บล็อคเปลี๋ยนไป๋...แต่เรายังเปลี๊ยนต๋ามไม่ไหว
แอบมาส่องนิด ๆ ว่ามีใครหลงเข้ามาแอ่วก่?...
อุ๊ยต๊าย...ขุ่นพระ(จะพิมพ์ "คุณพระ" เดี๋ยวคนก็จะว่าอิป้านี่มาจากกรุงศรีรึ)
โคตรจะดีใจ มีแขกมาเยี่ยมโตยเจ้า...

พยายามจะลองปรับเปลี่ยนหน้าตาบล็อคให้พอดูได้
แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ เพราะแม้กระทั่งการอัพโหลดรูปภาพ
ยังดูจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากเหลือใจ
ผ่านก่อนละกัน เดี๋ยวจะไม่ได้อัพอะไรสักอย่าง

แอบไปส่องบ้านคนอื่นเขาหลายท่าน
แต่เป็นการซุ่มส่องไม่โจ่งแจ้ง
กระโตกกระตาก  นอกจากเพื่อน ๆ ท่านไหน
ที่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้ เราจะไปเยี่ยมเยือนและรายงานตัวอย่างเป็นทางการ

รู้สึกว่า...ได้บรรยากาศเก่า ๆ เหมือนกันนะคะ
กับการเข้ามาอ่าน content ที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้อง ๆ เขียนไว้
การได้จดจ่อ มีสมาธิกับเรื่องราวของผู้คนและคิดตาม
อ่านทุกตัวอักษร ย้อนไปถึงความรู้สึกนึกคิดตัวของผู้เขียน
ซึ่งก็ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการเล่นโซเชียลจากสารพัดแอพพลิเคชั่น
ทั้งในโทรศัพท์มือถือ กระดานฉนวนไถ ๆ ทั้งหลายแหล่
เพราะเชื่อว่า กว่าจะเขียนลงบล็อคได้ ย่อมต้องผ่านการกลั่นกรอง
มากกว่าการโพสต์ลงเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์อย่างแน่นอน

พอเราอยู่ในช่วงวัยกลางสะพานแบบนี้ ก็จะมึน ๆ งง ๆ
กับหลาย ๆ เรื่อง เทคโนโลยีบางอย่าง
ไม่ปรับเปลี่ยนเราคงอยู่ยากขึ้น ต้องเรียนรู้
ต้องต่อสู้เพื่อความเข้าใจ  และใช้เป็น
แม้กระทั่ง "ภาษา" สมัยนี้
มีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาแทบทุกวัน 
กระแสบางอย่าง ฟังแล้วก็งง
เอาง่าย ๆ เช่นคำว่า "หอม"
ขุ่นพระ เฮ้ย!!! เรามาถึงจุดที่คำว่า "หอม"
เป็นเรื่องที่ใช้กันไม่ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว๊ะ(ครับ)  103

แสลงเกิดขึ้นได้ค่ะ แต่...พอทุกคนมีสื่อในมือ
มันยิ่งไปกันใหญ่จนบางทีก็...ไม่อยากจะตาม
เพราะแลเป็นเรื่องงี่เง่าไปสักหน่อย
การใช้ศัพท์เฉพาะในบางกลุ่ม
เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่ความถูกต้องเหมาะสมกับกาละเทศะก็ต้องมีเช่นกัน

แน่นอนว่า บล็อคนี้ของไผ่ มันคือการเขียนโดยใช้
ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนปนกันไป
เป็นสิ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ คงแยกแยะออก

ปลายปีก่อน ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานเล่น ๆ อยู่หนึ่งงาน
เป็นดำริของผู้ใหญ่วัยเกษียณมาหลายปี ที่อยากจะทำหนังสือ
เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และพุทธศาสนา
เป็นโครงการใหญ่มหึมาขนาดวาฬยักษ์เห็นจะได้
มีความเป็นองค์กรเอกชนรองรับ ย่อมมีคณะกรรมการเข้ามาร่วมรู้เห็น
แต่ละคนก็จิตอาสาทั้งนั้น...แน่นอนว่า...
วัยดึกสงัด (ขาลงเกือบถึงปลายสะพาน)
เราในฐานะที่ ยังอยู่กลางสะพาน พอเป็นหูเป็นตาได้
ก็ช่วย ๆ กันไปขำ ๆ
แต่ความไม่ขำ ก็บังเกิดเพราะความใหญ่ของโครงการหนังสือนี้
มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ...เนื้อหา มี QR Code
ที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและจีนจ้า
13


หึหึ...สำหรับตัวเอง
เราโตมาในยุคที่ครูเป็นใหญ่ ไม่ได้ต่างจากครูจุ๋ม
เราโตมาในยุคที่กล้องวงจรปิดยังไม่มี
(อย่าว่าแต่กล้อง พัดลมในห้องยังไม่มี)
เราโตมาในยุคที่...ห้ามตั้งคำถาม
ถ้าไม่อยากเป็นตัวประหลาดหรือโดนปรามาสว่าโง่
5

ดังนั้น...ภาษอังกฤษแทบไม่กระดิกหู
ไม่ต้องพูดถึงภาษาจีน 18 ส่วนเทคโนโลยีก็พอได้
แต่ต้องทำการบ้านอยู่เยอะพอสมควร
ประวัติศาสตร์ก็ต้องตรวจสอบ เนื้อหาก็ต้องตรวจทาน
จากทำเล่น ๆ ขำ ๆ กลายเป็นโหมดจริงจังมาก(ก. กอไก่ล้านตัว)

ถ้าได้เริ่มมาตั้งแต่ต้น คงจะดี
แต่บังเอิญเกิดมามีกรรม ต้องทำงานต่อจากคนอื่น
ทุกอาชีพคงจะรู้...ว่า การทำงานแบบ "แก้งานคนอื่น"
มันไม่สนุก
เหมือน...ช่างตัดเสื้อ รับงานแก้ไหล่เสื้อผ้าไหมอย่างดีจากช่างคนแรก
เหมือนหมอศัลย์กรรมทางเดินปัสสาวะ
ต้องมารักษาคนไข้ที่ฝังมุกมาและใกล้เน่า


งานนี้ อาการโคม่าร์ไม่ต่างเลยค่ะ4
แต่ในเรื่องร้ายก็มีมีเรื่องดีเสมอ
อย่างน้อยก็ทำให้ได้มีโอกาสไปทำงานด้วย เที่ยวไปด้วย
ก็สนุกดี เพลิน ๆ
ได้ประสบการณ์ ได้มีเรื่องเล่าขาน
ได้ปล่อยพลังบวกและลบใส่คนนั้นคนนี้ตามหน้าที่ ๆ ได้รับมอบหมาย
ที่สำคัญ พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า
ถ้าไม่มีเรา...หนังสือเล่มนี้ไม่มีทางสำเร็จ
อาการก็จะ Proud to present นิดนึง
ความตลก ความสนุกมันอยู่ที่รายละเอียดปลีกย่อย
ชนิดที่ว่า...เราต้องมานั่งถกเถียงกันว่า
ต้องเว้นวรรคตอนกี่เคาะตรงไหนยังไง
นั่นคือประสบการณ์
ตลกตรงที่ว่า...หนังสือเล่มที่ทำออกมา
จำนวนการตีพิมพ์ 7 พันเล่มนี้
กว่าจะเสร็จ ทำโน้ตบุ๊คพังไป 2 ตัว
รถเข้าอู่ซ่อมไป 2 รอบกันเลยทีเดียว
ส่วน "คน" น้านนนน...
ไม่ต้องพูดถึง...ฮ่าๆๆ ซ่อมร่างกันยาวมาก
จนบัดนี้ยังต้องซ่อมต่อเนื่อง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า
ไม่ใช่ใครจะมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลิต
หนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ขนาด 350 หน้า
แบบที่เป็น 4 สีทุกหน้ากันได้ง่าย ๆ
และทุกกระบวนการจัดทำเรามีโอกาสได้ทำมันจริง ๆ กับมือ
แม้กระทั่งการถ่ายภาพ

สรุปแล้ว การเสียเวลาไปเกือบ 1 ปี
กับงานนี้ สิ่งที่มีค่า คือประสบการณ์การทำงาน
ที่ในยุคนี้สมัยนี้...หนังสือที่ต้นทุนการผลิต
เกือบ 4 ล้านบาทก็ไม่ใช่ของหาง่ายนัก
ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ทรหด โหด มัน ฮา มาก ๆ

เสียดายที่ยังไม่มีเวลานั่งศึกษาวิธีการอัพโหลดภาพสวย ๆ ลงบล็อค
ไว้ถ้ามีโอกาส จะคัดภาพที่ไปถ่ายตามวัดวาอารามมาให้ได้ชมกันในโอกาสต่อไปจ้า


 



Create Date : 21 ตุลาคม 2563
Last Update : 21 ตุลาคม 2563 17:06:39 น.
Counter : 145 Pageviews.

8 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณกะว่าก๋า, คุณnewyorknurse

  
สวัสดีค่ะ มาทักทายนะคะ
วิธีการอัพโหลดภาพก็ไม่ยากนะคะ
ตอนที่เขียนบล็อก จะเห็นกรอบแถวบนที่มีรูปวิวน่ะค่ะ คลิกเข้าไปแล้วอัพโหลดไฟล์รูปได้เลยค่ะ ไม่ยาก ไม่ยาก
โดย: เนินน้ำ วันที่: 21 ตุลาคม 2563 เวลา:21:08:49 น.
  
สวัสดีค่ะ
จริงค่ะ เฟส ง่ายกว่าบล็อกมาก แต่มันให้ความรู้สึกที่เวลาทำเหมือนมันสาธารณะมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว อิอิ)
และตัวเองจะชื่นชมงานที่เราได้ลงในบล็อกมากกว่าค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 ตุลาคม 2563 เวลา:14:03:35 น.
  
ตามมาส่องมั่งค่ะ
ได้อ่านด้วย
โดย: อุ้มสี วันที่: 23 ตุลาคม 2563 เวลา:14:28:34 น.
  
งานคุณไผ่ใหญ่มากนะครับ ต้องใช้เงินทุนมาก...

....
ภาษาวัยรุ่น ผมก็ตามไม่ทันเหมือนกัน ผมเขียนบล๊อกใช้ภาษาเขียน
ปนกับภาษาพูดเหมือนกัน เพราะเราเขียนแบบชาวบ้านมาก ๆ มีความรู้
แฝงนิดหน่อยก็พอ กลัวคนอ่านหลับ

ผมว่าการลงภาพ ง่ายกว่ารุ่นแรก ๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อนด้วยซ้ำ พอทำไป
ก็ชิน...ครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 23 ตุลาคม 2563 เวลา:18:11:57 น.
  
ประสบการสำคัญสุดครับ ไม่ว่าจะเป็นในทางร้ายหรือดีก็ตาม โลกเรามันก็แบบนี้แหละ ถือว่าต้องเรียนรู้กันไป

บล็อกจริงๆ เปลี่ยนน้อยนะครับ เรายังสามารถกดที่ปุ่มให้กลับไปเขียนรูปแบบเก่าได้ ที่หลายๆ คนเจอคือ ภาพจากเว็บฝากภาพหาย อันนั้นช่วยไม่ได้จริงๆ (ภาพหายหมด) ผมก็เจอ แก้ไขบล็อกเป็นร้อยเอนทรี่เลย กว่าจะซ่อมหมด หลังๆ ผมฝากกับเซิร์ฟเวอร์ของบล็อกแก๊งนี่แกละสะดวกสุดละ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 ตุลาคม 2563 เวลา:20:07:22 น.
  
สวัสดีครับ

พี่ก๋ายังไม่หนีไปบวชแน่ๆครับ
ภาระเยอะเลย 555

ดีใจที่น้องไผ่กลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งนะครับ
จริงๆก็ไม่ยากเลยนะการลงรูปน่ะครับ
เดี๋ยวพี่ก๋าฝากวิธีไว้ให้ล่ะกัน

แนะนำให้ฝากรูปกับ Blogger นะครับ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kawaka&month=25-07-2011&group=100&gblog=25
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 ตุลาคม 2563 เวลา:22:06:10 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ตุลาคม 2563 เวลา:7:02:12 น.
  
โลกเปลี่ยนไวมากค่ะเดี๋ยวนี้ เราก็ต้องพยายามปรับตัวตามให้ทัน
ค่อยๆปรับค่อยๆเปลี่ยนกันไป ไม่งั้นได้หายไปกับคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงแน่เลยค่ะ
โดย: marie79 (สมาชิกหมายเลข 6023208 ) วันที่: 27 ตุลาคม 2563 เวลา:19:36:58 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คมไผ่
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



Q ; เป็นคนแบบไหน
A ; เป็นได้ทุกแบบ ขึ้นอยู่ที่ว่า...เป็นกับใคร และเป็นเมื่อไหร่ แล้วแต่สถานการณ์ค่ะ เป็นนางฟ้าก็ได้ นางมารก็ได้ แล้วแต่ว่าใครจะมาด้วยแบบไหน

Q ; ให้นิยามกับตัวเองว่าอะไร
A ; ทะเล...(มั้ง) ได้บรรยากาศหลากหลายดี นิ่ง ๆ สงบ ๆ ก็ได้ ชิว ๆ ก็ได้ แต่...ถ้ามีองค์ประกอบอื่นก็...ตามนั้น

Q ; เหมือนจะน่ากลัวนะเนี๊ยะ
A ; อย่ากลัวเล้ย บ้าบอไปงั้นแหละ ฉีดยาเรียบร้อยแล้ว ไม่นิยมกัดใครก่อนอยู่แล้น หุหุ โพสต์ได้ เม้นท์ได้ ด่าได้(แต่อาจมีสวนเล็ก ๆ คริๆ)
New Comments
ตุลาคม 2563

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
Friends Blog
[Add คมไผ่'s blog to your weblog]