บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
จิตสำนึกของความเป็นเจ้าของกิจการ

Sense of Ownership


โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)


Sense of Ownership ผมให้ความหมายทางภาษาไทยแบบลูกทุ่งๆตามความคิดของผม ว่า "จิตสำนึกของความเป็นเจ้าของกิจการ"

Sense มีความหมายถึง ประสาททั้ง 5, สติ, จริต, เหตุผล, ไหวพริบ, ความฉลาด, ความรู้สึก, ความรู้จัก, สังหรณ์, สำนึก, รู้ตัว และ รู้สำนึก ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆกันเลยนะเนี่ย... ดังนั้น ผมขอแยกประเด็นเป็นข้อๆดีกว่า.. เอาตามความคิดของผมละกันนะครับ...

- ใช้ประสาททั้ง 5 รับรู้ได้ชัดเจน


เจ้าของกิจการต้องใช้ประสาททั้ง 5 ในการรับรู้ แต่ความจริงก็ต้องใช้สัมผัสที่ 6 ในการสนับสนุนการตัดสินใจด้วย ซึ่งจะอธิบายในข้อต่อไป ประสาททั้ง 5 ที่เราทุกคนมีกันทุกคน แต่เจ้าของกิจการต้องสามารถใช้สิ่งที่ตนมีได้มากกว่าคนอื่นๆ

การมองเห็นของตานั้น ไม่เพียงใช้เพื่อการมองเห็นเท่านั้น แต่ใช้เพื่อการสังเกตุว่า ลูกน้อง เป็นอย่างไร หัวหน้างานแต่ละคนเป็นอย่างไร งานที่ทำออกมานั้นเป็นอย่างไร จำนวนได้หรือไม่ คุณภาพได้หรือไม่ มีปฏิกริยาของทีมงานเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่ามองหรือไม่มอง ต้องสังเกตุสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ต้องเข้าใจคน ต้องเข้าใจสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร จะได้หาทางรับมือได้ถูกต้องและทันท่วงที

การรับฟังของหู ก็ต้องทั้งฟังเรื่องที่ลูกน้องเข้ามารายงาน และ ฟังความทั้ง 2 ข้าง หรือ บางทีอาจจะต้องฟังแบบผ่านๆแต่เอามาวิเคราะห์ เช่น ลุกน้องกำลังนินทาเรา หรือ หัวหน้างานก็ต้องทำเป็นไม่ได้ยิน แต่เอามาวิเคราะห์ว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จริงหรือไม่อย่างไร การไม่ยอมรับไม่ฟังเลยก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไร ฟังแล้วเราต้องไตร่ตรองสิ่งที่ฟังว่า เป็นอย่างไร ก่อนที่จะเชื่อสิ่งนั้นๆ ฟังแล้วเชื่อเลยคือคนหูเบา ก็ไม่ดีอีกครับ..

กลิ่นไม่ดีที่โชยมาย่อมบ่งบอกถึงมีสิ่งที่เสียอยู่ใกล้ๆ กลิ่นจริงก็ที่จมูกเราสัมผัสได้จริงว่า สิ่งนั้นอาจจะมีผลกับการทำงานของลูกน้องที่เราให้เขาทำ อาจจะทำให้คุณภาพ และ ปริมาณ ถดถอยก็ได้ แต่กลิ่นแฝงสิ น่ากลัวกว่า เช่น มีการยักยอกเงิน มีการโกงกินกันเกิดขึ้นในองค์กร ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ต้องถูกกำจัดไปให้หมดก่อนที่มันจะทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น ประเภท ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง เป็นต้น

การรับรู้รสชาติ บางองค์กรก็สำคัญเพราะ หากเจ้าของกิจการไม่เคยได้กินอาหารที่ขายเองเลย ไม่ตรวจสอบอาหารของตนเองเลย ไม่สามารถติ หรือ ชมอาหารที่ขายเลย ก็ย่อมหมายถึง ไม่ได้ใส่ใจถึง ความรับรู้ของลูกค้าเลย เมื่อไม่ใส่ใจในลูกค้า ก็ย่อมหมายถึง ความถดถอยของความเชื่อมั่นของลูกค้า และจำนวนลูกค้าก็จะถดถอยตามเช่นกัน... อีกอย่าง เจ้าของกิจการย่อมรับรู้รสชาติอาหารอันอร่อย และ ดีเลิศเป็นประจำ การพาลูกน้องไปทานข้าว หรือ จัดกิจกรรมบ้าง เพื่อให้ลูกน้องได้ลิ้มลองรสชาติอย่างที่เราได้บ้าง จะทำให้เราได้ใจลูกน้องมากขึ้น แต่อย่าพาไปบ่อยมากเกินไป เพราะจะทำให้ลูกน้องหวัง และ คิดว่าคุณจะต้องพาไปอีกแน่นอน.. เงินในกระเป๋าจะร่อยหลอลงอย่างมากเนื่องจาก ลูกน้องย่อมคิดว่าคุณมีเงินมากกว่าเขาหลายเท่า แค่นี้ไม่สะเทือนหรอก..

การสัมผัสของเจ้าของกิจการ มีผลกับงานด้วย เพียงการตบไหล่เบาๆ และชมเชยลูกน้องที่ทำงานได้ดี ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ลุกน้องคนนั้น ทำงานให้อย่างถวายหัวด้วยเช่นกัน การสัมผัสของเจ้าของกิจการ ก็ต้องเข้าไปสัมผัสถึงการทำงานของลุกน้องจริงๆด้วย ว่าเขาทำงานกันอย่างไร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมทั้ง ให้เขารับรู้ว่า เรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของเขาด้วยเช่นกัน เราให้ความสำคัญงานของเขาด้วยเช่นกัน ลูกน้องเปลื้อนโคลน เราเปลื้อนฝุ่น แต่หากคิดแต่ว่า ลูกน้องเปลื้อนโคลน เราใส่เวอซาเช่ย์.. ก็เป็นอันจะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่นอน ปล่อยนานไปจะทำให้เกิดปัญหานะครับ...

เจ้าของกิจการควรจะเรียนรู้เรื่องต่างๆภายในบริษัทฯ ให้เข้าใจ อย่างมาก แต่ไม่ต้องถึงกับไปลงมือทำเอง มีวิธีการแก้ปัญหาในเชิงบูรณาการ ไม่ใช่เพียงแค่สั่งการอย่างเดียว ทำกิจการแบบอดีตก็จะมีผลต่อเนื่องแบบเก่าๆ ทำธุรกิจแบบสมัยใหม่ก็จะมีผลต่อเนื่องแบบใหม่ๆ.. มันเป็นกงกำกงเกวียนจริงๆ

- มีลางสังหรณ์ หรือ สัมผัสที่6


สัมผัสที่ 6 คือ ใจ การฝึกความรู้สึกโดยใช้ใจนั้น ไม่ใช่จะทำได้ทุกคน แต่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ ใจ ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำมาใช้งาน หากจะลงทุนแต่ใจไม่กล้า ก็ไม่สามารถเปิดกิจการได้ หากใจกล้า แต่ไม่มีข้อมูลที่ดีและมากพอ ก็อาจจะตัดสินใจผิดได้ การใช้สัมผัสที่ 6 ในบางครั้งจึงต้องใช้อย่างเป็นกลาง และมีองค์ประกอบของเหตุและผลเป็นองค์ประกอบอยู่เสมอๆ และ เหตุผลที่ใช้ ต้องมีน้ำหนักและความเชื่อถือได้สูง ด้วยนะครับ.. การรับคนเข้าทำงานบางครั้งก็ต้องใช้ สัมผัสที่ 6 ช่วยเช่นกัน...

- การมีสติ


เจ้าของกิจการ จะเจอกับปัญหามากมาย สิ่งที่ตัวเองถนัดในการแก้ปัญหาส่วนใหญ่จะไม่เรียกว่าปัญหา.. และ จัดการมันได้อย่างรวดเร็ว แต่หากปัญหาที่เกิดขึ้นมันตรงกับจุดอ่อนที่เจ้าของกิจการเข้า นั่นแหละจะกลายเป็น ปัญหาในความคิดของเจ้าของกิจการ ดังนั้น หากเกิดปัญหาขึ้น สิ่งหนึ่งที่ต้องมีอย่างมากคือ การมีสติ ยั้งคิด ยั้งทำ และ ใช้เหตุผล อย่างมาก บางคนให้อารมณ์อยู่เหนือสติ ก็สติแตกเอ็ดตะโรลูกน้องจนลูกน้องกลัวจนลนลาน ขาดความมั่นใจไปเลยก็มี การมีสติ และ การควบคุมสติ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องฝึกให้มี และต้องมีอย่างมากหากเกิดปัญหาขึ้น...

- การมีจริต


เจ้าของกิจการไม่ใช่เป็นเพียงคนลงทุนแล้วจ้างคนมาทำเท่านั้น การควบคุมคน ก็ต้องมีส่วนอยู่มาก แต่การควบคุมคนนั้น ต้องมีวิธีการ และ จิตวิทยาในการเข้าถึงคนๆนั้น การปฏิบัติต่อลูกน้องในแต่ละหน้าที่ แต่ละส่วน หรือ แต่ละคนก็ตามก็ย่อมแตกต่างกันออกไป บางครั้งเรามีความคิดอย่างหนึ่ง เราก็ต้องแสดงออกอีกอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้เขารับรู้ด้วยซ้ำ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับงานหลักที่เขามอบหมาย อย่างเช่น โกรธเรื่องเขาทำให้เราสูญเสียลูกค้าไปอย่างมาก แต่เห็นเขาก็มีความรู้สึกสำนึกและหากเป็นครั้งแรกด้วย ก็ได้แต่ปลอบเพื่อให้มีกำลังใจเพื่อทำงานต่อไป ทั้งๆที่โกรธอยู่และอยากจะไล่ออกก็ตาม...

- มีเหตุและผล


เจ้าของกิจการทุกคนมีเหตุมีผล แต่ในบางครั้ง อารมณ์จะอยู่เหนือเหตุผล เช่น โกรธ เกรียจ รัก หลง เป็นต้น ซึ่งจะต้องคำนึงถึงเหตุผลอยู่เสมอก่อนที่จะลงมือกระทำอะไรลงไป ต้องมีข้อมูลสนับสนุนเพื่อใช้ในการตัดสินใจ หาสาเหตุที่แท้จริงจากผลที่เกิดขึ้นอย่างเป็นกลาง และ ตัดสินเรื่องต่างๆส่วนใหญ่ด้วยเหตุและผลที่มีเป็นประจำ

- มีไหวพริบในทางธุรกิจ


เจ้าของกิจการต้องมีไหวพริบในเชิงธุรกิจ ซึ่งจะได้จากประสบการณ์โดยตรง หรือ ฟังความมาก็ตาม การมีไหวพริบนั้นจะช่วยให้ เรารู้จังหวะในการเข้าตลาด รู้โอกาสว่าควรจะทำอะไร หรือ รู้เชิงของคู่แข่งขันด้วย

- ฉลาดหลักแหลม และ แกล้งโง่เป็น


เจ้าของกิจการที่มีความฉลาดหลักแหลม จะมีส่วนส่งเสริมให้กิจการนั้นๆ ดำเนินไปตามทางที่ต้องการ (บางคนฉลาด แต่ โกงก็มี) แต่ คนฉลาดหลักแหลมไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจ เพราะ โอกาส และ ความสามารถ ก็เป็นส่วนผสมของความสำเร็จอยู่มากเช่นกัน มีโอกาสได้ลูกค้ามา และ มีความสามารถที่จะตอบสนองลูกค้าได้ดี ก็สามารถทำให้ธุรกิจดำเนินไปและประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

ทั้งนี้ บางครั้งความฉลาดของเราก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป ซึ่งอาจจะทำให้เราถูกปกปิดข้อมูลบางอย่าง หรือ อาจจะทำให้เราไม่สามารถได้เห็นความเป็นจริง ดังนั้น ถ้าเราสามารถแกล้งโง่เป็นด้วย ก็จะทำให้สภาพโดยรวมดีขึ้น จากเหตุำการรุนแรงก็อาจจะผ่อนคลายลงได้บ้าง

- ความรู้สึกของความเป็นเจ้าของ


เจ้าของกิจการต้องมีความรู้สึกเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างแน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เพียงเจ้าของธรุกิจเท่านั้น คุณยังต้องมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ และ ความเป็นเจ้าของลูกน้อง

เจ้าของกิจการบางคน ไม่คิดว่าสินค้าที่คุณขายนั้น จะดีหรือไม่ ขอเพียงขายได้มีเงินเข้าก็ใช้ได้แล้ว คนกลุ่มนี้ไม่เคยคิดว่าเป็นเจ้าของสินค้าที่เขากำลังขาย ดังนั้น เมื่อไม่คิดว่าเป็นเจ้าของ คุณภาพ ก็ไม่ได้คิดว่าต้องดี หรือสามารถใช้งานได้ดี ขอเพียงแค่พอใช้ก็เพียงพอ คนที่คิดลักษณะนี้ อาจจะทำธุรกิจได้ แต่อยู่นานได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสินค้าเขาด้วยเช่นกัน... ทุกคนอยากใช้ของดี แต่บางทีอาจติดที่ปัจจัยอื่นๆที่ไม่สามารถทำได้..

เจ้าของกิจการหากคิดว่าลูกน้องไม่ใช่คนที่เราต้องรับผิดชอบแล้ว ก็จะคิดในเชิง เขาเป็นเพียงคนทำงานแลกเงิน ไม่ต้องดูแลใส่ใจ เมื่อคุณคิดอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่จะเจอคือ เขาก็คิดว่างานเป็นงาน ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบอะไรมากมาย ทำไปๆได้เงินมาก็เป็นอันจบ คุณภาพที่ได้จะดีหรือไม่อย่างไรเขาไม่สนใจหรอก.. ทำอะไรไปก็ได้อย่างนั้น หากเจ้าของกิจการดูแลพนักงานอย่างดี พนักงานยินดีที่จะทำงานให้อย่างเต็มใจ ผลก็คือ การได้รับคุณภาพจากการตั้งใจทำงานของพนักงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ลูกค้าเราพอใจในสินค้าที่จัดขายให้เช่นกัน

- รู้จักความพอดี


เจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบสิ่งต่างๆมากมาย อีกทั้งต้องยังควบคุมทรัพยากรืที่มีให้ใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้น การรู้จักใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมกับความต้องการหรือจำเป็นต้องใช้ในแต่ละส่วน จึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอีกคุณสมบัติหนึ่ง อย่างเช่น เจ้าของกิจการมีเงินสดหมุนเวียนอยู่ก้อนหนึ่ง แต่กำลังอยากได้ที่ดินเพื่อจะไปขยายโรงงาน ประมาณ 50 ไร่ แต่พบว่ามีที่ขาย 500 ไร่ราคาต่อไร่ถูกลง 20% แต่ต้องซื้อทั้งหมด เจ้าของกิจการก็ต้องคำนวนหาแล้วว่า จะซื้อทั้ง 500 ไร่ หรือ ซื้อเพียง 50 ไร่ เงินที่จะซื้อนั้นจะต้องมากกว่าเกือบ 10 เท่าตัว ซื้อที่ดินแล้วจะมีเงินไปก่อนสร้างโรงงานหรือไม่ จะทำให้ธุรกิจที่มีอยู่กระทบกระเทือนหรือไม่อย่างไร... ดังนั้น ความพอดี จึงควรต้องมี

- รู้จักถึงสิ่งใดสมควร หรือ ไม่สมควร


จากความรับผิดชอบของเจ้าของกิจการ ก็ต้องมีการดำเนินการในกิจการนั้นๆ จนบางครั้งก็ก้าวข้าม หรือ พยายามจัดการจนทำให้หัวหน้างานหรือผู้จัดการที่รับผิดชอบหน้าที่นั้นๆ สูญเสียความเชื่อถือลงได้ ประเภทสั่งลูกน้องโดยตรง โดยไม่ผ่านผู้รับผิดชอบอีกทีหนึ่ง การกระทำบางอย่างของเจ้าของกิจการ จึงต้องตระหนักถึงสิ่งที่สมควรทำ หรือ สิ่งที่ไม่สมควรทำให้ดี เพราะ เจ้าของกิจการมีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายได้ แต่การทำเช่นนั้นก็จะทำให้คุณสูญเสียหัวหน้างานที่ดีๆได้เช่นกัน ไม่เพียงเรื่องการสั่งการ ยังมีเรื่องต่างๆมากมายที่ต้องใช้ดุลยพินิจให้ดีว่า สมควรหรือไม่เพียงใด...

- มีจิตสำนึกในทางที่ดีและเหมาะสม


ธรุกิจจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นกับเจ้าของกิจการ จะพบว่า ธุรกิจบางอย่างก็ไม่ถูกกฎหมาย บางอย่างก็เอาเปรียบประชาชนผู้บริโภคเกินไป บางอย่างก็เปิดขึ้นมาหลอกลวงเงินชาวบ้านแล้วปิดหนีหายไป ดังนั้น เจ้าของกิจการจึงต้องมีจิตสำนึกในทางที่ดีทางธุรกิจ ทำธุรกิจที่ดีถูกต้อง ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์กับลูกค้า ตอบแทนคืนกับสังคมบ้าง อาจจะไม่สามารถทำได้ในช่วงเวลาเริ่มแรก แต่หากเพียงมีจิตสำนึก ก็จะทำในช่วงที่คุณอิ่มตัว ซึ่งจะสังเกตุได้ชัดก็ตอนที่เจ้าของกิจการมีระดับฐานะสูงกว่าคนทั่วไป..

- รู้จักตัวตนของตนเอง


ทุกคนย่อมมีจุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง ดังนั้น การที่เจ้าของกิจการรู้จักตนเองว่ามีจุดแข็งทางด้านใน และมีจุดอ่อนทางด้านใดนั้น จะช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถหาคนมาจัดการในสิ่งที่ตนเองนั้นขาดอยู่ได้อย่างถูกต้อง เอาจุดแข็งของคนอื่นมาเสริมจุดอ่อนของตน



โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)


Create Date : 09 ตุลาคม 2553
Last Update : 9 ตุลาคม 2553 15:33:41 น. 0 comments
Counter : 1597 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.