40.8 พระสูตรหลักถัดไป คือทหรสูตร [พระสูตรที่ 112]
การสนทนาธรรมนี้ต่อเนื่องมาจาก
40.7 พระสูตรหลักถัดไป คือทหรสูตร [พระสูตรที่ 112]
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=06-08-2014&group=4&gblog=68

ความคิดเห็นที่ 89
ฐานาฐานะ, 4 สิงหาคม 2557 เวลา 23:52 น.

GravityOfLove, 5 นาทีที่แล้ว
...
11:28 PM 8/4/2014

             เฉลยว่า ถูกต้องครับ เป็นปุถุชนทั้งสองพระองค์.
             เคยทราบว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลนั้น ในคัมภีร์อนาคตวงศ์
กล่าวว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง.

             พระนางมัลลิกาที่เป็นพระอริยบุคคลนั้น น่าจะเป็นอีกคนหนึ่ง
หรือไม่ก็ผู้ทำวิกีพีเดียเข้าใจผิด จำสับสนกับนางวิสาขามหาอุบาสิกา.
             ๓. เรื่องพระเจ้าวิฑูฑภะ๑- [๓๕]
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=14&p=3#นางมัลลิกาเทวีไม่มีความเสียใจ
             อรรถกถามัลลิกาวิมาน
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=36

ความคิดเห็นที่ 90
ฐานาฐานะ, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 00:17 น.

             เป็นอันว่า พระสูตรชื่อว่า มัลลิกาสูตร จบบริบูรณ์.
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2395&Z=2425

              พระสูตรหลักถัดไป คือ ยัญญสูตรที่ ๙ [พระสูตรที่ 120].
              พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗
              สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
              ยัญญสูตรที่ ๙
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2426&Z=2485
              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=349

ความคิดเห็นที่ 91
GravityOfLove, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 00:22 น.

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑
.            ๑๒๐. ยัญญสูตร ว่าด้วยการบูชายัญ
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2426&Z=2485&bgc=snow&pagebreak=0

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามแห่งท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี
             พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ตระเตรียมการบูชามหายัญด้วยโคผู้ ลูกโคผู้ ลูกโคตัวเมีย
แพะ และแกะอย่างละ ๕๐๐ ตัว สัตว์เหล่านี้ถูกนำไปผูกไว้ที่หลักเพื่อบูชายัญ
             ในการนี้ชนบางพวกที่ทรงใช้ก็เป็นทาส คนใช้หรือกรรมกร ซึ่งถูกอาชญา
ถูกภัยคุกคาม ร้องไห้พลาง กระทำบริกรรมไปพลาง
             ภิกษุหลายรูปที่กลับจากบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ได้ทูลเล่าเรื่องนี้แด่พระผู้มีพระภาค
             พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาว่า
                          มหายัญที่มีการตระเตรียมมาก มีการฆ่าแพะ แกะ โค และสัตว์ชนิดต่างๆ คือ
                          อัศวเมธ ๑ ปุริสเมธ ๒ สัมมาปาสะ ๓ วาชเปยยะ ๔ นิรัคคฬะ ๕
                          มหายัญเหล่านั้น เป็นยัญไม่มีผลมาก (เพราะ)
                          พระพุทธเจ้าเป็นต้นผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
                          ผู้ดำเนินปฏิปทาอันชอบ ย่อมไม่เข้าไปใกล้ยัญนั้น
                          ส่วนยัญใด มีการตระเตรียมน้อย ไม่มีการฆ่า แพะ แกะ โค และสัตว์ชนิดต่างๆ
                          ซึ่งบุคคลบูชาสืบตระกูลทุกเมื่อ (ยชนฺตานุกุลํ ได้แก่ บูชาตามตระกูล
                          ทานมีนิตยภัตเป็นต้นที่บุรพบุรุษตั้งไว้ แล้วให้ทานสืบๆ ต่อไป)
                          พระพุทธเจ้าเป็นต้นผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
                          ผู้ดำเนินปฏิปทาอันชอบ ย่อมเข้าไปใกล้ยัญนั้น
                          ผู้มีปัญญาควรบูชายัญนั้น ยัญนั้นเป็นยัญมีผลมาก
                          เมื่อบุคคลบูชายัญนั้นนั่นแหละ ย่อมมีแต่ความดี ไม่มีความชั่วช้า
                          ยัญก็เป็นยัญอย่างไพบูลย์ และเทวดาย่อมเลื่อมใส

             [อรรถกถา]
             ยัญ ๕ นี้ (คือสังคหวัตถุ ๔ คือ สัสสเมธะ ปุริสเมธะ สัมมาปาสะ วาชเปยยะ + นิรัคคฬะ)
เดิมแต่โบราณเป็นหลักสงเคราะห์ที่ดีงาม
             แต่ต่อมาครั้งพระเจ้าโอกกากราช พวกพราหมณ์เปลี่ยนสังคหวัตถุ ๔ เหล่านี้และสมบัติ
ของรัฐเสีย แล้วขนานชื่อยัญ ๕ เพื่อลาภสักการะแก่พวกตน

             ความหมายของยัญ ๕ ตามแบบพราหมณ์ และตามแบบโบราณ/พุทธศาสนา ตามลำดับคือ
.            ๑ อัศวเมธ ได้แก่การฆ่าม้าบูชายัญ
             แต่ชื่อนี้หมายความกว้างกว่านั้น คือหมายถึงยัญที่บูชาด้วยสมบัติทุกอย่าง
เว้นที่ดินและคน ซึ่งเขาตั้งเสายัญ ๒๑ เสา สำหรับผูกปศุสัตว์ที่จะต้องฆ่าประมาณ ๕๙๗ ชนิด
เพื่อบูชายัญ แล้วทำการบูชาอยู่หลายวันกว่าจะเสร็จพิธี
             แต่ฉบับพม่าเพี้ยนไปเป็น สสฺสเมธํ แปลว่าสัสสเมธ เป็นยัญในพระพุทธศาสนา
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระเจ้ามหาวิชิตราชในกูฏทันตสูตร หมายความว่าการเก็บค่านา
ตามธัญญาหารที่สำเร็จผลสิบส่วน เก็บไว้เป็นส่วนหลวงส่วนหนึ่ง นี่เป็นสังคหวัตถุประการหนึ่ง
ของพระเจ้าจักรพรรดิ ไม่ตรงกับเรื่องในพระสูตรนี้

.            ๒ ปุริสเมธ ได้แก่การฆ่าคนบูชายัญ
             แต่ความจริงหมายเฉพาะยัญที่บูชาด้วยสมบัติต่างๆ อย่างอัศวเมธนั้น
แต่รวมที่ดินเข้าด้วย
             แต่ในพระพุทธศาสนา หมายถึงการพระราชทานทรัพย์เป็นเบี้ยเลี้ยงและ
บำเหน็จบำนาญแก่ทวยหาญทุก ๖ เดือน เป็นสังคหวัตถุของพระเจ้าจักรพรรดิประการหนึ่ง

.            ๓ สัมมาปาสะ ได้แก่การผูกสัตว์บูชายัญ โดยเขาทำพิธีเหวี่ยง
ท่อนไม้สำหรับต้อนสัตว์เข้าไปที่หลักบูชาเพลิงทั้งคู่ แล้วร่ายเวทตรงที่ท่อนไม้นั้นตก
ทำการบูชาตามพิธี ผู้บูชาต้องเป็นคนได้เดินทางย้อนไปตามแม่น้ำสรัสดีแล้วด้วย
จึงจะเข้าพิธีได้
             แต่ที่ในพระพุทธศาสนาจัดเป็นสังคหวัตถุของพระเจ้าจักรพรรดิ
หมายถึงการเรียกหนังสือสารกรรมธรรม์กู้แก่ชาวเมืองที่ขัดสน แล้วพระราชทานทรัพย์ให้กู้
โดยไม่เรียกดอกเบี้ยเป็นเวลา ๓ ปี

.            ๔ วาชเปยยะ ได้แก่การดื่มเพื่อพลังหรือเพื่อชัยชนะ
เป็นยัญอีกชนิดหนึ่งซึ่งเขาผูกปศุสัตว์ ๑๗ ชนิดบูชา
             แต่ที่เป็นสังคหวัตถุของพระเจ้าจักรพรรดิ หมายถึงการตรัสพระวาจา
อันอ่อนหวานเป็นที่ดูดดื่มน้ำใจของประชาชน

.            ๕ นิรัคคฬะ คือยัญไม่มีลิ่มหรือกลอน คือทั่วไปไม่มีขีดคั่นจำกัด
การฆ่าครบทุกอย่างบูชายัญ เป็นยัญที่ไม่ต้องมีหลักยัญสำหรับบูชา หมายถึง
พิธีชนิดเดียวกับอัศวเมธแต่บูชาด้วยสมบัติทุกอย่าง ไม่มียกเว้นอะไร
ฉะนั้นจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สรรพเมธ
             แต่ที่ในพระพุทธศาสนาจัดเป็นสังคหวัตถุของพระเจ้าจักรพรรดิ หมายถึงผล
ที่พระมหากษัตริย์สงเคราะห์ด้วยสังคหวัตถุ ๔ ข้างต้นนั้น ที่เป็นเหตุให้รัฐมั่งคั่งสมบูรณ์
ไม่มีโจรผู้ร้ายและประชาราษฎร์บันเทิงใจเป็นอยู่ อย่างที่กล่าวว่า ประตูเรือนไม่ต้องลงลิ่ม
กลอนระวังก็ได้ฉะนั้น
             คำว่า ราชสังคหวัตถุ
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=ราชสังคหวัตถุ
//84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=นิตยภัต

[แก้ไขตาม #92]

ความคิดเห็นที่ 92
ฐานาฐานะ, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 16:22 น.

GravityOfLove, 15 ชั่วโมงที่แล้ว
...
0:30 5/8/2557

             สรุปความได้ดีครับ
             มีข้อติงและเสริมดังนี้ :-
             1.
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระเจ้ามหาวิชิตราชในกฏทันตสูตร หมายความว่าการเก็บค่านา
             แก้ไขเป็น
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระเจ้ามหาวิชิตราชในกูฏทันตสูตร หมายความว่าการเก็บค่านา
//84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?name=กูฏทันตสูตร
             2. เพิ่มเติมลิงค์
             คำว่า ราชสังคหวัตถุ
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=ราชสังคหวัตถุ

ความคิดเห็นที่ 93
ฐานาฐานะ, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 16:34 น.

             คำถามในยัญญสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2426&Z=2485

             1. เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง?
             2. คำว่า บุคคลบูชาสืบตระกูลทุกเมื่อ และ
             บทว่า ยชนฺตานุกุลํ ได้แก่ บูชาตามตระกูล.
             อธิบายว่า พวกผู้คนไม่เข้าไปตัดทานมีนิตยภัตเป็นต้น
ที่บุรพบุรุษตั้งไว้แล้วให้ทานสืบๆ ต่อไป.

             เมื่อเห็นคำนัยว่า ไม่เข้าไปตัดทานมีนิตยภัตเป็นต้นที่บุรพบุรุษตั้งไว้แล้ว ฯ
คุณ GravityOfLove นึกถึงพระสูตรหรือชาดกใดบ้าง?

ความคิดเห็นที่ 94
GravityOfLove, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 19:07 น.

             ตอบคำถามในยัญญสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2426&Z=2485

             1. เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง?
             ๑. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
                          มหายัญที่มีการตระเตรียมมาก มีการฆ่าแพะ แกะ โค และสัตว์ชนิดต่างๆ
                          เป็นยัญไม่มีผลมาก (เพราะ) พระพุทธเจ้าผู้ดำเนินปฏิปทาอันชอบ ย่อมไม่เข้าไปใกล้ยัญนั้น
                          ส่วนยัญใด มีการตระเตรียมน้อย ไม่มีการฆ่า แพะ แกะ โค และสัตว์ชนิดต่างๆ
                          เป็นยัญมีผลมาก พระพุทธเจ้าย่อมเข้าไปใกล้ยัญนั้น
                          เมื่อบุคคลบูชายัญนั้น ย่อมมีแต่ความดี ไม่มีความชั่วช้า เทวดาย่อมเลื่อมใส
             ๒. ยัญ ๕ อย่างของพราหมณ์ที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงแนะนำ
             ๓. พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเริ่มยัญนี้ก็เพราะจะทรงกำจัดฝันร้าย
             คือเพราะทรงมีพระทัยปฏิพัทธ์ต่อสตรีนางหนึ่งซึ่งมีสามีแล้ว จึงทรงหลอก
จะขจัดสามีของนาง วันหนึ่ง เมื่อประทับนั่งแล้วทรงเคลิ้มหลับไป ในฝันทรงได้ยินเสียงสัตว์uรก
             เมื่อตื่นจากฝันก็ไม่สบายพระทัย รอจนรุ่งเช้าแล้วตรัสเล่าฝันนี้ให้พราหมณ์ปุโรหิตฟัง
พราหมณ์ปุโรหิตทราบว่า ฝันนี้ไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่เพราะอยากได้ลาภสักการะ จึงหลอก
พระองค์ว่า ต้องบูชายัญอย่างนี้ๆ พระองค์จึงจะพ้นภัยได้
             พระนางมัลลิกาเมื่อทรงทราบเรื่องนี้ จึงทรงชักนำพระราชาไปยังสำนักของพระผู้มีพระภาค
             พระผู้มีพระภาคจึงตรัสเล่าเรื่องของสัตว์uรกเหล่านั้นให้พระเจ้าปเสนทิโกศลฟังว่า
เสียงนั้นไม่ได้เป็นภัยต่อพระองค์ สัตว์uรกเหล่านั้นได้ผิดภรรยาผู้อื่น (ปรทาริกกรรม)
จึงได้รับผลกรรมเช่นนั้น
             แล้วตรัสว่า กรรมคือการเข่นฆ่าปศุสัตว์เห็นปานนี้สิ (การบูชายัญดังกล่าว) หนักนัก
             พระราชาทรงเลื่อมใสในพระพุทธองค์ จึงทรงปล่อยสัตว์แล้วขับไล่พราหมณ์พวกนั้นไป
//84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=ปรทาริกกรรม

             ๔. ในพระนครสาวัตถีนี้ ในยุคก่อนมีบุตรเศรษฐี ๔ คน ประพฤติผิดในภรรยาคนอื่น
เมื่อตายไปได้บังเกิดในนรกโลหกุมภี ชื่อขุมนันโทปนันทา.
             สัตว์uรกเหล่านั้นถูกเคี่ยวร่างเป็นฟอง ๓๐,๐๐๐ ปี จึงลงไปถึงก้นหม้ออีก ๓๐,๐๐๐ ปี
จึงขึ้นถึงปากหม้อ
             วันหนึ่ง พวกเขาเห็นแสงสว่าง ประสงค์จะกล่าวคาถาตนละคาถา เพราะกลัวกรรมที่ทำชั่ว
แต่ก็ไม่อาจจะกล่าวได้ กล่าวได้เพียงตนละอักษรเท่านั้นเอง แล้วก็จมหายไป
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=15&p=1#เรื่องของเปรตผู้กล่าวอักษร_ทุ._สะ._นะ._โส.

             ๕. พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลเล่าว่า ราตรีนั้นช่างยาวนานเหมือน ๒ ราตรี
(เพราะพระองค์บรรทมไม่หลับเมื่อตื่นจากฝันร้าย)
             ส่วนสามีของสตรีนั้น ซึ่งก็พักอยู่ที่วัดพระเชตวันที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่
ก็ทูลเล่าว่า ๑ โยชน์สำหรับตนก็ราวกับ ๒ โยชน์
             (เพราะเขาต้องรีบเดินทางกลับมาให้ทันก่อนประตูเมืองจะปิด มิฉะนั้นจะถูก
พระเจ้าปเสนทิโกศลลงอาญา)
             พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพระราชา บุรุษผู้นี้ และเหล่าสัตว์uรก ตรัสว่า
.             คืนหนึ่งยาวนานสำหรับคนนอนไม่หลับ
              โยชน์หนึ่งยาวไกลสำหรับคนเมื่อยล้า
              สังสารวัฏยืดยาวสำหรับเหล่าคนเขลาผู้ไม่รู้พระสัทธรรม ดังนี้.

             เมื่อจบพระคาถา บุรุษผู้เป็นสามีของสตรีแม้นั้น ก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล.
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=15&p=1
............
             2. ... เมื่อเห็นคำนัยว่า ไม่เข้าไปตัดทานมีนิตยภัตเป็นต้นที่บุรพบุรุษตั้งไว้แล้ว ฯ
คุณ GravityOfLove นึกถึงพระสูตรหรือชาดกใดบ้าง?
             ทานสูตร
             ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ ฯลฯ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า
ทานเป็นการดี แต่ให้ทานด้วยคิดว่า บิดามารดาปู่ย่าตายายเคยให้เคยทำมา เราก็
ไม่ควรทำให้เสียประเพณี ...
//84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=1340&Z=1436&pagebreak=0

ความคิดเห็นที่ 95
ฐานาฐานะ, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 20:35 น.

GravityOfLove, 57 นาทีที่แล้ว
             ตอบคำถามในยัญญสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2426&Z=2485
...
7:07 PM 8/5/2014

             ตอบคำถามได้ดีครับ.
             ขอเสริมดังนี้ว่า
             เมื่อเห็นคำนัยว่า ไม่เข้าไปตัดทานมีนิตยภัตเป็นต้นที่บุรพบุรุษตั้งไว้แล้ว ฯ
             มัณฑัพยชาดก [บางส่วน]
             [๑๓๘๖] มารดาบิดาและปู่ย่าตายายของดิฉัน เป็นผู้มีศรัทธา เป็นทานบดี
             รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ดิฉันอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น
             กำหนดใจไว้ว่า อย่าได้เป็นคนตัดธรรมเนียมแห่งตระกูลนี้เสียเลย
             ดิฉันเกลียดถ้อยคำเช่นนี้ แม้ไม่ประสงค์ก็ให้ทานนี้ได้.
//84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_line.php?B=27&A=5649#1386

ความคิดเห็นที่ 96
ฐานาฐานะ, 5 สิงหาคม 2557 เวลา 20:38 น.

             เป็นอันว่า พระสูตรชื่อว่า ยัญญสูตร จบบริบูรณ์.
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2426&Z=2485

              พระสูตรหลักถัดไป คือ พันธนสูตร [พระสูตรที่ 121].
              พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗
              สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
              พันธนสูตรที่ ๑๐
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2486&Z=2514
              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=352

ย้ายไปที่

สารบัญ ๑
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=12-03-2013&group=1&gblog=1



Create Date : 06 สิงหาคม 2557
Last Update : 8 สิงหาคม 2557 14:43:11 น.
Counter : 1066 Pageviews.

0 comments
Share to Facebook

แก้วมณีโชติรส
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog