lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
สิงหาคม 2567
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
22 สิงหาคม 2567
space
space
space

ถนนสายนี้มีตะพาบ กม.ที่ 358 "เขียนใหม่อีกครั้ง"


ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 358

"เขียนใหม่อีกครั้ง"






โจทย์โดย คุณ toor36












ตอนเห็นโจทย์นี้ ผมคิดอยู่หลายรอบมากครับว่าจะเอาโจทย์ไหนมาเขียนดี
เพราะปกติแล้ว เขียนแล้วผมก็ไม่อยากเขียนซ้ำ เดี๋ยวไม่อร่อย 555555





แต่ถ้าเรื่องไหนที่อยากจะเอามาเขียนอีกรอบ งั้นผมขอเลือก
---- หลักกิโลเมตรที่ 267 "ปฐมวัย" ----



ตอนอนุบาล ผมคือ  น้องปริ๊นซ์ ของเพื่อนแม่งทั้งห้อง 
ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เพื่อนเรียกตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกผมว่าน้องไปซะทุกคน
ตอนนั้นผมก็เออๆ ออๆ ไปด้วย  น้องปริ๊นซ์ก็น้องปริ๊นซ์
แต่พอเข้าประถม มันก็มีเพื่อนบางคนที่ขึ้นมาเรียนประถมด้วยกันต่อ
ทีนี้มาเรียกกูน้องปริ๊นซ์ น้องปริ๊นซ์ ผมก็ถามเพื่อนกลับไปว่า
"ใครน้องมึง" 55555



ใช่ครับ....โลกอนุบาลของผมนี่สีพาสเทล ทุ่งลาเวนเดอร์มาก
แต่พอประถมนี้ ก็น่าจะ OLED Full HD แล้วครับ 











แต่เห็นผมตอนนี้เป็นสายบันเทิงเนี้ย
ตอนประถม ผมเป็นสายรางวัลอยู่นะครับ

เริ่มจาก ผมได้รางวัลเรียนดีทุกปี ดังนั้นที่บ้าน นอกจากมีเกียรติ์บัตรแล้ว
ยังมีกระบอกน้ำตราโรงเรียนที่ได้เป็นของรางวัลตั้งเรียงกันแต่ละปีอีกด้วย 


แล้วตอนป.1 จำไม่ได้ว่าวันแม่ วันพ่อ หรือวันอะไรซักอย่าง
คุณครูให้นักเรียนเขียนเรียงความส่ง ผมก็เขียนส่งไปตามความรับผิดชอบ

แต่รู้อีกที อ้าว! เรียงความผมได้ติดบอร์ด พร้อมป้าย อันดับ 1
เรียกว่าอยู่ๆ  ก็เก่งแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่มาคิด ๆ ดู ตอนนั้นผมเขียนไทยได้หรอหรอวะเนี้ย 




หลังจากนั้น คุณครูก็ส่งผมไปเป็นตัวแทนโรงเรียนประกวดเขียนเรียงความตลอดครับ
หยุดก่อน....อย่าเพิ่งสงสัย ว่าทำไมตอนนี้ผมเขียนไทย พิมไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง
ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ!!! 




ดังนั้นเวลาช่วงพักกลางวันของผม ก็จะเป็นการนั่งซ้อมเขียนเพื่อเตรียมตัวแข่ง
ไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนในสนามข้างนอกซักเท่าไหร่ 
ตอนนั้นรู้สึกว่า ก็ดีแล้วนะ เพราะวิ่งเตะบอลก็ไม่ค่อยจะทันเพื่อน
แต่ตอนนั้นอยากเล่นนะครับฟุตบอลเนี้ย ก็เลยต้องอาศัยกลับบ้านมาเล่นกับพ่อ
อ่ะ...พี่สาวก็ต้องเล่นเป็นเพื่อนผมด้วยอีกคน ส่วนผมก็ต้องจับหนังยางให้พี่โดดที่บ้าน.....





ในห้องพักครูที่ผมซ้อมเขียน ก็จะมีเด็ก อื่นๆ อีกหลายคนที่ต้องเตรียมแข่ง
หนึ่งในนั้นคือ
อ๋อง    เด็กผู้ชายตัวขาวๆ ที่ดูค่อนข้างเงียบ
แต่ผมกับมันก็ดันสนิทกันครับ เพราะเจอกันทุกวัน  
คุยกันมันก็จะอ๊องๆ หน่อย ไม่ค่อยทันผมเท่าไหร่ 55555
เวลาไปแข่ง ก็ไปนั่งรอแข่งพร้อมกัน ผมแข่งเขียนเรียงความ ส่วนอ๋องแข๋งคิดเลขเร็ว





เจดดดดดดด ไอ่อ๋อง มันเก่งมากครับ! 
มันเหมือน X-men เลยในความคิดผมตอนนั้น

เพราะเด็ก ป.1 ... 6+4 ผมยังต้องนับนิ้ว ไอ่นี่ (6+4)-2+7 มันตอบแล้ว
ผมยังนับนิ้ว 6+4 ไม่เสร็จเลย!!!




พ่อแม่ของเราก็สนิทกันครับ เพราะเวลาไปเชียร์ก็ไปด้วยกันทุกครั้ง
แถมเวลาจะตกรอบ ก็ดันตกรอบกลับมาพร้อมกันเสมอๆ 
มีครั้งนึง ผมตกรอบ แต่มันได้ไปต่อ ผมดีใจมาก วิ่งไปกอดมัน


"มึงเก่งมาก"
สำหรับผม อ๋องนี่โคตรเก่ง โคตรเท่ครับเลยนะ 










ดังนั้น ผมกับมันเลยสนิทกันไปโดยปริยาย
ทีนี้ พอมันโตหน่อย อ๋องก็เริ่มเหนียมน้อยลง เราก็ชวนกันไปเล่นกับแก๊งผู้ชายที่เล่นกันได้
มันเลยเป็นเพื่อนตีปิงปอง เตะบอล เล่นบาสของผมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ถึงผมจะเก่งกีฬากว่ามันเยอะ แต่เรื่องปิงปองต้องยกให้อ๋องครับ 
แม่งตีเก่งชิบหาย ขนาดผมซื้อไม้ใหม่ ยังสู้มันไม่ได้
นี่แหละครับ จุดเปลี่ยนในชีวิตประถมของผม 
ที่ไม่ต้องกลับมาเล่นกับที่บ้าน แต่มีแก๊งเด็กผู้ชายเล่นด้วยกันที่โรงเรียนแล้ว



และนั่นทำให้ อ๋อง กลายเป็น
Safezone ของผม



มันเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงชอบเขียน
ซึ่งผมตอบมันไปว่า
ก็การเขียน มันสื่อสารสิ่งที่เราคิดได้ดี










พอจบประถม เราต่างคนต่างแยกย้ายไปเรียนมัธยมตามที่ตัวเองต้องการ
ผมก็มีความตั้งใจของผมแบบนึง ส่วนอ๋องก็เลือกโรงเรียนใกล้บ้าน
แต่เราก็ยังติดต่อกันบ่อยๆ นะครับ นัดกันไปเดิน JJ บ้าง ไปห้างบ้าง




เวลาผ่านไป อ๋องที่นุ่มๆ นิ่มๆ จืด ๆก็หายไป 
ไอ่อ๋องโตมาเริ่มเฟี้ยว เริ่มพูดจามาลูกเล่นลูกชน เริ่มเล่นมุกเก่ง เล่นเองตบเองของมันไป
ซัก ม.3 มันก็บ่นๆ อยากมีแฟน แต่อาจจะติดว่าคุยไม่ค่อยเก่งซักหน่อย
มีมาให้ผมแนะนำบ้าง แต่ไอ่ผมกับมันก็ทรงต่างกันสุดขั้วครับจะให้แนะนำก็คงยาก
แต่ในที่สุดอ๋องก็มีแฟนครับ ง้อวววว์ กว่าผมจะได้เจอหน้าแฟนมันก็ร่วมปีอยู่




ถึงจะอยู่คนละโรงเรียน แต่ผมกับอ๋องก็ติดต่อกันตลอด 
วันไหนครึ้มอกครึ้มใจก็โทรคุยกันบ้าง 

และเรามีความฝันร่วมกันอยู่อย่างนึงคือ.....

วันนึงเราจะกลับมาเรียนด้วยกัน ในมหาลัย
และที่ที่เราสัญญาว่าจะกลับมาเจอกันใหม่ คือ วิศวะ มธ  

เออ! มึงกับกูไปเจอกันที่นั่น  ห้ามผิดสัญญานะเว่ย!
นี่ก็เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทั้งผมทั้งมันให้สอบเข้าให้ได้
แต่ไม่ต้องไปห่วงอ๋องมันหรอกครับ มันเก่งขนาดนั้น ห่วงผมก่อนเถอะ 5555555









ช่วง ม.4 เทอม 1 เราก็นัดดกันไม่ได้อีกเลย เพราะมันไม่ค่อยว่าง
ผมเลยบอกว่า ไม่ต้องห่วง กูไปหาก็ได้ถ้ามึงยุ่งนัก
แต่มันก็บอกว่า
อย่าทำตัวยุ่งเยอะ  รู้จักเอาเวลาไปติวเตรียมสอบเข้ามหาลัยเถอะ
โอเค๊! ถ้ามึงจะพูดขนาดนี้  ผมก็ต้องสู้เต็มที่แล้ว จะยอมมันได้ยังไง
ซึ่งช่วงนั้น ผมก็เรียนพิเศษเต็มตาราง ตามประสาเด็กห้องคิง 



ช่วง ม.6 แม่ของอ๋องก็โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบ แล้วก็เรื่องเข้ามหาลัยกับพ่อผม
ตอนนั้นผมก็กำลังไล่สอบบโควต้าเป็นว่าเล่น 
เพราะตั้งใจว่าจะต้องได้มหาลัยก่อนการแอดมินชั่นจริง 
จนสุดท้าย ผมก็สอบโควต้าได้ตอนปลายเทอม 1 ของ ม.6

ได้ วิศวะ มธ อย่างที่ตั้งใจ
ตั้นนั้นจำได้ว่าดีใจมากครับ เปิดดูจากมือถือพร้อมแก๊งเพื่อน นี่วิ่งออกไปตะโกนดีใจอยู่ที่ระเบียง
แล้วก็โทรบอกพ่อกับแม่ และไม่กี่ชั่งโมงต่อมา พ่อแม่อ๋องก็โทรมาแสดงความยินดีครับ
วันนั้นบ่ายคือแทบไม่ได้เรียนเลยครับ ไม่มีอารมณ์เรียนต่อแล้ว อยากฉลอง 55555









ย้อนกลับไปช่วงที่ผมกับอ๋องนัดกันไม่ได้ซักที
เอาจริงๆ ผมเสียดายมากนะที่ไม่ได้เจอกัน รู้สึกเป็นช่วงเวลาที่หายไป
มีเรื่องเยอะแยะมากมายที่ไม่ได้อัพเดทกัน ร่วมทั้งสาวคนใหม่ของเราทั้งคู่ 5555
คือเราคุยโทรศัพท์กันครับ แต่ไม่มีโอกาสได้เจอสาวของเพื่อนกันซักที

แต่สุดท้ายผมก็ได้เจอแฟนอ๋องมันนะ แฟนมันน่ารัก นิสัยดี เรียนเก่ง 
แถมได้ข่าวว่าสอบติด มธ เหมือนกัน











อ๋องมันไม่อยู่มาเกือบ 15 ปีแล้ว

ผมรู้ตั้งแต่วันแรก แต่สวดคืนแรกผมไม่ได้ไป เบลอจัดมากครับ
กว่าจะตั้งสติได้ กว่าจะรู้สึกว่าพร้อมจะเดินเข้าไปงานศพมันได้ก็สวดวันสุดท้าย


ในวันเผา จำได้ว่าผมไปยืนนิ่งๆ มึนๆ เบลอๆ อยู่กับเพื่อนอีก 2 คน
ตอนที่เค้าเปิดโลงครั้งสุดท้าย จำได้ว่าตัวเองขยับตัวจะเดินขึ้นไป 
แต่เพื่อนข้างๆ ดึงเอาไว้ บอกว่า
มึงอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องไป แล้วผมก็เบลอยืนนิ่งๆ

จังหวะตอนที่กริ้งดัง ภาพจำของผมคือ ผมยืนนิ่งๆ ในหัวชา ๆ เบลอไม่หมด
เพื่อนข้างๆ คงเห็นผมช็อตจัดมาก เลยตบหลังผมแรงๆ เรียกสติ
แล้วก็ช็อตไปเลยร่วมอาทิตย์ กว่าจะเรียบเรียงตัวเองได้
ทีนี้พอหายชา อาการก็มาเลยครับ 55555

ไอ่อ๋องคงคิด มึงนี่ดีเลย์ชิบหาย จนกูสบายตัวไปแล้ว มึงเพิ่งรู้ตัว 55555










มันคงรู้ว่าคงไม่ได้ทำตามความฝันที่เราคุยไว้ไว้แน่นอน

ความฝันของมัน ก็เลยให้ผมไปทำต่อให้สำเร็จ
มันถึงได้บอกผมตลอดว่า มึงต้องทำให้ได้




หลังจากที่ผมสอบติดไปเรียบร้อย 
แม่ของอ๋องถึงได้เล่าให้ผมฟังว่า 
ในช่วงท้าย ๆ อ๋องเริ่มเขียนไดอารี่ และหนึ่งในเรื่องที่มันเขียน ก็คือ


ตอนนี้มันรู้แล้วว่า ทำไมผมถึงชอบการเขียน
และบอกว่า มันดีใจที่ฝากความฝันนั้นไว้ที่ผม
เพราะถ้าเป็นผม ต้องทำความฝันนั้นได้แน่นอน




เอาจริงไหมครับ....ตอนที่ผมเข้าไปนั่งสอบพื้นฐานวิศวะ หรือทุกครั้งที่ทำวิชาคำนวน
ผมจะพูดในใจเสมอว่า
ถ้ากูทำไม่ได้ มึงเข้าร่างกูเลยนะ  จับมือกูทำด้วย  555555





เพราะถ้าเป็นมึง....มึงต้องทำได้แน่นอน










---- ถึงอ๋องเพื่อนรัก ----
มึงได้มางานแต่งกูป่ะเนี้ย แต่กูว่ามึงไม่ได้มาว่ะ
เพราะตั้งแต่วันที่กูฝันว่ามึงเดินออกไป แล้วบอกกูว่า
"กูไปละ"
กูก็ไม่เคยฝันถึงมึงอีกเลย ทั้ง ๆ ที่กูก็ยังคิดถึงมึงอยู่ตลอด
แล้วกูที่ไม่เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า ก็อดคิดว่ามึงไปเกิดที่ชอบที่ชอบไม่ได้ด้วยนะ 5555
กูเลยเลิกทำบุญให้มึงละ ผิดพลาดยังไงมึงก็มาบอกกูแล้วกัน

มึงรู้ไหม...เดี๋ยวนี้กูกลายเป็นคนเก่งคำนวนที่สุดในแผนกนะเว่ย
กูอาจจะคิดในใจไม่เก่งเท่ามึง แต่กูกดเครื่องคิดเลขไวว่ะ 

เออ...พ่อกูสบายดีนะ เค้าคิดถึงมึงเหมือนเดิม


-------------




และจะให้เขียนอีกกี่ครั้ง
ความทรงจำระหว่างกูกับมึงก็ยังจะเหมือนเดิม









Create Date : 22 สิงหาคม 2567
Last Update : 22 สิงหาคม 2567 17:38:06 น. 19 comments
Counter : 1248 Pageviews.
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณทนายอ้วน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณปัญญา Dh, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณหอมกร, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณkae+aoe, คุณmultiple, คุณดอยสะเก็ด, คุณ**mp5**, คุณไวน์กับสายน้ำ


 
สมแล้วที่เป็นแชมป์เรียงความ
ดึงใจคนอ่านได้ดีมากๆ ปริ้น
ป.ล. ตกลงเพื่อนเป็นอะไรตายหนะ



โดย: หอมกร วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:18:39:03 น.  

 
ค้นๆว่าเคยอ่านเรื่องของอ๋องนะครับ



------------------------


เห็นรูปแรกแล้วนึกขำตลอดเลย


ตอนที่ไปเรียนต่อที่ออสฯ เป็นช่วงที่ Community Mall กำลังดังมาก นิยมสร้างกันเยอะมาก แล้วก็ปลูกหญ้าแบบในรูปนี่แหละครับเยอะมาก


เห็นครั้งแรกขำแทบตาย เพื่อนพี่บอกว่า "ถ้าเป็นเมืองไทยสบายเลย หญ้าเยอะมาก"



พอพี่กลับมาเมืองไทย Community Mall ในเมืองไทยเพิ่งเริ่มจะนิยมสร้าง แล้วก็ก๊อบที่ออสฯมาแบบเด๊ะๆ เลย ทั้งรูปแบบ การตกแต่งและ "หญ้า" ....


มารู้ทีหลังว่า ..... อิมพอร์ทหญ้าเข้ามาปลูกครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ งง มากกกกกกก


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:19:56:14 น.  

 
มาอ่านครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:20:49:40 น.  

 
น่าเสียดายที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นเพื่อนรักกันจริงๆ แต่การที่เขาตายไปแล้วเขาก็แค่ย้ายที่อยู่เท่านั้นแหละครับ ย้ายเข้ามาอยู่ในความทรงจำเรา ตราบเท่าที่เราไม่ลืมเขา เขาก็ยังคงอยู่กับเราเสมอ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 22 สิงหาคม 2567 เวลา:21:26:39 น.  

 
ความทรงจำดี ๆ ไม่เคยลืม นอกจากเราจะเป็นอัลไซเมอร์นะคะ
เพื่อนจากไปเร็วจัง อ่านแล้วใจหายไปด้วย

ไม่แปลกใจเรื่องเขียนเรียงความ ดูจากผลงานในบล็อกก็เข้าใจได้ค่ะ
เขียนบ่อย ๆ นะคะ บล็อกจะได้ไม่เงียบเหงา

อ่านถึง "ใครน้องมึง" 555
อุ๊ย ดีที่เราไม่ชอบลำดับญาติกับใคร ไม่งั้นมีสะดุ้งนะเนี่ย



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 สิงหาคม 2567 เวลา:9:15:59 น.  

 
อ้าว เม้นท์โดนแบนค่ะ กู้ให้ด้วยนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 สิงหาคม 2567 เวลา:9:18:33 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ น้องปริ๊นซ์

ขอสารภาพว่านั่งร้องไห้ค่ะ แล้วตอนนี้นั่งทำงานอยู่
ช่างเดินขึ้นมาเบิกของ พี่เช็ดน้ำตาแทบไม่ทัน
ช่างมันคงนึก อีหญิงทึกบึกบึนนี่มันนั่งร้องไห้ทำไม 55555
พี่อินไปกับเรื่องราวที่เล่า นั่งอึนน้ำตาไหลอยู่พักใหญ่เลย

พี่คิดว่าน้องพิมพ์ไปก็น้ำตาไหลไปแน่นอนค่ะ
พี่คิดว่า อ๋องน่าจะไปเกิดใหม่ ตั้งแต่ตอนที่มาลาน้องแล้ว
เก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามค่ะ

น้องเป้นคนเล่าเรื่องได้ดีจริงๆค่ะ


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 23 สิงหาคม 2567 เวลา:15:48:23 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์

น้องปริ๊นซ์เล่าเรื่องปูพื้นมาอย่างดีเลย
พี่ก๋านึกในใจตอนนี้เพื่อนอ๋องทำอะไรอยู่น้อ
พอเข้าสู่ตอนจบ โห...หักมุมรุนแรงมากครับ
อึ้งเลย....

พี่ก๋าก็สูญเสียเพื่อนสมัยเรียนไปหลายคนเลยครับ
บางครั้งเราก็ไม่รู้จริงๆว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวินาทีถัดไปของชีวิต

ปล. พี่ก๋าเพิ่งจะงอนกับมาดามไปหนึ่งวันเต็มๆ
อยู่คนละมุมเลย 5555
แต่ก็ไม่มีอะไรนะครับ
ถ้าคุยแล้วจะต้องทะเลาะ
เลือกเงียบแล้วอึดอัดดีกว่า 5555

ขอให้ดีกับแฟนเร็วๆนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 สิงหาคม 2567 เวลา:6:14:51 น.  

 
น่าเสียดายที่เพื่อนคนนั้นไม่อยู่เสียแล้ว เราคงทำได้แค่บอกกับเพื่อนว่า "ไปรอกูก่อนนะ เดี๋ยวกูจะตามไป" ก็แค่นั้น ระหว่างนั้นก็ใช้ชีวิตเผื่อเขาด้วย

แต่ไม่ว่ายังไงก็เป็นความทรงจำที่ดี


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 25 สิงหาคม 2567 เวลา:11:05:33 น.  

 
ช่วงนี้ผมก็ยังไม่พร้อมอะไรหลายๆ อย่างครับ ปัญหาหลายๆ อย่างอยากจะเคลียร์ก็ยังเคลียร์ไม่หมด ถนนสายนี้มีตะพาบปกติผมจะเตรียมการไว้ก่อนนานมากเป็นเดือนครับ ช่วงหลังแทบจะงานชนงานเลย อย่างแย่ครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 สิงหาคม 2567 เวลา:12:41:59 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
โอวว พล็อตเรื่องอย่างกับในหนังเรื่องนึงเลยครับน้องปริ๊นซ์ ถึงว่าน้องปริ๊นซ์ทำไมถึงเขียนเก่งจังสามารถบรรยายออกมาเป็นความรู้สึกได้
อ่านแล้วทำให้ชวนคิดไปถึงชีวิตช่วงวัยมัธยมเลย บรรยากาศประกาศผลสอบเข้ามหาฯ ลัย เป็นอะไรที่ ช่วงหนึ่งในชีวิตจริง ๆ
อยากรู้เลยครับ ว่าอ๋องเป็นอะไรเสีย แล้วเสียตอนไหน


โดย: The Kop Civil วันที่: 26 สิงหาคม 2567 เวลา:11:46:58 น.  

 
โอ้กะจู๋ที่เชียงใหม่มี 2 สาขาครับ
ขายดีมาก คนเยอะมาก
พี่ก๋าไม่ค่อยได้ไป เพราะไม่ถนัดอาหารฝรั่งครับ
หมิงกับมาดามชอบมาก และก็มีร้านโปรดหลายร้านเลย
พี่ก๋าชอบกินข้าวต้ม กับลาบครับ 555

เจ๋งดีครับ
มีอยากกินยากิโซบะด้วย
หลวงพ่อต้องชิมก่อนเลย 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 สิงหาคม 2567 เวลา:20:11:06 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 สิงหาคม 2567 เวลา:5:28:24 น.  

 
สวัสดียามสายค่ะ น้องปริ๊นซ์

ไปทำงานยังอุตส่าห์หาเวลาว่างมาตอบบล็อก
เดินทางบ่อย ต้องดูแลสุขภาพให้พร้อมเสมอนะคะ
ที่ยังป่วยอยู่ ขอให้หายไวไวค่ะ

น้าปริ๊นซ์เตรียมไว้หนวดรอเลยค่ะเนี่ย หวงหลานมาก
แต่เพื่อนหลานนี่ เจินเทิ่ลแมนมากค่ะ

เพื่อนอนุบาลน้องคนนี้ไหมคะ ที่เรียกรถน้องว่า อิวอก
โอ้ยยยย ต้องไปตามหาต้อนอ้อยให้เจ้าบ่าวเพื่อน 555555
ไม่ได้น้องปริ๊นซ์ นี่...เพื่อนไม่ได้แต่งนะ

ขอให้มีความสุข และทุกอย่างราบรื่น กับการไปทำงานต่างแดนนะคะ


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 27 สิงหาคม 2567 เวลา:9:09:27 น.  

 
เมื่อก่อนพี่ก๋าดูหนังอะไรก็ไม่ร้องไห้ครับ
แต่พอมีลูก
เวลาเจอฉากสะเทือนใจของพ่อลูก
น้ำตาไหลได้เลยครับ 555



โอ้กะจู๋สันทรายเคยไปสองครั้งครับ
ตอนนี้ร้านดัง คนรอคิวนานมาก
นานๆถึงจะไปสักทีครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 สิงหาคม 2567 เวลา:22:01:37 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 สิงหาคม 2567 เวลา:4:17:33 น.  

 
โอ้ อาจารย์เต๊ะ พึ่งจะเห็นบล้อกนี้
อ่านตอนแรก ทำท่าจะเฮฮา ตอนหลังกลายเป็นเรื่องเศร้าเลยนะครับนี่

เค้าว่า คนเราเก่งด้านไหน มักจะฉายแววมาตั้งแต่เด็กๆ
ของน้องปริ๊นซ์นี่ สายขีดเขียนเรียงความ
ของอาจารย์เต๊ะ สายวาดรูปครับ เรื่องการเขียนเรื่องราว
นี่พึ่งจะมาหัดเขียนตอนเล่นบล็อกนี่เองครับ

แล้วเวลาทำอะไรที่เราชอบ มันจะมีความสุขทำเพลินๆได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
ของน้องอ๋อง นี่เค้าก็คงมีความสุขในการนั่งคิดคำนวณตัวเลข

แม้ความชอบจะแตกต่างกัน แต่ความเป็นเพื่อนเกิดขึ้นได้เสมอ
คนเราเวลาคบกันนานๆ ความผูกพันมันก็ลึกซึ้ง
ยิ่งเพื่อนรักมาเจ็บป่วย แต่เราช่วยอะไรไม่ได้นี่ มันก็เป็นเรื่องเศร้ามากๆเลยนะครับ

แต่ชีวิตมีทั้งสุขทั้งทุกข์ น้องปริ๊นซ์ก็เป็นตัวแทนในการเรียนมหาลัย ในคณะที่สัญญากันไว้ น้องอ๋องอยู่บนสวรรค์ก็คงมีความสุขที่เห็นความสำเร็จของเพื่อนเช่นกันนะครับ




โดย: multiple วันที่: 28 สิงหาคม 2567 เวลา:5:36:18 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 29 สิงหาคม 2567 เวลา:11:02:17 น.  

 
คุณปริ๊นซ์ เขียนเล่าเก่งได้เป็นฉาก ๆ ได้รับสายสะพายด้วย


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 สิงหาคม 2567 เวลา:13:35:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space