lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
เมษายน 2567
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
space
space
8 เมษายน 2567
space
space
space

ถนนสายนี้มีตะพาบ กม.ที่ 349 "วันใดที่เธอ...."


ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 349



"วันใดที่เธอรู้สึกเหมือนไม่มีใคร โปรดมองมาทางนี้ เธอจะเห็นใครคนหนึ่งที่รอเธอ" 





โจทย์โดยคุณ กะว่าก๋า













ผมเกือบขอข้ามตะพาบหัวข้อนี้ไปซะแล้วครับ เพราะไม่ถนัดแนวนี้ 5555
ไม่ค่อยชอบ express feeling แนวนี้เท่าไหร่ 



จำได้ไหมครับว่าผมน้องที่ทำงานเข้ามา เป็นน้องสายตรงของผมอยู่ 2 คน
คือ
พัท กับ ไนท์ 
2 คนนี้คือคนที่ผมสอนงานตั้งแต่จบใหม่ จนตอนนี้เป็นspecialist ฝีมือดี
มีศักยภาพในการทำงานและไหวพริบในการแก้ไขปัญหาสูง
ถึงผมไม่อยู่หน้างาน พัท กับ ไนท์ จะสามารถรันงานให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น


ดังนั้น น้อง 2 คนนี้ เป็นมากกว่าทีม
แต่คือความภาคภูมิใจของผมเสมอมา
ระหว่างผมกับน้อง ผมไม่คยมีความรู้สึกว่าเป็นหัวหน้า 
สำหรับผม ผมเป็นพี่ ที่จะพร้อมถ่ายทอดสิ่งที่รู้ สอนทริค ปกป้อง สนับสนุน ผลักดัน
ให้น้องทั้ง 2 เหมือนนับรบที่มีอาวุธครบมือ ไหวพริกดี เผื่อให้รอดจากทุกสงคราม
สำหรับน้อง ผมรู้ว่า ในสายตาน้อง ผมเป็นทั้งพี่ชาย และหัวหน้า
พวกเค้าไว้ใจผมมากทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว  
เราใช้และแชร์ชีวิตกัน ทั้งในที่ทำงาน และนอกที่ทำงาน เรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
เรากินข้าว ซื้อกาแฟ กินเหล้า ลาบส้มตำอะไร หารกันบ้าง ผมจ่ายให้บ้าง
แต่ในการทำงาน น้องทั้ง 2 คน ให้เกียรติ์และรักษาเกียรติ์ รักษาศักดิ์ศรีให้ผมจากคนอื่น











ก่อนหน้านี้ซัก 4 เดือน
ไนท์พูดกับผมระหว่างขับรถไปประชุมกับลูกค้าด้วยกัน
ว่ามันกำลังค่อยๆ เริ่มหางานใหม่ เพราะอยากไปเป็น SE เต็มตัว

ที่มีคอมมิสชั่น และมีบริหารเวลาได้อิสระตามต้องการ 
จากที่บริษัทออกกฎเพิ่มมากมายที่ไม่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของพวกผม
และ nature ของคนเจนพวกผม ที่ไม่ชอบถูกบังคับ ตีกรอบ หรือจับผิด
ผมที่อยู่กับไนท์มาตลอด และเข้าใจตัวตนของไนท์มากที่สุด ก็เข้าใจมัน
แต่ก็ชี้แจง อธิบาย ให้สิ่งที่พอชดเชยได้กับมัน และบอกสิ่งที่มันควรอยู่ที่นี่ต่อ
ไนท์ก็รับฟังครับ เอาไปคิด ส่วนตัดสินใจยังไงผมให้เป็นเรื่องของมัน



จนวันนึงที่พัทมาบอกผมว่า
พัทกำลังคิดจะลาออก ด้วยเหตุผลส่วนตัวหลังแต่งงาน
ที่ผมไม่ขอลงรายละเอียดอ่ะนะครับ แต่น้องคุยรายละเอียดกับผมแล้ว
พัทเลยบอกว่า
ขออนุญาตเริ่มหางานนะพี่
ผมไม่ได้บอกอะไรมาก นอกจากถามว่า มันเป็นปัญหาที่รู้สึกไม่ไหวเร่งด่วนไหม
อยากให้ค่อยๆ คิด ค่อยๆ หา ให้ตอบโจทย์ชีวิตปัจจุบันให้มากที่สุด
อย่าเลือกอะไรที่ไม่เหมาะกับตัวเอง ถามตัวเองให้เยอะๆ ก่อนตกลง
ที่ไหนบ้างที่ไม่โอเค ผมบอกน้องหมดจากที่ผมรู้

แต่ด้วยความที่พัทเป็นคนเก่ง บุคลิกดี หน้าตาดี โปรไฟล์ดี
ไม่แปลกหรอกครับที่พัทจะได้งานใหม่ใน 1 สัปดาห์ หลังจากเริ่มหา
และพัทก็คิดว่ามันตอบโจทย์ในสิ่งที่พัทต้องการ




ใช่ครับ...พัทกำลังจะออกในอีก 30 วัน



ผมไม่ได้รั้งน้องเลยแม้แต่คำเดียว มีแต่คำยินดี
เพราะผมเข้าใจความจำเป็นของน้อง ในการตัดสินใจครั้งนี้
ทุกคนที่รักน้องอยากให้น้องทำแบบนี้....

ผมก็รักน้องผมก็พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจนี้เหมือนกัน








บทสนทนาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่ทำงานระหว่างผมกับพัทจบแค่นั้น
ที่เหลือคือหลังเลิกงานที่ร้านเหล้า ที่เราไปนั่งดื่มด้วยกัน
ซึ่งเราก็คุยกันสัพเพเหระปกติ เฮฮามีความสุข เรื่องนั้นไม่ได้มีผลต่อมิตรภาพระหว่างเรา
จนพัทเมาแล้วเปิดเรื่องนี้ก่อน 


"พี่ปริ๊นซ์..."
"อะไร"
"ถามจริงๆ จากใจ พี่โกรธเราไหม ที่เราตัดสินใจเรื่องนั้น"
"ไม่อ่ะ พี่จะโกรธพัททำไม พี่เข้าใจ"
"เราน่ะ....ไม่เคยมีความคิดว่าจะออกเลยนะเว่ย....ไม่เคยเลยเราสาบาน
เรื่องงานเราไม่เคยมีปัญหา เพราะเรามีพี่ มีเพื่อนๆ ที่ดี
เอาจริงๆ ถ้าตรงนี้มันไม่ใช่พี่ แต่เป็น(ชื่อหัวหน้าอีก 2คน)เราคงอยู่ไม่ได้จนถึงวันนี้
พี่จำได้ไหมว่า เราพูดกับพี่ตั้งแต่ปีแรกที่ทำงานว่า

พี่คือคนที่ทำให้เราอยากมาทำงานในทุกเช้า
จนวันนี้ มันก็ยังเป็นแบบนั้นเหมือนเดิมนะพี่"
พัทยิ้มพร้อมยิ้มแปลกๆ ส่วนผมยิ้มๆ ก้มหน้าแล้วยกแก้วขึ้นชน


"ที่พี่ไม่รั้ง ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เห็นความสำคัญของพัทนะเว่ย
พี่แค่เข้าใจความจำเป็นของพัทแล้วพี่เคารพการตัดสินใจของพัท
พี่ถามทุกอย่างที่พี่คิดว่าพี่จะช่วยอะไรพัทได้ไปหมดแล้ว
ทั้งหมดนี้ พี่แค่ทำหน้าที่เป็นทั้งหัวหน้าและพี่ชายที่ดี ก็แค่นั้น"

ตรงนี้ผมหยุดก่อนเลยคนแรก เพราะอยู่ๆ ก็พูดไม่ออก
นี่ก็หยุดไปซักพัก ยกเบียร์ขึ้นซัดไปหมดแก้ว แล้วเติมใหม่หมดไปอีกครึ่งแก้ว
สงสัยเมื่อกี้แอลกอฮอล์ไม่ถึง พอแอลกอฮอล์ถึงก็เริ่มพูดต่อได้


"พัทบอกว่าพี่คือเหตุผลในการมาทำงานในทุกเช้าใช่ไหม"
"ใช่...พูดจริงๆ นะ"
"พัทก็เป็นคนนั้นของพี่เหมือนกัน"


ผมพยักหน้าแล้วยิ้มเฉย ๆ ในขณะที่พัทก็ยิ้มแปลกๆ แล้วพยักหน้าเหมือนกัน
แต่ยิ้มของเรา 2 คน ดูเป็นยิ้มที่พยายามยิ้ม กลบเกลื่อนอะไรบางอย่างมากกว่า
ผมเลยตบขามัน 2-3 ที ไม่ได้พูดอะไรมาก









ว่าแล้วก็ยกเบียร์ดื่มกันไปอีกคนละ 3-4แก้ว
ไอ่ผมเมา...เมาแน่นอน 
ส่วนพัท.....มันหลับคาโต๊ะไปซักพักแล้ว
แต่โชคดีที่อัดให้จิบน้ำร้อนไป มันก็ตื่นครับ แต่เบลอไปเลย
และแน่นอน ผมต้องห่ามมันออกมาจากร้าน
ระหว่างทางเดินออก ไอ่พัทบอกว่า 
"พี่ๆ....เข้าห้องน้ำหน่อย"
ว่าแล้วมันก็ผละตัวออกจากผมแล้วเดินเซ ไต่กำแพงไปที่ห้องเก็บของ
"ไอ่พัทๆๆๆๆ นั่นไม่ใช่ห้องน้ำ เดี๋ยวๆๆๆ อย่างเพิ่งๆๆ"
ผมนี่ร้องเสียงหลงเพราะไอ่พัทเริ่มโช๊ค เตรียมอ้วกตามสูตร
"ไม่ๆๆๆ เดี๋ยวๆๆๆ"
ผมดึงคอเสื้อด้านหลังมันได้ก็กึ่งผลักกึ่งลากแล้วจับมันเข้าชักโครก
ให้อ้วกให้สาแก่ใจ

"เอ้า! จะอ้วกก็อ้วกไอ่เชี่ย!" 
ไอ่พัทก็เท้าผนังอ้วก ส่วนผมก็มือนึงช้อนด้วยมันไว้อีกมือนึงลูบหลัง
พนักงานเห็นก็เอาน้ำกับทิชชูมาให้ 
ปกติเวลาทำงานหรือชีวิตประจำวัน พัทดูแลผมดีทุกอย่างนะ
ส่วนกลางคืน เมื่อไหร่ที่ไอ่นี่เมา ผมนี่แหละคนที่รับบท เดอะ แบก
แบกมันกลับทุกงาน  รอบนี้มันฟื้นแล้วบอกว่าขับรถได้

"ได้จริงนะ"
"ด้าย.....ได้จริงๆ พี่ไม่ต้องห่วง"
"โห....กุเคยไม่ห่วงเมิงไหมเนี้ย"
"ด้ายๆ พี่กลับได้เลย เจอกันนู้นนนเลยเนอะ เดี่ยวถึงแล้วบอก"
"เออๆ ถึงแล้วบอกด้วยละ"


แต่ไอ่ที่คุยกันทั้งหมดมันมาเริ่มออกฤทธิ์เอาตอนขับรถกลับบ้านนี่แหละครับ
เพราะผมเริ่มเศร้า เริ่มน้ำตาคลอ เริ่มคิดว่าพัทไม่อยู่จะเป็นยังไง
แต่.....พยายามสลัดให้หลุด เพราะผมใส่คอนแทคเลนส์ 
ถ้าน้ำตาไหล คอนเทคชอบหลุด











พอถึงบ้าน ตอนนั้น 5 ทุ่มแล้ว 
เปิดประตูเข้ามาบ้านได้ แฟรี่รีบเดินมารับ
ผมจับแฟรี่มากอดๆลูบๆ จะด้วยความนุ่มๆ อุ่นๆ และแอลกอฮอล์ได้ที่
ผมนี่นั่งกอดหมาร้องไห้อยู่ที่พื้นหน้าโซฟา
โห อยู่ๆ ก็โคตรเศร้าครับ เพราะอยู่ๆ ก็เหมือนจะรู้ตัวว่า

ที่ผมเคยบอกว่า ที่ทำงานคือเซฟโซนของผม จริงๆ แล้วไม่ใช่ที่ทำงาน
แต่เซฟโซนของผมคือ พัท ต่างหาก 










แล้วพี่เพ็ญที่ได้ยินเสียงผมเปิดประตูมาซักพักก็เปิดประตูห้องออกมาดู
เค้าก็เห็นผมนั่งกอดหมาร้องไห้อยู่ 
ซึ่ง.....
พี่แกเค้าในว่า อ้อ! เมาสินะ! อาการนี้   
เลยปล่อยผมไว้แบบนั้นพักใหญ่ จนรู้สึกว่าสงสัยผมจะเครียดหรือมีอะไรจริงๆ 
เลยเดินขึ้นไปตามแฟนผมให้มาดู ว่าเป็นไรไหม เมาหรือว่ายังไง
แฟนมาถึงแฟรี่มันก็โดดออกจากผมไปหาแฟน ประมาณว่า
"ช่วยหนูด้วย" 555
เลยกลายเป็นผมที่นั่งกอดเขาก้มหน้าสะอื้ออยู่คนเดียว

"เทอเป็นอะไร มีอะไรหรือป่าว"  พูดแล้วก็มาจับไหล่ผมไป
ส่วนผมไม่พูดอะไรแค่พยักหน้านิดๆ 

"เทอร้องไห้ทำไม มีอะไรรึป่าว"  แฟนถามซ้ำ พร้อมเสียงพี่เพ็ญพากย์ข้างหลัง
"เมามั้งคะ เดี๋ยวพี่เพ็ญไปทำชาร้อนก่อน"  เจ๊เพ็ญกระซิบๆ แล้วเดินไป
"ปริ๊นซ์มีเรื่องอะไรรึป่าว ไปกินกับเพื่อนมาไม่ใช่หรอ มีอะไรรึป่าว"
ผมที่ค่อยๆ ตั้งหลักได้เลยตอบไปว่า พัท...ลาออก
"ห๊ะ ทำไมละ น้องเค้าก็ดูโอเคกับที่นี่นี่  แล้วเทอได้ถามน้องไหม
เรียกน้องมาคุยพร้อมคุณ VP รึยัง"

ผมส่ายหน้าบอกว่า "ยัง" 


"เราคุยกันน้อยมากอ่ะพลอย พัทแค่เดินมาบอกว่าจะออก อีกทีก็บอกว่าได้งานแล้ว
เราแค่พยักหน้า มันก็บอกว่าขอโทษนะที่เร็วมาก เราก็บอกว่า เราเข้าใจ
แต่จริงๆ เราไม่อยากให้พัทไปเว่ย"

"แล้วเทอได้บอกน้องไหม ว่าไม่อยากให้ไป"
ตรงนี้ผมส่ายหน้า 
"ทำไมเทอไม่คุยกับน้องละ บอกน้องไปตรง ๆ พัทรักเทอมาก เทอพูดน้องเชื่อแน่ๆ"
"เราจะพูดในฐานะอะไรอ่ะ....เราต้องเป็นใครหรอตอนพูด ถ้าเราเป็นหัวหน้าที่ดี
เราก็ควรให้มันไปมี career parth ที่ดี  ถ้าเราเป็นพี่ที่ดี เราควรยินดีที่น้องได้งาน
ที่ตอบโจทย์ชีวิตตอนนี้ ทั้งแม่พัท แฟนพัทเค้าก็อยากให้พัทเปลี่ยนงาน
คนที่รักมันคิดแบบนั้น
เราก็รักพัทป่าววะ เราก็ควรเห็นด้วยป่าววะ เพื่อตัวมัน"
นี่คือไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอะไรนะครับ แต่น้ำตานี่หยดเป็นฝนเลย 55555
"แต่เทอไม่ต้องเป็นคนดีก็ได้ ไม่ต้องเป็นหัวหน้าที่ดี หรือพี่ที่ดีก็ได้ เทอแค่เป็นเทอ
แล้วบอกน้องในสิ่งที่เทอคิดก็ได้นี่ ไม่ต้องเป็นใครทั้งนั้น"

ผมแค่ส่ายหน้าไปส่ายหน้ามา
"เราพูดไม่ได้หรอก...จริง ๆ....มันคือ ถูกต้อง กับ ถูกใจ อ่ะพลอย"
ผมพูดพร้อมเอื้อมมือไปหยิบชาร้อนจากพี่เพ็ญ พร้อมทิชชูมาเช็ดหน้าเช็ดตา
แฟนก็นั่งเป็นเพื่อนเงียบ



"ขอโทษที เรา...น่าจะกินมาเยอะไปหน่อย"  ผมเขยิบตัวขึ้นมานั่งบนโซฟา 
แล้วก็หยิบมือถือมาดู ซึ่งมีไลน์ด้างค้างอยู่
ไลน์นั้นคือ ไลน์ไอ่พัท ที่บอกว่า มันถึงบ้านละ
ส่วนผมก็ตอบมันไปเถอะ เพราะไอ่พัทเมาหลับไปเรียบร้อย
เจอกันที่ทำงานผมยังถามเลยว่า นี่ไม่กะจะรอให้พี่ตอบเลยหรอ 55555
ไอ่พัทบอก เราไม่ไหวจริงๆ พี่  แต่พี่ถึงอยู่แล้วละเราเชื่อ










ถึงแม้ว่าผมจะเคยมีน้องที่ออกไปแล้ว และยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
Line คุยกันทุกบ่อยๆ ยังนัดเจอกันกินข้าวอะไรก็เรื่อยๆ 
มีเรื่องอะไรก็เม้ากันสนุกเหมือนเดิม คือถึงแม้ว่าจะออกไปแล้ว

เราก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันเหมือนเดิม
แต่สำหรับพัท ผมรู้สึกแตกต่างมาก อย่างที่บอก ว่ามันคือเซฟโซนของผม
คือคนที่รู้ใจผมทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวทุกเรื่อง
ไม่ว่าผมจะไปซวยอะไรที่ไหนมา ผมจะมาเล่าให้พัทฟัง
พัทมันก็จะเป็นแนวร่วงหงุดหงิด มีอารมณ์ร่วมกับผมไปทุกเรื่อง




และเอ้อ....ลืมบอกครับ ว่าผมกับพัทไปทำสีผมสีเดียวกันมาด้วย
เพราะก่อนที่จะไปทำสี ผมไปนั่งเปิดตัวอย่างให้มันดู
ถามว่า พี่จะทำสีไหนดีวะ  อันนี้ดีไหม แล้วเปิดให้มันดู
มันก็บอกว่า ส่งไลน์มาให้หน่อยดิ ชอบๆ 

สรุปวันที่ผมไปทำสี พัทก็ไปทำสีผมใหม่เหมือนกัน แต่สีเสือกออกไม่เหมือนกัน
เพราะ ผมของพัทเส้นใหญ่กว่า แล้วทำสีน้ำตาลเข้มไว้
ส่วนผม ผมเส้นเล็ก แถมทำสีน้ำตาลสว่างไว้ก่อนหน้านี้ 
พอกัดสี 1 รอบเหมือนกันแล้วทำสีเทา ผมผมเลยเป็นสีเทาควันบุหรี่
ส่วนพัทมาเป็นสีน้ำตาลเหลือบเทาๆ มีสีฝุ่น ๆ นิดหน่อย

ผมเลยแนะนำให้มันใช้แชมพูม่วง ตามคนมีประสบการณ์หัวทองกัดสีมาก่อน
มันก็ไปซื้อตามมาเรียบร้อย พร้อมบอกว่าใช้ดีมาก เปิดประสบการณ์ทำสีผม


เนี้ย ผมถ่ายรูปส่งให้มันไปซื้อ 555555







ก็เนี้ย....มันเป็นเพื่อนที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว
มันรักผม ผมรักมัน 


ตอนนี้ถ้ามีจังหวะเราก็ออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินด้วยกัน
ใช้เวลาในแต่ละวันให้สนุกด้วยกันในทุกๆ วัน
พอถึงวันที่อีกคนไม่อยู่ตรงนั้น ความทรงจำจะได้อยู่ที่เดิม










 



Create Date : 08 เมษายน 2567
Last Update : 8 เมษายน 2567 14:18:13 น. 24 comments
Counter : 396 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmultiple, คุณทนายอ้วน, คุณหอมกร, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณThe Kop Civil, คุณtanjira, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณtoor36, คุณดอยสะเก็ด


 
ไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อแต่ก็ฟังเรื่องพัทมาเยอะ
ก็ยังรู้สึกใจหายแทน แต่เหมือนว่าชีวิตมันก็เป็นแบบนี้อ่ะเนอะ
มันก็ต้องก้าวต่อไป เราก็ยินดีกับน้องมันด้วย ทำถูกแล้ว
ยังดีที่เรามีคนที่บ้านคอยซัพพอทความรู้สึก อ่านแล้วนึกภาพตาม
แล้วรู้สึกอบอุ่นไปด้วย

ช่วงนี้อาจจะอยู่ในช่วงปรับตัว
เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ไปได้ในทางของมันเอง

ส่งกำลังใจ
ยังไงก็อย่าเพิ่งพากันเมาทิ้งท้ายเยอะนะจ๊ะ
ทำงานกันคนละที่ก็ยังนัดสังสรรค์กันได้
เพื่อนสนิทพี่ ก็สนิทกันจากที่เจอที่ทำงานเดียวกันนี่แหละ
ทุกวันนี้ มันเปลี่ยนงานไปหาบริษัทได้ละ
แต่ก็ยังโทรคุยกันและสนิทกันเหมือนเดิม

สู้ๆ นะจ๊ะ


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:15:00:26 น.  

 
การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์่ค่ะ
อย่างน้อยก็เป็นความทรงจำดี ๆ ต่างก็เป็นเซฟโซนซึ่งกันและกัน

ต่างก็ต้องเติบโตและค้นหาตัวเองค้นหางานที่ใช่
ยังมีโอกาสก็อย่าทิ้งโอกาสไปนะคะ
เพราะเวลาและอายุไม่รอใครจริง ๆ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:17:43:32 น.  

 
กำลังซึ้งๆมาหลุดขำตรง
แฟรี่มันก็โดดออกจากผมไปหาแฟน ประมาณว่า "ช่วยหนูด้วย"

เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก ยิ่งเพื่อนที่รู้ใจด้วย ยิ่งหายากใหญ่

เมื่อวันก่อน พี่เพิ่งลองกิน
ลอดช่องสิงคโปร์น้ำตาลข้น อร่อยมาก ตอนแรกพี่นึกว่าลอดช่องไทยซะอีก หายร้อนไปเลย


โดย: สมาชิกหมายเลข 7915129 วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:17:45:24 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องปริ๊นซ์

อ่านเรื่องราวที่เธอเล่าถึงการลาออกจากบริษัทของ พัท เพื่อไป
แสวงหาประสบการณ์ใหม่และความก้าวหน้าของตน ก็รู้สึกเห็นใจนะ
ทั้งนี้ คงเป็นเพราะความผูกพันมาหลายปี เป็นทั้งพี่ ทั้งหัวหนา และ
กินเหล้ากันตลอด อิอิ เพราะความเคยชินเช่นนี้ ผูกพันเช่นนี้ แล้ว
อีกคนกำลังจะไปทำงานที่อื่น ก็เป็นธรรมดาที่เราจะรู้สึกอ้างว้างและ
คิดว่า ไม่มีคนที่เราเคยร่วมงาน เราเหมือนขาดอะไรบางอย่างในชิวิต
ไป แต่ถึงกับร้องไห้นี่ ซิ ครูว่าแปลกเนาะ แสดงว่า เธอเป็นคน
อ่อนไหวมากทีเดียว

โหวดหมวด ตะพาบ
ขอบใจสำหรับคอมเม้นท์ที่บล็อกตะพาบครูจ้ะ มุมมองเกี่ยวกับ
ความรักของเธอ ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่ง เธอมองในแง่ของความ
เหมาะสมกับคน กับ คนที่ใช่ นั่นเรียกว่า มองในมุมของเหตุผลและ
คำนวณที่ผลที่จะได้ แต่สำหรบผู้หญิง ความรัก อยู่เหนือเหตุผล
ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของผลกำไร ขาดทุน จ้ะ มองความรักเป็นเรื่อง
สวยงาม ถือสัจจะเป็นสิ่งสำคัญ มากกว่าผู้ชาย จ้ะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:17:51:36 น.  

 
เวลาลูกน้องขอลาออก
และบอกว่าจะไปทำงานเอง
พี่ก๋าชื่นชมและสนับสนุนเต็มที่เลยครับ
เค้าไปได้ดีเราก็ดีใจ
บางคนพี่ก๋ายังบอกเลย
มีอะไรให้ช่วยก็กลับมานะ
เพราะตอนอยู่เค้าก็ทำงานดี
ตอนออกก็ออกกันดี ไม่มีปัญหา
คนเก่งเราก็อยากเห็นเค้าเติบโต

พัทก็คงเป็นคนที่ทำงานดีมากๆ
เข้าใจน้องปริ๊นซ์มากๆ
เป็นธรรมดาที่ต้องเสียดายนะครับ

พี่ก๋านี่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีเลยนะครับ
ตอนแรกๆก็โหดมากด้วย
เวลาพี่ก๋าดุลูก
มาดามยังกลัวเลย 555
แต่สุดท้ายก็ปรับตัวเอง
เราคิดว่าเราสอนลูก
จริงๆลูกกำลังสอนเราต่างหาก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:18:34:03 น.  

 
จากบล็อก ตอนเป็นเด็กที่ชอบเล่นปืน
เพราะมีเพื่อนเล่นเป็นเด็กผู้ชาย
เตะบอลบ้าง เล่นต่อสู้กันบ้าง
เราก็เล่นตามๆกันไปค่ะ

ส่วนเรื่องเกี่ยวกับความตาย
ครอบครัวเราคุยกันเป็นเรื่องปกติ
แต่ชีวิตก็ชอบเล่นตลก
คนแก่กว่าแข็งแรง คนอ่อนกว่ากลับนอนติดเตียง

คนเคยขับ มารื้อฟื้นประเดี๋ยวเดียวก็พอไปได้ค่ะ
คือคนสูงวัยที่ไม่เคยขับมาก่อน
แล้วเพิ่งมาหัดขับนี่สิ น่าทึ่งสุดๆ

.....

อ่านเกี่ยวกับพัท
แล้วทำให้นึกถึงน้องที่ทำงาน
เรารักกันเหมือนคนในครอบครัว
วาดฝันกันไว้ว่าตอนเกษียณ
จะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทำโฮมสเตย์ด้วยกัน
น้องจากไปเพิ่งครบหนึ่งปี ใจยังโหวงๆอยู่เลยค่ะ


โดย: แอมอร (peeamp ) วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:19:38:06 น.  

 
โอ้ น้องพัท มาลาออกนะครับ
คนเรา เวลาทำงานด้วยกันเป็นทีมนี่
มันก็ต้องมีลูกน้อง มึคนสนิท ที่แค่มองตา ก็รู้ใจ
ไว้ใจ ทำแทนเราได้เป็นมือเป็นไม้ให้เรา
เวลาเดือดร้อน ก็ออกหน้าช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง

แต่คนเราก็ต้องมีเส้นทางเดินของตัวเอง
ต้องจากลา ไปเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ
คนคุ้นเคยกันก็ต้องใจหายเป็นธรรมดาละครับ

อ.เต๊ะ ก่อนจะมาเป็น อาจารย์นี่
เคยทำงานสนามบินมาก่อน
ตอนนั้น งานแยะมาก เงินเดือนก็สตาร์ทเริ่มต้น สถาปนิกระดับ 3
ต่ำสุดเลย เงินเดือนน้อย แต่ งานปีนึงทำเป็น 100งาน แว้กก555

ตอนตัดสินใจลาออก ก็ใจหายเหมือนกัน
เพราะหัวหน้าแผนก(สาว) ก็ดีด้วย ทำขนมมาให้กินมั่ง ชวนไปเที่ยวบ้านมั่ง
เอ๊ะ ยังไง555 ลูกน้องก็รักกัน ช่วยเหลือกันมาตลอด

แต่พอลาออกปุ๊บนี่ หัวหน้างาน รีบพาไปเลี้ยงเลยทันที
กลัวเปลี่ยนใจ 555

อีกวัน ลูกน้องพาไปเลี้ยงอีกรอบ ปิดร้านเลี้ยงฉลอง
เฮฮากันใหญ่ เท่านั้นยังไม่พอหัวหน้าฝ่าย
พาไปเลี้ยงฉลองกันอีก เอาเข้าใป
คิดไปคิดมา คือไม่แน่ใจว่า เค้าเสียใจ หรือดีใจ ที่ อ.เต๊ะ ลาออกกันแน่555

แต่เอาจริงๆ แล้ว ถึงพัทจะลาออกไป ก็ยังนัดเจอ
พูดคุย ไปเที่ยวกันได้นะครับ มิตรภาพแน่นแฟันขนาดนี้

ส่วนแฟรี่ นี่ อ.เต๊ะ นึกว่า จะเป็น ใครคนหนึ่งที่รอเธอตลอด ตามชื่อเรื่องซะอีก
แฟรี่ คงนึกอยู่ว่า ตี 3 แล้วก็ยังไม่กลับ ตรูหิวข้าว ไส้จะขาดแล้ว ว้อย ไม่ใช่นะครับ555

น้องปรี๊นซ์บอก ไอ้บร้า ข้ากำลังจะซึ้งซักหน่อย เดี๊ยะๆ
เอ็งมาเลย มาให้ข้ากอดแทนแฟรี่ซะดีๆ อย่าหนีนะ เย้ย 555



โดย: multiple วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:20:01:35 น.  

 
คิดถึงแฟรี่อ่ะ .. ไม่ค่อยเอาเรื่องน้อลมาเล่าให้ฟังบ้าง คริๆๆๆ



ส่วนวาซาบิของพี่ไม่ค่อยมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง เพราะนางนอนวันละ 22 ชั่วโมง ... พี่นึกว่าเลี้ยงโคอาล่า คริๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:20:33:51 น.  

 
เดี๋ยวผมมาอีกที วันนี้ไม่ได้แล้ว


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:21:14:20 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 เมษายน 2567 เวลา:6:03:24 น.  

 
สนใจเอาข้าวยี่ห้อนั้น มาส่ง 3F กินเพลินบ้างไหมจ๊ะ
เปลี่ยนบรรยากาศ บล็อกสักหน่อย อิอิ . .


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 9 เมษายน 2567 เวลา:15:53:28 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์

คนๆหนึ่งที่เป็นเหตุผลในการมาทำงานในทุกเช้าของใครอีกคนเป็นสิ่งพิเศษนะคะ
ทั้งน้องปริ๊นซ์และน้องพัทเป็นคนๆนั้นของกันและกัน
ความรัก ความผูกพัน ความปรารถนาดีอย่างจริงใจของเพื่อนร่วมงาน
ที่เป็นพี่เป็นน้อง เป็นเจ้านายเป็นลูกน้อง แน่นแฟ้นมากค่ะ

อ่านเรื่องราวของน้องพัทมาเป็นระยะก็ใจหายไปด้วย
ชื่นชมวิธีการของน้องปริ๊นซ์ที่เก็บความถูกใจไว้ในใจ
และเลือกทำในสิ่งที่พี่ชายหรือหัวหน้าพิจารณาแล้วว่าถูกต้อง

แฟรี่น่ารักจังค่ะ รอน้องปริ๊นซ์ อยู่เป็นเพื่อนไม่ว่าจะดึกแค่ไหนนะคะ

คืนก่อนมาดึกมาก ไม่ได้คุยกับน้องปริ๊นซ์เลย
ขอบคุณมากนะคะที่แวะชมเมนูบ้านพี่ต๋า
เบียร์ที่สะสมไว้คงเคลียร์วันเสาร์ไปแล้วนะคะ
นอกจากฝนไม่ตกแล้ว ช่วงนี้อากาศยังร้อนขึ้นอีก
รักษาสุขภาพค่ะน้องปริ๊นซ์


โดย: Sweet_pills วันที่: 9 เมษายน 2567 เวลา:18:49:18 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊น

นี่ขนาดไม่ใช่ทางของน้องนะ ยังเขียนออกมาทำน้ำตาซึมเลยยยย


เมื่อเรามีใครสักคนที่เข้าใจเราในทุกๆเรื่อง แล้วอยู่ๆเหมือนมาหายไปจากชีวิตประจำวัน
มันก็รู้สึกแย่นะคะ แต่ด้วยความรักทั้งหมดถ้าเขาไปได้ดีกว่าตรงนี้เราก็ยินดีด้วยนะคะ
พี่ว่าน้องคิดถูกค่ะที่ไม่ยื้อไม่รั้งพัทไว้ ปล่อยให่เขาตัดสินใจเอง เราเพียงแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆเนาะ

ต่างคนต่างเป็นเหตุผลของการตื่นไปทำงานในตอนเช้า
โห!!!! มันยิ่งใหญ่นะคะน้อง

แต่ก็นั่นแหละ เราก็ยังเป็นเหตุผลนั้นของกันได้เสมอ แค่เปลี่ยนจากการทำงาน ให้เป็นการไปเจอกันในวันหยุดก็ได้นะคะน้อง

น้องปริ๊นเป็นคนที่น่ารักกกก มากเลย มาๆขอพี่กอดน้องชายทีนึงค่ะ
เอ!!! รึว่าเป็นลูกชายดีนะ อายุน้อยกว่าพี่ป่านอีก

เมื่อวันอาทิตย์พี่ไปทำบุญที่วัดสามปลื้ม แล้วแวะหาพี่ป่านมาค่ะ
แต่ไม่ได้กอดได้หอมนะคะ พี่ป่านบอกเสี่ยงไปนะแม่ 555
หนูดาริญก็แวะไปนะคะ แต่หลังจากพี่กลับแล้ว เค้ายังได้เล่นสไลเดอร์กันค่ะ ป้ากะหลาน เพียงแต่ไม่ได้กอดกันเหมือนเคย

อากาศร้อนมากนะคะน้องรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ไว้พี่มาคุยด้วยใหม่ค่ะ


โดย: tanjira วันที่: 10 เมษายน 2567 เวลา:7:01:48 น.  

 
ร้อนๆแบบนี้ แค่น้ำแข็งเย็นๆ ก็ชื่นใจแล้ว


โดย: สมาชิกหมายเลข 7915129 วันที่: 10 เมษายน 2567 เวลา:7:54:49 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
พี่มากดโหวตไว้ เพิ่งเข้ามาอ่านวันนี้
พอดีเพิ่งกลับจากต่างจังหวัด ไม่ได้เข้าบล็อกหลายวันเลย
พี่ว่าเพื่อนร่วมงานดี ๆ เจ้านายดี ๆ นี่หายากเหมือนกันนะในปัจจุบัน น้องปริ๊นซ์โชคดีมากเลยที่มีเพื่อนร่วมงานดีมากแบบนี้ แต่ก็แอบเสียดายนะ ที่พัทเปลี่ยนงานใหม่ ถือว่าเป็นความก้าวหน้าของเค้านะครับ
น้องปริ๊นซ์เขียนบรรยายได้ลึกซึ้ง อย่างกับซีรีย์วายเลยนะนี่


โดย: The Kop Civil วันที่: 10 เมษายน 2567 เวลา:16:16:34 น.  

 
พี่สะใภ้พี่ก๋าเพิ่งขอลาออกจากงานที่ร้านและกลับไปอยู่บ้านครับ
นี่ก็ไม่ต่างจากพัทเลย
เพราะตอนนี้พี่ก๋าทำงานโดยไม่มีวันหยุดมาเกือบเดือนแล้ว 555
ปกติพี่สะใภ้จะสลับกันหยุด
ตอนนี้พี่ก๋าเลยทำงานทุกวันไปก่อน
จนกว่าจะคิดหาวิธีได้ว่าจะต้องทำยังไง
จริงๆพ่อก็มาเปลี่ยนให้ แต่พี่ก๋าสงสารครับ
จะมานั่งทั้งวันก็คงไม่ไหวแล้ว

มีพบก็ต้องมีพรากจริงๆครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 เมษายน 2567 เวลา:18:41:42 น.  

 
จากที่บล็อก


ช่วงนี้วาซาบิผลัดขนรอบที่ 2 ของปีนี้ จะเป็นลมทุกวันครับ เนื่องจากอากาศร้อนมาก เลยผลัดขนเยอะมากๆ ขนาดแปรงเช้า - เย็น แล้วในระหว่างวันยังร่วงอีกครับ คนข้างๆเลยตัดขนให้สั้นเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ


จริงๆเค้าห้ามตัดครับ น้องจะเสียการควบคุมความร้อนในร่างกาย ... ถ้าร่วงน้อยๆ เหมือนคราวที่ผ่านๆมาก็ไม่ตัดหรอกครับ แปรงเช้า - เย็น ก็เอาอยู่ แต่อากาศร้อนมาก ขนาดตัดขนให้สั้นยังมีร่วงอยู่เลยครับ


ถ้าได้ไปร้าน ยุ้ง อีก จะต้องไปลองเข้าห้องน้ำให้ได้


ห้องน้ำชายเหมือนกับห้องน้ำหญิงมั๊ยครับ ฮ่าๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 10 เมษายน 2567 เวลา:20:31:28 น.  

 
ผมมาตอบก่อนวันนี้ไม่ไหวเวลาหมดแล้ว เกินแล้วด้วย

ลาบูบู้ไม่สนใจครับ ไม่ไหวจริงๆ ถ้าจะเล่นนลาบูบู้ด้วย คงต้องเป็นประเภทพ่อปั้มแบงค์แม่ปั้มเหรียญครับ กรอบเกินช่วงนี้ ถึงพูดแบบนี้แต่เงินเก็บต่อเดือนผมเข้าเป้าตลอดนะ แค่เงินที่เอาไว้ใช้ฟุ่มเฟือยไม่ค่อยจะพอใช้เท่านั้นเอง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 10 เมษายน 2567 เวลา:22:25:51 น.  

 
จากบล็อกนี่ อ.เต๊ะ เป็นพ่อครัวจำเป็นครับ
หัดทำไปเรื่อย อร่อยมั่ง ไม่อร่อยมั่ง
แต่ ถึงยังไงก็มี ไอ้ทอง หมาเพื่อนบ้าน รับจบให้ ทุกเมนู จานสะอาดแน่นอน 555

เมนูนี้ ส่งการบ้านน้องหนอน คนผอม เอวสับครับ อิอิ

สปาเก๊ตตี้ไส้กรอกอีสาน นี่ ก็หัดทำครั้งแรกเหมือนกัน
รสชาติพริกแห้ง เผ็ดร้อนมากๆ
ทีแรกนึกว่า จะไม่เผ็ดเท่าไหร่ เผ็ดกว่าพริกขี้หนูสดซะอีก
กินแล้ว แซ่บ ปากเจ่อเลยละครับ555

ปล.อ.เต๊ะ ตัวจริงเป็นคนขยันอัพบล็อกครับ
ที่ผ่านมา นั่นมันตัวปลอมครับ 555



โดย: multiple วันที่: 11 เมษายน 2567 เวลา:4:58:50 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 เมษายน 2567 เวลา:5:45:04 น.  

 
อะไร ... เม้นอะไรพาดพิงพี่ที่บล็อกอาจารย์น่ะ

3F รอบนี้ พี่ลงไปห้าเมนูแล้วนะ
อาจารย์จะมาชนะพี่ได้อย่างไร
เผลอๆ พี่ลงชนะแกรด้วย แหม่ . .


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 11 เมษายน 2567 เวลา:11:53:55 น.  

 
จากบล็อก
เฉลียง พี่มาทันตอนยุคปลาย ๆ แล้วครับ
พี่ไปเที่ยวที่เกาะยาวน้อยมานะครับ น้องปริ๊นซ์ ภูเก็ตด้วย
เพื่อนร่วมงานดี ๆ ย้ายไปที่ไหน เราก็เสียดายนะ


โดย: The Kop Civil วันที่: 11 เมษายน 2567 เวลา:13:51:28 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้องปริ๊นซ์..

เพิ่งเขียนงานตะพาบเสร็จ..

เลยตามมาอ่านของเพื่อนๆด้วยคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 11 เมษายน 2567 เวลา:15:46:09 น.  

 
มีพบมีจากครับ เรื่องธรรมดา แต่คนที่ทำงานด้วยแล้วสบายใจ มันทำให้เราอยากไปทำงานนะ ช่วยไม่ได้ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เดินหน้าต่อไป

ใครๆ ก็อยากเติบโตในหน้าที่การงาน ไม่ก็การเงินแหละครับ มันมีหลายๆ ปัจจัยแหละที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 เมษายน 2567 เวลา:21:07:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space