ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 358
"เขียนใหม่อีกครั้ง"โจทย์โดย คุณ toor36
ตอนเห็นโจทย์นี้ ผมคิดอยู่หลายรอบมากครับว่าจะเอาโจทย์ไหนมาเขียนดี เพราะปกติแล้ว เขียนแล้วผมก็ไม่อยากเขียนซ้ำ เดี๋ยวไม่อร่อย 555555แต่ถ้าเรื่องไหนที่อยากจะเอามาเขียนอีกรอบ งั้นผมขอเลือก---- หลักกิโลเมตรที่ 267 "ปฐมวัย" ----ตอนอนุบาล ผมคือ น้องปริ๊นซ์ ของเพื่อนแม่งทั้งห้อง ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เพื่อนเรียกตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกผมว่าน้องไปซะทุกคน ตอนนั้นผมก็เออๆ ออๆ ไปด้วย น้องปริ๊นซ์ก็น้องปริ๊นซ์ แต่พอเข้าประถม มันก็มีเพื่อนบางคนที่ขึ้นมาเรียนประถมด้วยกันต่อ ทีนี้มาเรียกกูน้องปริ๊นซ์ น้องปริ๊นซ์ ผมก็ถามเพื่อนกลับไปว่า "ใครน้องมึง" 55555ใช่ครับ....โลกอนุบาลของผมนี่สีพาสเทล ทุ่งลาเวนเดอร์มากแต่พอประถมนี้ ก็น่าจะ OLED Full HD แล้วครับ 
แต่เห็นผมตอนนี้เป็นสายบันเทิงเนี้ย ตอนประถม ผมเป็นสายรางวัลอยู่นะครับ เริ่มจาก ผมได้รางวัลเรียนดีทุกปี ดังนั้นที่บ้าน นอกจากมีเกียรติ์บัตรแล้ว ยังมีกระบอกน้ำตราโรงเรียนที่ได้เป็นของรางวัลตั้งเรียงกันแต่ละปีอีกด้วย
แล้วตอนป.1 จำไม่ได้ว่าวันแม่ วันพ่อ หรือวันอะไรซักอย่าง คุณครูให้นักเรียนเขียนเรียงความส่ง ผมก็เขียนส่งไปตามความรับผิดชอบแต่รู้อีกที อ้าว! เรียงความผมได้ติดบอร์ด พร้อมป้าย อันดับ 1เรียกว่าอยู่ๆ ก็เก่งแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่มาคิด ๆ ดู ตอนนั้นผมเขียนไทยได้หรอหรอวะเนี้ย หลังจากนั้น คุณครูก็ส่งผมไปเป็นตัวแทนโรงเรียนประกวดเขียนเรียงความตลอดครับหยุดก่อน....อย่าเพิ่งสงสัย ว่าทำไมตอนนี้ผมเขียนไทย พิมไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ!!! ดังนั้นเวลาช่วงพักกลางวันของผม ก็จะเป็นการนั่งซ้อมเขียนเพื่อเตรียมตัวแข่ง ไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนในสนามข้างนอกซักเท่าไหร่ ตอนนั้นรู้สึกว่า ก็ดีแล้วนะ เพราะวิ่งเตะบอลก็ไม่ค่อยจะทันเพื่อน แต่ตอนนั้นอยากเล่นนะครับฟุตบอลเนี้ย ก็เลยต้องอาศัยกลับบ้านมาเล่นกับพ่อ อ่ะ...พี่สาวก็ต้องเล่นเป็นเพื่อนผมด้วยอีกคน ส่วนผมก็ต้องจับหนังยางให้พี่โดดที่บ้าน.....ในห้องพักครูที่ผมซ้อมเขียน ก็จะมีเด็ก อื่นๆ อีกหลายคนที่ต้องเตรียมแข่ง หนึ่งในนั้นคือ อ๋อง เด็กผู้ชายตัวขาวๆ ที่ดูค่อนข้างเงียบแต่ผมกับมันก็ดันสนิทกันครับ เพราะเจอกันทุกวัน คุยกันมันก็จะอ๊องๆ หน่อย ไม่ค่อยทันผมเท่าไหร่ 55555 เวลาไปแข่ง ก็ไปนั่งรอแข่งพร้อมกัน ผมแข่งเขียนเรียงความ ส่วนอ๋องแข๋งคิดเลขเร็วเจดดดดดดด ไอ่อ๋อง มันเก่งมากครับ! มันเหมือน X-men เลยในความคิดผมตอนนั้นเพราะเด็ก ป.1 ... 6+4 ผมยังต้องนับนิ้ว ไอ่นี่ (6+4)-2+7 มันตอบแล้ว ผมยังนับนิ้ว 6+4 ไม่เสร็จเลย!!!พ่อแม่ของเราก็สนิทกันครับ เพราะเวลาไปเชียร์ก็ไปด้วยกันทุกครั้ง แถมเวลาจะตกรอบ ก็ดันตกรอบกลับมาพร้อมกันเสมอๆ มีครั้งนึง ผมตกรอบ แต่มันได้ไปต่อ ผมดีใจมาก วิ่งไปกอดมัน"มึงเก่งมาก"สำหรับผม อ๋องนี่โคตรเก่ง โคตรเท่ครับเลยนะ

ดังนั้น ผมกับมันเลยสนิทกันไปโดยปริยาย ทีนี้ พอมันโตหน่อย อ๋องก็เริ่มเหนียมน้อยลง เราก็ชวนกันไปเล่นกับแก๊งผู้ชายที่เล่นกันได้ มันเลยเป็นเพื่อนตีปิงปอง เตะบอล เล่นบาสของผมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงผมจะเก่งกีฬากว่ามันเยอะ แต่เรื่องปิงปองต้องยกให้อ๋องครับ แม่งตีเก่งชิบหาย ขนาดผมซื้อไม้ใหม่ ยังสู้มันไม่ได้ นี่แหละครับ จุดเปลี่ยนในชีวิตประถมของผม ที่ไม่ต้องกลับมาเล่นกับที่บ้าน แต่มีแก๊งเด็กผู้ชายเล่นด้วยกันที่โรงเรียนแล้ว
และนั่นทำให้ อ๋อง กลายเป็น Safezone ของผม
มันเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงชอบเขียน ซึ่งผมตอบมันไปว่า ก็การเขียน มันสื่อสารสิ่งที่เราคิดได้ดี
พอจบประถม เราต่างคนต่างแยกย้ายไปเรียนมัธยมตามที่ตัวเองต้องการ ผมก็มีความตั้งใจของผมแบบนึง ส่วนอ๋องก็เลือกโรงเรียนใกล้บ้าน แต่เราก็ยังติดต่อกันบ่อยๆ นะครับ นัดกันไปเดิน JJ บ้าง ไปห้างบ้างเวลาผ่านไป อ๋องที่นุ่มๆ นิ่มๆ จืด ๆก็หายไป ไอ่อ๋องโตมาเริ่มเฟี้ยว เริ่มพูดจามาลูกเล่นลูกชน เริ่มเล่นมุกเก่ง เล่นเองตบเองของมันไป ซัก ม.3 มันก็บ่นๆ อยากมีแฟน แต่อาจจะติดว่าคุยไม่ค่อยเก่งซักหน่อย มีมาให้ผมแนะนำบ้าง แต่ไอ่ผมกับมันก็ทรงต่างกันสุดขั้วครับจะให้แนะนำก็คงยาก แต่ในที่สุดอ๋องก็มีแฟนครับ ง้อวววว์ กว่าผมจะได้เจอหน้าแฟนมันก็ร่วมปีอยู่ถึงจะอยู่คนละโรงเรียน แต่ผมกับอ๋องก็ติดต่อกันตลอด วันไหนครึ้มอกครึ้มใจก็โทรคุยกันบ้าง
และเรามีความฝันร่วมกันอยู่อย่างนึงคือ.....วันนึงเราจะกลับมาเรียนด้วยกัน ในมหาลัยและที่ที่เราสัญญาว่าจะกลับมาเจอกันใหม่ คือ วิศวะ มธ เออ! มึงกับกูไปเจอกันที่นั่น ห้ามผิดสัญญานะเว่ย!นี่ก็เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทั้งผมทั้งมันให้สอบเข้าให้ได้แต่ไม่ต้องไปห่วงอ๋องมันหรอกครับ มันเก่งขนาดนั้น ห่วงผมก่อนเถอะ 5555555
ช่วง ม.4 เทอม 1 เราก็นัดดกันไม่ได้อีกเลย เพราะมันไม่ค่อยว่าง ผมเลยบอกว่า ไม่ต้องห่วง กูไปหาก็ได้ถ้ามึงยุ่งนัก แต่มันก็บอกว่า อย่าทำตัวยุ่งเยอะ รู้จักเอาเวลาไปติวเตรียมสอบเข้ามหาลัยเถอะโอเค๊! ถ้ามึงจะพูดขนาดนี้ ผมก็ต้องสู้เต็มที่แล้ว จะยอมมันได้ยังไงซึ่งช่วงนั้น ผมก็เรียนพิเศษเต็มตาราง ตามประสาเด็กห้องคิง
ช่วง ม.6 แม่ของอ๋องก็โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบ แล้วก็เรื่องเข้ามหาลัยกับพ่อผม ตอนนั้นผมก็กำลังไล่สอบบโควต้าเป็นว่าเล่น เพราะตั้งใจว่าจะต้องได้มหาลัยก่อนการแอดมินชั่นจริง จนสุดท้าย ผมก็สอบโควต้าได้ตอนปลายเทอม 1 ของ ม.6ได้ วิศวะ มธ อย่างที่ตั้งใจตั้นนั้นจำได้ว่าดีใจมากครับ เปิดดูจากมือถือพร้อมแก๊งเพื่อน นี่วิ่งออกไปตะโกนดีใจอยู่ที่ระเบียง แล้วก็โทรบอกพ่อกับแม่ และไม่กี่ชั่งโมงต่อมา พ่อแม่อ๋องก็โทรมาแสดงความยินดีครับ วันนั้นบ่ายคือแทบไม่ได้เรียนเลยครับ ไม่มีอารมณ์เรียนต่อแล้ว อยากฉลอง 55555
ย้อนกลับไปช่วงที่ผมกับอ๋องนัดกันไม่ได้ซักทีเอาจริงๆ ผมเสียดายมากนะที่ไม่ได้เจอกัน รู้สึกเป็นช่วงเวลาที่หายไป มีเรื่องเยอะแยะมากมายที่ไม่ได้อัพเดทกัน ร่วมทั้งสาวคนใหม่ของเราทั้งคู่ 5555 คือเราคุยโทรศัพท์กันครับ แต่ไม่มีโอกาสได้เจอสาวของเพื่อนกันซักทีแต่สุดท้ายผมก็ได้เจอแฟนอ๋องมันนะ แฟนมันน่ารัก นิสัยดี เรียนเก่ง แถมได้ข่าวว่าสอบติด มธ เหมือนกัน อ๋องมันไม่อยู่มาเกือบ 15 ปีแล้ว
ผมรู้ตั้งแต่วันแรก แต่สวดคืนแรกผมไม่ได้ไป เบลอจัดมากครับ กว่าจะตั้งสติได้ กว่าจะรู้สึกว่าพร้อมจะเดินเข้าไปงานศพมันได้ก็สวดวันสุดท้ายในวันเผา จำได้ว่าผมไปยืนนิ่งๆ มึนๆ เบลอๆ อยู่กับเพื่อนอีก 2 คน ตอนที่เค้าเปิดโลงครั้งสุดท้าย จำได้ว่าตัวเองขยับตัวจะเดินขึ้นไป แต่เพื่อนข้างๆ ดึงเอาไว้ บอกว่า มึงอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องไป แล้วผมก็เบลอยืนนิ่งๆจังหวะตอนที่กริ้งดัง ภาพจำของผมคือ ผมยืนนิ่งๆ ในหัวชา ๆ เบลอไม่หมด เพื่อนข้างๆ คงเห็นผมช็อตจัดมาก เลยตบหลังผมแรงๆ เรียกสติ แล้วก็ช็อตไปเลยร่วมอาทิตย์ กว่าจะเรียบเรียงตัวเองได้ ทีนี้พอหายชา อาการก็มาเลยครับ 55555ไอ่อ๋องคงคิด มึงนี่ดีเลย์ชิบหาย จนกูสบายตัวไปแล้ว มึงเพิ่งรู้ตัว 55555
มันคงรู้ว่าคงไม่ได้ทำตามความฝันที่เราคุยไว้ไว้แน่นอนความฝันของมัน ก็เลยให้ผมไปทำต่อให้สำเร็จมันถึงได้บอกผมตลอดว่า มึงต้องทำให้ได้หลังจากที่ผมสอบติดไปเรียบร้อย แม่ของอ๋องถึงได้เล่าให้ผมฟังว่า ในช่วงท้าย ๆ อ๋องเริ่มเขียนไดอารี่ และหนึ่งในเรื่องที่มันเขียน ก็คือตอนนี้มันรู้แล้วว่า ทำไมผมถึงชอบการเขียนและบอกว่า มันดีใจที่ฝากความฝันนั้นไว้ที่ผมเพราะถ้าเป็นผม ต้องทำความฝันนั้นได้แน่นอนเอาจริงไหมครับ....ตอนที่ผมเข้าไปนั่งสอบพื้นฐานวิศวะ หรือทุกครั้งที่ทำวิชาคำนวน ผมจะพูดในใจเสมอว่า ถ้ากูทำไม่ได้ มึงเข้าร่างกูเลยนะ จับมือกูทำด้วย 555555เพราะถ้าเป็นมึง....มึงต้องทำได้แน่นอน ---- ถึงอ๋องเพื่อนรัก ---- มึงได้มางานแต่งกูป่ะเนี้ย แต่กูว่ามึงไม่ได้มาว่ะ เพราะตั้งแต่วันที่กูฝันว่ามึงเดินออกไป แล้วบอกกูว่า "กูไปละ"กูก็ไม่เคยฝันถึงมึงอีกเลย ทั้ง ๆ ที่กูก็ยังคิดถึงมึงอยู่ตลอด แล้วกูที่ไม่เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า ก็อดคิดว่ามึงไปเกิดที่ชอบที่ชอบไม่ได้ด้วยนะ 5555 กูเลยเลิกทำบุญให้มึงละ ผิดพลาดยังไงมึงก็มาบอกกูแล้วกัน
มึงรู้ไหม...เดี๋ยวนี้กูกลายเป็นคนเก่งคำนวนที่สุดในแผนกนะเว่ย กูอาจจะคิดในใจไม่เก่งเท่ามึง แต่กูกดเครื่องคิดเลขไวว่ะ
เออ...พ่อกูสบายดีนะ เค้าคิดถึงมึงเหมือนเดิม-------------
และจะให้เขียนอีกกี่ครั้ง ความทรงจำระหว่างกูกับมึงก็ยังจะเหมือนเดิม
| Create Date : 22 สิงหาคม 2567 |
| Last Update : 22 สิงหาคม 2567 17:38:06 น. |
|
19 comments
|
| Counter : 1248 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณทนายอ้วน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณปัญญา Dh, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณหอมกร, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณkae+aoe, คุณmultiple, คุณดอยสะเก็ด, คุณ**mp5**, คุณไวน์กับสายน้ำ |
โดย: หอมกร วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:18:39:03 น. |
|
|
|
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:19:56:14 น. |
|
|
|
โดย: ปัญญา Dh วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:20:49:40 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:21:26:39 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 สิงหาคม 2567 เวลา:6:14:51 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 สิงหาคม 2567 เวลา:12:41:59 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 สิงหาคม 2567 เวลา:20:11:06 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 สิงหาคม 2567 เวลา:5:28:24 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 สิงหาคม 2567 เวลา:22:01:37 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 สิงหาคม 2567 เวลา:4:17:33 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 28 สิงหาคม 2567 เวลา:5:36:18 น. |
|
|
|
โดย: **mp5** วันที่: 29 สิงหาคม 2567 เวลา:11:02:17 น. |
|
|
|
|
|
 |
|
ดึงใจคนอ่านได้ดีมากๆ ปริ้น
ป.ล. ตกลงเพื่อนเป็นอะไรตายหนะ