คิดค่าแรงเป็นคำหรือเป็นชั่วโมงดี
คิดค่าแรงเป็นคำหรือเป็นชั่วโมงดี

ขอเกริ่นเล็กน้อย

หลายบริษัทถามมาว่า คุณแปลได้วันละกี่คำหรือชั่วโมงละกี่คำ ไม่เคยคำนวณเหมือนกันพอถามมา ก็ลองคำนวณซะหน่อย เสร็จแล้วก็ไปค้นว่าคนอื่นเขาทำได้ในปริมาณเท่าเรามั้ย เออ ใกล้เคียงเนาะ

แปล (translation) - ชั่วโมงละ 500 คำ

ตรวจแก้โดยเทียบกับต้นฉบับ(editing) – ชั่วโมงละ 1,000 คำ

ตรวจแก้โดยไม่เทียบกับต้นฉบับ(proofreading) – ชั่วโมงละ 2,000 คำ

นั่นหมายความว่าถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เช่น 8.00 น. – 12.00 น. และ 13.00 น.– 17.00 น. นักแปลจะ

แปลงานได้ 4,000 คำ

ตรวจแก้โดยเทียบกับต้นฉบับได้8,000 คำ

ตรวจแก้โดยไม่เทียบกับต้นฉบับได้16,000 คำ

พอคำนวณค่าแรงแล้วจะเห็นว่าได้ค่าแรงเท่ากัน คือ

แปล (translation) - ชั่วโมงละ 500 คำ x 0.10 = $ 50

ตรวจแก้โดยเทียบกับต้นฉบับ(editing) – ชั่วโมงละ 1,000 คำ x 0.05 (1/2 ของค่าแปล) = $ 50

ตรวจแก้โดยไม่เทียบกับต้นฉบับ(proofreading) – ชั่วโมงละ 2,000 คำ x 0.025 (1/4 ของค่าแปล) = $ 50

แต่ที่เราเพิ่งเจอไปเมื่อวันสองวันนี้โมโหตัวเองยิ่งกว่าตอนซื้อคู่สร้างคู่สมไม่ทันอีก

ลูกค้าอีเมลมาตอนตีสองบอกว่ามีงานแปลสัญญาที่ต้องการให้เราตรวจแก้ ให้ค่าแรงเป็นชั่วโมง

ตั้งแต่ทำงานแปลมาไม่เคยคิดค่าตรวจแก้เป็นชั่วโมงเลย ลูกค้าในออสเตรเลียเคยขอให้คิดเป็นชั่วโมงเพราะใครๆ เขาก็คิด ชั่วโมงละ 1,000คำ x $ 40 ต่อชั่วโมงเป็นต้น เราบอกว่าเราไม่เอา เราคิดเป็นคำเนี่ยแหละ ส่งมาให้ 10 คำ ก็คิดแค่ 10 คำ ในขณะที่นักแปลที่คิดเป็นชั่วโมงจะคิดขั้นต่ำ $20 เหรียญ (สมมตินะ)

แล้วข้อดีของการคิดค่าตรวจเป็นคำมันปรากฏก็ในงานนี้

เราตอบรับไปว่ารายชั่วโมงก็ได้ คาดว่าน่าจะเสร็จใน 4-5ชั่วโมง ตอนพิมพ์อีเมลในไอโฟนยังเมาขี้ตาอยู่เลย

พองานมา สัญญาที่ได้มีประมาณ5,000 คำ และ 1,600 คำ และ 5,000 คำ

ถ้าเราคิดเป็นคำก็จะได้ค่าแรง 5,000 x 0.05 = $250+ 1,600 x 0.05 = 80 + ไฟล์สุดท้ายมันเหมือนกับไฟล์แรกแต่มีแก้ไขเล็กน้อย ค่าแรงควรจะคิดแค่ครึ่งหนึ่งของค่าตรวจแก้ 5,000 x 0.025 = $ 125 รวม $330 + 125 = $455

แต่พอไปรับปากว่าคิดเป็นชั่วโมง 5ชั่วโมง x $ 40 = $ 200

ขาดทุนไป $ 255 = 7,000 กว่าบาท

กรรม

แต่การคิดค่าแรงเป็นชั่วโมงก็มีข้อดีสำหรับนักแปลที่ทำงานได้ช้าใช้เวลาพินิจพิจารณาจริงๆ ก็ลากกันเข้าไปสิ เหมือนทนายความกดนาฬิกา คิดตังค์กระจาย ใช้เวลาหลายชั่วโมง ไม่กลัวลูกค้าด่าก็แล้วไป(เราไม่กล้าอ่ะ เดี๋ยวจะโดนมองว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ)

เอาเป็นว่า งานหน้าหัวเด็ดตีนขาด ก็ต้องคิดเป็นคำ

ในส่วนของการแปล ถ้าคิดเป็นคำ แล้วจะคิดเป็นคำในต้นฉบับ (source word) หรือในฉบับแปล (target word) 

มีอยู่งานนึงที่เราได้มาเป็นไฟล์ PDF ต้นฉบับภาษาไทย ลูกค้าไม่รู้จะนับยังไง เลยบอกให้คิดค่าแปลเป็น target word 

เข้าทางเลยสิ....สำหรับนักแปลที่อยากได้เงินมาก ก็จะแปลแบบน้ำเยอะๆ ใส่บรรดาคำฟุ่มเฟือยเข้าไปได้เพราะพวกนี้โปรแกรมมันก็นับเป็นหนึ่งคำ  ยิ่งคำเยอะ ก็ได้เงินเยอะ

แต่เราต้องกะจำนวนคำแล้วบอกลูกค้าว่าน่าจะอยู่ที่กี่คำ  ถ้าขาดหรือเกิน ก็จะไม่เกินกี่ %

จริงๆ แล้วมันนับได้นะ ไอ้คำใน PDF เนี่ย  ถ้าเป็น PDF ที่ได้มาจากการแปลง Word ให้ตัดแปะลงใน Word เลย โปรแกรมจะนับคำให้  ลูกค้าบางรายก็บ่นว่า a, and, the, in, out, of นับหมดเลยเหรอ เราตอบไปว่า โปรแกรมนับได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นน่ะค่ะ  ไม่มีเวลามานั่งนับเอง  

แต่สำหรับคนที่ใช้โปรแกรมช่วยแปล เข้าใจว่าระบบจะนับคำซ้ำได้ ซึ่งคำซ้ำเนี่ยจะคิดค่าแปลในอัตราครึ่งเดียว แต่ค่าแปลโดยรวมแล้ว ก็ไม่ได้ถูกไปกว่านักแปลที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมช่วยแปล เพราะลูกค้าต้องจ่ายค่าแปลในอัตราที่บวกโปรแกรมช่วยแปลเข้าไปในต้นทุนของนักแปลอยู่แล้ว และนักแปลที่ใช้โปรแกรมช่วยแปล ก็ต้องตรวจงานแปลอีกรอบก่อนส่งอยู่ดี 

บางงาน ตัวเลขเยอะมาก เช่น งบการเงินที่ส่งไฟล์มาเป็น Word ค่าแปลก็จะคิดเป็นคำแต่ต้องลดเปอร์เซ็นต์ให้ลูกค้าเพราะตัวเลขไม่ต้องแปล   แต่ถ้ามาเป็น PDF ก็คิดราคาปกติเพราะต้องนั่งพิมพ์ใหม่และตรวจตัวเลขอีกรอบว่าพิมพ์ถูกหรือเปล่า

ส่วนถ้าเป็น PDF ที่มาจากการสแกน  ก็พิมพ์ต้นฉบับเลย เลือกประโยคที่ยาวเต็มหน้ามา 3-5 ประโยค พิมพ์ให้เท่ากับต้นฉบับ แล้วหารจำนวนคำเฉลี่ยต่อบรรทัด เสร็จแล้วคูณจำนวนบรรทัดต่อหน้า (นั่งนับด้วยมือ) แล้วคูณจำนวนหน้า ก็จะได้จำนวนคำทั้งหมด  แต่กรณีนี้ใช้ไม่ได้สำหรับ PDF ที่มาเป็นตาราง มีรูปภาพ มีแผนผัง ซึ่งเราว่าน่าจะคิดค่าแรงเพิ่มเป็นชั่วโมงเพราะต้องเสียเวลาทำตาราง รูปภาพ และแผนผังให้เหมือนต้นฉบับ

---------------------------------

สนใจพูดคุยเรื่องการแปลอีเมลมาที่ natchaon@yahoo.com

ณัชชาอร ชูเชิดศักดิ์ NAATI No. 67061 ออสเตรเลีย




Create Date : 02 สิงหาคม 2556
Last Update : 3 สิงหาคม 2556 9:12:06 น.
Counter : 1446 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
3
5
6
7
9
11
12
13
14
15
16
18
20
21
22
23
25
26
27
29
30
 
All Blog