ถึงคราวนักแปลรีวิวบริษัทแปลบ้าง
ถึงคราวนักแปลรีวิวบริษัทแปลบ้าง

บล็อกนี้จะเขียนถึงความเห็นของนักแปลที่มีต่อบริษัทแปลซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นความเห็นในทางลบ เวลาอ่าน โปรดทำใจให้เป็นกลาง อย่าเพิ่งเชื่อคอมเมนท์ที่เห็นทั้งหมด

เมื่อสองคืนก่อนเราอ่านพันทิปก่อนนอน (คืนไหนไม่อ่าน นอนไม่หลับ) ปกติจะเข้าห้องศาลาประชาคมอ่านปัญหาชาวบ้าน เป็นความรู้รอบตัวจะได้แก้ปัญหาเป็นเมื่อตัวเองเจอเหตุการณ์ต่างๆ

มีกระทู้นึง ถามว่า “ใครเคยรับงานแปลเอกสารผ่านเน็ตบ้างอยากรู้ว่าเชื่อถือได้ไหม” หัวข้อน่าสนใจ (แต่ทำไมมาอยู่ห้องศาลาประชาคมอ่ะ)

เนื้อหาของกระทู้นี้โปรดตามไปอ่านในพันทิป ที่เราจะมาเล่าต่อคือคอมเมนท์ของคนอื่นที่มาอ่าน มีคนนึงบอกว่าถ้าจะรับงาน ให้ไปรับตามเว็บฝรั่งเลย ชัวร์กว่า ให้ชื่อเว็บว่า gengo.com (เชื่อว่า คนที่กำลังหางานแปลเพิ่ม จะรีบเข้าไปลงทะเบียนเว็บนี้เป็นแถว)

เว็บนี้เราไม่ได้ลงชื่อเป็นนักแปลเพื่อรับงาน ไม่เคยได้ยินด้วย อาจจะเพราะไม่ได้ขวนขวายหาเพราะเรามีลูกค้าประจำอยู่แล้ว

หลักการของเว็บนี้คือสมัครแล้ว ต้องทำข้อสอบ มีการประเมินผลเรื่อยๆ เวลาส่งงานแปล จะได้รับคำวิจารณ์แก้ไขงานมาให้ด้วย ซึ่งทำให้นักแปลได้พัฒนาตัวเอง วิธีรับงาน คือ นักแปลต้องแข่งรับงานกับนักแปลรายอื่น ใครเร็วใครเร็ว --- ฟังแล้วเหนื่อยแทน เห็นเป็นอย่างนี้หลายเว็บ

อ่านแล้วอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หารีวิว Gengo จากกูเกิล เจอนักแปลมาเขียนรีวิวไว้ในเว็บ onehourtranslation.com เว็บคู่แข่งกันนี่แหละ

คนแรกบอกว่า OHT ให้ค่าแปลอัตราที่เป็นธรรมมากกว่า

คนที่สองบอกว่าแบบทดสอบนักแปลของ Gengo ไม่มีคำตอบที่ถูกสักข้อ

คนที่สามบอกว่า เว็บ Gengo ให้ค่าแปลเริ่มต้น $0.05 ต่อคำ แล้วนักแปลก็แปลเพื่อเก็บคะแนนเลื่อนขั้นไปเรื่อยๆ ขั้นโปร จะได้ $ 0.08 ต่อคำ ส่วนถ้าใครจะเป็นคนตรวจแก้ จะได้ค่าแรง $ 0.03 ต่อคำ

คนที่ห้า(เราข้ามคนที่สี่นะ) บอกว่า หลายบริษัทให้ค่าแรงนักแปลน้อยแต่เวลาคิดเงินลูกค้าคิดเพิ่ม 5 เท่าของค่าแรงนักแปล ที่น่าปวดหัวคือเดี๋ยวนี้มีเอเจนซี่แปล แอบอ้างเอาชื่อนักแปลไปรับงานแปล โดยก็อปปี้ CV นักแปลจากเว็บไซต์ต่างๆ พอลูกค้าสั่งจ้าง เอเจนซี่ก็ส่งงานให้นักแปลตัวจริง นักแปลตัวจริงแปลเสร็จส่งงานพอเอนซี่ได้เงินจากลูกค้า ก็ปิดเว็บหนีไปเลย คนที่ห้านี้แนะว่า ถ้าทำได้ สมัครตรงกับลูกค้าเลย ไม่ต้องผ่านเอเจนซี่ ได้ค่าแรงเต็ม ปลอดภัยกว่า

คนที่หก บอกว่า Gengo ให้ค่าแปลคำละ $ 0.03 (คู่ภาษาไหนทำไมได้เงินน้อยจัง)

คนที่แปด(เราข้ามคนที่เจ็ดนะ) บอกว่า นักแปลควรจะเลือกงานหน่อย ถ้าไม่ลำบากด้านการเงินก็อย่าไปรับงานแปลที่ให้ค่าแรงน้อยๆ

**********

อ่าน Gengo โดนจวกแล้ว อยากรู้ว่า OHT มีคนเขาว่าไงบ้าง เรากูเกิลก็เจอเหมือนกัน

จากที่อ่านมาปัญหาใหญ่ของ OHT คือ คำวิจารณ์งานตรวจแก้ที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน ลักษณะของงานตรวจแก้ในงานนี้คือ review โดยเป็นการให้นักแปลอีกคนอ่านแล้วตรวจอย่างเร็วพร้อมให้ความเห็น

แน่นอนว่า ตรวจอย่างเร็วก็จะได้ความเห็นอย่างเร็วที่หาหลักฐานอะไรมาประกอบเพื่อให้นักแปลเข้าใจจุดบกพร่องไม่ค่อยได้ อันนี้ส่วนหนึ่งเพราะค่าแรงในการตรวจแก้มันน้อยมาก เป็นเราก็ตรวจอย่างเดียว แต่ไม่บอกว่าต้องแก้ยังไง ให้นักแปลไปหาทางแก้เอาเอง (แล้วงานแปลมันจะดีขึ้นมั้ย หรือบริษัทจะส่งลูกค้าอย่างนั้นเลย)

นักแปลของ OHT คนนึงได้คะแนนรีวิว 6/10 แต่ลูกค้าให้ 5/5 งงมั้ยล่ะ เราเดาว่านักแปลอาจจะแปลไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกใจคนรีวิว แต่โดนใจลูกค้า

มีคนมาตอบว่าคนรีวิวที่ให้คะแนนนักแปลต่ำๆ อยู่เสมอ จะได้คะแนนรีวิวต่ำสักพักระบบจะตัดชื่อทิ้ง (แล้วยังไง คนรีวิวอาจจะเจอแต่งานแปลที่แปลแย่จริงๆ ก็ได้)

อีกคนนึงบอกว่า มีนักแปลได้คะแนน8.33 งานนี้มีแค่ 38 คำ และแปลผิดเยอะมากแต่ได้คะแนนรีวิวสูงแบบไม่สมเหตุสมผล

อีกคนบอกว่า โดนหักคะแนนเหลือคะแนนรีวิวแค่ 7เพราะทำ accent (ขีดบนตัวอักษร) หายไป 2 ที่ จากทั้งหมด 1,500 คำ(ไม่รู้ว่ามีผิดส่วนอื่นด้วยหรือเปล่านะ)

แล้วก็มีคนรีวิวมาอธิบายเกณฑ์การให้คะแนน ถ้าในงานแปลพบว่ามีพิมพ์ผิด แปลตก สะกดผิด ไวยากรณ์ผิด ลืมเครื่องหมายวรรคตอน ไม่ว่าจะเจอกี่ที่ ก็จะได้คะแนนไม่เกิน 5 (จาก 10) ตรงนี้คนรีวิวบอกว่า “they are objectives errors that can be verifiedby independent sources” คนรีวิวคนนี้ปิดท้ายคอมเมนท์ว่า คนรีวิวไม่มีหน้าที่ต้องให้ตัวอย่างว่าผิดตรงไหน

ทีนี้มีคนมาตอบเพิ่มว่านักแปลจะได้เรียนรู้อะไร ถ้าคนรีวิวเฉยๆ โดยไม่มีตัวอย่างสนับสนุน

เลยมีคนมาสรุปว่าที่คนรีวิวไม่ได้ให้ตัวอย่างว่าแปลผิดตรงไหน ขาดตกยังไง ก็เพราะงานลักษณะนี้ถ้าทำเต็มที่ครบสมบูรณ์มันคืองานของ proofreader (เราว่ามันควรจะเรียกว่า editor)แต่เนื่องจากคนรีวิวได้ค่าแรงน้อยมาก อีกอย่างคือ ถ้างานแปลมีการ review เวอร์ชั่นสุดท้ายนักแปลจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะแก้หรือไม่แก้ แต่ถ้างานแปลมีการ proofread เวอร์ชั่นสุดท้ายที่ส่งลูกค้าจะเป็นเวอร์ชั่นของคนตรวจแก้(อันนี้เราเคยบอกบริษัทแปลว่า เราไม่มีปัญหานะ บ.ก. ตรวจแล้วก็ส่งลูกค้าได้เลย แต่เราไม่รับผิดชอบงานนั้นนะเพราะเราไม่ได้ดูว่า บ.ก. แก้มาถูกหรือเปล่า ถ้าลูกค้าตีกลับ บริษัทต้องส่งให้ บ.ก. ไปแก้ ไม่เกี่ยวกับเรา)

**********

ผ่านไปสองบริษัท กำลังติดลมเลย ไหนกูเกิลบริษัทที่สามซิ strakertranslations.com

บริษัทนี้ใช้วิธีให้นักแปลมาแข่งราคากัน ใครเสนอค่าแปลต่ำสุด มักจะได้งานไป แล้วแข่งกันเร็วมาก ปิด bid ใน 5-10 นาที โคตะระไว

อันนี้เราค้นเจอคำแนะนำจากเจ้าของบริษัทว่าทำไมบริษัทแปลที่เพิ่งเริ่มธุรกิจถึงอยู่ไม่ได้ เพราะบริษัทหน้าใหม่มีต้นทุนการขายสูง ในขณะที่บริษัทที่กิจการอยู่ตัวแล้วจะได้งานแปลจากลูกค้าเก่า (low costof sale) และตัวแปรอีกอย่างคือ ต้นทุนค่าแรงต่ำ (low cost of supply) ถ้านักแปลแปลงานได้เร็วขึ้นอีกเท่าตัว เท่ากับบริษัทมีต้นทุนค่าแรงลดลงครึ่งนึงกำไรก็จะมากขึ้น

แล้วเราก็เจอคอมเมนท์ที่เราคิดว่าต้องเจอคือ มีนักแปลมาบ่นเรื่องอัตราค่าแปลกับระยะเวลาในการประมูล คนนี้เขามักจะใส่ราคาสูงกว่าราคาที่โปรเจ็กต์เมเนเจอร์ประมาณไว้สำหรับงานนั้นๆ แล้วก็ไม่เคยได้งาน ทำให้หลังๆ เขาก็เลยไม่ทำกับเว็บนี้แล้ว ถ้านักแปลฝีมือดีๆ โดนกดค่าแรงเขาก็จะไม่เข้ามา bid บริษัทจะเหลือแต่คนที่ร้อนเงินร้อนใจ เข้ามา bid ในราคาที่ต่ำเพื่อรับงาน ผลก็คืองานแปลอาจจะไม่ได้คุณภาพ

คนถัดมาก็เหน็บว่า ซีอีโอพูดมาได้ไง “ให้นักแปลทำงานเพิ่มขึ้นแต่ได้ค่าแรงเท่าเดิมโดยให้คงคุณภาพเหมือนเดิม”– เยี่ยม

**********

เราสรุปที่เราอ่านจากหลายๆเว็บมาให้อ่านกัน แต่จะบอกว่า เราไม่ค่อยได้รับงานจากเว็บอย่างนี้แล้ว ขี้เกียจแข่ง เหนื่อย นักแปลประสบการณ์เยอะ คุณวุฒิครบแต่ยิ่งแปลยิ่งได้ค่าแรงน้อย นานๆทีเราถึงจะรับ ถ้าค่าแรงพอรับได้ (เช่น โปรเจ็กต์ใหญ่ๆ)

ปริมาณงานแปลเราค่อนข้างอยู่ตัวแล้วเพราะว่าเรามีลูกค้าประจำบริษัทในไทยนี่แหละ เราเกาะพี่ทนายไว้เลย ไม่ต้องแข่งราคากับใครถ้ามีงาน พี่เขาส่งหาเราคนเดียว ปัญหาคือ มันมักจะเป็นงานด่วน และบางงานยากสุดๆ จะไม่ทำก็ไม่ได้ เราต้องออกตัวว่าเรื่องนี้หัวข้อนี้กฎหมายตัวนี้ เราไม่เคยแปล แต่เราจะค้นศัพท์ให้มากที่สุด เพื่อลดภาระพี่ทนายเวลาตรวจแก้




Create Date : 18 พฤษภาคม 2557
Last Update : 18 พฤษภาคม 2557 7:59:14 น.
Counter : 2660 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 277 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 31 May 2017
(Last update: 01 Mar 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog