ถ้าขจัดความกลัวออกไปได้ ไม่นานความสำเร็จก็จะตามมา

<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 พฤศจิกายน 2555
 

นิยายอดีตรักเหมืองป่า บทที่ 29






"บัว- - ผมได้งานแล้ว"

ที่รักของผมหันมามองผมแล้วหัวเราะคิก ก่อนจะก้มถอดรองเท้าและหยิบไปวางบนชั้นวางริมผนังด้านในติดกับบานประตู แล้วหันมาจ้องผมตาแป๋วอีกครั้ง

"ตกลงจะไปอยู่กับรถขายน้ำปลาจริง ๆ หรือ?" พูดพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ผมจึงจับไหล่ของหล่อนสองข้างบีบและเขย่าเบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้ตั้งสติเสียใหม่ ถ้าไม่อย่างนั้นหล่อนก็จะยอกย้อนแก้เผ็ดผมอีก เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อกลับจากหางานทำ ผมจะแกล้งบอกหล่อนว่าได้งานแล้วทุกครั้ง

สาวบัวจ้องหน้าผมเหมือนกำลังจะอ่านเกมส์ว่า วันนี้จะมาไม้ไหนอีก

"ผมพูดจริงนะ"

"ก็พูดจริงทุกวันนั่นแหละ" หล่อนว่า

"แต่วันนี้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์" ผมย้ำ "ประเดี๋ยวเราจะออกไปฉลองกัน เมื่อตอนเที่ยงผมแวะไปสั่งหมวยเกี๊ยให้บอกไอ้สนไว้แล้ว เราจะออกไปหาอะไรกิน...แล้วก็ดูหนังกันสักรอบ พรุ่งนี้วันอาทิตย์ บัวไม่ต้องไปทำงานไม่ใช่หรือ?"

"นุ้ยพูดจริงหรือนี่" สาวบัวตรงเข้าโอบกอดผมอย่างดีใจ "ว่าแต่งานอะไรจ๊ะ?"

"ช่างทำบล็อก" ผมตอบ

"ช่างทำบล็อก...อืม...ม" หล่อนคลายวงแขน...แต่มือสองข้างยังจับแขนผมไว้ พร้อมกับจ้องมาที่ใบหน้าผมอย่างสงสัย "เขาทำกันยังไง? บัวไม่เคยได้ยิน"

"ผมก็เหมือนกัน" ผมยิ้ม "เคยรู้ แต่ไม่เคยเห็น และไม่เคยทำ ฮา ฮา"

"ว่าแล้วเชียว" ที่รักของผมค้อนขวับ

ผมสูดปากร้องโอ้ย... เมื่อรู้สึกว่าต้นแขนข้างหนึ่งโดนเหน็บอย่างแรง

สาวบัวหัวเราะ ก่อนจะหยุดฟังผมพูดอีก...

"ผมพูดจริงนะ สาบานได้... ผมได้งานทำบล็อกแล้วจริง ๆ เพียงแต่แรก ๆ ก็ต้องไปฝึกหัดกับเขาเสียก่อน... ก็เหมือนกับบัวนั่นแหละ เคยเย็บผ้ากับจักรธรรมดา แต่จักรโรงงานหรือจักรอุตสาหกรรม ก็เพิ่งเคยหนนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?"

คราวนี้สาวบัวพยักหน้า ยิ้มชื่น "นึกว่าหลอกให้ดีใจเล่นเสียอีก"


ตึกร้านเกรียงศิลป์ เป็นตึกแถวเก่าแก่ น่าจะย้อนไปถึงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประตูด้านหน้าเป็นประตูไม้ติดบานพับแบบโบราณ เปิดกว้าง และพับเก็บทั้ง 2 ด้าน ยึดไว้กับฝาผนังด้านข้าง พื้นที่ด้านในมีความกว้างราว ๆ 4 เมตร แต่ลึกไปด้านหลังเกิน 20 เมตร ด้านหน้าเป็นห้องรับงานลูกค้า และโชว์ของ มีตู้กระจกโชว์บล็อกต่างเรียงไว้เป็นแถว ลึกเข้าไป 4 เมตร มีผนังเก่า ๆ กั้นไว้ชั้นหนึ่ง มีกรอบภาพบรรพบุรุษหญิง-ชายขนาด 20 นิ้ว ซึ่งเป็นภาพถ่ายเก่าแก่แขวนอยู่ 2 ฉาก ประตูที่เปิดทะลุไปด้านหลัง อยู่หลังโต๊ะบัญชีของอาแปะ- เตี่ยของเฮียเส้ง ผู้ซึ่งมีพระคุณต่อผมอย่างใหญ่หลวง

ผมเริ่มงานวันแรกด้วยการฝึกเรียงตัวอักษรเพื่อทำแม่แบบอัดบล็อกตรายาง วิธีเรียงก็เหมือนกับพวกช่างเรียงของโรงพิมพ์เขาทำกัน เพียงแต่ของผมเรียงมัดละไม่มากเหมือนของเขา บางมัดก็เพียงคำว่า "จ่ายแล้ว" หรือไม่ก็ "สำเนาถูกต้อง" ซึ่งเรียงได้ง่าย แต่ถ้าเป็นมัดใหญ่ ๆ เหมือนอย่าง ชื่อ-ที่อยู่ ของห้างร้านต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่สามสี่บรรทัด ก็ค่อนข้างจะยากสำหรับมือใหม่อย่างผมสักหน่อย เพราะถ้าเรียงเสร็จและมัดไม่ดี เมื่อนำไปวางลงบนแผ่นเม็กกาไลท์แล้วรมไฟร้อนเพื่อสร้างแม่แบบมันก็จะเอียง หรือไม่ก็ล้มใช้การไม่ได้

"ลื้อต้องค่อย ๆ ฝึกนะ - -อาตี๋ ของแบบนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป..." เตี่ยของเฮียเกรียง ซึ่งต่อมาผมก็เรียกแกว่าเตี่ยเหมือนกัน คอยยืนกำกับ พร้อมทั้งแนะนำขั้นตอนและเทคนิคต่าง ๆ ให้ผมอย่างใจเย็น... "ต้องหมั่นสังเกตและจดจำขั้นตอนของมันให้ดี การทำของแบบนี้ลัดขั้นตอนนิดเดียวก็เจ๊งเลย ต้องทำใหม่ เสียทั้งเวลา แล้วก็ขาดทุนด้วย ลื้อต้องพยายามสักหน่อย ต่อไปเมื่อลื้อทำเป็นและได้เป็นนายช่างแล้ว ลื้อก็สบาย ไปทำมาหากินที่ไหนก็ได้ เพราะมันจะเป็นความรู้ติดตัวลื้อไปได้จนตาย "

"ครับเตี่ย" ผมยกมือไหว้ท่านด้วยความซาบซึ้งในพระคุณ

และตัวผมนั้น ก็เหมือนมีพรสวรรค์ทางด้านนี้อยู่บ้าง งานทุกชิ้นที่เตี่ยสอนผมใช้เวลาแค่วันสองวันก็เป็นหมด จนกระทั่งเตี่ยและเฮียเส้งพากันแปลกใจไปตาม ๆ กัน ยิ่งเจ๊หงส์ พี่สาวของเฮียเส้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

"ลื้อต้องอยู่กับเตี่ย กับอาเส้ง ให้นาน ๆ นะอาตี๋" เจ๊หงส์พูดกับผมอย่างคาดคั้น... เพราะเมื่อก่อนก็เคยมีคนมาสมัครงานที่นี่แล้วหลายราย แต่พออยู่ไป ๆ จนกระทั่งรู้งานก็มักจะหนีออกไปอยู่ที่อื่นเสียทุกคน ทำให้เตี่ยน้อยใจจนไม่อยากจะรับใครมาเป็นลูกจ้างอีกเลย

"เราอุตส่าห์สอนงานให้มัน พอเป็นกันแล้ว แทนที่มันจะอยู่ช่วยเรา กลับหนีไปขายวิชาให้คนอื่น โอ้ย- -มันน่าเจ็บใจ" เจ๊หงส์บ่นให้ฟัง

"คุณก็เหมือนกัน" เฮียเส้งพูดกับผมบนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยง ภายในร้าน ซึ่งเราร่วมรับประทานด้วยกันทั้งสี่คน ... "มีอะไรหนักใจก็บอก อย่าเก็บไว้ เรื่องค่าโรงค่าแรงก็เหมือนกัน ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราไม่เอาเปรียบคุณหรอก"

"จริง ๆ นะ" เจ๊หงส์ เสริมขึ้น "เรื่องห้องพักด้วย... ห้องพักของคนงานบนเล่าเต้งก็ว่างอยู่ห้องหนึ่ง ลื้อกับแฟนจะย้ายมาพักกับเราที่นี้ก็ได้ ไม่ต้องเปลืองค่าเช่า"

"ขอบคุณครับ- เจ๊" ผมยกมือไหว้ พร้อมกับนึกในใจว่านี่กูฝันไปหรือเปล่า? ก็ไหนเขาว่าคนกรุงเทพฯ คบไม่ได้ไง? แต่นี่มันไม่ใช่นี่หว่า? แล้วผมก็พูดกับทุกคนว่า "รอให้ถึงตอนเข้าเรียนศึกษาผู้ใหญ่เสียก่อน ถ้าเผื่อค่าใช้จ่ายสูงขึ้นผมกับแฟนก็จะย้ายมาครับ"

"อ้อ - -ดี ๆ" เตี่ยยิ้ม และพูดว่า "ตั้งแต่แม่ของอีพวกนี้เสียไปเมื่อสองปีก่อน พวกเราสามคนก็อยู่กันอย่างเหงา ๆ ถ้าได้พวกลื้อสองคนผัวเมียมาอยู่ด้วย ก็น่าจะดี จะได้เป็นเพื่อนกัน"

ผมฟังเตี่ยพูดจบก็เหมือนจะรวบช้อนและวางจานข้าว เพราะมันตื้นตันและอิ่มอกอิ่มใจจนกินไม่ลง นึกถึงพวกลูกจ้างคนก่อน ๆ ก็รู้สึกแปลกใจ พวกเขาเจอนายจ้างที่แสนดีอย่างนี้ แล้วยังจะดิ้นรนไปไหนอีก?

ผมสงสัยเหลือเกิน

"เตี่ยครับ อย่าว่าผมคิดยังโง้นยังงี้เลยนะครับ" ผมพูด "ผมเห็นพวกเตี่ยเป็นผู้มีน้ำจิตน้ำใจถึงขนาดนี้ แล้วทำไม พวกลูกจ้างคนก่อน ๆ อยู่กันไม่ได้ละครับ"

"ไม่มีอะไรน่าสงสัยหรอกคุณ" เฮียเส้ง หันมาพูดกับผม "ส่วนมากพวกที่มาสมัครงานที่นี่จะเป็นคนหนุ่มเหมือนคุณนี่แหละ แต่นิสัยใจคอน่ะผิดกัน พวกเขาชอบเที่ยวดึก ๆ ดื่น ๆ บางวันมาทำงานก็นั่งหลับ บางคนก็เบิกเงินล่วงหน้าไปใช้จนหมด พอสิ้นเดือนเงินค่าแรงไม่เหลือ ก็เบิกอีก กลายเป็นดินพอกหางหมู... เลยทำตัวลำบาก ทั้งที่เราก็พยายามตักเตือนด้วยความหวังดีอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นผล..."

"เขาทำตัวเขาเองนะ- -อาตี๋เอ้ย ที่นี่ไม่มีใครเขาใจดำกับมันหรอก แต่มันคงนึกละอาย ก็เลยหนีไปเสีย บางคนเบิกเงินจนติดลบ แล้วก็เบื่อที่จะมาทำงาน แต่อั๊วสังเกต- -ท่าทางลื้อจะไม่เป็นอย่างนั้น..."

"แน่นอนครับ-เตี่ย ผมจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด"

ผมตอบออกไปอย่างโล่งใจ... และมั่นใจว่าผมเลือกงานไม่ผิดแล้ว


อีก 2 วันจะสิ้นเดือน สาวบัวบอกผมว่า ค่าแรงงานของหล่อน 1 8 วันในเดือนนี้ หล่อนจะไม่ได้รับ แต่เขาจะนำไปรวมเข้าด้วยกันกับค่าแรงเดือนหน้า เรียกว่าเงินตกเบิก ส่วนผมนั้นยังไม่รู้ออกหัวออกก้อย เพราะไม่เคยสนใจถาม เช้าขึ้นมา... ก็นั่งรถเมล์มาพร้อมกับสาวบัว มาถึงร้าน ก็ดึงใบสั่งงานที่เจ๊หงส์นำมาเสียบไว้กับเหล็กเสียบปลายแหลมที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะทำงานของผมขึ้นมาดู เรียงลำดับก่อนหลังเสร็จแล้วก็ลงมือทำ ถ้าเป็นงานบล็อกโรงพิมพ์ก็รอฟิล์มเนกกาทีฟ จากเฮียเส้ง เพราะการทำอาร์ตเวิร์คและถ่ายแบบเป็นหน้าที่ของแก ผมเพียงแต่เอาฟิล์มนั้นมาแปะกับแผ่นสังกะสีกัดบล็อก แล้วถ่ายแสง และล้างน้ำกรดเท่านั้น

เตี่ยชมว่าผมอัดบล็อกได้ดี พวกลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์บอกว่า "บล็อกคม" พิมพ์งานออกมาคมชัด

"ลื้อเข้าขั้นช่างฝีมือแล้วว่ะ- -อาตี๋ เก่งจริง ๆ มะรืนนี้สิ้นเดือน เตี่ยจะจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ลื้อเต็มเดือนไปเลย" เตี่ยพูดกับผมอย่างเอาอกเอาใจ

"ไม่ต้องให้ผมเยอะขนาดนั้นหรอกครับ" ผมพูดกับเตี่ย "คิดไปตามจำนวนวันดีกว่าครับ แล้วอีกอย่าง เตี่ยก็เป็นคนสอนงานผม ถ้าผมจะไม่รับค่าจ้างเดือนนี้ ผมคิดว่ามันน่าจะเข้าท่ากว่านะครับ"

"เฮ่ย - - ลื้อก็ทำประโยชน์ให้อั๊ว ของแบบนี้มันต้องถั่วกัน ลื้อได้บ้าง อั๊วได้บ้าง มันถึงจะอยู่กันได้"

ผมมาเป็นลูกจ้างแกะบล็อกพิมพ์และบล็อกตายางที่ร้านเกรียงศิลป์ผ่านมาแล้ว 12 วัน เหลืออีก 2 วันจะถึงวันสิ้นเดือน และผมก็ได้สังเกตว่า ที่ร้านมีงานเข้ามาให้ทำติดต่อกันทุกวัน มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่โอกาส แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั้ง เตี่ย เจ๊หงส์ และเฮียเส้ง ยังคงมีความเป็นอยู่อย่างธรรมดา ไม่ร่ำรวย เพราะเหตุว่าบุคคลทั้งสามเป็นผู้มากน้ำใจ ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า และไม่มีความทะเยอทะยาน

"เตี่ยทำบล็อกเองก็เป็น ตึกหลังนี้ก็เป็นของเตี่ย ไม่ต้องเช่า ทำไมไม่คิดตั้งโรงพิมพ์เสียเองละครับ ผมเห็นโรงพิมพ์เขาก็งานเยอะเหมือนกันนี่?" ผมแกล้งถาม

"อาตี๋เอ้ย- - ความสุขของคนเรามันอยู่ที่ความพอใจ-เตี่ยจะบอกให้ เห็นช้างขี้ก็คิดจะขี้ตามช้าง แล้วจะหาความสุขได้ที่ไหน เพราะคนที่คิดแบบนั้น มันก็อยากได้ไปเรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด เตี่ยไม่เอาด้วยหรอก... อยู่อย่างนี้ก็สบายแล้ว อีกหน่อยพอแฟนของอาหงส์กลับจากญี่ปุ่น พวกเขาก็จะแยกไปทำอาชีพของเขาที่อื่น ทีนี่เหลือเตี่ยกับอาเส้งอยู่กันสองคน ก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนอะไร แม้อนาคตอาเส้งมันจะมีลูกเมีย พวกเราก็จะอยู่ด้วยกันที่นี่ได้อย่างสบาย อย่างน้อยเราก็มีบ้าน งานการมีทำ หามาได้ก็เก็บออมไว้หาหมอเวลาเจ็บไข้ไม่สบายบ้างนิดหน่อย หรือเก็บไว้ให้ลูก ๆ ได้ใช้จ่ายตอนเล่าเรียนหนังสือ แค่นั้นก็พอแล้ว"

แม้ในเวลาต่อมาเหตุการณ์ได้พลิกผัน ทำให้ผมอยู่ใกล้ชิดกับเตี่ยได้ไม่นาน แต่ต้นแบบการดำเนินชีวิตสมถะของเตี่ย ก็ทำให้ผมได้จารึกจดจำไว้ในจิตใจอย่างไม่มีวันลืม

ชั่วชีวิตคนเราไม่มีอะไรจะวิเศษและควรคู่ไปกว่าสิ่งนี้อีกแล้ว

สมถะ พอเพียง !

มนต์คาถาที่จะนำพาทุกผู้คนไปสู่ความสุขสงบในชีวิตอย่างแท้จริง

***************************************



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2555 19:09:02 น. 0 comments
Counter : 631 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

หลวงเส
 
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add หลวงเส's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com