ถ้าขจัดความกลัวออกไปได้ ไม่นานความสำเร็จก็จะตามมา

<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 พฤศจิกายน 2555
 

นิยายอดีตรักเหมืองป่า บทที่ 30


กรุงเทพฯ กับการเดินทางเข้ามารอบที่ 2 เพื่อต้องการมาศึกษาหาความรู้ ควบคู่ไปกับการทำงานของผมกับสาวบัว มองผิวเผินก็เหมือนทุกอย่างในกรุงเทพฯยังคงปรกติ การสัญจรในเมืองหลวงทุกโมงยามยังคงเป็นไปด้วยความเร่งรีบ รถราและผู้คนยังจอแจเนืองแน่น แม้ผมจะไม่ชอบเที่ยวกลางคืน แต่ผมก็รู้ว่าตามสถานบันเทิงต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลยังคงครึกครื้น การประกอบอาชญากรรมที่มักเกิดขึ้นในยามค่ำคืนยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ดุจดังว่า ถึงอย่างไรกรุงเทพฯยังคงเป็นเมืองฟ้าแดนวิมานของคนบ้านนอกคอกนาอยู่อย่างนั้น!

จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่า เภทภัยอันใหญ่หลวงและต่อไปก็จะกลายเป็นรอยด่างของประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกหน้าหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นที่นั่นแล้ว เหมือนพายุฝนที่กำลังตั้งเค้าทะมึนอยู่ริมขอบฟ้าไกลโพ้น รอเวลาพัดเคลื่อนและโหมกระหน่ำทำลายสิ่งกีดขวางให้พังราบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา

2 ตุลาคม 2519
นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศน.ท. พร้อมตัวแทนกลุ่มแนวร่วมต่าง ๆ จำนวน 10 คน เข้าพบ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี เพื่อขอคำตอบกรณีพระถนอม ซึ่งบวชเป็นสามเณรมาจากสิงค์โปได้ลอกคราบกลายเป็นพระภิกษุปักหลักอยู่ที่วัดบวรฯ และภายหลังการเข้าพบดังกล่าว เลขาธิการ ศน.ท. แถลงว่า นายกฯไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน ว่าจะให้พระถนอมออกนอกประเทศเมื่อใด ดังนั้นกลุ่มพลังต่าง ๆ ก็จะเคลื่อนไหวกันต่อไป และจะขยายวงออกไปอย่างกว้างขวาง วันที่ 4 ตุลาคม ก็จะเรียกร้องให้มีการชุมนุมกันที่ท้องสนามหลวง

ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในขณะนั้น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชนประมาณ 400 คนเดินทางไปให้กำลังใจญาติวีรชน 14 ตุลา 2516 ที่อดอาหารประท้วงพระถนอม ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ต่อต้านคือพวกนวพลและหน่วยกระทิงแดงประมาณ 20คนใช้เครื่องขยายเสียงโจมตีแล้วขับรถผ่านไป ส่วนผู้มาให้กำลังใจยืนยันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 แล้วสลายตัว

ที่เชียงใหม่ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่หยุดเรียนและเดินขบวนไปชุมนุมที่สนามท่าแพ และออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลแก้ไขกรณีพระถนอมโดยเร่งด่วน

ที่นครปฐม แนวร่วมประชาชนนครปฐมออกแถลงการณ์โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบิดเบือนคดีการสังหารสองช่างไฟฟ้าที่ออกติดโปสเตอร์ต่อต้านพระถนอม ทั้งๆที่หลักฐานจากพยานหลายปากยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจนำบุคคลทั้งสองไปซ้อมที่สถานีตำรวจภูธรนครปฐม โดยมีนายตำรวจระดับสารวัตรร่วมด้วย จึงขอให้รัฐบาลเร่งจับกุมฆาตกรมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

และเหตุการณ์สำคัญสำหรับวันนั้นอีกอย่าง ก็คือ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หยุดสอบประท้วง


3 ตุลาคม 2519 ฝ่าย ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศยืนยันให้นักศึกษาเข้าสอบไล่ ภาคที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2519 หากผู้ใดไม่เข้าสอบถือว่าขาดสอบ

และภายในเวลา 11.30 น. ของวันเดียวกัน ญาติวีรชนที่อดข้าวประท้วงรัฐบาลกรณีพระถนอม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ได้ย้ายสถานที่ประท้วงจากหน้าทำเนียบรัฐบาลเข้าไปอยู่ในลานโพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกและถูกก่อกวนจากกลุ่มต่างๆ

4 ตุลาคม 2519
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงเช้ามีการสอบวิชาภาษาไทยของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคณะ แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าห้องสอบ หากแต่กลับรวมตัวชุมนุมกันที่ลานโพประมาณ 500 คน มีการอภิปรายกรณีพระถนอมและการฆาตกรรมช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐม ช่วงเที่ยงชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร แสดงละครสะท้อนเหตุการณ์สังหารช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้แสดงเป็นผู้ถูกแขวนคอคือ นายอภินันท์ บัวหภักดี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 และ นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 4

14.00 น. ดร.ป๋วย อึ๊งภาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาห้ามนักศึกษามิให้ชุมนุมกัน เพราะเป็นอุปสรรคต่อการสอบไล่ของนักศึกษา ดร.ป๋วย กล่าวว่า การชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครั้งนี้ เมื่อเจรจากันดี ๆไม่รู้เรื่อง ก็จะขอให้ตำรวจมาจัดการ เพราะไม่ได้ขออนุญาต

14.45 น. การชุมนุมที่ลานโพยุติชั่วคราว นักศึกษาทั้งหมดเข้าไปประชุมในห้อง เอ.ที. คณะเศรษฐศาสตร์ แล้วมีมติว่าให้งดสอบ

15.30 น. ฝูงชนชุมนุมประท้วงพระถนอมที่สนามหลวง มีประชาชนเข้าร่วมหลายหมื่นคน ตัวแทนของ ศนท.ขึ้นกล่าวโจมตีว่า รัฐบาลอ่อนแอและสมยอมกับพระถนอม ส่วนเรื่องแขวนคอที่นครปฐม ทั้งที่รู้ว่าใครคือฆาตกรก็ไม่สามารถจับตัวมาลงโทษได้ แสดงให้เห็นว่ากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย

17.30 น. นายสมศักดิ์ มาลาดี จากกลุ่มกระทิงแดง พร้อมด้วยนักเรียนอาชีวศึกษากลุ่มประชาชนรักชาติประมาณ 50 คน พูดโจมตี ศนท.ผ่านเครื่องขยายเสียง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวออกไป

19.30 น. นายสุธรรม แสงประทุม ประกาศเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมจากสนามท้องหลวงเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"... เราจึงย้ายเข้าไปในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด สามารถดำเนินการรักษาความปลอดภัยได้ง่ายกว่า เราย้ายเข้าไปอย่างสงบ ที่จริงแล้วเราไม่ได้ทำอะไรไปโดยพลการ เราไม่ได้ตั้งกองกำลังเอาไว้ตอบโต้หรือรุกรานใคร แต่เรามีอาสาสมัครของเรากลุ่มหนึ่ง เข้าทำงานรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและผู้รักความเป็นธรรมที่มาชุมนุมข้ามคืนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างมีขั้นตอนและมีการประชุมชี้แจงอย่างรอบด้าน เน้นหนักการป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้น ไม่มีปืนผาหน้าไม้ที่จะสู้รบกับใครเลย จะมีก็คงเป็นปืนพกไม่กี่กระบอกที่นักศึกษาบางคนมีติดตัวและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย..."

20.00 น. นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศนท.และตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางไปพบ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกฯ เพื่อสอบถามว่าจะนิมนต์พระถนอมออกจากประเทศไทยเมื่อใด และจะจับฆาตกรช่างไฟฟ้าที่นครปฐมได้หรือไม่

21.30 น. ดร.ป๋วย อึ๊งภาภรณ์ ออกแถลงการณ์สั่งปิดมหาวิทยาลัย โดยความเห็นชอบของนายกสภา มธ. ดร. ประกอบ หุตะสิงห์

รายละเอียดของความเลื่อนไหวทั้งหมดนี้ ผมเพิ่งมารับทราบภายหลังเหตุการณ์ปิดล้อมสังหารผู้ไม่มีทางสู้อย่างน่าละอายผ่านพ้นไปแล้วหลายวัน แม้ตอนหัวค่ำของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ผมจะไปร่วมสำแดงพลังต่อต้านอำนาจเผด็จการที่บริเวณสนามฟุตบอลในธรรมศาสตร์กับเขาด้วย แต่ผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดดังกล่าวมาก่อน

ซึ่งก็คล้าย ๆ กับพี่น้องประชาชนคนอื่น ๆ ที่มาร่วมชุมนุมเพราะความไม่พอใจในพฤติกรรมของพระถนอมเช่นเดียวกัน

เพราะในระหว่างนั้น ทั้งผมและสาวบัวยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติ เช้าก็ไปทำงาน เย็นกลับบ้าน เราไม่มีโทรทัศน์ดูข่าว วิทยุก็ยังไม่ได้ซื้อ หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์ ผมก็อ่านลวก ๆ คล้ายกับไม่อยากสนใจ และส่วนมากข่าวด่วนต่าง ๆ จะรู้มาจากที่ทำงานเหมือนกันทั้ง 2 คน

ที่ทำงานของสาวบัวมีการจดทะเบียนลูกจ้างขึ้นตรงต่อกรมแรงงาน มีสมาพันธ์ฯ และอะไรต่อมิอะไรยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องหลายอย่าง แต่ในที่ทำงานของผมมีแต่น้ำจิตน้ำใจเท่านั้นที่ผูกพันกันเหมือนญาติ พอมีข่าวการเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นที่หน้าจอทีวี เฮียเส้งก็จะตะโกนเรียกมาจากหน้าร้านให้ผมรีบไปดู

"ท่าทางจะยุ่งกันใหญ่" เฮียเส้งมีสีหน้าวิตกกังวล "แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เหมือนไม่ใช่คนไทยด้วยกัน"

"อำนาจเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากได้" เตี่ยพูด ขณะยืนดูข่าวในจอโทรทัศน์ด้วยกัน "เป็นห่วงก็แต่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะพลอยบาดเจ็บล้มตายไปด้วยเท่านั้น"

ผมไม่รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินเตี่ยพูดอย่างนั้น เพราะรู้ว่าเตี่ยมองสิ่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง-ไม่ผิวเผิน แต่ถึงกระนั้นผมก็อดแสดงความคิดเห็นไม่ได้ว่า "ถ้าไม่มีนักศึกษาและประชาชนบางส่วนลุกขึ้นมาต่อต้าน อำนาจเผด็จการก็คงจะหวนกลับมาอีก เตี่ยว่าจริงไหม?"

"อ๋อ- -แน่นอน พวกเขากำลังต้องการจะได้อำนาจคืน" เตี่ยเห็นด้วย แต่ก็ให้ข้อคิดว่า "ฝ่ายต่อต้านก็น่าจะรู้จังหวะการรุกไล่ บุ่มบ่ามไปก็เสียเปรียบ ตอนนี้มวลชนจัดตั้งของเขาเต็มไปหมด ประชาชนกำลังสับสน ควรหยุดพักชั่วคราว หรือไม่ก็คิดหาแนวทางต่อสู้วิธีอื่น โอกาสดี ๆ รออีกร้อยปีก็ยังไม่สาย"

ข่าวของวันนั้นจบลงที่กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันตักบาตรที่บริเวณลานโพ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆเริ่มเคลื่อนขบวนเข้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบกับทุกสถาบันประกาศงดสอบ หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ตีพิมพ์ภาพข่าว โดยกล่าวหาว่า การแสดงละครที่ลานโพเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เลิกงานวันนั้น ผมกลับถึงห้องพักก่อนสาวประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อน ๆ ที่เรียนอาชีวะและเรียนรามฯ ยกโขยกกันมาหาผมเป็นแถว และมีคนหนึ่งชักชวนขึ้นว่า

"เดี๋ยวมึงไปธรรมศาสตร์กับพวกกูด้วยนะ ไปแสดงพลังเพื่อชาติบ้านเมืองเสียบ้าง"

ผมเองแม้ไม่ใคร่ฝักใฝ่การเมืองสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความรังเกียจในพฤติกรรมของพระถนอม ก็ได้พยักหน้าตกลงไปทันที แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าผมคิดจะกลับตอนไหนก็กลับได้ ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น

"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง มึงจะไปจะมาเมื่อไหร่ ตามสบาย-ไม่มีใครห้ามมึงหรอก"

"ถ้าอย่างนั้นพวกมึงล่วงหน้าไปก่อน เดี๋ยวกูค่อยตามไป ขอเวลารอพบแฟนเสียก่อน" ผมบอกพวกเขา

หลังจากนั้นสักครู่ใหญ่ ๆ สาวบัวก็กลับจากที่ทำงานมาถึง หล่อนไม่ขัด เมื่อรู้ว่าผมจะไปร่วมชุมนุมกับเขาที่ธรรมศาสตร์ เพียงแต่ถามว่า จะกลับตอนไหน?

"คงไม่เกินสามทุ่ม เพราะพรุ่งนี้ที่ร้านมีงานรออยู่หลายชิ้น"

"ระวังตัวด้วยนะ" สาวบัวมีสีหน้าไม่สู้ดีอย่างเห็นได้ชัด

"คนอย่างไอ้เสือนุ้ย ไม่เป็นอะไรกับเขาง่าย ๆ หรอก ไม่ต้องเป็นห่วง"

พูดแล้วผมก็ตรงเข้ากอดและหอมแก้มหล่อนทั้งสองข้าง ปลุกปลอบหล่อนให้คลายกังวล โดยมิได้ล่วงรู้เลยสักนิดว่า นั่นคือการแสดงความรักต่อหญิงหม้ายจากบ้านป่าเมืองไกลที่ผมรักหล่อนอย่างสุดชีวิตจิตใจในครั้งนั้น จะเป็นครั้งสุดท้าย

เพราะหลังจากนั้น ผมก็เดินออกจากห้องพักและจากหล่อนมาด้วยพลังจิตใจมุ่งมั่นที่จะออกไปสำแดงความรักชาติกับเขาสักครั้ง มันก็เป็นความภาคภูมิใจที่บังเกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างรู้สึกได้ แต่จะเฉลียวใจสักนิดว่า ชีวิตหนึ่งซึ่งเป็นที่รักของผมกำลังจะลาลับไปภายในค่ำคืนนี้ ไม่มีเลย

****************************************



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2555 19:36:21 น. 0 comments
Counter : 662 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

หลวงเส
 
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add หลวงเส's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com