้มแซ่บๆ และล่าสุดนี้หลายคนก็กำลังคิดจะมีเครื่องกรองน้ำอยู่ที่บ้านกัน ดูเหมือนว่าถ้อยคำและเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในละครเรื่องนี้จะก่อให้เกิดการกระทำที่เป็นกระแสแผ่ขยายไปทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นความนิยมที่จะทำตามตัวละครกันอย่างหลากหลาย

การที่ละครเรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ได้นั้น คงไม่ใช่ความต้องการของผู้จัดที่จะให้เป็นเช่นนี้ เพราะโดยปรกติแล้วคนทำละครก็ต้องการให้ละครสนุก คนดูชอบดู ติดตามชม เพื่อให้ละครมี Rating สูงๆ และมีโฆษณาเข้าเต็มตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่บังเอิญละครไม่ได้เพียงแต่สนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นกระแส Viral (การมีคนพูดถึงกันอย่างกว้างขวางและรวดเร็วดุจดั่งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส) จนกระทั่งคนที่ไม่ได้ดูตั้งแต่ตอนแรกจะรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นคนไม่ทันสมัย ตกยุคที่ไม่ได้ดูละครเรื่องนี้ และไม่สามารถที่จะพูดคุยกับคนอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับละครเรื่องนี้ เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีคนที่ไม่ได้ดูตั้งแต่ตอนแรกจะต้องไปดูย้อนหลังจนครบทุกตอนเพื่อจะได้ติดตามตอนต่อไป หากมีเวลาก็จะดูตรงตามเวลาที่ออกอากาศ แต่หากไม่มีเวลา ก็จะต้องหาโอกาสดูย้อนหลังให้ได้ครบทุกตอน เพื่อจะให้รู้ว่ามี “ถ้อยคำ” ใหม่อะไรอีกที่จะกลายเป็น “Buzz” และนางเอกของเรื่องจะทำอะไรอีกที่คนดูสามารถจะทำตามได้แบบไม่ตกกระแส

ละครเรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ได้ต้องเริ่มต้นที่บทประพันธ์ที่มีโครงเรื่องที่สนุก มีแก่น (Theme) และโครงเรื่อง (Plot) ที่แตกต่างจากละครเรื่องอื่นๆ ที่มักจะเป็นเรื่องซ้ำซากของพ่อแง่แม่งอนระหว่างพระเอกกับนางเอก หรือการแย่งชิงคนรักแบบหนึ่งหญิงสองชาย หรือหนึ่งชายสองหญิง รวมทั้งการแย่งชิงมรดกของตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล แต่ละครเรื่องนี้ไม่มีกลิ่นอายของเรื่องราวดังกล่าวเลย ถึงแม้ว่าพระเอกจะไม่ชอบนางเอกในตอนที่เป็นแม่หญิงการะเกด ก็ไม่ใช่ลักษณะของพ่อแง่แม่งอนที่ชิงชังกันในตอนต้น และจะต้องมีเหตุให้มีการเปลี่ยนความรู้สึกจากการชังกันมาเป็นรักกัน เพราะฝ่ายหนึ่งอาจจะตกอยู่ในอันตรายหรือประสบอุบัติเหตุที่อีกฝ่ายมีโอกาสได้ปกป้องหรือดูแล แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่มีลักษณะเช่นนั้นเลย และที่สำคัญละครไทยส่วนใหญ่ เรามักจะเดาได้ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร ทำให้การติดตามดูไม่มีความตื่นเต้นเท่าที่ควร แต่ละครเรื่องนี้สุดที่จะเดาว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องราวจะจบลงอย่างไร ในเมื่อพระเอกคือคนยุคอยุธยา ส่วนนางเองคือวิญญาณของหญิงสาวในยุคปัจจุบันที่เข้าไปสิงร่างของแม่หญิงลูกเจ้าเมืองพิษณุโลกในสมัยพระนารายณ์มหาราช ดูไป 8 ตอนแล้วก็ยังเดาไม่ถูก
การเปิดฉากละครเรื่องนี้พระเอกคนที่สอง “ปั้นจั่น” เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ตรึงใจเก้งกวาง กะเทย และหญิงสาวได้เป็นอย่างดี และเมื่อพระเอกคนที่หนึ่ง “โป๊ป” ออกมาอีกคนก็ยิ่งทำให้ละครเรื่องนี้มีเสน่ห์ มีพลังตรึงใจคนดูได้มากขึ้น ส่วนนางเอกนั้น ได้แสดงความสามารถในระดับที่ทำให้เราต้องทึ่งและชื่นชม เพราะเธอต้องแสดงให้ได้ 32 อารมณ์กับการเป็น 3 ตัวละครในเรื่อง เมื่อเธอเป็นนักศึกษาสาวในยุคปัจจุบันที่มีลักษณะติ๊งต๊อง เธอก็แสดงได้น่ารักดี และเมื่อเธอเป็นแม่หญิงการะเกดที่โหดร้าย หยาบกระด้าง นิสัยต่ำสถุล เธอก็เล่นได้ร้ายแบบน่าชิงชัง และเมื่อเธอเป็นวิญญาณของสาวปัจจุบันที่เข้าสิงร่างแม่หญิงการะเกด สาวชั้นสูงยุคกรุงศรี เธอก็แสดงได้สนุกสนาน ทำให้เราต้องอมยิ้มกับกิริยาท่าทางและวาจาของเธอ ความเก่งของนางเอกทำให้ละครมีเสน่ห์ชวนติดตาม คนดูจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครอย่างค่อยเป็นค่อยไปและน่าเชื่อถือว่า พัฒนาการดังกล่าวนั้นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จริงกับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว
ละครเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นละครที่สนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นละครที่ให้ความรู้กับคนดูได้อย่างแยบยล ทั้งความรู้ทางด้านภาษาไทย วัฒนธรรมไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ในสมัยอยุธยา นอกจากนั้นแล้วยังทำให้คนดูได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาสมัยพระนารายณ์ผ่านความอยากรู้อยากเห็นของนางเอกที่เป็นนักศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี การตัดต่อสลับกันระหว่างการฟังคำบรรยายในห้องเรียนของนางเอกที่เป็นสาวสมัยนี้ กับความตื่นเต้นของเธอที่เป็นวิญญาณสิงอยู่ในร่างของแม่หญิงการะเกด สาวชั้นสูงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทำให้คนดูได้เรียนรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์ในยุคนั้น ซึ่งน่าจะทำให้น่าสนใจและจดจำได้ง่ายกว่าการเรียนประวัติศาสตร์ในห้องเรียน หรือถ้าหากว่าเรื่องราวในละครไม่กระจ่าง การได้รับรู้บางส่วนก็จะกระตุ้นทำให้คนดูไปค้นคว้าต่อใน Google เพื่อให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประวัติบุคคล ประวัติสถานที่ และประวัติเหตุการณ์ต่างๆ

สิ่งที่ละครเรื่องนี้ก่อกระแสที่ทำให้กลายเป็นปรากฏการณ์ของละครบุพเพสันนิวาสนั้นมีอยู่หลากหลายประเด็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับประเทศเป็นอย่างมาก

ละครเรื่องนี้ให้ความรู้ด้านภาษาและประวัติศาสตร์ของไทย

ละครเรื่องนี้ให้ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมไทยที่น่าภาคภูมิใจ

ละครเรื่องนี้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างมีคุณธรรมและมีคุณค่า

ละครเรื่องนี้ปลุกกระแสนิยมไทยได้เป็นอย่างดี

ละครเรื่องนี้ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเชิงวัฒนธรรมที่อยุธยา

ละครเรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบาย “นิยมไทย” ของรัฐบาล

ละครเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลหันมาสนใจที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อยุธยา

ละครเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลคิดจะส่งเสริมกระแสนิยมไทย

ละครเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลสนใจที่ส่งเสริมให้ละครไทยก้าวสู่สากล

ละครเรื่องนี้จะทำให้การแต่งตัวแบบไทยเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน

ทั้งหมดนี้ทำให้ละคร “บุพเพสันนิวาส” กลายเป็นปรากฏการณ์ที่มีคุณค่าในการปลุกกระแสนิยมไทย ปลุกกระแสความสนใจประวัติศาสตร์ของไทย ปลุกกระแสความสนใจภาษาไทยในกลุ่มของคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน และน่าจะปลุกกระแสให้คนทำละครไทยลุกขึ้นมาทำละครที่หลุดออกจากวังวนของละครที่เรียกขานกันว่า “ละครน้ำเน่า” และเมื่อเราหลุดพ้นจากวังวนดังกล่าวได้ ละครของเราก็จะกลายเป็นละครที่ก้าวไกลในโลกไร้พรมแดน นำเอาวัฒนธรรมและความเป็นไทยออกไปเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รับรู้ สร้างกลุ่มคนดูละครไทยให้ก้าวออกไปพ้นพรมแดนของประเทศไทย เป็นการใช้วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ เพราะคนดูที่สนใจเรื่องราวต่างๆ ของประเทศไทย ก็จะสนใจที่จะมาตาม “รอยละคร” เหมือนอย่างที่คนไทยเรา “ตามรอยละคร” เกาหลี จนทำให้การไปเที่ยวเกาหลีเป็นที่นิยมของคนไทยที่ติดละครเกาหลี ต่อไปนี้คงเป็นทีของประเทศไทยบ้างแล้ว ต่างชาติคงมา “ตามรอยละคร” ที่ประเทศไทยกันเพิ่มขึ้น เพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไทย.



ขอขอบคุณเพื่อนส่งมาทางไลน์


newyorknurse




Create Date : 21 มีนาคม 2561
Last Update : 24 มีนาคม 2561 7:05:30 น. 1 comments
Counter : 732 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณmcayenne94, คุณtoor36, คุณเริงฤดีนะ, คุณสองแผ่นดิน, คุณmambymam, คุณหงต้าหยา, คุณQuel, คุณจอมใจจอมมโน, คุณพันคม, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณSweet_pills, คุณhaiku, คุณยังไงก็ได้ว่ามาเลย, คุณmastana, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณเนินน้ำ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณหอมกร, คุณตะลีกีปัส, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณกาปอมซ่า, คุณชีริว, คุณJinnyTent, คุณALDI


 

ขอพักบล็ฮกนะคะ
ระยะนี้อาจจะไม่ได้เข้าบล็ฮกค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาที่บล็ฮกนะคะ


โดย: newyorknurse วันที่: 24 มีนาคม 2561 เวลา:1:54:22 น.  

newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

***********
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.