ตอบคำถามคุณหมอ
ตอบคำถามคุณหมอ

สองวันก่อน เราได้รับอีเมลจากผู้อ่านท่านหนึ่งดังนี้

“เนื่องจากดิฉันมีความสนใจเป็นผู้แปลวารสารทางการแพทย์ซึ่งการแปลด้านนี้มีปัญหามานานที่ทำให้ทั้งผู้แปลและแพทย์ทำงานกันลำบากได้เนื้อหาไม่ค่อยไปในทางเดียวกัน ตามที่คุณ Natchaon ได้โพสต์ไว้เมื่อ 7 มกราคม2557 ค่ะ ดังนั้นดิฉัน (ดิฉันเป็นแพทย์หญิงค่ะ) จึงได้ไปเรียนต่อวิชาภาษาอังกฤษที่คณะมนุษยศาสตร์เอกวิชาภาษาอังกฤษ วิชาโทภาษาไทยซึ่งตอนนี้กำลังรอรับปริญญาเดือนมีนาคม ปี 2559 ค่ะ ดิฉันอยากขอคำแนะนำในการที่จะเริ่มต้นเป็นนักแปลวารสารทางการแพทย์ค่ะเนื่องจากไม่มีประสบการณ์เลยค่ะ จึงต้องขอรบกวนด้วยนะคะ”

เบื้องต้น เดาว่า ปัญหาที่คุณหมอกล่าวถึง คือนักแปลที่เป็นหมอ แปลบทความแล้ว ผู้อ่านอ่านไม่เข้าใจ (เข้าไม่ถึงผู้อ่าน)และนักแปลที่เป็นนักภาษาศาสตร์ สื่อสารประเด็นทางการแพทย์ได้ไม่ถูกต้อง (ขาดความเข้าใจที่ถ่องแท้ในต้นฉบับ)

ส่วนบทความที่คุณหมอระบุ คุ้นๆ ว่าเราเขียนเรื่อง life science translation ซึ่งเป็นงานแปลเทคนิค ตอนนั้นได้คุยกับบริษัทแปลว่าทำไมไม่จ้างหมอแปลงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ บริษัทแปลบอกว่า ลูกค้า (บริษัทยา) ไม่เอาเพราะหมอแปลแบบทับศัพท์เยอะ ใช้งานจริงไม่ได้เนื่องจากคนไข้อ่านไม่เข้าใจ

ตอนนั้นเราก็บอกไปว่าเราเคยแปลโปรโตคอลยามะเร็งให้อีกบริษัทหนึ่ง editor เป็นหมอ เขาก็แก้กลับมาเป็นทับศัพท์ตั้งหลายคำ นี่คือสิ่งที่ทำให้สงสัยว่าแพทย์น่าจะแปลงานด้านนี้ได้ดีกว่านักภาษาศาสตร์หรือเปล่า

เราว่าคนที่จะตัดสินได้ดีที่สุดคือ ผู้อ่าน แต่ผู้อ่านก็มีพื้นฐานความรู้ในด้านต่างๆไม่เท่ากัน คนที่เคยพบเห็นเนื้อหาทางด้านนี้มาก่อน จะเข้าใจว่าเอกสารพูดถึงอะไร ส่วนคนไหนที่ความรู้จำกัด ก็จะอ่านแต่ทำตามขั้นตอนที่เอกสารบอกไม่ได้เท่ากับว่าเอกสารไม่บรรลุ functional purpose

ตัวแปรสำคัญในโปรเจ็กต์เทคนิคคือ ลูกค้า (แหม่ ก็คนจ่ายเงินนี่เนาะเขาสั่งอะไร ก็ทำตาม) กรณีที่ลูกค้าไม่ได้กำหนดแนวทางการแปลมาให้หรือเรียกว่า Style Guide โปรเจ็กต์เมเนเจอร์ ต้องกำหนดขึ้นมา บางครั้งโปรเจ็กต์เมเนเจอร์ที่ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ต้องจ้างนักภาษาศาสตร์เขียน Style Guide เพื่อใช้เป็น “คัมภีร์”กำกับงานแปล

Style Guide จริงๆ เน้นใช้กับงาน localization ที่มีการแปลต้นฉบับหนึ่งเป็นหลายภาษา สำหรับกรณีต้นฉบับเดียวแปลเป็นภาษาเดียว แต่มีการแปลต่อเนื่องStyle Guide ก็เป็นเอกสารอ้างอิงที่มีประโยชน์เพื่อให้งานแปลทุกชิ้นออกมาในแนวทางเดียวกัน เช่น อภิธานศัพท์เฉพาะสำหรับโปรเจ็กต์ระดับคำ น้ำเสียง ชื่อองค์กร ชื่อคน คำที่ไม่ต้องแปล ชื่อโรคลำดับขั้นของแหล่งอ้างอิง (อ้างอิงพจนานุกรมเล่มไหนก่อนหลัง)

งานแปล life science นี่จำได้ว่าเงินดีมาก อย่างต่ำคำละ $ 0.20 แต่ถ้ารับงานจากบริษัทแปลในกรุงเทพน่าจะได้คำละ 3 บาทเพราะเขาก็กินค่าหัวเป็นทอดๆ กว่าจะถึง end-userคง subcontract งานกันไป 4-5 ขั้นแล้ว

Life science ไม่ได้หมายถึงการแปล สิทธิบัตร รายงานแล็บเอกสารจดทะเบียนทางการแพทย์ รายงานอาการไม่พึงประสงค์ etc. ที่มีเนื้อหาเทคนิคมากๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึง บทความทางการแพทย์เอกสารการตลาดและการขายที่เกี่ยวกับการแพทย์ เอกสารข้อมูลคนไข้ ด้วย

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเทคนิค มันเทคนิคแค่ไหน ลองดูย่อหน้านี้

“A magnetic resonance imaging scan on Day 7 identified an infiltrative lesion in the posterior paravertebral muscles,involving cervical vertebrae 1–5 and the spinal canal at that level (Box). The diagnostic possibilities were primary or secondary malignancy or infection. A pleural tap the next day drained 500 mL of blood-stained fluid. Laboratory results confirmed an empyema that grew S. aureus from the tapfluid.” (คัดมาจาก Med J Aust 2015; 203 (10):408-409.)

อย่างเราก็แปลไม่ได้นะเพราะความรู้ในสาขานี้แทบจะเป็นศูนย์

คุณหมอที่เขียนมาถามนี้ ด้วยอาชีพแพทย์เรียกว่าได้เปรียบนักแปลในสาขาเดียวกันเพราะความรู้เฉพาะทางแน่นปึ้ก เหลือเพียงตบคำแปลให้เข้าที่ ซึ่งคุณหมอบอกว่าได้เรียนต่อวิชาภาษาอังกฤษที่คณะมนุษยศาสตร์เอกวิชาภาษาอังกฤษ วิชาโทภาษาไทย และกำลังจะรับปริญญา (จะครบเครื่องไปไหน?) แต่ก็ยังมีสิ่งที่ขาดคือ ความรู้ด้านการแปล

เวลามีคนเขียนมาถามทีไร เราจะบอกทุกครั้งว่า ให้ไปเรียนการแปลเพิ่ม เรียนคอร์สสั้นของสมามคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทยก็ได้ หรือเรียนแบบได้ใบปริญญาของมหาวิทยาลัยต่างๆไปเลยก็ได้

เหตุผลคือ หาก translation studies ไม่สำคัญ  ระดับจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล คงไม่เอามาบรรจุเป็นปริญญาโทให้คนได้เรียน

ข้อสันนิษฐานที่เราเขียนไว้ด้านบนที่ว่าหมอแปลเอกสารแล้ว คนไข้อ่านไม่เข้าใจ นั่นก็เพราะไม่ได้ทำ discourse analysis คนที่เรียนการแปลได้จะฝึกวิเคราะห์หลักๆ คือ การให้เหตุผลว่าทำไมเวลาแปลถึงใช้คำนี้ (มีปัจจัยใดเป็นตัวกำหนดให้คำแปลออกมาลักษณะนี้) กรณีของคุณหมอแก้ปัญหาได้ด้วยการสอบถามโปรเจ็กต์เมเนเจอร์ ว่าอยากให้แปลออกมายังไง และขอดูตัวอย่างคำแปลของเก่าเป็นแนวทาง

จากนั้นให้คุณหมอขอ track changes ของงานแปลทุกครั้งจะได้รู้ว่า editor แก้มายังไงเพื่อพัฒนาการแปลให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เวลาได้ตัวที่แก้ไขคืนมาคุณหมอจะได้ฝึก defend ด้วยนะถ้าคุณหมอมั่นใจว่าที่แปลไปครั้งแรกนั้นถูกต้องแล้วตามที่ดูจากหนังสืออ้างอิง

หรือถ้าคุณหมอเรียนคอร์สการแปลสั้นๆก็ลองให้อาจารย์ที่สอนช่วยอ่านงานแปลแล้ว comment หน่อย ถึงแม้อาจารย์จะไม่มีความรู้ลึกๆ ในด้านการแพทย์ แต่อาจารย์ในฐานะที่อ่านแบบlayman จะบอกได้ว่า ภาษาไทยตรงนี้ อ่านแล้วมันสะดุดนะ ประโยคนี้ใจความไม่ต่อกับประโยคก่อนหน้านี้อะไรมันหายไปหรือเปล่า (พวก cohesion, coherence) etc.

สิ่งหนึ่งที่เราอยากพูดถึงคือเดี๋ยวนี้บริษัทแปลต่างชาติหลายแห่ง กำหนดว่า นักแปลต้องจบด้านการแปลโดยตรงไม่ใช่ภาษาศาสตร์หรือภาษาอังกฤษ แต่กรณีงานแปล life science มักจะมีข้อยกเว้นโดยบริษัทอาจกำหนดให้นักแปลต้องจบด้านการแพทย์อย่างเดียวก็ได้และบางแห่งกำหนดว่านอกจากจะจบด้านการแพทย์แล้ว ยังต้องเคยทำงานในสายงานนี้มาด้วย

เมื่อสักครู่เรา google แล้วก็เจออยู่หลายบริษัท ที่ชูจุดขายว่า“เอกสารเทคนิคขนาดนี้ คุณกล้าให้นักแปลทั่วไปทำเหรอ” (ถึงส่งมาให้เรา เราก็ไม่รับมันเกินความสามารถ เหอๆ) ฉะนั้นคุณหมอไม่น่าจะต้องกังวลเรื่องหางาน เพียงใช้คำค้นใน google ให้ถูกต้องทำแบบทดสอบ ส่งหลักฐาน ให้บริษัทแปล ก็น่าจะมีงานทยอยเข้ามา (อย่าลืมเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทแปลด้วยว่าเคยเบี้ยวเงินนักแปลหรือเปล่า)




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2558 6:08:14 น.
Counter : 860 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 277 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 31 May 2017
(Last update: 01 Mar 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
16 พฤศจิกายน 2558
All Blog