บันทึกการเรียนรู้ 5...My home


...วัยสร้างเนื้อสร้างตัว...

คนเราส่วนใหญ่ เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน
ร่างกาย และสังขารยังมีเรี่ยวแรง มีกำลังที่ดี

ถ้าเปรียบเทียบกับ "นก"
คงอยู่ในขณะที่มี 1 ปัจจัยสำคัญ
คือ "ทำรัง" หรือ "สร้างบ้าน"

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าป๊ะป๋าย้ายมาอยู่เชียงใหม่
เราได้อยู่บ้านพักหลวงที่ถือได้ว่าเป็นบ้านหลังแรก
ของหน่วยงานที่ป๊ะป๋าทำงานอยู่เลย เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง
แบบเรือนไม้สมัยก่อน หน้าต่างของบ้านก็เป็นบานยาว
ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มีระแนงไม้กั้นกันตก
มีระเบียงหน้าบ้านนั่งรับลมได้ตลอด
หน้าร้อน อากาศเย็นสบายมากๆ
ส่วนหน้าหนาว ก็หนาวสุดๆ สมกับคำนิยามของ "เชียงใหม่"

จำได้ว่าถ้าช่วงไหนที่เริ่มเข้าฤดูหนาวแล้วป๊ะป๋า
ต้องนั่งทำงานดึกๆ ซึ่งลมจะโชยผ่านตามแผ่นไม้กระดาน
มันหนาวได้ใจจนต้องหาเตาอั้งโล่
มาจุดกลางบ้านให้คลายหนาวเชียว

เรามีสระบัวอยู่หน้าบ้าน
มันคงลึกประมาณเมตรหน่อยๆ ได้หล่ะมั้ง
ใกล้สระบัวที่ขุดไว้...ป๊ะป๋าทำชิงช้าให้คนละอันกับพี่ชาย

ขื่อคานใต้ถุนบ้าน เราเอามาผูกเปลญวณ
นอนเล่นชิลๆ ว่างเมื่อไหร่ก็เดินไปเก็บลูกหม่อนกินเล่น
ด้านข้างของบ้านมีคลองประปาเล็กๆ ไหลผ่าน
เล่นน้ำกันเพลิน

สมัยก่อนข้างบ้านพักหลวง
จะมีเตาบ่มใบยาสูบอยู่ 3 เตา
ห่างจากบ้านไป 500 เมตร
ไผ่อยู่บ้านพักหลวงหลังนี้มาตั้งแต่เกิด

เสียดายที่...หารูปบ้านหลังแรกในชีวิตไม่เจอ
อาจจะอยู่ในซอกหลืบไหนสักที่
หรือไม่ก็ลงท้องปลวกไปแล้ว

ปัจจุบัน บ้านหลังนี้ที่ไผ่เคยอยู่
โดนรื้อทิ้งเอาไม้ไปทำพิพิธภัณฑ์ที่...
ไม่มีใครไปเยี่ยมชมเท่าไหร่ไปเสียแล้ว
คิดถึงก็แอบเสียดาย...

รังหลังที่ 2 ของชีวิตที่เป็นของเราเอง
ป๊ะป๋ากับแม่เลือกที่จะไปซื้อที่ดินเปล่า
ใกล้ที่ทำงานที่ได้อารมณ์ "บ้านสวน" มากๆ
ทั้งๆ ที่ไม่คิดจะทำสวน....แค่...ไม่ชอบบ้านที่อยู่ติดๆ กัน
อยากได้ที่มีบริเวณกว้างๆ เพราะเคยอยู่บ้านแฝด
ครั้งอยู่จังหวัดอุบลฯ...(ตอนนั้นไผ่ยังไม่เกิดเลย)

ป๊ะป๋าเล่าว่า...เป็นอะไรที่อึดอัดสุดๆ รำคาญที่สุด
เพราะอยู่ติดกันเพียงผนังไม้กั้น...ใครไปใครมา
รู้กันหมด...มีโจ๊กเล่าว่า คุณพยาบาลคนนึง
สามีเป็นตำรวจ...ไปๆ มาๆ ไม่ได้อยู่ตลอด
แต่ถ้าเมื่อไหร่สามีคุณพยาบาลกลับมาบ้าน
จะรู้กันไปสามบ้านแปดบ้านเพราะเสียง "ตด"

คงเป็นมูลเหตุหลักที่เราได้ "บ้านสวน" กว้างๆ แต่...
ค่อนข้าง "กันดาร" แม้จะอยู่ห่างจาก
สถานที่ราชการหลักๆ แค่ 3 กิโลฯ

ตอนได้แบบแปลนบ้านหลังที่ 2 นี่
อารมณ์ว่า ไปเจ๊อะบ้านเพื่อน
เห็นเขาเป็นบ้านเล่นระดับหลังเล็กๆ
4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องนั่งเล่น
1 ห้องทานข้าว 1 ห้องพระก็ชอบกันทั้งคู่นั่นโน่นนี่...
แต่มีการแอบเปลี่ยนแปลงต่อเติมเพิ่มส่วนนั้นนี้อีก
ต่างหาก...

ว่ากันว่า ห้องเก็บของจะแน่นขึ้นตามขวบปีของอายุบ้าน
ไม่รู้ว่าบ้านคนอื่นเป็นหรือเปล่านะคะ
แต่...สำหรับบ้านไผ่นะ เป็นตามนั้นทุกประการ
แถมอยู่ๆ ไปเหมือนบ้านจะเป็นเนื้องอกไม่มีที่สิ้นสุด
แต่งห้องนั้น เติมห้องนี้ได้แบบเรื่อยๆ
ทั้งห้องนอนแขก ห้องคาราโอเกะ ห้องนอนแม่บ้าน
ทำไปทำมาเริ่มมีกลุ่มลูกบ้าน กระท่งกระท่อม
ครันทรี่สุดๆ แบบสร้างเพลินไม่ถามใคร
ทั้งๆ ที่ประชากรในบ้านเท่าเดิม...แถมลดลงอีกต่างหาก
เมื่อพี่ชายแต่งงานแยกครอบครัวไป

บ้านเล่นระดับ...แถมเป็นเนื้องอก
ผ่านไปเกือบ 20 ปี...บ้านเล่นระดับที่บันไดเยอะกว่าเดิม
ในขณะที่...คนอยู่ในบ้านเริ่มสังขารไม่เที่ยง

ยังดีที่ช่วง 4 ปีให้หลังมานี่...ทั้งแม่และป๊ะป๋า
เพลาลงในเรื่องการต่อเติมบ้านช่องแบบแล้วแต่อารมณ์
ลงมากแล้ว...ถึงเวลาผ่องถ่ายอำนาจการบริหารจัดการ
แบบเต็มรูปแบบเสียที วันก่อนให้ป๊ะป๋า
คำนวณพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหลัง ล่อไป 500 ตารางเมตร

อดหนักใจไม่ได้ว่า...จะทำยังไงกับมันได้บ้าง
เพราะส่วนที่ต่อเติมก็ใช่ว่าจะมีรูปแบบที่ดี
เข้ากั๊นเข้ากันกับสิ่งแวดล้อม
ส่วนที่ต้องซ่อมแซมจากความเสื่อมก็มากโข

เมื่อวานกับวันนี้ขอแรงช่างจากโรงงาน
มาช่วยซ่อมหลังคาที่เริ่มผุพังเป็นจุดๆ
สงสัยไม่พ้นปีหน้าต้องตั้งงบซ่อมแซมบ้านชุดใหญ่
เสียแล้ว...เหอๆๆ รีโนเวทให้ลูกค้ามาก็เยอะ
ไม่มีปัญญาทำบ้านตัวเองเสียที เหมือนคำเปรียบเปรย
ที่คนเมืองเขาชอบแซวกันว่า
...เป็นช่างตัดเสื้อแต่ใส่เสื้อปุ๊ด...
...เป็นสล่าแป๋งบ้านแต่บ้านหลุ...

การเรียนรู้จึงบังเกิด...ว่า...
ถ้าคิดจะสร้างบ้านสักหลัง ให้มองระยะไกลของ
สังขารผู้อยู่เป็นหลักด้วยว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า
อายุเยอะขึ้น เดินเหินไม่สะดวก หรือต้องอยู่ร่วมกัน
ระหว่างคน 3 วัย จะสะดวกสบายเหมือนเคยหรือเปล่า

ข้าวของเครื่องเรือนที่ซื้อเข้าบ้านก็เป็นอีก 1 เรื่อง
ที่ต้องคำนวณถึงอนาคตพอสมควร
สมัยนึง เครื่องเรือนจำพวก "ไม้สัก"
ที่ทั้งใหญ่และหนัก ได้รับความนิยม
เพราะอายุการใช้งานนาน ทนทาน
พอเป็นมรดกได้
แต่เวลาผ่านไป รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลง
จะเคลื่อนย้ายแต่ละที หนักไม่ใช่เล่น
ต้องใช้ "ชาย-ฉะ-กัน" แบบก้ามปูมายก

อาณาบริเวณก็สำคัญไม่แพ้กัน
เพราะเมื่อกิจกรรมบางอย่าง
ไม่สามารถทำได้เหมือนเคย
พื้นที่กว้างๆ ก็กลายเป็น "ภาระ" ขึ้นมาดื้อๆ
ไหนจะงานสวน ไหนจะต้องตัดหญ้า
แรงงานเดี๋ยวนี้ก็ใช่จะหาง่ายๆ

ชอบแนวคิดของครอบครัวรุ่นน้องคนนึง
ที่พออยู่กัน 3 คนพ่อ-แม่-ลูก แล้ว
วางแผนในอนาคตว่า จะลดภาระลงตามความจำเป็น
บ้านใหญ่เกินก็ขายทิ้งซะ...แล้วย้ายไปซื้อหลังที่มัน
เล็กลงกว่าเดิม...ลดพื้นที่ลง ภาระก็น้อยลง

ตอนนี้กำลังระดมความคิดกันอยู่ว่า...
จะหาทางลดภาระอะไรได้บ้างจากบทเรียนที่ได้
เฮ้อ...อย่างว่าแหละเน๊อะ คำว่า "บ้าน"
ต้องคิดดีๆ เขียนดีๆ เพราะ...ถ้าคิดผิด เขียนผิด
จาก "บ้าน" ก็กลายเป็น "บาน" หรือ "บ้า" ได้เหมือนกัน

อยากมีไม้วิเศษแบบแฮรี่พอร์ตเตอร์จังเลย
จะให้บ้านมันซ่อมแซมตัวเองซะหน่อย
มีจริงคงดี...ฮ่าๆๆ

------------------------------------------

คืนนี้คงยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นะคะ
ไว้เคลียร์เรื่องบ้านเสร็จจะไปแวะทักทายให้ครบค่ะ

ขอบคุณสำหรับความคิดถึงและทักทาย
ทั้งหน้าบล็อคและหลังไมค์นะคะ

-------------------------------------------











Create Date : 08 สิงหาคม 2556
Last Update : 9 สิงหาคม 2556 13:39:35 น.
Counter : 734 Pageviews.

14 comments
  
มาอ่านค่ะ รู้สึกเหมือนกันเลย
บ้านใหญ่หากันไม่ค่อยเจอเลยค่ะ
ยังนึกๆอยู่ถ้าย้ายบ้านเกิดบ้านเล็กลงกว่านี้สักครึ่ง
ตงไม่มีที่จะเก็บของแน่
อะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด อิอิ
โดย: lovereason วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:20:54:52 น.
  
เพิ่งจะมีอารมย์เขียนกับมีลมหายใจเป็นของตนเองบ้างครับ
โดย: ravio วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:0:11:22 น.
  

Like ให้เป็นคนที่ 1
อ่านแล้วชอบจังค่ะ

โดย: อุ้มสี วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:1:23:42 น.
  
มาอ่านแล้วก๊อืม ได้แง่คิดหลายๆอย่างนะครับ ^^

คนเราก็เหมือนปลาที่พยายามไปไข่ที่แอ่งน้ำเดิมที่มันไข่ออกมา

ความรู้สึกมันบอกตัวเองว่า ที่ตรงนั้นมันมีความสุขมากที่สุด

แต่ถ้าไม่ได้เราอยากให้ใกล้เคียงหรือไม่ก็อยากให้ตอบโจทย์ทุกเรื่องๆ

อันนี้เริ่มเยอะแล้วครับ 555++

เคยได้ยินว่า

Small is beutiful.

Plane Living,High thinking.

หลวงพี่อยากกุฏิเล็กๆ ก็พอครับ 5555++ ^^







โดย: วนารักษ์ วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:16:07:37 น.
  
ป.ล.

งานหมอและพยาบาลเป็นงานหนักมาก ถึง มากที่สุด

ทำกันไม่มีน้อยมีแผ่ว ทำจนคนทำตายไปข้างหนึ่งเลยเชียวนะน้องไผ่

อาชีพนี้ไม่ค่อยได้ยินคำบ่นว่าเบื่อไม่มีเวลา

อาจเป็นเพราะว่าทุกคนมีจิตอาสาและมีความสุขกับ

การได้เห็นคนไข้สบายหายดี สิ่งนี้อาจมีคุณค่ามากกว่าเงินทอง

ที่ไม่ว่าจะหาได้เท่าไหร่ มันก็ยังน้อยไปในความรู้สึกตลอดเวลาครับ ^^


โดย: วนารักษ์ วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:16:10:46 น.
  
สวัสดีค่ะน้องไผ่ พี่กิ่งเลิกเช้าหน่อยค่ะวันนี้มีกิจกรรมก็เลิกก่อนเวลา ดีใจจังได้หยุดยาว 3 วัน น้องไผ่คงได้เที่ยวสบายอุราแล้วค่ะ

พี่กิ่งเข้ามาอ่านเสียงบ่นๆเพลินๆคราวนี้เห็นด้วยจริงๆค่ะ การปลูกบ้านใหญ่โตแล้วไม่ช้าเหลืออยู่สองตายายเนี่ยทำอะไรก็ไม่ไหวจริงๆ อิอิ
อ่านเพลินจริงๆค่ะ พี่กิ่งชอบตอนน้องไผ่พูดถึงบ้านหลังแรกบรรยากาศคงน่าอยู่มากมายนะคะ แต่บ้านปัจจุบันนี้ก็คงสวยสงบร่มเย็นดีนะคะ

มีความสุขวันหยุดจ้า




More Flowers Comments


โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:16:47:49 น.
  

Like ให้เป็นคนที่ 3
เคลียบ้านเสร็จค่อยไปเยี่ยมอุ้มก็ได้นะคะ
ไม่ซีเรียสจ๊ะ
แวะมาเฝ้าบ้านให้

โดย: อุ้มสี วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:20:09:31 น.
  
สวัสดียามดึกๆ ค่ะ
บ้าน คือ วิมานของเราจริงๆ ค่ะ
เหมือนบ้านที่บ้าน สร้างเสร็จ มีคนอยู่แค่ทวด พ่อ กับแม่ เหงาๆ กันอยู่บ้าน ลูกๆ กลับทีก็ครึกครื้นดี ไม่ดีเลยนะคะ คุณไผ่โชคดีแล้วแหละที่ได้อยู่บ้านกับคนที่รัก
---
นึกว่าเป็นอยู่คนเดียวค่ะ พออ่านความคิดเห็นถึงรู้ว่าคนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน ไม่ชอบเลยนะคะความรู้สึกแบบนี้

ฝันดีนะคะคุณไผ่
โดย: ประกายพรึก วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:22:08:33 น.
  
บ้านปัจจุบันที่ผทอยู่ตอนนี้ก็อายุ20กว่าปีแล้วครับ
เปลี่ยนแปลงขนาดรูปร่างไปตามกาลเวลาเหมือนกันเลยแต่คนอยู่ก็ยังเท่าเดิม
สำหรับผมคำว่าบ้านผมไม่ขอหลังใหญ่โตอะไรแต่ขอ
ให้คนที่อยู่ในนั้นคือคนที่เรารักก็พอ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:23:09:17 น.
  
สวัสดียามค่ำคืนครับ

กดติดตามบล็อกคุณไผ่ด้วยนะครับ
โดย: **mp5** วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:23:10:06 น.
  
หวัดดีน้องไผ่...
ฟังเรื่องเล่าย้อนเวลา...มีความสุข น่าจดจำ งดงามดีนะคับ...

บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย....เพราะเป็นจุดศูนย์รวมที่คนในครอบครัวจะโหยหา เมื่อยามสุขที่อยากแบ่งปัน หรือทุกข์ที่อยากระบาย...หิว เหนื่อยสนุก ที่นี่แหละ....
สนุกกับวันแม่นะคับ
โดย: biocellulose วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:11:37:46 น.
  
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

คมไผ่ Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สุขสันต์วันแม่ ขอรับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:0:54:52 น.
  
สุขสันต์วันแม่ครับ
โดย: **mp5** วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:10:37:50 น.
  
โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:17:50:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

คมไผ่
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



Q ; เป็นคนแบบไหน
A ; เป็นได้ทุกแบบ ขึ้นอยู่ที่ว่า...เป็นกับใคร และเป็นเมื่อไหร่ แล้วแต่สถานการณ์ค่ะ เป็นนางฟ้าก็ได้ นางมารก็ได้ แล้วแต่ว่าใครจะมาด้วยแบบไหน

Q ; ให้นิยามกับตัวเองว่าอะไร
A ; ทะเล...(มั้ง) ได้บรรยากาศหลากหลายดี นิ่ง ๆ สงบ ๆ ก็ได้ ชิว ๆ ก็ได้ แต่...ถ้ามีองค์ประกอบอื่นก็...ตามนั้น

Q ; เหมือนจะน่ากลัวนะเนี๊ยะ
A ; อย่ากลัวเล้ย บ้าบอไปงั้นแหละ ฉีดยาเรียบร้อยแล้ว ไม่นิยมกัดใครก่อนอยู่แล้น หุหุ โพสต์ได้ เม้นท์ได้ ด่าได้(แต่อาจมีสวนเล็ก ๆ คริๆ)
New Comments
สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
Friends Blog
[Add คมไผ่'s blog to your weblog]