เรื่องเก่า เล่าใหม่
เรื่องเก่า เล่าใหม่

มีอยู่ไม่กี่เรื่องนั่นแหละที่วนมาเล่าได้ไม่รู้จบค่าแปลก็เป็นเรื่องนึงที่พูดได้เรื่อยๆ

สัปดาห์ที่แล้วอ่านบล็อกของนักแปลฝรั่ง เธอเขียนเรื่องการแบ่งระดับของค่าแปล เธอบอกว่าสำหรับเธอแล้ว เธอแบ่งค่าแปล 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่หนึ่งคืองานที่ให้ค่าแปลเท่านี้ก็รับแล้ว ระดับที่สองคือ ให้ค่าแปลเท่านี้ ก็อาจจะรับระดับที่สามคือ ให้ค่าแปลเท่านี้ ไม่รับแน่นอน

วันนี้ก็ได้อ่านอีกเรื่องนึงในหัวข้อเดียวกันคือกำหนดค่าแปลยังไงดี เราเคยเขียนไปในบล็อกก่อนๆ แล้วว่า เราใช้วิธี benchmark กับราคาตลาด โดยเทียบกับนักแปลที่มีคุณวุฒิเสมอกัน ประสบการณ์ใกล้เคียงกันคู่ภาษาเดียวกัน

ในบล็อกฝรั่งนี้มีคนให้ความเห็นไว้เยอะมาก เช่น

ถ้าอยากจะสร้างโพรไฟล์ให้รับงานแปลมาโดยไม่ต้องคำนึงว่าค่าแปลจะได้น้อยแค่ไหน บางคนเป็นนักหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว ซึ่งมีทักษะในการเขียนในระดับดีแต่ก็เลือกที่จะเริ่มต้นทำงานแปลโดยแลกกับค่าตอบแทนน้อยนิดเพื่อฝึกประสบการณ์ อันนี้นักแปลต้องเลือกด้วย เราแนะให้แปลงานที่มีคนตรวจแก้แล้วส่งกลับมาให้ดู จริงๆ ตลุยแปลงานไปเรื่อยๆมันก็ได้ความรู้ด้านคำศัพท์ วิธีค้นข้อมูล กาอ้างอิงคำแปล การสืบค้น และทักษะอื่นๆแต่ถ้าไม่มีคนช่วยตรวจแก้งานแปลนักแปลจะขาดโอกาสในการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง

สำหรับนักแปลที่รับงานเป็นประจำอยู่แล้วถ้าอยากจะขึ้นค่าแปล แน่นอนว่หากเป็นลูกค้าเก่า นักแปลจะขึ้นราคามากเกินไปไม่ได้ ถ้าอยากจะขึ้นพรวดพราด ก็ต้องเป็นการเสนอค่าแปลสำหรับลูกค้าใหม่เท่านั้น อันนี้เราก็ทำ ลูกค้าใหม่ของเราตั้งแต่ปีที่แล้วเราจะคิดอัตราคำละ 2 บาท โดยไม่มีส่วนลด ในขณะที่ลูกค้าเก่ายังได้ส่วนลดอยู่

ถ้าเกือบทุกครั้งที่เสนอค่าแปลไปแล้วลูกค้าไม่ต่อราคาเลย นั่นแสดงว่า นักแปลคิดราคาค่าแปลต่ำกว่าที่ควรนักแปลอาจจะสามารถขึ้นราคาได้ ของเราไม่ใช่แค่ไม่ต่อแต่ยังบอกเราด้วยว่า ค่าแปลถูก เพราะในตลาดนักแปลเอกสารกฎหมายส่วนใหญ่จะคิดค่าแปลกันหน้าละ 1,500 บาท ของเราหน้านึงแค่ 600-800 บาทเอง

ปัจจัยอื่นๆที่ใช้ในการพิจารณากำหนดราคาค่าแปล เช่น

คิดค่าแปลเท่านี้เราจะมีรายได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องหรือเปล่า คนที่มีเงินถุงเงินถัง ให้แปลฟรีก็ไม่เดือด ร้อน แต่หลายๆ คนทำเป็นงานหลักถ้าคิดค่าแปลน้อยเกินไป ก็อาจจะไม่พอกิน หรือมองอีกอย่างหนึ่งคือค่าแรงเท่านี้ คุ้มหรือเปล่า อาจจะต้องมองที่ต้นทุนด้วย เช่น สมัยเกือบ 10 ปีที่แล้วเราคิดจะรับงานสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้เด็กๆ หลังเลิกเรียน ผู้ปกครองจะให้ค่าแรงเราชั่วโมงละ 500 บาทแต่ให้เราไปสอนโน่นเลย ฝั่งธนบุรี ส่วนบ้านเราอยู่พระโขนง นั่งรถไป 1 ชั่วโมง นั่งรถกลับอีก 1 ชั่วโมง เพื่อไปสอน 2 ชั่วโมง ได้เงิน 1,000 บาท สำหรับเราแล้ว มันไม่คุ้มน่ะ 2ชั่วโมงนั้นเราอาจจะทำงานอย่างอื่นอยู่ที่บ้าน ได้เงินด้วย แต่ถ้าสมมติ บ้านเราอยู่ใกล้บ้านนักเรียน เราก็อาจจะรับสอนก็ได้

ต้นทุนที่ว่านี้ไม่ใช่แค่ต้นทุนปัจจุบันนะ เรามองถึงต้นทุนในอดีตด้วย สำหรับเรา คอร์สปริญญาโทด้านการแปลค่าสอบขอรับรองคุณวุฒิ ค่าขึ้นทะเบียน ค่าสัมนาเพิ่มพูนความรู้ในวิชาชีพแปลทุกอย่างมันคือต้นทุนของเรา เพียงแค่ต้นทุนพวกนี้มันถอนทุนคืนไม่ได้ภายใน2-3 งาน มันต้องใช้เวลาถอนทุนคืนกันเป็นปี แต่เราสามารถอ้างกับลูกค้าได้ว่าที่เราคิดค่าแปลในอัตรานี้เพราะเราเรียนมาโดยตรง เราสอบขอรับรองคุณวุฒิ เราผ่านการฝึกอบรมจริงetc.

ปัจจัยอีกอย่างที่ใช้กำหนดค่าแปลคือคู่ภาษา โดยดูว่าคู่ภาษาที่เรารับงานอยู่นี้มีนักแปลในตลาดอยู่เยอะหรือเปล่า คู่ภาษาไทย-อังกฤษ และอังกฤษ-ไทย แน่นอนว่า มี supply ในประเทศไทยเยอะ หลายเกรดหลายระดับ แต่คู่ภาษาอื่นๆอาจจะหาได้ยากถึงยากมาก เช่น ไทย-เยอรมัน อันนี้เพื่อนที่เป็นเจ้าของบริษัทแปลเคยบ่นว่าหานักแปลที่ชำนาญคู่ภาษานี้แบบแตกฉานจริงๆได้ยากมาก จริงๆมันก็น่าจะมีคนที่ชำนาญคู่ภาษานี้แหละ แต่เขาอาจจะไม่ได้ทำอาชีพนักแปล หรือคู่ภาษาอังกฤษ-ลาว ภาษาเขียนนะไม่ใช่ภาษาพูด ถ้าใครเคยเห็นเอกสารภาษาลาวจะรู้ว่ามันใกล้เคียงกับภาษาไทยมาก เราเคยอ่านเอกสารโปรเจ็กต์ของลาว สมัยทำงานบริษัทเก่า เราก็อ่านออกนะ แต่ถ้าให้เขียน เราเขียนไม่ได้ ที่เราจะบอกคือ ถ้าคู่ภาษาไหน หานักแปลได้ยากค่าแปลในคู่ภาษานั้นจะแพงกว่าค่าแปลทั่วไป

ต่อไปคือ ณ เวลาที่มีความต้องการจ้างนักแปล มีคนที่ว่างรับงานกี่คน ใครที่ดูหนังเรื่องThe Wolf of Wall Street แล้ว จะได้ข้อคิดจากเรื่องอย่างหนึ่ง คือ คนเราขายอะไรก็ขายได้ถ้าคนซื้อเขามีความจำเป็นต้องใช้ งานแปลก็เหมือนกัน เดือนที่แล้วมี bid งานแปลคำอุทธร์ของศาลสหพันธ์ออสเตรเลียเราได้งานนั้นในราคาที่เราพอใจ แต่พอเราเห็นไฟล์แล้ว เราไม่พอใจ ทุกวันเราทำแต่งานที่เป็นเอกสารศาลไทย พอมาเจอการเขียนแบบศาลออสเตรเลียเข้าไป แถมต้องรับรองNAATI เราอีเมลบอกเอเจนท์ว่าเราขอปฏิเสธงานด้วยเหตุผลที่ว่า เรามีความสามารถไม่พอ เพื่อนเราบอกว่า อย่างแกเนี่ยนะทำไม่ได้ เฮ้ย เราไม่ได้รู้ไปทุกเรื่องนะ ของที่เราไม่เคยทำ พอเพิ่งมาทำแล้วจะให้รับรองคำแปลด้วยเราไม่เสี่ยง เราบอกเอเจนท์ไปว่าตอนที่ได้ข้อความให้ยื่นเสนอราคา ไม่มีการให้ตัวอย่างคำอุทธรณ์มาทำให้เราไม่รู้ว่ามันเป็นงานที่เราไม่เคยเห็นเนื้อหาแบบนี้มาก่อนเลยประเมินความสามารถผิด เอเจนท์ไม่ว่าอะไรนะ เขาขอบคุณที่เราบอกเขาตามตรง เราก็โล่งใจ ดีกว่ารับงานมาแปลเสร็จโดยที่ไม่มั่นใจว่าถูกต้องจริงๆ แถมต้องเซ็นรับรองอีก สงสัยเราจะตายตาไม่หลับ หลังจากนั้นเราเห็นงานตัวนี้ขึ้นประกาศหานักแปลอีก4-5 รอบ โดยมีการเพิ่มค่าแปลให้ด้วย นั่นแสดงว่า ในเวลาที่เขาต้องการนักแปลสำหรับงานอย่างนี้ไม่มีนักแปลที่เหมาะสมหรืออาจจะมีแต่นักแปลไม่สามารถรับงานมาทำให้เสร็จตามกำหนดได้หรืออาจจะมีนักแปลพร้อมที่จะทำ แต่ราคาที่เอเจนท์ให้มานั้น ต่ำเกินควรทำให้เอเจนท์ต้องประกาศหานักแปลซ้ำๆ ด้วยข้อเสนอใหม่

หรืองานที่เราเพิ่งทำไปไม่นานมานี้เอเจนท์บอกว่าเป็น financial debtobligations เราทำชิ้นเล็ก เรายังว่ายากเลยมันเป็นงานสายการธนาคาร เอกสารเกี่ยวกับ derivatives คอนเซ็ปต์ตราสารอนุพันธ์มันยากอยู่แล้วแล้วเราไม่ได้ทำงานสายนี้เลย ต้องค้นข้อมูลพอสมควร หลังจากแปลงานนี้เสร็จไม่นานปรากฏว่ามีงานส่งมาให้ bid อีก เป็นงานหัวข้อเดียวกันแต่ปริมาณเยอะกว่ากันมาก เขาบอกว่าให้ค่าแปล $1,500 แต่เราเดาจากหัวข้อแล้ว เนื้อหาอย่างนี้น่าจะคิดค่าแปลสัก $2,000 เราก็เสนอราคาไป ถ้าลูกค้าเอา เราก็จะทำถ้าไม่เอาเราไม่แคร์เพราะเรามีงานอื่นในมือที่มีเนื้อหาง่ายกว่าและได้เงินเร็วกว่า

สัปดาห์ที่แล้วเราได้รับอีเมลจากอังกฤษ เรื่องงานล่ามอนุญาโตตุลาการที่สวิสเซอร์แลนด์ เราเจตนาจะไม่ตอบเพราะเราไม่อยากรับทั้งที่มันเป็นงานล่ามกฎหมายแต่หัวข้อมันเป็นการอนุญาโตตุลาการเรื่องสัญญาเกี่ยวกับการกีฬา พออ่านอีเมลเอเจนท์แล้ว เราคิดว่ามันต้องเป็นกีฬาฟุตบอลแน่ๆ พอเราไม่ตอบเอเจนท์ที่อังกฤษถึงขนาดโทรตามเรา ให้เราเสนอราคา (หรือว่าเขาหาล่ามไม่ได้จริงๆ) อ่ะให้เราเสนอราคา เราก็เสนอ วันละ $800 ค่าตั๋วเครื่องบินอีก $2,000 ค่าเสียเวลาเดินทาง $800 ค่าที่พัก ค่าอาหาร etc. (ลืมบวกค่าประกัน professional indemnity งานล่ามเสี่ยงขนาดนี้ ต้องซื้อประกันเตรียมไว้เลย ปีนึงก็น่าจะ $500 - $1,000) แต่เอเจนท์บอก คนเดียวไม่พอ ขอให้เราหาคนไปทำด้วยอีก 2 คน เราเลยอีเมลไปถามเพื่อน หนึ่งในนั้นบอกว่าน่าจะเป็นอนุญาโตตุลาการเรื่องฟุตบอลนี่แหละเพราะในหนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องสมาคมฟุตบอลไทยกับฟีฟ่าที่ฟ้องร้องกัน แหม่ พอมันชัดอย่างนี้เราบอกเพื่อนเราว่า เราไม่ไปนะ เราเตะบอลไม่เป็น เราต้องค้นเยอะต้องอ่านกฎกติกาของฟีฟ่า ต้องอ่านที่มาของเรื่องที่จะประชุม ถ้าเพื่อนเราจะไปเรายินดีดันเต็มที่

จะเห็นได้ว่าหลายๆ กรณี มันก็คือหลักdemand และ supply ปกตินี่แหละ ใช้คำว่า แพง หรือ ถูก อาจจะไม่เหมาะ อาจารย์ที่สอน MBA บอกว่า ราคาซื้อขายมันขึ้นอยู่กับความพอใจถ้าเราพอใจจะขายในราคานี้แล้วลูกค้าพอใจจะซื้อ มันก็ไม่เรียกว่าแพง

To be continued นะ

(เราเขียนบล็อกนี้บนเครื่องบิน บังเอิญเบื่อสามีแล้ว เลยกลับไทย…เปล่าหรอก ล้อเล่นเรากลับมาทำธุระที่กรุงเทพ แล้วไว้จะกลับไปเมลเบิร์นอีกรอบหลังสงกรานต์)




Create Date : 18 มีนาคม 2557
Last Update : 18 มีนาคม 2557 22:31:27 น.
Counter : 1080 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog