อยาก = ไม่ได้


สวัสดีครับ กลับมาแล้วครับ ยังไม่ได้โสดาบันหรอกครับ

อันนี้บอกไว้ก่อน เพราะมีคนเมล์มาถามผมเฉยเลย ว่าผมได้โสดาบันหรือยัง
และเกรงว่าจะมีคนเข้าใจไปอย่างนั้น เลยออกตัวไว้ตรงนี้เลย

เรื่องแบบนี้ อยากไม่ได้หรอกครับ คำมันตรงตัวอยู่แล้ว

"อยาก" ==> "ไม่ได้"

คือถ้ายังอยาก ก็ยังไม่ได้ ยิ่งอยากมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ได้เท่านั้น
ผมเรียนรู้ว่า.. ไอ้ทางสายกลางมันคือแค่ตรงนี้แหละ

คือการมีความใส่ใจในการทำเหตุ คือรู้สึกตัว เจริญสติบ่อยๆ
ไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตลอยไปเรื่อยๆ ตามกระแสความอยาก

แต่ไม่ใช่จงใจเข้าไปทำความรู้สึกตัว หรือเพ่ง ด้วยความอยาก
ยกตัวอย่างก็ได้.. เอาเรื่องความโกรธ

สมัยผมเริ่มหัดปฏิบัติใหม่ๆ ผมไปเข้าใจเอาว่า สติคือการกำหนด
โกรธขึ้นมาทีไร ก็นั่งกำหนด กำหนด กำหนด โดยไม่รู้ว่ากำลังทำผิด

ผิด เพราะพระพุทธเจ้าท่านให้ "รู้" ไม่ใช่นั่งเพ่งจิต
ผิด เพราะเวลากำหนด ผมไม่เคยเห็นเลยว่าทำไปด้วยความอยาก

อยากให้หายโกรธ อยากเก่ง อยากดี อยากพ้นทุกข์
ถามว่าอยากแล้วเป็นคนดีมั้ย..เป็นครับ แต่ไม่ได้ปัญญานะ
ถ้าไม่เกิดปัญญา เรื่องการบรรลุธรรม ก็อย่าได้หวัง

ถามว่าเพ่งไป กำหนดไป หายโกรธมั้ย.. หายบ้าง ไม่หายบ้างครับ

ที่หายโกรธได้ เพราะเพ่งไปกำหนดไป บางทีจิตมันเกิดสมาธิขึ้น
เมื่อกำลังสมาธิดี มันก็ไปข่มความโกรธไว้ได้

ที่ไม่หายโกรธ ก็เพราะเราเพ่งความโกรธด้วยความอยาก
ความอยากก็เป็นกิเลสตัวนึง โทสะก็เป็นกิเลสตัวนึง

เราดับกิเลส ด้วยกิเลสไม่ได้ฉันใด
เราก็ดับไฟที่ติดเพราะน้ำมันดีเซลด้วยน้ำมันเบนซินไม่ได้ ฉันนั้น

หลักมันมีอยู่ว่า.. ถ้าเพ่งเมื่อไหร่ ปฏิบัติด้วยการคิด
ด้วยการบังคับเมื่อไหร่ จะเป็นสมถะทันที
ปัญญา จะเกิดจากวิปัสสนาเท่านั้นนะครับ คือต้องเห็นของจริง

ที่บอกให้รู้ไปเฉยๆ ดูโทสะความโกรธในใจเรา เหมือนดูคนตีกัน
ให้ดูอยู่วงนอก ไม่ต้องเข้าไปช่วยเขาตี ก็เพราะเหตุนี้

แล้วคุณก็จะเห็นความจริงว่า มันตีกันเองเพราะมีเหตุไม่มีใครบังคับ
แล้วพอหมดเหตุที่มันจะตีกัน เช่นหมดแรง มันก็เลิกกันไปเอง

ความโกรธ มันเกิดขึ้นมาได้เอง ด้วยเหตุและปัจจัย
มันก็ดับได้เอง เมื่อเหตุและปัจจัยมันหมด เราไม่จำเป็นต้องบังคับมัน

การเห็นความจริงตรงนี้ว่า มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น แล้วดับไปเองตามธรรมชาติ
คือการเห็นตรงตามความเป็นจริง อย่างเป็นกลาง ไม่แทรกแซง
อันนี้แหละคือเคล็ดสำคัญของวิปัสสนา ที่จะนำปัญญามาให้

วิปัสสนา ไม่ได้ทำเพื่อจะเป็นคนไม่มีความรู้สึกรู้สา
ไม่ใช่ว่าไม่โกรธ ไม่รัก ไม่เสียใจ ไร้อารมณ์แปลว่าดี
อาจารย์ผมท่านเคยบอกว่า.. ถ้าแบบนั้นดีจริง
คนที่เป็นอัมพาต หูหนวก ตาบอด จะบรรลุธรรมกันหมด

แต่วิปัสสนา ทำด้วยการ"ตามรู้" ปรากฏการณ์ต่างๆของกายของจิต
คือต้องมีอารมณ์ มีการทำงานของจิต ถึงจะมีอะไรให้รู้ให้ดู
เราทำเพื่อให้เข้าใจว่า.. ทุกอย่างมันมีธรรมชาติของมัน
มันล้วนแต่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป
จะเป็นดอกไม้หรือหมาเน่า
ของหอมหรือของเหม็น ความเย็นหรือความร้อน

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเหตุและปัจจัย ทำให้เกิด
ไม่ได้เกิดเพราะเราอยากหรือไม่อยาก ชอบหรือไม่ชอบ

ฉะนั้น ถ้าวันนี้ใครจะรักเรา หรือไม่รัก
ก็เพราะมันมีเหตุและปัจจัยของความรักอยู่
ไม่ใช่เพราะเราอยากให้เขารัก หรือไม่อยาก

ฝนจะตกรถจะติด น้ำจะแล้งหรือท่วม
มันก็เกิดเพราะมีเหตุของมัน มันจะคลายและดับไป เมื่อหมดเหตุของมัน

คนทำวิปัสสนาเป็น จะเห็นว่าทุกข์ ไม่ได้เกิดเพราะฝนตก
แต่เห็นว่า ทุกข์เกิดเพราะเราไม่อยากให้ฝนตก

พูดในระดับชาวบ้านอย่างผมกับคุณ
คนเราถ้าอยากในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่มันเกิด ก็ทุกข์
ถ้าอยากแล้วได้สมอยากก็สุข

อย่างฝนตก ถ้าคนในเมืองอย่างเรา อาจจะสุดเซ็ง
แต่ถ้าชาวนาแถวทุ่งกุลาร้องไห้ มันอาจเป็นเรื่องสุดเฮง
ทั้งๆที่ตกมาเท่าๆกัน พร้อมๆกันนี่แหละ

ทุกข์ของความรัก ไม่ได้เกิดเพราะเขารักเรา หรือไม่รัก
แต่เกิดขึ้นเพราะเราอยาก ในสิ่งตรงข้ามกับที่มันเป็น

อย่างไรก็ดี ครูบาอาจารย์ท่านว่า.. ดูๆไปนะ แล้ววันนึงจะเห็น
ว่ากายกับจิตเรานี่แหละตัวทุกข์ ไม่ว่าจะมีความอยากหรือไม่อยาก

อันนั้นเราก็ฟังท่านไว้นะครับ ยังไม่ต้องเชื่อ

รู้สึกตัวไปเรื่อยๆ เห็นจริงเมื่อไหร่ ก็รู้แก่ใจเอง ว่าท่านพูดจริงหรือโม้

สุขสันต์ "วันนี้" ครับ





Create Date : 27 กรกฎาคม 2550
Last Update : 30 กรกฎาคม 2550 7:56:55 น.
Counter : 1226 Pageviews.

11 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - โจน :: กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2564 06:29:08 น.)
✿ ✿ Food For Fun :: Hot Wok Return #55 :: อาหารผู้สูงวัย "แกงจืดผักกาดขาวม้วนไส้หมูสับ" ✿ ✿ เนินน้ำ
(12 ม.ค. 2564 08:30:50 น.)
กาเฟเวียด @หนองคาย ร้านอาหารเวียดนามริมโขง อาหารอร่อย วิวสวย sawkitty
(11 ม.ค. 2564 14:14:22 น.)
ถ่อมตนให้คนชม ภาวิดา คนบ้านป่า
(7 ม.ค. 2564 10:59:35 น.)
  
สุขสันต์ "วันนี้" ครับพี่เอ๊ด
ขอให้มีความสุขในทุกๆวัน แข็งแรงทั้งกาย ใจ และสติ เพิ่มพูนยิ่งขึ้นๆครับ
(อืม ถ้าในหนังเค้าเรียก"อาคมแก่กล้า"สินะครับ)


"อยาก" ==> "ไม่ได้"
"ไม่อยาก" ==> "คงได้" ใช่มะฮะ งั้นผมลองตั้งสติท่องดู
ไม่อยากได้เงิน ไม่อยากได้ชื่อเสียง
ไม่อยากได้แฟนสวยๆอย่างน้องจีฮุน โอม เพี้ยง
โดย: getterTu วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:55:32 น.
  
ผมอ่านจบนะครับ

แต่ติดแบบว่าเป็น ขาอนุโมทนาอ่ะคับคุณพี่

เอาซะหน่อย "อนุโมทนาครับ"

ขอบคุณข้อคิดดี ๆ ที่มาฝากคับ
โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:17:22 น.
  
สวัสดีค่ะพี่เอ๊ด @^_^@


สบายดีใช่ไหมคะ?


เวลาทุกข์ เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่า อยากให้หาย
จากทุกข์นั้น มักจะไม่หายจริงๆค่ะ จิตมันก็วน
เวียนอยู่กับทุกข์นั้นแหล่ะ เดี๊ยวคิดๆ จนทำให้เรา
ปวดหัวไปกับมัน จนทำให้เราซึมเศร้า


แต่เมื่อมีสติมากขึ้น รู้ว่าทุกข์ก็ปล่อยให้มันทุกข์
ไป ทุกข์มันก็ค่อยๆหายไปเอง จนทำให้รู้สึก
ดีขึ้น


สุข มันก็ อยู่กับเราไม่นาน
ทุกข์ มันก็ อยู่กับเราไม่นาน


ทุกสิ่ง ล้วนมี ตั้งอยู่ และดับไป


ขอบคุณนะคะ ที่ผ่านมา ที่สอนอะไร
หลายๆอย่าง ที่คอยแนะนำแต่สิ่งดีๆ ให้อิ๊ว
มาตลอด


ขอบคุณจากใจค่ะ







รักษาสุขภาพด้วยนะึคะ :)
โดย: Kimi o ai X eru วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:02:53 น.
  
แวะมาดู คุณ aston กลับมาพอดี
เลยได้อ่านอะไรดีๆอีกแล้ว
โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:48:11 น.
  
สวัสดีค่ะ ^_^

ต้อนรับการกลับมานะคะ พี่เอ๊ด
กลับมาเร็วกว่าที่คิดค่ะ (แอบดีใจ)
หวังว่าพี่คงจะสบายดีนะคะ
ว่าแต่วันนี้หายไปไหนน้ออออ ไม่เห็นมาจัดรายการเลย emo emoemo
โดย: Melody of You วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:54:32 น.
  
ทุกข์ของความรัก ไม่ได้เกิดเพราะเขารักเรา หรือไม่รัก
แต่เกิดขึ้นเพราะเราอยาก ในสิ่งตรงข้ามกับที่มันเป็น

อืม ใช่เลยค่ะ
โดย: random-4 วันที่: 29 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:12:05 น.
  
สวัสดีครับ
คนอัพบล็อกกลับมา คนอ่านบล็อกก็ตามมาอ่านครับ
โดย: อะไรคือสิ่งหายาก แต่ไม่มีค่า วันที่: 29 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:27:16 น.
  
โดย: Takeaway วันที่: 29 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:34:59 น.
  
เดี๋ยวกลับไปอ่านใหม่ค่ะ
มาอนุโมทนาบุญก่อนค่ะ

โดย: ยาเขียว วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:33:15 น.
  
นี่ไม่ได้ตั้งใจจิ้มเข้ามานะครับ เพราะจำได้ว่าพี่จะกลับมาเขียนใหม่ปลายๆเดือนสิงหาคมโน่น

แต่เป็นด้วยความเคยชินที่กดอ่าน Blog ของพี่เอ๊ดเป็นกิจวัตร เลยเผลอจิ้มเข้ามา และก็เข้ามาทันเห็นพี่เอ๊ดกลับมาเขียนใหม่อีกครั้งแล้ว เย้ๆๆ

ยังมีสาระธรรมดีๆมานำเสนออย่างต่อเนื่องนะครับ ขอบคุณมากๆครับ
โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:52:24 น.
  
มาอ่านแล้วทำให้คิดได้ เพราะตอนนี้มีความอยากอยู่อย่างหนึ่งผุดขึ้นมา...

คืออยากเป็นแฟนคุณaston...ฮ่าฮ่า

= ไม่ได้



อิๆ
โดย: MeJayya วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:22:48:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Aston27.BlogGang.com

aston27
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]

บทความทั้งหมด