ชีวิตครอบครัวกับโลกส่วนตัว so high

วันนี้แอบเก็บสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของคนสองรุ่นมานั่งพินิจพิเคราะห์ในแบบของตัวเองแล้วก็แอบหวั่น ๆ ลึก ๆ จนแทบนึกไม่ออกว่า ถ้า...(เป็นครอบครัวของตัวเอง)...แล้ว...(จะเป็นยังไงหว่า)...



ครอบครัวรุ่นแรก ก็ครอบครัวรุ่นพ่อแม่ของน้องหล่ะค่ะ
วันนี้ลากกันไปทำบุญ แล้วก็เจอคุณแม่ของน้องด้วย ก็มีปฏิสัมพันธ์อันดีแนบ
ดีจนบ่นนั่นนี่ให้ฟังตลอดเวลา หุหุ
คิดแล้วก็ตลกดีว่า...คนเรา พอเป็นครอบครัวแล้ว เวลามีปัญหากัน
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านั้นต้องมีคนรับผิดชอบเสมอ
แม้มันจะไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายเล้ย
ก็ยังขุด สรรหามาบ่นได้ จนไผ่แอบคิดว่า
ทัศนคติคนรุ่นพ่อแม่เรา คิดแบบนี้กันเน๊อะ
ทั้ง ๆ ที่ เรื่องมันไม่น่าจะบ่น เพราะไม่รู้จะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมา
แต่ก็ยังพูดได้ไม่หยุด (ครอบครัวนี้ เหมือนแฝดกับครอบครัว
ไผ่เลย โดยเฉพาะแม่ของรุ่นน้องคนนี้ มีหลายอย่างมากมายที่เหมือนแม่ตัวเอง) ฮ่าๆๆ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น รักกันเลิฟ ๆ จนไม่รู้จะเรียกว่า “อบอ้าว” หรือ “ร้อนรุ่ม” อีก Level นึงได้หรือเปล่า

ในขณะที่ ครอบครัวอีก Gen. นึงที่รุ่นราวคราวเดียวกับไผ่ คือวัย 30 นิดๆ
มาแต่งงานกัน โดยมีคอนเซ็ปว่า
แต่งแล้วก็เหมือนเดิม คือ..ผู้ชายทำงานกรุงเทพ
ผู้หญิงทำงานเชียงใหม่ ซื้อบ้านด้วยกันเชียงใหม่ 1 หลัง
ต่างคนก็ต่างอยู่ เพราะฝ่ายสามีเป็นคนกรุงเทพอยู่แล้ว
มีครอบครัวเดิม(พ่อแม่)อยู่ ก็อยู่กับครอบครัวเดิมไป เช้าทำงาน เย็นกลับบ้าน โทรคุยกันทุกวัน ตังค์แยกกันใช้
ไผ่แอบเรียกวิถีสมรสแบบนี้ว่า แต่แบบ..หลวม ๆ บุฟเฟ่ต์ ๆ ต่างคนต่างอยู่กันไป ไม่มีนโยบายมีลูก (ถ้ามีคงพิลึกน่าดูเน๊อะ ใครจะเลี้ยง ใครจะดู
สารพัดสิ่งอันที่เรียกว่า “ครอบครัว” คงตามมากว่านี้)
ว่าง ๆ ทีก็มา “ป๊ะกันแหม๋สักเตื่อ”

แอบ ๆ ถามเพื่อนสาวมาเหมือนกันว่าอยู่กันแบบนี้โอเคเหรอ
ก็ได้คำตอบแบบไม่ต้องคิดว่า “ดีที่สุด” เพราะรักกันบางขณะ
ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัวสูงในบางมุม
ฝ่ายชายเป็นพวก “otaku” เรื่องการ์ตูนบ้างนิดหน่อย
ฝ่ายหญิงก็...ตามประสา วีนบ้าง เหวี่ยงเล็กน้อยตามอารมณ์
มีจุดยืนเสร็จสรรพว่า ถ้าแต่งแบบคนอื่นอาจจะไม่เวิร์ค
เพราะคงทะเลาะกันบ้านแตกในไม่ช้า

หึหึ...เป็นครอบครัวยุคใหม่ของคนที่มีโลกส่วนตัวแบบ So High ดีเน๊อะ
เหมือนแฟนที่มีทะเบียนสมรสเป็นพันธะผูกพัน
มีบ้านหนึ่งหลังเป็นทรัพย์สินร่วม นอกนั้น...ต่างคนต่างอยู่

ไปเจอประโยคนึงในกระทู้ห้องสยาม เรื่องมุมมองความรักดี ๆ
จากคลับ Friday ที่ว่า
“บางที มันเป็นเส้นบาง ๆ ระหว่าง "เจ้ากรรมนายเวร" กับ "สามี”
(ขอแอบเติม “ภรรยา” เข้าไปด้วย เพื่อความเสมอภาค)
ฮ่าๆ อ่านแล้วขำดี...ตรงกับชีวิตคู่ของใครหลายคนอีกต่างหาก

ประโยคนี้ น่าจะใช้ได้กับครอบครัวรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรา ดูจะเหมาะสม
เพราะมีหลาย Moment ที่เรื่อง “เล็ก ๆ” แต่ “เป็นเรื่อง” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

มีแบบสำรวจของฝรั่งเรื่องนึงที่พูดถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของคู่รัก คนรัก
หรือสามีภรรยาที่ทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาวคือ โดยมากที่จะคบกันยาวนาน
คือ “ป๊ะกันแหม๋” แล้วกลับบ้านใครบ้านมัน
ซึ่งบ่งบอกได้อย่างนึงว่า เป็นความสัมพันธ์แบบหลวม ๆ ที่รักกันจุ๊บ ๆ
ในบางเวลา แล้วต่างคนก็ต่างกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง
มีช่องว่างระหว่างกันเหมือนอินเตอร์เซกชั่น
ที่มีการคาบเกี่ยวกันไว้เล็กน้อย แต่ไม่ได้อยู่ร่วมกันทั้งหมด

อาจเพราะความที่วิถีชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไป
ความรัก กับ ความผูกพันระหว่างกัน มันลดน้อยลง
รวมถึงความอดทนในการใช้ชีวิตคู่ ที่เมื่อมาแชร์กันในทุกเรื่องแล้ว
ทำให้เห็นทุก ๆ ด้านของกันและกันจนหมด
รับได้ประคองได้ทนได้ก็อยู่กันไป รับไม่ได้ทนไม่ไหวก็ต่างคนต่างไป
แตกต่างจากทัศนคติของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่ไผ่เชื่อว่า เขายังมีแนวคิดที่ว่า
ลึก ๆ แล้ว ต้องประคับประคองชีวิตคู่ให้ได้ดีและนานที่สุด
ในขณะที่คนรุ่นหลัง มีมุมมองต่างออกไป

วันนี้ สรุปกับตัวเองได้อยู่ 1 ประโยค “ชีวิตครอบครัว มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด”




Create Date : 07 มีนาคม 2555
Last Update : 9 มีนาคม 2555 16:25:34 น.
Counter : 1197 Pageviews.

15 comments
  
บ่นงึมงำอะไรกัน

ความรักของคนสองคน

มีอะไรมากกว่าที่คิด

อย่าคิดอะไรมาก
โดย: ravio วันที่: 7 มีนาคม 2555 เวลา:23:25:40 น.
  
“ป๊ะกันแหม๋สักเตื่อ” มันใช่อย่างที่ผมคิดหรือเปล่าครับพี่ไผ่ ฮะๆ
ยังไม่อยากคิดเลยถ้าผมมีครอบครัวจะทะเลาะกับลูกเรื่องแย่งกันเล่นเกมส์ไหมนะ ฮ่าๆ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:1:20:18 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับ


พี่ก๋านึกถึงภาพพี่ก๋ากับมาดามห่างกันแบบนานๆเจอกันทีไม่ออกครับ 555
เกือบ 24 ชั่วโมงเลยมั้งที่ได้เจอกัน
เว้นแต่ช่วงทำงานเท่านั้นเอง





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:5:57:32 น.
  

ขอเสนอหน้าแชร์ความเห็นด้วยจ้ะไผ่...

ถ้าใครถามพี่ว่าความเป็น "ครอบครัว" คืออะไร

มัีันมีอะไรมากกว่าที่ไผ่คิดจริงๆ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวไม่ว่ากับใคร แบบไหนถึงจะเหมาะสม ครอบครัว ในแบบของเรา ก็ไม่เหมือนของเค้า แต่ที่แน่ๆ ครอบครัว น่าจะเริ่มมากจาก "ความรัก" กันเนาะ อาจจะมีลูก หรือไม่มี ก็ไม่เป็นไร ถ้าสองคนตกลงกันว่า อยู่ด้วยกันได้โดยไม่มี...ที่แน่ๆ เมื่อมาเป็นคนคู่ มีอะไรที่เราต้องลดความเป็นตัวตนค่อนข้างเยอะ จริงๆ ไม่ได้ทำให้โลกส่วนตัวหายไปนะ ต่างก็ยังมีอยู่ได้ แต่พื้นที่ตรงกลางที่เราต้อง "ร่วมกัน เพื่อครอบครัว" ก็ควรจะมีอยู่ ไม่งั้นจะเรียกครอบครัวได้อย่างไร...

ลูก...เป็นโซ่ทองคล้องจองใจเราสองคน หรือโซ่ตรวน ที่ทำให้เราสองคนต้องทนอยู่ด้วยกัน สองคน...น่าจะรู้ดีกว่าใคร

สำหรับพี่ แ่ต่งงานแล้วต้องมีลูก ชัดเจนมาก ชั้นอยากมีลูก ทุกวันนี้ก็ไม่คิดว่าตัวเองตัดสินใจผิดนะ แม้จะทุกข์บ้างในบางเวลา (เพราะห่วงเค้าเกินไป เหมือนติดลูก...เนาะ)



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:8:31:52 น.
  
สวัสดีค่ะน้องไผ่

เข้ามาอ่านเรื่องนี้ จะว่าไปมุมมองของน้องไผ่ก้อดีเหมือนกันนะ

แต่ถ้าเป็นมุมมองของพี่ คำว่าครอบครัว คือต้องอยู่ด้วยกันรวมกัน
ถ้าแยกกันอยู่ มันมีความห่างเยอะเกินไป ไม่ถือเป็นครอบครัว
ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัวสูง ก้อควรจะอยู่คนเดียว ไม่ต้องแต่งงาน
เป็นแบบแฟนกันก้อพอ เพราะการมาอยู่ด้วยกัน ทำให้เราต้องเรียนรู้
อีกฝ่ายหนึ่ง ต้องรู้จักอดทน อดกลั้น ให้เกียรติ เสียสละ สารพัดอย่าง

ถามว่าทำไมเราต้องทำแบบนั้น ก็เรารักเขาไม่ใช้เหรอ
ถ้ารัก เราจะทำได้ทุกอย่างโดยไม่รู้สึกว่าต้องฝืนอะไร
ทำด้วยความเต็มใจ แต่ถ้าเราไม่รักซิ เราจะถามตัวเองทันทีว่า
ทำไมชั้นต้องเสียสละ อดทน อดกลั้น ใช่ไหม

การแต่งงานหรือการใช้ชีวิตคู่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ
ตอนเป็นแฟนก้อแบบนึง พอแต่งงานแล้วก้ออีกแบบนึง
เพราะฉะนั้น “ชีวิตครอบครัว มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด” จริงๆ

แต่ในมุมมองของพี่ตอนนี้ พี่ว่าเป็นแฟนกันดีกว่าแต่งงานกัน
เพราะตอนเป็นแฟนกัน อะไรๆก็ดีก็สวยไปหมด
มีความเกรงใจ ให้เกีรติ เสียสละ อดทน ได้ทุกอย่าง

แต่พอแต่งงานแล้วมาอยู่ด้วยกันซิ อะไรที่เป็นนิสัยเราที่ไม่ดี
เราก้อกล้าที่จะแสดงออกมา โดยอะไรที่ดีๆตอนเป็นแฟนกัน
อาจจะค่อยๆหายไปก็ได้ สำหรับบางคน

กรณีที่ไผ่เล่าว่า แต่งงานกันแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
พี่ว่าจะเหมือนเป็นแฟนกัน ทำให้สิ่งดีๆยังมีอยู่เยอะ

ถ้าอย่างนี้คนเราจะแต่งงานทำไมหล่ะ

มีทะเบียนสมรสไว้เพื่อ บอกคนอื่นว่ามีเจ้าของแล้ว
เพื่อมีส่วนในทรัพย์สิน มรดก แค่นั้นหรือ

แล้วแต่มุมมองของคนนะ เรื่องแบบนี้......

แต่สุดท้ายอยากบอกให้คนที่ยังไม่มีแฟนว่า
ถ้าจะมีแฟนสักคน จงยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น
เพราะพออยู่ด้วยกันแล้ว เราจะได้ไม่รู้สึกอะไรมาก
เพราะเรารับได้ตั้งแต่แรกแล้ว

สมมุติว่า ผู้ชายคนนึงชอบดื่มเหล้ามากมาย เราพูดเตือนอะไรก้อไม่สน
เรารักเขา แต่เราไม่ชอบคนดื่มเหล้า
เราบอกเขาว่าให้เขาเลิกดื่มได้ไหม ถ้ารักเราจริง ต้องทำให้เราได้
เขาอาจจะรับปากเรา และทำให้เราเห็นจริงว่าเขาเลิกได้
แต่พอแต่งงานแล้ว เขาอาจจะกลับมาดื่มอีก โดยไม่สนใจอะไรแล้ว
ก้อมันเป็นความชอบของเขานี่นา เราอาจจะรับไม่ได้ แต่จะทำงัยได้หล่ะ
มาอยู่ด้วยกันแล้วนี่นะ ก้อต้องทนกับความไม่ชอบของตัวเอง

เรื่องนี้เลยบอกให้รู้ว่า อย่าไปคิดเปลี่ยนแปลงใคร ถ้าคิดจะเปลี่ยน
ควรจะเปลี่ยนตัวเอง ง่ายที่สุดนะ

วันนี้เม้นท์ยาวเลยนะ หวังว่าคงไม่ว่ากันนะจ๊ะ

เห็นอยากทานสตรอเบอร์รี่ เลยเอามาฝากจ้า

โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:10:57:16 น.
  
ครอบครัวเป็นเรื่องซับซ้อนยิ่งกว่าความรัก

Photobucket
โดย: ผัดไทเส้นหมี่ วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:11:22:34 น.
  
b_bee ว่าคู่ที่ 2 เหมือนแฟนกันเลยอะ
โดย: bee_บี วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:12:08:20 น.
  
ละเอียดอ่อน และแตกต่างกันตามละบุคคล และครอบครัวนะคะ ว่าไหม
โดย: rakpama07 วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:12:11:10 น.
  
เพลงเพราะค่ะ พี่ไผ่(ฝ้ายขออนุญาตเรียกพี่นะค่ะ)

เป้นบทความที่ฝ้ายชอบมากเลยค่ะพี่ไผ่ ....

คำว่า 'ครอบครัว' เป็นอะไรที่บอกแค่ความสัมพันธ์ จะมากหรือน้อยก็ขึ้นที่ระหว่างตัวบุคคล ....

ปล. เอาขนมมาฝากไว้เป็นของว่างค่ะ

โดย: H. sapiens วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:14:15:16 น.
  
มาบอกว่า เห็นด้วยกับน้องไผ่ค่ะ

ว่า มีครอบครัวที่อบอุ่น แม้จะอุ่นจนร้อนหรืออบอ้าวในบางเวลา
ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียวแล้วเย็นยะเยือกจริงๆ

การที่จะตัดสินใจไปใช้ชีวิตคู่ เป็นเรื่องที่ต้องคิดเยอะ คิดให้ดีและคิดให้นาน
ถ้าเหตุผลเพราะรักอย่างเดียว ใช้ไม่ได้เลยค่ะ
แต่มีบางคนที่เขาคบกันไม่นานแล้วแต่งกันไป ก็อยู่กันดี
อันนั้นต้องถือว่าเขาโชคดี เลือกได้ถูก

สมัยโบราณผู้ใหญ่เป็นคนเลือกให้ ทำไมอยู่กันได้นาน
สมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้ ต่างกันลิบ
และสมัยก่อนผู้หญิงพอแต่งไปแล้ว ถึงจะไปเจออะไรที่ไม่ดี
ก้อเลิกไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะเลิก
เพราะด้วยอะไรหลายอย่าง เช่นผู้หญิงต้องให้ผู้ชายเลี้ยงดู
ถ้าเลิกกันผู้หญิงไปมีใหม่ก้อว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี
ผู้หญิงสมัยโบราณ น่าสงสารมากนะ

ต้องถือว่าเราโชคดีมากนะ ที่ไม่ได้เป็นผู้หญิงสมัยโบราณ (หรือเคยเป็นก้อไม่รู้เนาะ)
สมัยนี้ผู้หญิงมีสิทธิและเสรีภาพมากขึ้นกว่าก่อนเยอะ


ถ้าเราเลือกคนแค่เพราะว่าเรารักเขา วันหนึ่งถ้าความรักหมดไปหล่ะ
ไม่มีสิ่งใดจะจีรังยั่งยืนอยู่ได้ตลอดไป

ต้องมองไปให้ไกลถึงอนาคตเลย แต่อย่างว่านะ
ความคิดคนไม่เหมือนกัน
สมัยนี้คนเป็นโสดกันมากมาย เพราะคิดเยอะคิดมาก
แต่ถ้าโสดแล้วมีความสุขก้อโอเคนะคะ
โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:17:38:26 น.
  
เคยมีคนบอกว่ารักออกแบบไม่ได้ แหะๆ

ก็เลยแซวกลับไปว่างั้นก็ซื้อสำเร็จมาใส่ก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องออกแบบไง 555++

แต่ก่อนก็มีแต่ผ้าถุง ผ้าซิ่น เดี๋ยวนี้มีกระโปรง ชุดแซก กางเกง แล้วก็มีชุดเช่าอีกนะครับ สวยเป็นคราวๆไม่ต้องรับผิดชอบแต่แพงหน่อย

รักเป็นเรื่องง่ายๆถ้าเข้าใจคุณค่าแท้ของมัน แต่ถ้าคุณค่าเทียมแล้ว
มันไม่จบสิ้นเลยนะครับ พูดมากไม่ได้ครับ พอเป็นน้ำจิ้มก่อนนะครับ เดี๋ยวไก่ตื่น 555++ ^^



โดย: วนารักษ์ วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:18:18:32 น.
  
แย่งแม่ของลูกนั้นของมันแน่นอนอยู่แล้วครับพี่ไผ่ ฮ่าๆๆๆ

สวัสดียามค่ำครับ สำหรับวันที่อากาศไม่ร้อนเลย
โดย: Don't try this at home. วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:18:51:32 น.
  
สวัสดีค่ะ

อากาศร้อนๆเย็นๆ แถมฝนลงเม็ดทำให้สุขภาพปรับตัวลำบาก
ต้องระวังกันหน่อยนะคะ เย็นแล้วหาอะไรอุ่นๆหอมๆกินเสียหน่อยนะคะ อิอิ


โดย: ญามี่ วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:19:30:35 น.
  
พี่ไผ่เนี่ยน้า ... ไม่รุ้ว่าอนาคตจะเป้นยังไง คู่แต่งงานจะยังเหมือนเดิมไหม ฝ้ายว่า ตอนนี้ เค้ารักกัน มีความสุขก็โอเคค่ะ

2-3 ปี เดียวเราค่อยแอบดูๆ บางคู่แล้วกันนะค่ะ ... อิอิ

คลิปแรกฝ้ายชอบมากเลยค่ะ ดู 3 ทีก็น้ำตาไหล
โดย: H. sapiens วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:19:37:37 น.
  
การ์ตูนน่ารักอะ
โดย: น้องผิง วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:20:40:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

คมไผ่
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



Q ; เป็นคนแบบไหน
A ; เป็นได้ทุกแบบ ขึ้นอยู่ที่ว่า...เป็นกับใคร และเป็นเมื่อไหร่ แล้วแต่สถานการณ์ค่ะ เป็นนางฟ้าก็ได้ นางมารก็ได้ แล้วแต่ว่าใครจะมาด้วยแบบไหน

Q ; ให้นิยามกับตัวเองว่าอะไร
A ; ทะเล...(มั้ง) ได้บรรยากาศหลากหลายดี นิ่ง ๆ สงบ ๆ ก็ได้ ชิว ๆ ก็ได้ แต่...ถ้ามีองค์ประกอบอื่นก็...ตามนั้น

Q ; เหมือนจะน่ากลัวนะเนี๊ยะ
A ; อย่ากลัวเล้ย บ้าบอไปงั้นแหละ ฉีดยาเรียบร้อยแล้ว ไม่นิยมกัดใครก่อนอยู่แล้น หุหุ โพสต์ได้ เม้นท์ได้ ด่าได้(แต่อาจมีสวนเล็ก ๆ คริๆ)
New Comments
มีนาคม 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
9
10
13
14
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
Friends Blog
[Add คมไผ่'s blog to your weblog]