เล่าเรื่อยเปื่อย

เล่าเรื่อยเปื่อย

ช่วงนี้ยังไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการแปลมาเล่านะ รอไว้เจอเรื่องที่น่าสนใจ จะมาเขียน

ตอนนี้อยากบ่น

ตั้งแต่กลับมาจากออสเตรเลีย เราไม่ได้หยุดเลย งานมาตลอด แล้วไหนจะเรื่องส่วนตัว อย่างแรกคือเรื่องเตรียมงานแต่งงาน ตอนเขาขอแต่งงาน ก็ดีใจ แต่ตอนนี้เราโกรธมาก เพราะเราต้องทำทุกอย่างคนเดียว ตัวเขาทำงานอยู่โน่น ช่วยอะไรไม่ได้

งานนี้เป็นงานแต่งงานที่เหนื่อยมาก ไม่มีใครช่วย พ่อแม่เราเสียหมดแล้ว ญาติทางฝั่งพ่อก็ห่างหายกันไปตั้งแต่พ่อเสีย ญาติทางแม่ก็ห่างหายกันไปตั้งแต่แม่เสียแต่เพิ่งหากันเจอเมื่อไม่กี่ปี โชคไม่ดีที่เขาอยู่ต่างจังหวัดกันหมด ส่วนน้องชายเรา ก็ผู้ชายอ่ะนะ จะให้ช่วยอะไรได้ แค่ให้ดูแลตัวเอง ยังทำไม่ค่อยได้เลย น้องสาวเราก็ยุ่งเรื่องงาน เรื่องเรียนด้วย เรื่องของตัวเองยังไม่มีเวลาจะทำ เราก็ต้องจัดการทุกอย่างเอง เพื่อนเราเสนอว่าจะช่วย แต่การที่เขาจะช่วยเราได้ เราก็ต้องนั่งอ่านทุกสิ่งอย่างเองอยู่ดีเพื่อจะได้บอกเขาว่าให้ทำยังไง อะไร ต่อไป สรุปต้องทำเอง

เราทยอยแจกการ์ดให้ญาติ เพื่อนร่วมงาน และลูกค้าแล้ว

คำถามยอดฮิตที่ได้รับคือ แต่งแล้วจะไปอยู่ที่ไหน

เดาว่าลูกค้าสงสัยว่าต่อไปจะเรียกใช้งานยังไง เราบอกไปแล้วว่า อยู่ส่วนไหนของโลก ก็รับงานแปลปกติ อีเมลเช็คตลอด ตอบเมลภายใน 1-2 ชั่วโมง ถ้ามีงานด่วน โทรเข้ามือถือ เบอร์ไทยเปิดสาย 24 ชั่วโมงทั่วโลกเหมือนกัน ไม่ขาดการติดต่อ

คำถามยอดฮิตที่ตามมา คือ ถ้าย้ายไปออสเตรเลีย แล้วน้องชาย 2 คนจะทำยังไง

อันนี้ต้องย้อนอดีต เมื่อปี 2001 พ่อเราเสีย ถูกฆาตกรรมที่จังหวัดจันทบุรี ขัดผลประโยชน์กับคนในพื้นที่ พ่อเราเป็นคนจากจังหวัดอื่น เข้าไปทำบ่อปลา แล้วคนในพื้นที่หวังจะฮุบ ทีนี้คงจะไปรู้ว่าพ่อเรามีลูกหนี้ ติดเงินพ่ออยู่ 300,000 บาท ฆาตกรก็ฉลาดน้อย ฆ่าเจ้าหนี้ซะ แล้วโทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ของพ่อ ให้โอนเงินที่ค้างชำระทั้งหมดเข้าบัญชีที่บอก ลูกหนี้ไม่โอน แล้วบอกว่า แปลก เจ้าหนี้ปกติจะให้โอนเข้าบัญชีของเขาเท่านั้น

น้องสาวเรา โทรศัพท์ไปหาลูกหนี้คนนี้ เขาก็เล่าให้ฟัง พอบอกว่าเบอร์ไหนที่โทรมา ลูกหนี้บอกว่ามันผ่านมา 3 วันแล้ว เบอร์หายไปไหนไม่รู้

เล่าข้าม ตอนพ่อเราเสียนี่ ไม่มีใครรู้นะ เดือนตุลาคม 2001 จ.ส. 100 โทรหาน้องสาวเรา บอกว่ารถกระบะ สีแดง ทะเบียนนี้ จอดทิ้งอยู่ริมถนนแถวเขาคิชกูฏ รถไม่ล็อกประตู กุญแจรถเสียบคาอยู่ ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าจอดมา 2-3 วันแล้ว ผิดปกติ เลยแจ้งให้ตามหาเจ้าของ

รถคันนั้นพ่อเราขับ ตอนซื้อใช้ชื่อน้องเราเพราะพ่อเราล้มละลายแล้ว

บ่ายวันนั้นน้องสาวเราโทรมาหาที่ทำงาน เรากำลังถามพี่ทนายเรื่องซื้อทาวน์เฮ้าส์ที่พระโขนงอยู่ รีบซื้อ อยากเอาทุกคนในครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน อยากให้พ่อมาอยู่ด้วย ดูบ้านปั๊บ เราตกลงซื้อ เจ้าของดันไม่ยอมขาย หรือคิดว่าขายถูกไปเพราะเห็นเราตัดสินใจเร็ว ยื้อกันอยู่นานมาก

คืนก่อนหน้านี้ น้องชายเราที่อยู่กับพ่อ (ตอนนั้นเราแยกมาอยู่เองแล้ว เช่าห้องอยู่เพราะใกล้ที่ทำงาน) โทรมาบอกว่า โทรติดต่อพ่อไม่ได้ แปลก ปกติจะคุยกับพ่อทุกคืน เราก็ไม่ได้คิดอะไร ลองโทรหา ก็เหมือนปิดมือถือ ปกติพ่อเราจะไม่ปิดมือถือ เพราะมีลูกเล็กๆ 2 คนอยู่ที่บ้าน เผื่อมีอะไรจะได้โทรหา

หลังจากได้รับสายจากน้องสาว ตอนเย็นต้องพากันนั่งรถทัวร์ไปจันทบุรี เสร็จแล้วต่อรถไป ส.น. ท่าใหม่ คุยกับตำรวจที่อยู่เวร นั่นก็จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว พาไปดูรถกระบะ ชี้คร่าวๆ ว่ามีคราบเลือด (เล็กมาก เรายังมองไม่เห็นเลย) มีบุหรี่ตก มีลายนิ้วมือ มีผ้าขนหนูในรถ รายละเอียดอื่นๆ

ตำรวจบอกว่า พ่อเราที่เป็นคนขับน่ะ ไม่เจอตัว ไม่รู้ไปไหน น้องสาวเราต้องแจ้งความคนหาย ตำรวจจะได้ดำเนินการ แต่ด้วยความที่ไปถึงดึกแล้ว ตำรวจประสานงานให้นอนพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ แต่ขอบคุณสำหรับน้ำใจเจ้าของรีสอร์ทมากๆ

คืนนั้นใจเราคิดว่า ถ้าพ่อเป็นอะไร ขอให้เจอพ่อเลย เพราะถ้าไม่เจอ เราต้องทุกข์อย่างนี้กี่ปี

เช้าวันรุ่งขึ้น 7 โมง ตำรวจมาเคาะประตู บอกว่า มีศพลอยน้ำมา ใส่เสื้อคอกลมสีขาวตราห่าน กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน

เราใจหายแวบ พ่อแน่ๆ นี่คือการแต่งกายของพ่อตามปกติ

ตำรวจบอกว่า ศพลอยมาติดที่หาดจ้าวหลาว สภาพปกติเพราะอยู่ในน้ำกร่อย (เหมือนดองไว้) มูลนิธิกำลังจะฝังเพราะไม่มีใครแจ้งว่าญาติหาย (ถ้าเราไม่ไปจันทบุรีคืนนั้น แล้วพ่อเราโดนฝังไป ชาตินี้คงไม่รู้ว่าพ่ออยู่ไหน)

พอไปถึง เห็นผู้ชายนอนอยู่ในกล่องไม้ พ่อเรา น้องสาวเราถลาเข้าไปกอด ถามพ่อว่า เจ็บมั้ย เจ็บมั้ย ความรู้สึกตอนนั้นมันบรรยายไม่ถูก คนที่เรารักมากที่สุด เขาเจ็บขนาดไหนตอนเขาตาย ทรมานแค่ไหน

พอตำรวจเห็นว่ามีคนมาระบุตัวผู้ตายแล้ วขั้นต่อไปคือร้องทุกข์ สอบปากคำ วันนั้นตำรวจสอบปากคำน้องสาวเรา 2 ชั่วโมง เราโดนสอบไปอีกชั่วโมงกว่าๆ เรากับน้องสองคนให้การไป ก็ร้องไห้ไป ตาบวมไปหมด

พ่อเสียในวันที่เจ้าของทาวน์เฮ้าส์ที่พระโขนงโทรมาบอกว่า “ตกลงขายบ้านให้แล้วนะ” เราบอกไปว่า “หนูตามซื้อบ้านหลังนี้มาหลายเดือนเพราะจะให้พ่ออยู่ วันนี้พี่โทรมาบอกขาย พ่อหนูตายแล้ว”

ให้ปากคำเสร็จ ลุง (พี่ชายพ่อ) จัดการจ้างรถสิบล้อไปวิดปลาในบ่อของพ่อมาขายที่สะพานปลา ตรงถนนเจริญกรุง ปลาตัวเล็กมากเพราะรีบวิดเนื่องจากพ่อเสียแล้ว ต้องจัดการให้เรียบร้อย จำได้ว่าขายปลาได้ 38,000 บาท หักค่านายหน้าที่สะพานปลาแล้ว จ่ายค่ารถสิบล้อแล้ว ให้เงินลุงเราไปแล้ว ค่าที่ช่วยจัดการเรื่อง เหลือเงินอยู่หมื่นกว่าบาท

เสร็จเรื่อง กลับไปจันทบุรี ผู้กำกับบอกว่า สอบปากคำชาวบ้านในละแวกแล้ว ได้ความว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณสองทุ่ม ชาวบ้านที่อยู่ริมสะพานข้ามแม่น้ำ ได้ยินเสียงดังตูม ปกติจะคิดว่ามีคนโยนขยะลงน้ำ แต่คราวนี้เสียงดังมาก ชาวบ้านรู้เลยว่าน่าจะมีคนโยนศพทิ้งน้ำ ด้วยความกลัวโดนฆ่าปิดปาก ชาวบ้านก็รีบปิดไฟทันที

ผู้ตายเสียชีวิตอันเนื่องมาจากของแข็งกระแทกกะโหลกศีรษะ พ่อโดนตีที่บริเวณทัดดอกไม้ แล้วจับโยนทิ้งน้ำ ด้วยความที่หมดสติ ช่วยตัวเองไม่ได้ เลยจมน้ำ มาลอยอีกที ตอนติดหาดจ้าวหลาวในวันที่เราไปเจอ

ผู้ต้องสงสัยคือเพื่อนที่ร่วมทำบ่อปลาด้วยกันนี่แหละ แต่หลักฐานอ่อนมาก ตำรวจทำอะไรไม่ได้

ที่ทำงานเรารู้เรื่องคดีของพ่อเรา เลยอนุมัติให้หยุดงานได้ 2 สัปดาห์โดยได้รับเงินเดือนปกติ และให้ค่าเทอมเราที่จุฬาฯ อีก 2 เทอมเพื่อช่วยบรรเทาภาระ

คำว่า ภาระ เวลานั้นมันใหญ่มาก เราอายุ 22 เราต้องรับน้องชาย 2 คนมาอยู่ในความดูแล ตอนนั้นน้องอายุ 9 ขวบและ 12 ขวบ เราเองยังตั้งตัวไม่ได้ ทำงานได้เงินมาก็เอาไปจ่ายค่าเรียน ค่าห้อง ค่ากิน ค่าเดินทางหมด แล้วเราเพิ่งกู้ธนาคารมาซื้อบ้าน ไหนจะเรียนปริญญาโทที่จุฬาฯ แล้วนี่มีเด็กมาอยู่ด้วยอีก 2 คน ทำไงดี

ที่ทำงานเราให้ความกรุณาอีกแล้ว งานศพพ่อเรา หุ้นส่วนบริษัททั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ใส่ซองให้คนละเกือบหมื่นบาท รวมเงินช่วยในงานศพก็เยอะอยู่

พอเดินเรื่องที่จันทบุรีเสร็จ กลับมากรุงเทพ เราฟุ้งซ่านมาก อยากให้คนผิดติดคุก คิดอะไรไม่ออก ไปหาคนทรงเจ้าที่พระราม 3 พิธีกรรมก็เหมือนที่เคยได้ยิน คือ มีร่างทรง เล่าให้ฟัง บอกว่า ชาติที่แล้วพ่อไปทำฝ่ายโน้น ชาตินี้เขาเลยมาเอาคืน คนที่ฆ่าพ่อนั้นสวดมนต์อยู่เสมอ (แต่ฆ่าคนเนี่ยนะ) ตอนพ่อเราอยู่ในน้ำ ใจนึกถึงผู้หญิงอยู่คนนึง อาจจะคิดถึงแม่ หรือคิดถึงเรา เพราะจะฝากให้เราดูแลน้อง คนทรงบอกว่า ไม่ต้องไปตามเรื่องนี้แล้ว เพราะฝ่ายโน้นรอ “เก็บ” ลูกๆ ของคนตายอยู่ ให้ปล่อยเรื่องนี้ไป พอคดีใกล้จะหมดอายุความ ตำรวจจะจับคนร้ายได้ระหว่างทำอีกคดีหนึ่ง

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา มีเอกสารศาลมา เรื่องจำนองที่ดินที่จันทบุรี พ่อเราจำนองไว้แล้วขาดส่ง เจ้าของอยากให้เราและน้องๆ ทุกคนไปเซ็นยกที่ให้ แต่เราไม่ไป บ้าป่าว เดี๋ยวคนทำมันสั่งเก็บแบบที่คนทรงบอก จะทำยังไง

เรื่องที่ต้องจัดการอีกคือ มรดก ซึ่งไม่มีเลย มีแต่หนี้ บ้านเราที่บางแค 239 ตร.ว. พ่อไปจำนองไว้ 4 ล้านกว่าบาทเมื่อหลายปีก่อน พอพ่อเราเสีย หนี้ตรงนั้นพร้อมดอกเบี้ยมันทบมาเป็น 10 กว่าล้าน เห็นตัวเลขแล้วจะเป็นลม เราโทรบอกธนาคารว่า พ่อเสียแล้ว ธนาคารบอกว่า ส่งแฟกซ์ใบมรณบัตร ไม่ต้องเข้ามาก็ได้ (ถ้ายึดไปขายแล้วได้เงินไม่พอ จะมายึดอย่างอื่น ก็เหลือแต่มอเตอร์ไซค์)

ที่ทำงานก็กรุณาอีกครั้ง ที่ช่วยให้พี่ทนายทำเรื่องผู้จัดการมรดก และผู้ปกครองผู้เยาว์ เราเคยเล่าไปในบล็อกก่อนหน้านี้แล้ว ว่าระหว่างที่อยู่ในศาล ให้การไปไม่นาน ศาลบอกว่า พอแล้ว ไม่ต้องถามต่อ คือให้เราเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ตามคำขอ แล้วศาลก็เรียกน้องชาย 2 คนไปหน้าบัลลังก์ กำชับให้เป็นเด็กดี เพราะพ่อแม่เสียหมดแล้ว เหลือแต่พี่สาว

สิ่งที่เราเสียใจที่สุดคือ เราไม่ไปงานรับปริญญาตรีที่รามคำแหง พ่อเราอยากไปมาก แต่เราไม่อยากลางาน เลยบอกพ่อไปว่า “ไม่ต้องหรอกพ่อ ยังไงหนูก็จะเรียนต่อโทจุฬาฯ ไว้พ่อรอรับตอนนั้นทีเดียว”

ไม่ได้คิดว่า พ่อจะไม่มีวันได้เห็นลูกรับปริญญา

ย้อนอดีตยาวมาก นี่คือที่มาของคำถามว่า ถ้าย้ายไปออสเตรเลีย แล้วน้องชาย 2 คนจะทำยังไง

วันนี้เพิ่งไปหาพี่อีกคนนึง เพื่อแจกการ์ดเชิญ พี่เขาก็ถามว่า “น้องชาย 2 คนเป็นยังไงบ้าง ยังจำได้อยู่ ตอนพาน้องมาออฟฟิส ตัวกะเปี๊ยกเดียว”

ตอนนี้น้องชายเราโตแล้ว คนโตเรียนจบด้านการโรงแรม (ทำอาหาร) ตอนนี้เรียนอยู่เมลเบิร์น เราเอาไปเรียนภาษาอังกฤษที่โน่น (ยืมเงินเราไปเรียน) ส่วนคนเล็กอยู่ปีสอง จบแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรให้ห่วงเท่าไหร่

ทุกวันนี้ที่เราได้ดี มีเงินทองไหลมา เราว่าส่วนหนึ่งเพราะเราตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ด้วยการเลี้ยงน้องชาย 2 คน ทำทุกอย่าง จ่ายค่าเทอม ค่าขนม ประชุมผู้ปกครอง เวลามีปัญหา อาจารย์เรียก ก็ต้องไปพบ

ครั้งที่เราต้องย้ายน้องเราสองคนจากโรงเรียนที่ทุ่งครุมาเรียนแถวพระโขนง เราบากหน้าพาน้องสองคนตาดำๆ ไปร้องขอผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธาตุทองให้รับน้องเราเข้าเรียนระหว่างภาคเรียน ผ.อ. ย้ำอย่างเดียวว่านักเรียนเต็มชั้นแล้ว ไม่รับแล้ว เรานี่น้ำตาตกใน เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ว่า การที่ลูกไม่มีที่เรียน มันเป็นยังไง แต่สุดท้ายท่านก็รับนะ เพราะเราตื๊อ

พอเราย้ายที่ทำงาน รายได้เราเพิ่มขึ้นเท่าตัว เราย้ายน้องเราไปเข้าศรีวิกรม์ทั้งสองคน เราเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า ย่อมหล่อหลอมคนได้ดีกว่า แล้วมันก็จริงอย่างที่คิด

เวลามีคนเตือนเราว่ามีลูกนั้นลำบาก อยากจะบอกว่าเราลองของจริงมาเป็นสิบปีแล้ว

พี่ๆ ที่รู้เรื่อง ชมว่าเราเก่ง ดูแลน้องได้ จนโตขนาดนี้ ได้ดิบได้ดี เราบอกคำเดียว survival skill ถ้าใครเจออย่างเรา ก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอดให้ได้ ยังไงก็รอด

---------------------------------

คราวหน้าจะมาเขียนเรื่องเตรียมงานแต่งงาน เจ้าไหนที่เราใช้บริการอะไร เป็นยังไง ราคาเท่าไหร่




Create Date : 28 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2556 20:45:39 น.
Counter : 1151 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 276 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 31 May 2017
(Last update: 01 Mar 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
พฤศจิกายน 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
27
29
30
 
28 พฤศจิกายน 2556
All Blog