ค่าแปลคิดยังไง

ค่าแปลคิดยังไง

จากที่ทำงานแปลเอกสารมาหลายปีสังเกตเห็นว่าในประเทศไทยจะคิดค่าแปลกันเป็นหน้า สมัยเราเริ่มทำงานแปลก็คิดเป็นหน้าเหมือนกันตอนนั้นปี 2003 คิดอยู่หน้าละ 300 บาทเอง ไม่ได้ดูหรอกว่าหน้านึงมีกี่คำ มีรูปภาพหรือเปล่า มีตารางมั้ย มีผังอะไรที่ต้องทำให้เหมือนต้นฉบับมั้ย งานช่วงนั้นที่รับทำในราคานี้มีคู่มือพนักงานบริษัท (ที่หนึ่งผลิตนม อีกที่ขายจิ้มจุ่ม) บทความเกี่ยวกับการจัดดอกไม้ชีวประวัติของจิตรกรต่างประเทศ และคู่มือการสอนภาษาอังกฤษสำหรับครูประถม ที่คิดราคาแค่นี้เพราะตอนนั้นยังเรียนแปลไม่จบเลย รู้ทฤษฎี รู้หลักภาษา แต่ขาดประสบการณ์ก็ต้องมารับงานแปลเพื่อลองวิชาและเพิ่มพูนความรู้จากการทำงานจริง

พอทำไปได้ช่วงหนึ่งก็เริ่มมีงานที่ยากขึ้นมาให้แปล ทั้งสัญญาจ้างผู้รับเหมาสัญญาจ้างบริการรักษาความปลอดภัย คู่มือความปลอดภัย (สำหรับร้านค้าในปั๊มน้ำมัน) ราคาค่าแปลก็สูงขึ้นเรื่อยๆตามประสบการณ์ที่มี

ระหว่างแปลเอกสารก็มีงานแปลหนังสือเข้ามาบ้าง บางสำนักพิมพ์ให้เป็น % ของราคาขาย x จำนวนพิมพ์เช่น ได้ 6% x ราคาหนังสือ 200 บาท x 3,000 เล่มนักแปลก็จะได้ 36,000 บาท ถ้าพิมพ์ซ้ำก็จะได้อีกตามสูตรนี้ บางสำนักพิมพ์ให้เป็นหน้า

แปลหนังสือไปได้ไม่กี่เล่มก็หมดความสนใจ เพราะได้เงินช้า ได้เงินน้อย (สำหรับเรานะ) และต้องประดิดประดอยคำต้องอ่านหนังสือให้เยอะเพื่อให้มีคลังคำสำหรับนำมาใช้ในงานแปล เลยตัดสินใจมาเน้นแปลเอกสารดีกว่า

พอเลิกแปลหนังสือโดยสิ้นเชิงเพื่อมารับงานอกสารอย่างเดียวก็พบว่าต้องอ่านหนังสือเยอะอยู่ดีเพื่อให้มีคลังคำเหมือนกัน คลังคำในทีนี้คือคำแปลสำหรับคำศัพท์เพื่อใช้ในบริบทที่ต่างกัน รู้สึกเหมือนต้องอ่านหนังสือมากกว่าเดิมหลากประเภทกว่าเดิมด้วยเพราะแปลเอกสารมันค่อนข้างกว้าง ถ้าแปลงานธุรกิจต้องอ่านทั้งการตลาด การขาย การเงิน การบัญชี การส่งออก การจัดการ ฯสารพัดการ ในขณะที่แปลหนังสือนักแปลมักจะเลือกอ่านหนังสือในแนวที่ตัวเองแปลเป็นหลัก เช่นถ้านักแปลถนัดแปลหนังสือแนว how to ก็มักจะไม่เปลี่ยนมาแปลแนว chic lit

งานเอกสารที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นงานกฎหมายเพราะเคยทำงานอยู่บริษัทกฎหมายตอนนั้นยังคิดราคาเป็นหน้า แต่ราคาขึ้นๆลงๆ เพราะเอกสารมาจำนวนคำไม่เท่ากัน อย่างคำฟ้อง คำพิพากษา หน้านึงจะมีไม่กี่คำเพราะต้นฉบับพิมพ์แบบบรรทัดเว้นบรรทัดจะคิดราคาปกติก็ไม่สมควร ตอนนั้นไม่เคยรู้ว่าต่างประเทศเขาคิดค่าแปลกันเป็นคำ

จนปี 2009บริษัทออสเตรเลียติดต่อให้แปลงานให้เสนอค่าแปลเป็นคำ เราถึงได้เริ่มค้นว่าราคาตลาดอยู่ที่เท่าไหร่เพื่อจะได้เสนอราคาได้เหมาะสม นั่นเลยทำให้คิดได้ว่าการคิดค่าแปลเป็นคำนั้นก็เหมาะสมดี

ปัจจุบันถึงจะคิดค่าแปลเป็นคำ แต่งานแปลที่ว่าจ้างโดยบริษัทในประเทศไทย หลายๆบริษัทยังคงขอราคาเป็นหน้าอยู่ เช่น ต้นปี2012 เพิ่งออกจากงานประจำ มีลูกค้าให้แปลสัญญาจัดจำหน่าย เอกสารตัวหนังสือเยอะเหมือนกัน มาเป็น PDFจะนับคำยังไงล่ะเพราะมันแสกนมาแบบเข้าเครื่อง ไม่ใช่แปลงมาจาก Word ก็เดาว่าหน้านึง400 คำได้ เสนอราคาไป พร้อมเซ็นรับรองผู้เชี่ยวชาญศาลยุติธรรมด้วย ทำงานเสร็จ รับตังค์ (ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองโง่แทนที่จะนั่งพิมพ์สัก 2-3 บรรทัดเพื่อให้ Word นับคำให้แล้ว xจำนวนบรรทัดต่อหน้าเพื่อเสนอราคาค่าแปล ดันกะเอาแล้วเสนอไปเลย)

หลายเดือนถัดมามีลูกค้าให้เสนอค่าแปลพร้อมรับรองผู้เชี่ยวชาญศาลยุติธรรม เอ๊ะ ชักจะบ่อยแล้วไหนลองสอบถามสิว่าราคาตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ ได้คำตอบแล้วต้องรีบไปเปิดแฟ้มงานสัญญาจัดจำหน่าย ถึงได้รู้ว่าเสนอราคาไปต่ำกว่าที่ควร 50%ทีเดียวทำไปได้ ให้ตายเถอะ โรบิ้น

ที่เคยถามมาคือค่าแปลคำละ 2 บาท แต่ถ้าเซ็นรับรองผู้เชี่ยวชาญศาลยุติธรรมด้วยจะคิดคำละ 3 บาท ราคานี้ก็ยุติธรรมดีแล้วเพราะใบผู้เชี่ยวชาญศาลยุติธรรมนี่มันต้องไปสอบต้องทำแฟ้มผลงานไปเสนอคณะกรรมการศาลยุติธรรมพิจารณา(เห็นว่าบางคนใส่กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากเอาไปส่งที่ศาลเลยนะ)แล้วก็ต้องมีการต่ออายุทุก 3 ปี ใบนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ

พอวันหลังลูกค้ารายนี้ติดต่อมาอีกก็ต้องอธิบายว่าราคาปกติเท่านี้ คราวที่แล้วคิดราคาผิด เลยให้ราคาเดิมไม่ได้

วันนี้มีลูกค้าอีกรายให้เสนอราคาแปลข้อกำหนดและเงื่อนไขแค่ 2 หน้าเอง แต่เปิด Word แล้วตะลึง 2 หน้านี้มีทั้งหมด4,000 คำ ถ้าเสนอราคาโดยไม่ได้ดูเอกสาร สมมติหน้าละ 600x คำละ2 บาท = 1,200 บาท ในขณะที่ค่าแปลที่ควรจะได้อย่างน้อยๆ คือ 4,000 x 2 = 8,000 บาท คิดดูว่านักแปลจะขาดทุนป่นปี้ขนาดไหน

(หมายเหตุ ลูกค้ามักจะไม่จ้างนักแปลหน้าใหม่ๆให้แปลเอกสารกฎหมายเพราะเสี่ยงแปลผิดสูงมากถ้าเป็นลูกค้าเก่าก็คงไม่พ้นจ้างเรานั่นแหละ ถ้าราคาเราเกินงบประมาณ ก็จะต่อรองกันแต่จะไม่ไปใช้นักแปลรายอื่น มีลูกค้าอีกรายบอกว่าไม่ต้องการจ้างแปลด้วยวิธีประมูลเพราะเอกสารที่แปลเป็นเอกสารด่วนมัวแต่รอประมูล จะทำให้ออกเอกสารไม่ทันการทำธุรกรรมให้ลูกค้าต่างประเทศ)

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาลูกค้าอีกรายให้เสนอราคางานแปล 15 หน้า สมมติว่าไม่ดูเอกสารแล้วเสนอราคาไปหน้าละ 600บาทเพราะคิดว่าหน้าเอ 4 มาตรฐานน่าจะมี 400 คำ ค่าแปลก็จะ = 9,000 บาท ก็จะไม่ยุติธรรมกับลูกค้าเพราะเปิดไฟล์ดูแล้ว มีแค่2,000 คำ ค่าแปลที่ถูกต้องควรจะเป็น 3,000 บาท(กรณีที่คิดคำละ 1.5 บาท)

มีบางงานจำนวนคำที่ต้องแปลมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะมีภาษาอังกฤษมาอยู่แล้ว แต่ราคาแปลไม่ได้ลดเลยเพราะต้องคิดค่าแปลชดเชยเวลาที่เสียไปกับการทำผังภาพ และตาราง เช่น กรณีแปลใบรับรองผลการเรียน ตารางรายวิชานี่สุดยอดเลย จบ ปวส.เหมือนกัน แต่สถาบันนึงก็ออกใบรับรองมาในฟอร์มนี้ อีกสถาบันเอาส่วนนี้สลับไปทางขวาอีกที่เอามาห้อยไว้ด้านล่าง ไหนจะรหัสวิชาอีกดูตัวเลขเรียงกันเป็น 6-7 หลัก นึกว่าลุ้นหวย

สำหรับลูกค้าต่างประเทศงานแปลจะคิดเป็นคำ แต่งานตรวจแก้มักจะให้ค่าแรงเป็นชั่วโมง เฉลี่ยแล้วนักแปลน่าจะตรวจแก้งาน(ของเพื่อนนักแปลรายอื่น) ได้ 1,000 คำต่อชั่วโมง (เห็นลูกค้าใช้คำว่า throughput) ก็ให้นักแปลเสนอค่าแรงมาตามมาตรฐานนี้ (คุ้นๆเห็นนักแปลในต่างประเทศคิดค่าแรงชั่วโมงละ 35 USD ขึ้นไปนะ)แต่เราก็เลือกจะรับเป็นคำอยู่ดีอ่ะ ส่วนใหญ่จะได้ค่าแรงเยอะกว่าและประหยัดเวลาเราด้วยเพราะเราทำงานเร็ว 1,000 คำนี่คิดจริงๆ แค่ 2 หน้ากว่าๆเอง ถ้านักแปลแปลมาดี ตรวจแก้แป๊บเดียวก็เสร็จ แต่ถ้าแปลมาไม่ดี เดี๋ยวมีฟ้องลูกค้า จากค่าตรวจแก้จะคิดเป็นค่าแปลใหม่แทน

มีลูกค้าของลูกค้าเราอีกทีเอาต้นฉบับไปใส่ google translate ออกมาแล้ว ส่งมาให้นักแปลตรวจแก้ ดูแล้วรู้เลยว่าใช้โปรแกรมแปล อย่างนี้ไม่เรียกว่าแปลนะ ถ้าส่งมาให้ตรวจแก้ จะคิดเป็นค่าแปลใหม่เพราะโปรแกรมช่วยแปลพวกนี้มันไฮเทคไม่พอจะจับหลักไวยากรณ์ต้นฉบับและคำแปลได้ทั้งหมด

เม้าท์มาตั้งนานสรุป ลูกค้าที่เป็น end-user ในไทยส่วนใหญ่ยังยึดค่าแปลแบบต่อหน้าอยู่ เวลาเสนอราคาก็ลองคำนวณจำนวนคำต่อหน้าดูให้ดีก่อนเสนอจะได้ไม่ขาดทุนนะ

สนใจพูดคุยเรื่องการแปลอีเมลมาที่ natchaon@yahoo.com

ณัชชาอรชูเชิดศักดิ์ NAATI No. 67061 ออสเตรเลีย




Create Date : 12 มิถุนายน 2556
Last Update : 29 กรกฎาคม 2556 9:08:24 น.
Counter : 9121 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 279 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
19
21
22
24
25
27
28
29
 
 
12 มิถุนายน 2556
All Blog