ถ้าปล่อยให้ความรู้สึก " รัก " หนักเมื่อไร... ชีวิตก็จะหนักไปด้วย....

เล่าต่อเรื่องไปพบหมอจิตเวช...



 








จากบล็อกที่แล้ว  จบด้วยตัวเลขสวยๆ และไม่สวยกันเนาะ 
แต่..... วันนี้ขอเล่าย้อนเรื่องความเป็นมาของการไปพบหมอจิตเวชค่ะ


วันที่ 10 สิงหา คือไปหาหมอจิตเวช 
การไปพบหมอจิตเวชคือมันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ปกติแบบนิดหน่อย
สำหรับคนปกติที่ไม่ต้องพึ่งหมอจิตเวช ... 


เราเคยไปพบหมอจิตเวชตั้งแต่ปี 47 ที่โรงพยาบาลศิริราช 
ไปด้วยอาการ นอนไม่ค่อยหลับ  หลับยาก 
เราไปหาหมอต่อเนื่องมาตลอด การนอนหลับดีขึ้น 
ไม่เป็นปัญหากับเรา ลดยามาเรื่อยๆ จนแทบจะไม่ต้องกินยา 
แล้วเราก็ไม่ได้ไปพบหมออีก 


จนกลับมาดูแลพ่อแม่ที่บ้านต่างจังหวัด 
และเมื่อปีที่แล้วเราก็มีอาการของโรคซึมเศร้า 


จริงๆเราไม่รู้หรอกว่าเราเป็น 
อาการต่างๆที่เกิดกับเรา เราคิดว่า ตัวเองคงแบบ วัยทอง สว แล้วมั้ง
จนหลังๆมา น้ำหนักเริ่มลง เบื่ออาหาร มีอาการเบื่อหน่าย
มีอาการน้อยใจในคำพูดของคนในครอบครัว ถึงขนาดร้องไห้ในห้องน้ำ 
ไม่อยากพูดกับใคร เวลาโกธรมักจะคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ แบบสั่นไปหมดทั้งตัว
แล้วพอใครทำอะไรเสียงดังๆ ก็คิดหวาดระแวงว่าสเขาประชดเขาไม่พอใจรึเปล่า?


อ่อ แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตายนะคะ 
แต่เรากลับเคยคิดว่า ถ้าพ่อตาย พ่อจะมีความสุขกว่าไหม? 

นี่คือปัญหาใหญ่ของเราค่ะ !!!!!! 


ลูกสาวบอกว่าแม่ไปหาหมอเถอะ  แม่ไม่ค่อยปกตินะ
แล้วพอดีช่วงนั้นหลานที่เป็นหมอ ก็ไลน์มาถามอาการ
หลานเลยบอกว่า น้าไปพบหมอจิตเวชนะ เดี๊ยวผมนัดให้ 
อีกอาทิคย์นึงเราก็ไปพบหมอจิตเวช 

นี่คือที่มาของการไปพบหมอจิตเวชค่ะ 


การได้คุยกับหมอจิตเวช มันคือการล้างขยะในใจเรา
ที่มันหมักหมมมาเนิ่นนานมาก
เราได้ระบายของเสียในอารมณ์ของเราออกมาจนหมดสิ้น 



เราจำได้ว่าวันนั้น เราร้องไห้หนักมาก พูดในสิ่งที่เราไม่เคยพูดกับใครออกมา
บอกความรู้สึกในใจ และความคิด ที่มันสั่งสมมายาวนานมากๆ 


การพบหมอจิตเวช เหมือนเราได้รับการปลดปล่อยจริงๆ .... 


วันนั้นหมอจ่ายยามาให้เราแล้วกลับบ้าน 


หลังออกจากห้องหมอ เราก็โทรหาลูกสาวทันทีเพราะเค้ารอฟังเราอยู่
พอลูกรับโทรศัพท์ เราร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังกับลูกเป็นครั้งแรก 

ลูกสาวเราเหมือนเค้าจะเตรียมตัวรับสภาพมนุษย์แม่อย่างเราไว้แล้ว
ลูกไม่ได้ตระหนกตกใจกับการร้องไห้แบบบ้าคลั่งของเราเลย


ลูกพูดแค่ว่า :  แม่อยากร้องก็ร้องมาเลยแม่
แม่อยากพูดอะไรแม่ก็พูดออกมาเลย
หนูรับฟังแม่ทุกคำนะ
หนูรักแม่นะ หนูรู้ว่าแม่เก่ง เดี๊ยวแม่ก็หาย 



กำลังใจดีดีแบบนี้เราควรทำตัวให้เข้มแข็ง และผ่านทุกอย่างไปให้ได้ซินะ !

นี่คือการเริ่มต้นไปพบหมอจิตเวชของเราค่ะ 

ไว้บล็อกหน้าจะมาเล่าสาเหตุของคำว่า 

ถ้าพ่อตาย พ่อจะมีความสุขกว่าไหม ?





เวลาไปหาหมอจิตเวชที่นครสวรรค์ 
พอหาหมอเรียบร้อย ก็คือต้องแวะหาของกินล่ะ
เพรานานเกิ๊น บล็อกก่อนโน้นเคยเล่าไปแล้วเนาะ 

คราวนี้ ก่อนออกจากบ้านตุนของกินไปด้วยค่ะ 
เอากล้วน้ำหว้าไป 2 ลูก แวะซื้อขนมครกที่คิดว่าอร่อยไปหนึ่งกล่อง
ระหว่ารอเรียกเข้าพบหมอ ก็แว่บไปกินในรถค่ะ 

คราวนี้ไม่แวะล่ะ เม้าท์เท็นฟาร์ม  เลยไปอีกหน่อยล่ะกัน ไม่หิวเท่าไหร่
ขับเลย สี่แยกหางน้ำสาคร แล้วยูเทิร์นกลับ เจอร้าน  เมาคลี 


ทางเข้าไปด้านหน้าดูแห้งแล้งเชียว แต่ข้างในว๊าวววว ได้ค่ะ 

ไว้บล็อกหน้าแยกทำเป็นบล็อกคาเฟ่พาเพลินดีไหมนะ? 117


































บรรยากาศดีมากเลยค่ะด้านหลัง มีสระน้ำใหญ่เชียว 
มีสัตว์หลายชนิดด้วยค่ะ  นึกในใจตอนนั้นว่า
จะพาหลานสาว(ลูกสาวของหลานชาย) ดาริญคนสวยของป้าป่านมาสักรอบ 

แล้วก็ได้พาไปแล้วค่ะ เมื่อวันพุธที่แล้ว .... 


ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายพูดคุยและส่งกำลังใจให้นะคะ
ขอบคุณไลน์ ไอคอน จากคุณญามี่ ค่ะ 


ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขในทุกๆวันนะคะ 





Create Date : 23 สิงหาคม 2565
Last Update : 23 สิงหาคม 2565 7:43:28 น. 23 comments
Counter : 1225 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณปัญญา Dh, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณกะว่าก๋า, คุณทนายอ้วน, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณkae+aoe


 
เก่งจริงจริงค่ะ
แล้วจะรออ่านต่อไปนะคะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:7:58:36 น.  

 
รูปสุดท้ายนี่ดูตาขวางๆ เล็กน้อยค่ะคุณธัญ อิอิ
มีความสุขกว่าทุกๆ วันนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:11:17:12 น.  

 
ได้แต่เอาใจช่วยให้หายไว ๆ นะครับ
ก๊วนแบดมินตันที่ผมตีเป็นประจำ มีพี่ที่ทำงานอยู่ห้องจิตเวช ผมเคยไปขอคำแนะนำแกว่า ไม่รู้เราเป็นโรคจิตหรือเปล่า ไปหาหมอดีไหม แกบอกว่าไปเลย คนเราต้องมีเรื่องมีเหตุกันทุกคน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:11:21:00 น.  

 
สวัสดรับพี่ธัญ

ดีใจที่ได้อ่านบล๊อกใหม่พี่ธัญครับ แสดงว่าพี่ธัญพอมีเวลาว่างพักผ่อนบ้างแล้ว
ผมว่าการไปหาหมอจิตเวช ก็คือการไปหาหมอเฉพาะทางธรรมดา เหมือนหมอกระดูก หมอตา แหละครับ อะไรในร่างกายเรามันก็ป่วยได้เหมือนๆ กัน หาหมอให้ถูกทางก็โอเคครับ ^^

อ่านแล้วรู้สึกยินดีมากที่ตอนที่พี่ธัญรู้สึกมีปัญหา พี่ป่าน คนที่พี่ธัญรักมากเป็นคนทักและแนะนำให้ไปพาแพทย์
คนรอบข้างที่ไม่เข้าใจบางคนกลับอายที่จะรู้สึกว่าคนข้างตัวกำลังเครียดหรือป่วย และพี่ป่านสุดยอดมาก ๆ ที่รับฟังและซัพพอตจิตใจพี่ธัญได้อย่างดี นี่แหละ สิ่งวิเศษในชีวิตพี่ธัญครับ ^^

ชอบคำว่าล้างขยะในใจครับ เชื่อเลยว่ามันต้องดีมากจริงๆ ดีกว่าแบกทุกอย่างเอาไว้
ผมอยากรู้ว่านักจิต เค้าพูดยังไงให้เรารู้สึกว่าเราสามารถพูดทุกอย่างกับเค้าได้อ่ะครับ

บางช่วงอยู่ๆ ผมก็คุมอารมณ์ไม่ได้เหมือนกันนะครับ คือจริงๆ ผมเป็นคนใจร้อน โมโหง่ายอยู่แล้ว แต่ด้วยงาน ด้วยหน้าที่ ด้วยครอบครัว ผมจะไม่ค่อยพูด โกรธก็เงียบ ไม่พอใจก็เงียบ โดนแซะโดนเปรียบเทียบก็เงียบ
จนวันนึงผมมารู้เรื่องแฟนนัดผู้ชายคนอื่นไปเที่ยวไปดูหนังในขณะที่ผมบินไปทำงานต่างประเทศให้กับเค้า พอรู้ผมโกรธมากนะ พูดดีๆ ด้วยก็ไม่พูดไม่อะไร อยู่ๆ ผมฟิวขาดคว้าอะไรได้ใกล้มือคือปาปั้ง! เข้ากำแพงไป ปรากฎคือมือถือแฟน แล้วตะโกนคำหยาบมาคำนึงที่จำไม่ได้แล้วว่าพูดไรครับ สติไม่มี สั่นไปหมดทั้งตัว พอรู้ว่าตัวเองหลุดแน่ๆ เลยเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ อยู่เงียบๆ ให้ตัวเองเย็น แต่อยู่ไม่ได้นานครับ ร้อน..... 55555

หลังจากนั้นอาการนี้จะมาเวลาอดทนจนสุดแล้ว หรือเครียดอย่างอื่นมาก่อนแล้วโดนที่บ้านอัดซ้ำ
แปลกที่ ทุกคนว่าผมซ้ำว่า ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน คิดว่ามีอำนาจเหมือนที่ทำงานหรอถึงได้ทำแบบนี้ มีแค่แฟนผมคนเดียวที่บอกว่า หาหมอไหมเราไปด้วยกัน ไม่มีอะไรหรอกเทอแค่เครียด ได้คุยกับเค้าเทอจะดีขึ้นนะ เทอเองก็ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้ใช่ไหม เออ...ผมร้องไห้เลยครับ 55555 แล้วก็หยุดไปนั่งเงียบๆ พอมาทำงานก็หาย เพราะที่ทำงานคือ Safe zone ครับ ^^
จริงๆ ผมพิมไว้มากกว่านี้แหละ แต่เกรงใจพี่ธัญต้องมาอ่าน เลยแต่นี้ดีกว่าครับ 55555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:13:43:30 น.  

 
อย่าไปคิดว่าไม่ปกติ เรื่องแบบนี้ต่างประเทศทางยุโรปไปหากันเป็นเรื่องปกติ ของไทยเราส่วนมากจะไปหาหมอดู ซึ่งก็ทายถูกบ้างผิดบ้าง บางทีทำให้ขยะในใจเพิ่มขึ้นด้วย

หาหมอดีที่สุด มันเหมือนโรคซึมเศร้า เราต้องหาหมอไม่ใช่เข้าวัด เข้าวัดมันช่วยไม่ได้ พระท่านยังพูดเลยว่าให้หาหมอ อันนี้ก็เช่นกัน

เรามองว่าด้วยสภาพการณ์ต่างๆ ของสังคมไทยในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาทำให้คนเครียดจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และควรพบหมอจิตเวช


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:14:56:31 น.  

 
ดีจังที่ทุกคยเป็นห่วง
และคุณธัญฯไปหาหมก่อน
ได้แก้ปัญ..เทขยะทิ้งทัน
ก่อนมันล้น และทำให้ตัวเราพาลสกปรก
จทไปกับขยะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:16:11:40 น.  

 
เอาจริงๆ อยากลองหาจิตแพทย์เหมือนกัน รู้สึกช่วงนี้ไม่ค่อยปกติ แต่มันก็ติดขัดในเรื่องเงินทุนด้วย ผมรู้สึกว่าราคามันสูงเลยแหละ อีกใจนึงมันก็คิดว่าเราน่าจะผ่านมันไปได้เอง ลองพยายามเองดู อืมมมม มันก็มีสิ่งที่ขัดแย้งอยู่ในใจเหมือนกัน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:16:34:17 น.  

 
บางทีน้องก็อยากหาหมอจิตเวชเหมือนกันค่ะพี่
แต่นะ.. สำหรับนุดเงินเดือน การหาหมอ
ไม่น่าเหนื่อยใจเท่าการต้องลางานและนั่งรอหมอ
ยิ่งทุกวันนี่มีทั้งต้องหาหมอปอดแล้วยังหมอเบาหวานอีก
อันไหนที่พอจะรักษาเองได้บ้างก็ข้ามไปก่อน

จากบล็อกที่เราคุยกันไว้..
พี่ว่าบางทีผู้หญิงมีเซ้นต์นะเรื่องจะถูกทิ้ง
555+ ของน้องไม่มีสัญญาณเลยค่ะ
ปุบปับมากอาจเป็นเพราะว่าเป็นรักทางไกล
แล้วสมัยนั้นน้องก็ใสๆ เลยมองโลกบวกโคตร
แต่เอาจิง ตอนนี้ก็สามารถเป็นเพื่อนไกลๆ
กันได้นะคะ แค่ไม่ต้องปฎิสัมพันธ์คุยกันไกลๆ
ก็ยังพอได้อยู่ หมายถึงถ้ามีเหตุให้ต้องคุยกันนะ

น้องอ่ะ เวลาต้องตัดสัมพันธ์กับใคร แรกๆ
จะหลอนมาก จะไม่อยากคุย ไม่อยากเห็นหน้า
ไม่อยากอ่านเรื่องราวอะไรที่เกี่ยวข้องกะเค้าหมดทุกอย่างเลยค่ะพี่
เพราะยิ่งได้รับรู้ได้ยินได้ฟังมันก็ทำให้ลืมยาก
พอมันลืมไม่ได้มันก็จะเผลอเกลียดตัวเองอ่ะพี่
ที่แบบทำไม่ได้สักที.. ถ้าต้องตัดใครออกจากชีวิต
ก็ขอให้มันขาดไปสักพักยิ่งดี เคยถึงขั้นขอร้องเค้าว่า
อย่าทักมาเลยได้ไหม ขนาดนั้นเลยพี่
แต่พอเวลาผ่านไปนานๆ ก็เหมือนจะคุยได้แหละ

ความจริงแล้วเรื่องซึมเศร้าเนี่ยะ
น้องมีความโชคดีอยู่อย่างคือ
เวลาเกิดเหตุที่ถูกใครทำร้ายจิจใจมา
ช่วงเวลานั้นน้องไม่เคยขาดเพื่อนเลยค่ะ
แม้ว่ากลุ่มเพือนจะถูกเปลี่ยนไปตามเวลา
แต่ก็ไม่เคยขาดจริงๆ เพื่อนทั้งคอยเตือนคอยด่า
และคอยปลอบ อยู่เป็นเพื่อน เรียกว่าโชคดีมากเลยค่ะ


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:17:44:30 น.  

 
เมื่อก่อนเวลาเป็นทุกข์มากๆ
คนชอบบอกไปหาพระ ไปวัด เดี๋ยวก็หาย
จริงๆผมว่ามันคนละส่วนกันเลย
เพราะบางครั้งเป็นที่ฮอร์โมน เป็นที่เคมีในสมอง
ซึ่งใช้ยาปรับได้

ผมจึงเห็นด้วยกับวิธีการที่พี่ธัญเลือก
ในการไปพบจิตแพทย์ครับ
และผลก็เป็นอย่างที่เห็นคืออาการต่างๆที่เคยมี
ก็ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ

มาดามก็ต้องกินยานอนหลับอยู่พักใหญ่เลยครับ
พบจิตแพทย์ด้วย โดยเธอก็ไม่รู้สาเหตุที่เป็น
ผมก็ไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ นอกจากรับฟัง
และพยายามเข้าใจในอาการนอนไม่หลับ
สุดท้ายพอพบแพทย์ ทุกอย่างก็ดีขึ้นจนกินน้อยลง
และแทบไม่ต้องกินในที่สุด



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:20:14:30 น.  

 
สบายกาย สบายใจ นะครับพี่


บอลแพ้อากาศติดๆกัน 4-5 วันครับ แทบแย่ กินยาแก้แพ้ เช้า - ก่อนนอน ทุกวัน พอแพ้อากาศติดๆกันไซนัสก็ถามหา ปวดหัวคิ้วหน่วงๆ อี๊กกกก แทบแย่ครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:20:37:49 น.  

 
สวัสดีครับพี่ธัญ

เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้วครับว่าการไปพบจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หรือไกลตัวอีกต่อไป
เพราะวิถีทางรักษาสุขภาพใจและกลไกวิทยาศาสตร์ภายในร่างกายที่เหมาะสมครับ

ส่งกำลังใจให้นะครับพี่ธัญ
สุขกายสุขใจทุกๆ วันนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:20:39:47 น.  

 
ผมก็ยังกินยาตามหมอสั่งอยู่ ยังลดเองไม่ได้
ถ้าไม่ได้กินยาก็จะมีอาการเครียด นอนไม่หลับ
ต้องพยายามปรับตัวอยู่ครับ เรื่องไม่ให้เครียด
ธรรมะก็พอช่วยได้ครับ แต่ก็ต้องกินยาอยู่

ตอนนี้ก็ดูแล ช่วยงานบ้านคุณพ่อคุณแม่อยู่ครับ
ส่วนพี่ชายของผม มีลูกชายกำลังเรียน ป.1
ต้องดูแลลูก และไปทำงานเป็นอาจารย์

ส่งกำลังใจให้คุณธัญด้วยครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:22:25:04 น.  

 
พี่ธัญเข้มแข็งมากค่ะ ต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปได้แน่นอน
ส่งกำลังใจให้นะคะ ... นอนหลับฝันดีค่า

รออ่านตอนต่อไปนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 สิงหาคม 2565 เวลา:23:15:13 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ธัญ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:5:25:49 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:8:23:11 น.  

 
พยายามคิดน้อยๆ ค่ะคุรธัญ
อย่าคิดมาก โลกมองผ่านสายตาเรา
จะได้ดูงดงามตามแบบของมันนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:11:56:12 น.  

 
ขอบคุณครับพี่ธัญ
งานเขียนในบล็อกเกือบทุกชิ้น
ตั้งต้นด้วยการเขียนไว้เพื่อเตือนใจตัวเองครับพี่
ถ้างานเขียนของผมทำประโยชน์ให้กับคนอ่านได้
ผมก็ยิ่งดีใจเลยล่ะครับ

ภาพในบล้อกเป็นสวนที่บ้านมาดามครับ
บางส่วนเป็นคาเฟ่แถวบ้านเธอ
แต่ภาพใบไม้ อยู่ในสวนบ้านเธอเลยครับ

การรักษาตัวกับการปฏิบัติธรรม
ควรแยกออกจากกันก่อนครับ
ส่วนที่ต้องกินยาก็ควรกิน
เพื่อปรับเคมีให้สมดุล
จากนั้นจะไปเรื่องจิตเรื่องใจอะไรก็ว่ากันไป

เวลาดูคลิปพระบอกว่าใช้ธรรมโอสถรักษาได้ทุกโรค
ฟังแล้วก็น่ากลัวครับ
เพราะถ้าอารมณ์ของผู้ป่วยยังจมดิ่งอยู่
ก็ยากที่จะปฏิบัติธรรมจนเห็นผลได้นะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:13:25:10 น.  

 
มาส่งเข้านอนค่ะคุณธัญฯ
Good night and sweet dream


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:19:49:13 น.  

 
ช่วงนี้อากาศที่กรุงเทพฯร้อนมากๆครับ อากาศร้อนมากไม่ใช่ว่าดีนะครับ แพ้อากาศได้เหมือนกันครับ ฮ่าๆๆๆ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - วัดคงคาราม โพธาราม ราชบุรี ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:20:56:54 น.  

 
สวัสดีครับพี่ธัญ

ขอบคุณมากสำหรับคอมเม้นครับ ยาวเลย แต่ผมชอบอ่านคอมเม้น เพราะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กัน อ่านเพลินเลยครับ

ดีจังเลยครับมีแลกหนังแลกซีรีย์กันอัน นี่มันม่ เพื่อนสาว พี่สาว ในคนคนเดียวกันเลย ^^

มีหลายเรื่องที่ดูเหมือนผมเลยครับ ดูแล้วพี่ธัญจะสายเกาหลีนะครับ อิอิ ผมไม่ค่อยดูเกาหลี ถ้ามันไม่มีพากษ์ไทย เพราะผมอ่านหนังสือช้าครับ อ่านไม่ทันที่มันพูด จะฟังก็ฟังเกาหลีไม่ออก 5555 ปกติดูหนังที่บ้าน ต่อให้พูดอังกฤษผมก็จะดูพากษ์ไทยครับ เพราะทำงานก็พูดอังกฤษฟังอังกฤษมาทั้งวันแล้ว พักบ้าง ถ้าต้องดูอังกฤษจริงๆ อย่างน้อยอ่านไม่ทันก็ยังฟังทัน

แม่เลี้ยงเดียวต้องเข้มแข็งมากจริงๆ ครับ ผมอาจจะไม่เข้าใจ แต่จากที่เลี้ยงหลานมา นี่ขนาดเราช่วยกันเลี้ยงหลายคน บางครั้งยังเครียดเลยว่า เราทำดีแล้วหรือยัง เราทำถูกแล้วหรือยัง ทำไมเราต้องดุเค้าด้วย เค้าจะเสียใจไหม พี่ธัญเก่ง เข้มแข็งและดีที่สุดสำหรับพี่ป่านแล้วครับ
เคยเห็นพี่สาวแชร์ข้อความว่า ลูกไม่ได้ต้องการแม่ที่ดีที่สุด แต่ต้องการแค่แม่ของเค้าคนที่รักเค้าที่สุดแค่นั้น ผมก็ว่าจริงครับ เพราะพี่ธัญเข้มแข็ง พี่ป่านถึงโตมาอย่างเข้มแข็งเหมือนกันเลย

เรื่องจิตแพทย์ว่าเค้าถามอะไร....เราจริงๆ ถ้าเค้าถามผม คำตอบของผมคือ "ไม่มี" นะครับ 55555 เพื่อนเคยถามผมแบบนี้เหมือนกัน ผมก็ตอบว่า ไม่มี ไม่มีอะไร กุไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หายไปเอง

จริงๆ แล้วก็มีแค่ครอบครัวแหละครับที่เราแคร์ พอแคร์มากก็มีเครียดได้มาก
ผมเองก็แคร์คนที่ผมรักครับ แคร์มากก็หวังมาก ก็ผิดหวังได้มาก หลังๆ เลยไม่หวัง ชิลๆ ไปครับ

มีความสุข เทคแคร์เช่นกันครับพี่ธัญ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:22:48:28 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ธัญ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 สิงหาคม 2565 เวลา:5:21:55 น.  

 
เชียงใหม่เช้านี้ตกหนักเลยครับพี่ธัญ
ผมตื่นตี 5 ก็ตกหนักแล้ว
จนไปส่งหมิงเสร็จ 8 โมงก็ยังตกอยู่
แถมด้วยรถติดหนักทั้งเมืองเลยครับ
เช้านี้ใช้เวลาส่งหมิงไปโรงเรียนเกือบ 2ชั่วโมงครับ 555

สวนที่บ้านอีกหลังตอนนี้ก็ยาวจะถึงเอวแล้วครับ 555
เจอฝนเข้าไปไม่กี่ครั้งหญ้าก็เจริญงอกงาม
โตเร็วจริงๆครับ
ตัดแทบไม่ทันเลย




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 สิงหาคม 2565 เวลา:10:25:14 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณธัญ
ขอบคุณที่แวะไปคุยกันนะคะ
ที่ทำอยู่ในปัจจุบันอย่าที่เล่าให้ฟังดีแล้วค่ะ
ป.ล. แก่ตัวแล้วดื้อทุกคนค่ะระวังลูกเบื่อนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 25 สิงหาคม 2565 เวลา:14:46:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tanjira
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




บางเรื่องราว...
ผ่านเข้ามาให้เราแค่จำไว้เพียงสิ่งดีดี
อาจมีบางครั้งทำให้เราเสียน้ำตา...
แต่เชื่อเถอะว่า...
ไม่นานทุกอย่างก็ผ่านไป เป็นอดีต




Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2565
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 สิงหาคม 2565
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanjira's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.