ถ้าขจัดความกลัวออกไปได้ ไม่นานความสำเร็จก็จะตามมา

<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
24 พฤศจิกายน 2554
 

นิยายอดีตรักเหมืองป่า บทที่ 19



ขอบใจนะที่เตือน" สาวบัวหน้าแดงซ่าน "ตอนพาลูกสาวไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันได้ปรึกษาหมอแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้บอกให้นุ้ยรู้เท่านั้น"

"ดีแล้วแหละ - บัว" ไอ้บองหลาพยักหน้าพลางยิ้ม "กว่าไอ้นุ้ยจะได้กลับไปเรียนต่อ ก็เหลือเวลาอีกเกือบปี ขืนเอ็งท้องไส้ขึ้นมาเสียก่อนก็ยุ่งตายห่า"

นับจากเรื่องซื้อทองในครั้งก่อน ก็มาถึงเรื่องนี้อีกเรื่อง ที่ทำให้ผมรู้สึกทึ่งในตัวสาวบัวมากขึ้น หล่อนรอบคอบและคิดการไกลอย่างน่านับถือ


หล่อนไม่เคยแพร่งพรายให้รู้เสียก่อนสักเรื่อง ซึ่งก็คงไม่เกี่ยวกับจะทำเซอร์ไพรส์หรือไม่อย่างไร เพราะหล่อนคงไม่ต้องการความโอ่อ่าอย่างนั้นแน่นอน และนับจากวันนั้นผมก็หอบสัมภาระมากินอยู่กับหล่อนที่ทับของลุงท องเสียเลย

ย่างเข้าเดือนพฤศจิกายนฝนเริ่มห่างเม็ดและหายไปจากผืนป่า ลมหนาวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือพัดหอบความหนาวเย็นเข้ามาแทน ต้นไม้ กอไผ่ ส่ายเอนไหวโยกเมื่อต้องกระแสลม ท้องฟ้ายามค่ำโปร่งโล่งปราศจากเมฆหมอก ดวงดาวน้อยใหญ่สาดกระจายเต็มท้องฟ้าทุกคืนค่ำ ตอนหัวรุ่งพวกชาวเหมืองต้องตื่นขึ้นมาก่อไฟผิงเรียกความอบอุ่นใ ห้ร่างกายกันทุกวัน น้ำในลำธารที่วักขึ้นมาล้างหน้าตอนเช้าเย็นจัดเหมือนน้ำแข็ง กระทั่งได้ลงมือทำงาน ขุดคุ้ยกระสะหรืองัดก้อนหินก้อนใหญ่ ๆ ให้เคลื่อนไปจากกระสะแร่ในหน้าเหมืองตอนสาย ๆ กันสักก้อนสองก้อนเสียก่อนนั่นแหละร่างกายจึงชุ่มโชกไปด้วยเหงื ่อกันอีกครั้ง

ระหว่างนี้พวกเรามีโชค ขุดเจอสายแร่ในหน้าเหมืองมาตลอด แต่ทว่าทุกครั้งที่ออกไปขายแร่ที่ตะกั่วป่า ผมไม่เคยออกไปกับเขาด้วย ได้แต่จดรายการสิ่งของที่ต้องการฝากให้เพื่อนซื้อกลับมาให้ พร้อมทั้งบอกให้นำเงินส่วนแบ่งบางส่วนไปฝากไว้กับแม่ เช่นเดียวกับสาวบัวก็มักจะไม่ออกไปจากป่าด้วยเหมือนกัน

ตอนนั้นผมเริ่มไว้ผมยาว ปล่อยหนวดเครารกรุงรังจนเจ้าตัวน้อยลูกสาวของสาวบัวมักไม่ใคร่ย อมให้หอมแก้ม เพราะเธอจั๊กจี้ แต่เธอก็ติดผมมาก เวลาไปไหนด้วยกันผมจะให้เธอขี่คอผมไปเสมอ แม้ผมจะยังไม่เคยมีลูก และไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของพ่อที่มีต่อลูกว่าเป็นเช่นไร แต่ความรักความผูกพันที่ผมมีต่อเจ้าตัวน้อยก็ลึกซึ้งเกินกว่าจะ พรรณนาออกมาได้ บางคืนเธอก็มานอนกับผมและสาวบัวตรงหน้าระเบียง ซึ่งเป็นที่นอนประจำของเรา เจ้าตัวน้อยจะนอนระหว่างกลาง กว่าจะหลับก็มักจะหันไปกอดคนโน้นทีคนนี้ที พร้อมทั้งชวนคุยด้วยภาษาที่ยังไม่ชัดถ้อยชัดคำของเธอจนหลับไป.. .

กระทั่งวันหนึ่ง ขณะสาวบัวและหญิงหมอนออกไปร่อนแร่ พร้อมทั้งลุงทองที่ไปช่วยงัดแงะก้อนหินออกจากกระสะให้ความสะดวก กับพวกหล่อน ที่ทับจึงเหลือป้าพัวกับเจ้าตัวน้อยอยู่ด้วยกันสองคน และถึงคราวเคราะห์ที่เธอจะต้องจากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ป้าพัวเกิดเป็นลมหน้ามืดขณะพาเธอมาชำระร่างกายและล้างก้นให้เธอ ที่ริมลำธารหลังจากเธอถ่ายหนักเสร็จแล้ว เจ้าตัวน้อยหลุดจากมือยาย ลอยคว้างและจมหายไปกับกระแสน้ำ สุดปัญญาที่ยายของเธอจะไขว่คว้าเอาไว้ได้ เพราะตัวของยายก็หมดสติล้มคว่ำอยู่ริมธารโดยไม่มีโอกาสรับรู้ว่ าหลานรักได้หลุดมือไปกับกระแสน้ำเสียแล้ว

"นุ้ย บองหลา ไอ้หมึก ไอ้... เร้ว ไปช่วยลูกพี่-บัวเร้ว..." หญิงหมอนวิ่งกระหืดกระหอบมาร้องขอความช่วยเหลือจากพวกเราที่หน้ าเหมือง ผมตกใจจนเข่าอ่อนแทบก้าวขาไม่ออก เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัวน้อย แต่พอตั้งสติได้ก็รีบกวดไล่ตามพวกเพื่อน ๆ ไปทันที พวกชาวเหมืองที่อยู่ใกล้ ๆ บางคนก็มาช่วยค้นหา แต่เนื่องจากลำธารสายนั้นไหลลดคดเคี้ยวไประหว่างร่องหุบเขาที่ล าดชันเป็นบางช่วง กระแสน้ำที่ไหลแรงได้พัดพาเหยื่อผู้เคราะห์ออกไปไกล จนกระทั่งเกือบค่ำเราจึงพบร่างอันปราศจากลมหายใจของเจ้าตัวน้อย จมติดอยู่กับขอนไม้ห่างจากทับลุงทองไปประมาณสามสี่กิโลเมตร

ภาพที่สาวบัวกอดศพลูกสาวร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตาม บาดความรู้สึกของทุกคนจนอดที่จะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ โดยเฉพาะป้าพัวผู้เป็นยายของเจ้าตัวน้อยเป็นลมหมดสติไปสามสี่รอ บ จนหญิงหมอนกับลุงทองต้องกรอกยาและนวดเฟ้นเป็นการใหญ่ แต่ถึงกระนั้นแกก็คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา...

"เธอไปดีแล้วแหละป้าเอ๋ย..." ไอ้บองหลาช่วยปลอบใจแก

ไอ้พริ้งกับไอ้หมึกเร่งไปตัดไม้และหวายในป่าใกล้ ๆ ทำสาแหรกและคานหาม เพราะบัดนี้ร่างของเจ้าตัวน้อยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนระเบียงเ ริ่มแข็งทำให้ไม่อาจอุ้มเดินขึ้นเขาลงห้วยได้ถนัด ซึ่งเราได้ตกลงกันว่าจะนำร่างของเธอนั้นกลับออกไปบำเพ็ญกุศลศพท ี่หมู่บ้านในคืนนี้

พวกชาวเหมืองในห้วยลำธารสายอื่น ๆ เมื่อรู้ข่าวก็มาร่วมสมทบ เพื่อจะออกเดินทางไปร่วมงานศพที่หมู่บ้านด้วยกันเต็มหน้าลานทับ ลุงทอง และเมื่อตระเตรียมไฟไต้สำหรับส่องทางในยามมืดค่ำกันเสร็จแล้ว ร่างอันปราศจากวิญญาณของเจ้าตัวน้อยก็ถูกยกใส่เปลผูกคาดกับสาแห รกและสอดคานหาม หลังจากนั้นพวกเราชาวเหมืองทั้งหมดก็ออกเดินทาง

ชาวเหมืองอาวุโสท่านหนึ่งจุดธูปจุดเทียนขอขมาลาโทษเจ้าที่เจ้าท าง แล้วถือคบเพลิงไฟไต้เดินนำหน้า ไอ้หมึกกับไอ้พริ้งอาสาหามศพเจ้าตัวน้อยเป็นคู่แรก อาศัยแสงไฟจากคบเพลิงที่ตระเตรียมกันขึ้นมาเจ็ดแปดท่อน และไฟฉายของบางคนที่คอยส่องกราดเมื่อเดินถึงที่คับขัน ทำให้ขบวนของเราลุถึงปากทางเหมืองในเวลาตีสี่พอดี ภายหลังวางสาแหรกศพของเจ้าตัวน้อยไว้บนศาลาที่พักแล้ว ก็มีคนอาสาขึ้นไปยืนโบกรถบนถนน ซึ่งนานเกือบชั่วโมงกว่าจะผ่านมาสักคัน และก็ไม่มีรถยนต์คันไหนกล้าจอดรับ จนในที่สุดก็ติดสินใจชวนกันหามศพของเจ้าตัวน้อยเดินท่องถนนกลับ สู่หมู่บ้าน ซึ่งเหลือระยะทางประมาณ ๗-๘ กิโลฯ กระทั่งเข้าเขตหมู่บ้านไก่โต้งในเล้าของแต่ละบ้านก็โก่งค อขันรับอรุณกันพอดี พวกชาวเมืองที่มาด้วยกันซึ่งบ้านเรือนอยู่ใกล้ ก็ขอตัวกลับไปหลับนอนเอาแรงที่บ้านตน คนอยู่ไกลก็นอนเฝ้าศพกันอยู่ที่บ้านลุงทอง



บ้านของผมและเพื่อน ๆ แม้จะอยู่ไม่ไกล แต่ด้วยความสงสารครอบครัวลุงทองเราจึงอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาที่น ั่น เรานั่งพูดคุยกันอยู่บนเตียงที่วางศพเจ้าตัวน้อยจนสว่างคาตา กระทั่งรุ่งเช้าไปจนสาย ก็มีเพื่อนบ้านที่รู้ข่าวทยอยกันมาช่วยงานกันเต็มบ้าน พวกเราจึงได้ขอตัวกลับไปนอน... ช่วงบ่ายจึงกลับกันมาอีกครั้ง

ตอนนี้รอบ ๆ บริเวณหน้าบ้านลุงทองได้ถูกต่อเติมเป็นเพิงหมาแหงนชั่วคราว หลังคามุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ ที่ไปขอยืมมาจากหลวงพ่อที่วัด เพื่อใช้เป็นที่วางเก้าอี้ให้แขกนั่งฟังพระสวดอภิธรรม ส่วนหลังบ้านก็ต่อเติมออกไปคล้ายกัน สำหรับทำเป็นโรงครัวและโรงเลี้ยงแขก แม่ของผมก็มาช่วยงานและขลุกอยู่ในโรงครัวตั้งแต่เช้า

น้านุ่นเห็นผมไว้ผมเผ้าหนวดเครารุงรังก็ปรี่เข้าหา "มึงอยู่เหมือนพวกคอมฯเข้าทุกวัน" แกชี้หน้าผม

ผมหัวเราะ

"น้านุ่นเคยเห็นคอมฯแล้วหรือ?"

"ก็มึงนี่แหละ คอมฯ ตัวจริง"

"พูดเป็นเล่นนา-น้านุ่น เดี๋ยวตำรวจมาได้ยินก็จับผมไปขังคุกอีกหรอก"

"ทำไมไม่ตัดผมตัดเผ้าให้มันดูดีซะหน่อย หรือพอคิดจะมีลูกเมียก็ปล่อยตัวซะเลย"

"เปล่าหรอกน้านุ่น" ผมว่า "ผมอยู่ในเหมืองไม่ได้ออกตลาดกับเขา แล้วจะหาร้านตัดผมที่ไหนกันล่ะ"

น้านุ่นทำหน้าคว่ำที่เห็นผมหลบเลี่ยงไปน้ำขุ่น ๆ

"บอกเมียมึงให้โกนเสียก็หมดเรื่อง" พูดเสร็จก็หอบสังขารอันอุ้ยอ้ายของแกผละจากผมเดินไปยังวงสนทนาอ ื่นอีก ผมมองตามหลังแกไปอย่างนึกขัน

สาวบัวเปลือกตาบวมช้ำ นัยน์ตาแดงเรื่อ หล่อนยืนน้ำตาไหลพรากทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ๆ กับผม ซึ่งพอมาถึงขั้นนี้ผมก็ไม่เกรงกลัวสายตาใครทั้งสิ้น ผมโอบกอดหล่อนไว้แนบอกเอามือลูบเส้นผมและปลอบใจให้หล่อนคลายโศก เศร้าด้วยความสงสาร

"หักห้ามใจเสียบ้างนะบัว เจ้าตัวน้อยเธอสร้างบุญมาแค่นี้ เรามาตั้งจิตอธิษฐานขอให้เธอไปดีกันดีกว่านะ"

หม้ายสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม ลึกลงไปในดวงตาที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำใส ๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่หล่อนพยายามจะบอก ซึ่งผมเข้าใจดี...

แม่ของผมเดินเข้ามาใกล้ พูดกับสาวบัวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา หากเต็มไปด้วยความเมตตาสงสารว่า "ไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นเสียก่อนเถอะลูก แล้วนี่ได้หลับได้นอนบ้างหรือยัง ต้องพักผ่อนเสียหน่อยนะลูก ประเดี๋ยวหน้ามืดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาแล้วจะยุ่ง หรือถ้าที่นี่เสียงดังรบกวนนัก ก็ให้นุ้ยขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่บ้านน้าก็ได้ ไปนอนพักผ่อนให้เต็มตื่นแล้วค่อยกลับมา จะได้มีแรงต้อนรับแขกคืนนี้นะลูก" พูดจบแม่ก็หันมาที่ผม "ไปเถอะนุ้ย พาหญิงบัวหลบไปพักผ่อนที่บ้านเราซักครู่ ทางนี้แม่จะช่วยดูแลให้เอง"



ร่างอันไร้วิญญาณของเจ้าตัวน้อยที่ปิดคลุมไว้ด้วยผ้าห่มนอนผืนใ หม่ ถูกเพื่อนบ้านผู้อาวุโสของพวกเรายกขึ้นใส่โลงไม้ที่พวกช่างไม้ภ ายในหมู่บ้านช่วยกันต่อขึ้นในเวลาสามโมงเย็น ภายใต้บรรยากาศอันเศร้าสลดชวนสังเวช หญิงหมอน สาวบัว ลุงทอง ป้าพัวและญาติ ๆ ร่ำไห้กันระงม แม้แต่เพื่อนบ้านบางคนก็อดที่จะหลั่งน้ำตาให้กับการจากไปอย่างไ ม่มีวันกลับของเจ้าตัวน้อยเสียไม่ได้ ผมเองก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว จนต้องเดินเลี่ยงออกมาข้างนอก

ภาพของเจ้าตัวน้อยเมื่อครั้งยังมีชีวิตแล่นวูบวาบอยู่ในความคิด คำนึง... ตั้งแต่ตอนที่เธอตีหน้าผากผมด้วยขลุ่ย...ในคืนนั้น ภาพใบหน้าที่จิ้มลิ้มยิ้มแย้มด้วยความตื่นตาตื่นใจที่ได้พบเจอส ิ่งแปลก ๆ เมื่อครั้งผมอุ้มเธอเดินเที่ยวที่ตลาดตะกั่วป่า... เรื่อยไป... กระทั่งภาพที่เธอนอนหลับปุ๋ยอยู่ระหว่างผมสาวบัวที่พื้นระเบียง ทับในดงเขายา ก่อนที่เธอจะจบชีวิตเพียงไม่ถึงครึ่งวัน ทำให้ผมต้องหลั่งน้ำตากับการจากไปของเธอเหมือนกัน

ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน ผมตัดใจ สลัดความโศกเศร้า แล้วก็เดินไปช่วยจัดโต๊ะจัดเก้าอี้ สำหรับเลี้ยงอาหารแขกเหรื่อที่จะมางานในตอนหัวค่ำ พร้อมทั้งจัดเก้าอี้สำหรับแขกนั่งฟังพระสวดอภิธรรมหน้าโลงศพจนแ ล้วเสร็จ แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยกันมาพอดี


งานบำเพ็ญกุศลศพของเจ้าตัวน้อยคืนแรกมีเพื่อนบ้านและญาติ ๆ ของเธอพากันมาฟังสวดจนล้นหลาม ผม ไอ้หมึก ไอ้พริ้ง และไอ้บองหลา พร้อมด้วยหลาน ๆ ของเจ้าภาพอีกสองสามคน รับหน้าที่ช่วยเสิร์ฟอาหารและยกของว่างเลี้ยงแขกหลังเสร็จจากศา สนพิธี เมื่อผมเดินผ่านพรรคพวกเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกัน ก็มักจะถูกถามถึงเรื่องการเรียน เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าผมกำลังอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักการเรียน พวกเขาคิดว่าผมเลิกเรียนและอยู่กินกับสาวบัวเป็นเรื่องเป็นราวไ ปแล้ว ซึ่งกับบางคนผมก็เฉไฉเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นเสีย แต่กับบางคนที่เคยคบหาสนิทสนมกันมาก่อน ผมก็เล่าให้เขาฟัง

คุณครูผู้ซึ่งอบรมสั่งสอนผมมาตั้งแต่ชั้น ป.๑ บัดนี้ท่านเจริญอายุอยู่ในวัยเกษียณ เตือนสติผมว่า "นายรัฐพล อย่าแบกไม้หนัก สิ่งไหนปลดวางเสียได้ก็ปลดวางเสีย การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ที่เราเห็น ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วเป็นความเพ้อฝัน ฝืนธรรมชาติของมนุษย์ พอ ๆ กับเป็นความเห็นแก่ตัวของผู้ที่คิดจะตั้งตนเป็นผู้นำ จงอย่าตกเป็นเครื่องมือเขา..."

ผมเรียนท่านว่า "สำหรับความผิดพลาดทั้งหมด ผมไม่มีสิ่งใดแก้ตัว แต่เรื่องการเมืองนั้นผมเชื่อมั่นในแนวทางธรรมมิกสังคมนิยมของท ่านพุทธทาสภิกขุ -ครับคุณครู"

นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากพูดคุยกับใคร เพราะยากที่จะชี้แจงให้เข้าใจกันได้ง่าย ๆ เมื่อเราเอ่ยถึงพระสงฆ์องค์เจ้า เขาก็ว่า แม้แต่เหล้าก็ยังงดไม่ได้ เสพเมถุนเสพกามก็ยังไม่ละ แล้วยังมีหน้ามาพูดเรื่องศาสนาให้เปลืองน้ำลาย... จึงเป็นอันว่าเลิกกัน เรื่องนี้ก็ไม่ต้องหยิบยกมาพูดคุยกันอีก




หากแต่นี่เป็นคุณครู ท่านเป็นผู้รู้และเข้าใจโลกได้ดีในระดับหนึ่ง ผมจึงพูดให้ท่านฟังโดยไม่รู้สึกกระอักกระอวลใจแต่อย่างใด

"ครูเข้าใจ" คุณครูพยักหน้า "แต่ว่าเธอต้องอดทนและกลับไปเรียนต่อให้จบ คนที่จะเป็นครูควรมีคุณสมบัติอย่างเธอ"

สองมือของผมจับถาดใส่แก้วน้ำหวาน ไม่อาจยกมือไหว้แสดงกตเวทิตาคุณแก่ครูบาอาจารย์ได้ แต่ผมก็โค้งคำนับเสมือนสมัยเดินไปส่งสมุดการบ้านที่โต๊ะของท่าน เมื่อครั้งกระโน้น คุณครูยิ้มให้และอวยชัยอวยพรให้ผมได้สำเร็จการศึกษาดั่งใจหวั ง

งานศพเจ้าตัวน้อยคืนสุดท้ายแขกเหรื่อมากันล้นหลามเหมือนเคย ย่าของเธอซึ่งได้รับโทรเลขแจ้งข่าวร้าย ก็ได้เดินทางมาถึงในคืนนี้



จังหวัดราชบุรีกับพังงาไม่ใช่ใกล้ ๆ แต่ทว่าผู้เป็นย่าและญาติ ๆ ทางฝ่ายพ่อของเจ้าตัวน้อยก็เส้อุตส่าห์ดินทางกันมา ๑ คันรถกระบะ และอยู่ร่วมงานกระทั่งถึงตอนฌาปนกิจจึงได้เดินทางกลับ



ย่าและญาติของเธอทุกคนเข้าใจในคราวเคราะห์ของเธอ ไม่มีใครติดสงสัยในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทุกคนได้แต่ปลอบโยนป้าพัว ซึ่งซูบผอมลงไปอย่างทันตาเห็น และดูเหมือนวันที่ส่งศพเจ้าตัวน้อยเข้าไปบรรจุอยู่เมรุเผา ป้าพัวจะอ่อนระโหยโรยแรงราวกับจะสิ้นใจตายตามหลานรักไปอีกคน

เมื่อเสร็จงาน... และคืนกลับสู่ดงเขายากันอีกครั้ง พวกเราทั้งหมดรวมทั้งป้าพัวและลุงทองก็ยังไม่คลายความเศร้าโศก ยามมืดค่ำพวกเพื่อน ๆ ของผม และชาวเหมืองที่อยู่ใกล้ ๆ ก็มักมานั่งพูดคุยกันที่ทับลุงทองพอให้คลายเหงาและคลายจากความโ ศกเศร้า ก่อนจะกลับไปหลับนอนยังทับของตนกันแทบทุกคืน

สาวบัวซึมเศร้าและเงียบขรึมอย่างน่าสงสาร สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่พานพบกันตนเองเหมือนอย่างหล่อน ไหนเลยจะซาบซึ้งถึงความสูญเสียนั้นได้ ผมคิดถึงแร่ในรางซึ่งมากพอที่จะกู้ไปขายได้แล้ว และคิดว่า เมื่อขายแร่เที่ยวนี้แล้ว ผมจะพาสาวบัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนที่ไหนสักแห่ง เพื่อชดเชยกับสิ่งที่หล่อนได้สูญเสีย แม้มันไม่อาจทดแทนกันได้ แต่มันก็คงช่วยบรรเทาทุกข์โศกของหล่อนให้คลายลงบ้าง

กระทั่งที่สุดวันนั้นก็มาถึง...

"อย่าไปนานนักนะลูก... แม่เป็นห่วง" ป้าพัวพูดตาแดง ๆ เมื่อเราหิ้วเป้เสื้อผ้าลงจากกระไดทับ

"ไม่เกินอาทิตย์หรอกครับ เหมืองกำลังติดแร่ ทิ้งไปหลายวันก็เสียดาย" ผมบอกแก แล้วหันไปทางหญิงหมอนกับลุงทองซีงนั่งมองเราสองคนอยู่บนระเบียง "เอ้อ.. แล้วหมอนก็อย่าลืม เมื่อเพื่อนพี่กลับจากขายแร่แล้ว หมอนต้องไปช่วยงานพวกเขาที่หน้าเหมืองแทนพี่ด้วยนะ... ส่วนลุงทองก็ไม่ต้องออกไปไหน คอยดูแลป้าพัวอยู่ที่ทับนี้แหละ เดี๋ยวแกไม่สบายเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาอีกจะลำบาก"

สาวบัวสบตาผมแล้วยิ้ม ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นผมสั่งเสียราวกับตนได้เป็นสมาชิกของครอบครัวหล่อนไปแล ้วจริง ๆ



**********************************************************















Create Date : 24 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2554 12:25:46 น. 3 comments
Counter : 837 Pageviews.  
 
 
 
 
มาทักทายจ้า
 
 

โดย: backhold วันที่: 25 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:16:01 น.  

 
 
 



Best Friends Scraps, Greetings and Comments for Orkut Myspace





อรุณสวัสดิ์เช้าวันศุกร์ค่ะ คุณหลวงเส มีความสุขกับการทำงานในวันนี้น๊า

บ้านต้อยน้ำไม่ได้ท่วมจ้า ที่ท่วมอ่ะบ้านหลานชายกับบ้านพี่สาว ตอนนี้ระดับน้ำลดลงบ้างแล้ว แต่ยังไม่แห้ง คงประมาณอาทิตย์ที่สองของเดือนธันวาคม น้ำคงแห้งหมด ก็หวังไว้อย่างนั้นนะค่ะ
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 25 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:12:58 น.  

 
 
 



Saturday Scraps, Graphics and Comments

-




อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์ค่ะ คุณหลวงเส
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 26 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:29:38 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

หลวงเส
 
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add หลวงเส's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com