ถ้าขจัดความกลัวออกไปได้ ไม่นานความสำเร็จก็จะตามมา

<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 พฤศจิกายน 2554
 

นิยายอดีตรักเหมืองป่า บทที่ 21


เมื่อนึกถึงการสัญจรด้วยการเดินเท้าไปตามถนนหนทางในเมืองกรุงของเราทั้งสองในคราวนั้น ก็อดขำไม่ได้ เพราะเรามักจะข้ามถนนกันอย่างลุงเชยเข้ากรุง กล้า ๆ กลัว ๆ แม้กระทั่งหยุดยืนละล้าละลังอยู่บนทางม้าลายก็มี เป็นเหตุให้เจ้าของรถใจร้อนบางคนไขกระจกยื่นหน้าออกมาตะโกนด่าเสียงลั่น ทว่าไม่นานเราก็ได้เรียนรู้ คือพยายามหาเพื่อนเกาะกลุ่ม พอเห็นเขาก้าวเท้าเดินข้าม เราก็เร่งจูงมือกันเดินตามเขาไปติด ๆ เว้นแต่ตรงไหนไม่ใช่ทางม้าลายผมก็ดึงมือสาวบัวไว้ ไม่ปล่อยให้ข้ามตามไป

สถานที่สำคัญแห่งแรกที่เราสองคนได้มีโอกาสเข้าไปเที่ยวชม คือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ความงดงามของศิลปวัตถุ และโบราณวัตถุ ที่มีอยู่ตามที่ต่าง ๆ ที่เขารวบรวมนำมาจัดแสดงไว้ในนั้น บางอย่างผมก็เคยศึกษาประวัติความเป็นมาของมันมาบ้างแล้ว ผมจึงบอกรายละเอียดให้สาวบัวฟังได้ เหมือนผู้นำนักท่องเที่ยวหรือไกด์บางคนที่สาธยายให้ลูกทัวร์ของเขาฟังอย่างชนิดน้ำไหลไฟดับได้เหมือนกัน

ภายหลังเดินชมความงามและความยิ่งใหญ่ในเกียรติประวัติของบรรดาศิลปวัตถุเหล่านั้นจนรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจกันแล้ว ผมก็พาสาวบัวเดินไปดูโปรแกรมละครที่โรงละครแห่งชาติ ซึ่งอยู่ใกล้กัน วิญญาณนักแสดงละครที่ติดอยู่กับตัว ฉุดให้ผมคิดถึงความหลัง... คิดถึงเพื่อน ๆ ในชุมนุมดนตรีนาฏศิลป์และการละครที่ วค. ป่านนี้พวกเขาจะได้ออกงานข้างนอกกันบ้างหรือเปล่า? หรือว่าจัดแสดงกันแต่ภายในเพียงอย่างเดียว? เพราะผมเชื่อว่า ตอนนี้สถานการณ์โดยทั่วไปของ วค. ก็คงจะไม่ดีนัก

ต่อจากนั้น ผมพาสาวบัวเดินเข้าไปชมความอลังการของสถาปัตยกรรมไทยภายในวัดพระแก้ว ซึ่งเราได้รับคู่มือการเที่ยวชมจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคนละฉบับ แล้วเราก็เดินซอกแซกไปตามคู่มือนั้นจนทั่ว พร้อมกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่บ้างก็มากันเป็นหมู่คณะ และบ้างก็มากันเป็นคู่ ๆ เหมือนอย่างเราสองคน

ภายหลังผมกับสาวบัวเดินชมพระอารามหลวงชั้นพิเศษแห่งนี้ด้วยความปลื้มปีติในความเป็นไทยไปจนทั่วแล้ว เราสองคนก็ชวนกันเดินย้อนกลับออกมาทางเดิม และข้ามถนนสู่แนวต้นมะขามรายรอบตลาดนัดสนามหลวง ซึ่งภายในตลาดนัดดังกล่าวมีร้านค้าแผงลอยเบียดเสียดกันอยู่เต็มพื้นที่ มีผู้คนเดินเที่ยวและเลือกซื้อสินค้ากันเนืองแน่น

แน่ล่ะ! ภายในสถานที่ที่แออัดยัดเยียดเช่นนั้น ย่อมเป็นบริเวณที่ผมไม่อยากเข้าใกล้เป็นที่สุด...

กลัวถูกล้วงกระเป๋า!

เคยมีคนพูดกันว่า มากรุงเทพฯถ้าไปไหนไม่ถูกก็ให้ตั้งหลักที่สนามหลวง ซึ่งก่อนจะข้ามถนนมุ่งกลับโรงแรมในวันนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้เห็นก็ทำให้เชื่อได้ว่าคำพูดนั้นถูกต้อง โดยเฉพาะรถเมล์สายหลัก ๆ ส่วนมากจะผ่านมาทางนี้แทบทุกสาย

แต่ทว่าใต้โคนไม้ที่เราเดินผ่าน ไม่มีที่ว่างให้นั่งพักผ่อน ตรงไหนไม่ใช่แผงลอยขายสินค้าก็จะเป็นทำเลของพวกหมอดู ปูเสื่อสาดนั่งทำนายทายทักโชคชะตาราศีอยู่กับลูกค้า หรือไม่ก็เป็นที่ยึดครองของพวกขอทานและคนจรจัดซึ่งนอนซบหน้าอยู่กับพื้นฟุตบาทก็มีไม่น้อย สาระรูปของแต่ละคนช่างดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมมยิ่งกว่าผ้าเช็ดเท้า

‘นรก!’ ผมนึกในใจ และคิดถึงคำพูดของชายขับแท็กซี่คนนั้นขึ้นมาทันที... ‘เจ้าพวกนี้เอง- เปรตในนรก!’

แผ่นดินไทยกว้างใหญ่ไพศาล ทำไมถึงต้องถ่อสังขารมากระจุกตัวกันอยู่ที่นี่?

คิดแล้ว ผมก็จับแขนสาวบัวชวนกันเร่งเดินผ่านไปโดยเร็ว

เมื่อเดินกันมาได้สักหน่อย ก่อนจะเลี้ยวโค้งไปตามถนนหน้าพระลาน ช่วงที่บรรจบกับถนนราชดำเนินในฝั่งตรงข้ามกับศาลหลักเมือง สาวบัวชี้ให้ผมดูตึกโบราณอันใหญ่โตระโหฐาน ที่อยู่เยื้องไปทางขวามือประมาณสี่ร้อยเมตร ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกำแพงวัดพระแก้วตรงแยกสนามไชย พร้อมกับพูดว่า "ตึกหลังนั้นเก่าจัง มีปืนใหญ่หันปากกระบอกมาทางนี้ด้วย...?"

"ตึกกระทรวงกลาโหม" ผมบอกหล่อน ขณะหยุดยืนและหันมองไปยังตึกหลังนั้นด้วยกัน "แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งวังประทับของพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นจิตรภักดี กรมหมื่นศรีสุเรนทร์ และกรมหมื่นอินทราพิพิธ สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ต่อมาได้ร้างลง แล้วถูกใช้เป็นฉางเก็บข้าวหลวง ครั้นลุถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างเป็น "โรงทหารหน้า" เป็นที่รวมทหารประจำการรักษาพระนคร อาวุธ สัตว์ พาหนะ และเสบียงอาหาร ก่อนจะเปลี่ยนเป็น "กระทรวงกลาโหม" อย่างในปัจจุบัน"

หม้ายสาวหันหน้ามาทางผม พร้อมกับส่งยิ้มมาให้

"ค่ะ อาจารย์"

"เราข้ามถนนกลับโรงแรมทางนี้กันดีกว่า" ผมพูดกับสาวบัวเมื่อเดินเลียบไปตามริมขอบทางเท้ารอบสนามหลวงด้านนอก เลยผ่านหน้าที่ทำการศาลฎีกาซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมาพอประมาณ "ผมจะไปดูรอยกระสุนที่ทหารกราดยิงประชาชนเมื่อเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา สักหน่อย เขาว่ายังมีร่องรอยประจานอยู่ตามผนังตึกแถวนั้นด้วย"

ผมชี้ไปที่ตึกสีน้ำตาลที่ตั้งตระหง่านอยู่สองฟากถนนราชดำเนินกล างช่วงที่เลยโรงแรมรัตนโกสินทร์ ขึ้นไป แล้วเราก็จูงมือกันข้ามถนนตรงทางม้าลายก่อนถึงแยกราชินี คือ ถนนราชดำเนินใน ทะลุสู่ถนนราชินี และข้ามต่อไปจนถึงถนนอัษฎางค์ กระทั่งในที่สุดก็ข้ามมาถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีต้นไม้แผ่กิ่งก้านทอดเงาร่มรื่น นอกจากตามผนังตึกบางแห่งที่ปรากฏรอยกระสุนอยู่หมาด ๆ ตามต้นไม้บางต้นก็มีรอยกระสุนที่ทหารยิงใส่ประชาชนให้เราสองคนไ ด้แลเห็นอยู่บ้างเหมือนกัน



๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นวันมหาวิปโยค เป็นวันที่ชายชาติทหารฆ่าคนมือเปล่าด้วยอาวุธสงครามได้ลงคอ ช่างน่าเศร้าและน่าละอายเหลือเกิน

"หิวไหม"

ผมถามสาวบัวภายหลังข้ามถนนราชดำเนินกลางตรงสี่แยกคอกวัวมาถึงถน นตะนาว ใกล้ปากตรอกถนนข้าวสาร ซึ่งตรงหัวมุมติดซอยดำเนินกลางเหนือมีร้านข้าวแกงและอาหารตามสั ่งอยู่ร้านหนึ่ง ผมมองเห็นไปแต่ไกล

"เราหาอะไรกินกันที่นั่นก็ได้นะ แล้วสักประเดี๋ยวเราจะเดินไปเที่ยววัดบวรฯกันอีก" ผมขอความเห็นจากหล่อน

สาวบัวพยักหน้า

"โรงแรมที่เราพักก็อยู่ไม่ไกลแล้วใช่ไหม? บัวจำได้"

"เก่งมาก" ผมพยักหน้าและส่งยิ้มให้หล่อนด้วยใจจริง เพราะแสดงว่าหล่อนก็เป็นคนช่างสังเกต ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนเรา ‘ผมรักผู้หญิงไม่ผิดเลย’ ผมคิดในใจ

สาวบัวเหลียวมองผมและยิ้มเขินอาย ขณะเราชวนกันเดินเข้าไปนั่งในร้านอาหารที่ว่า... พร้อมสั่งข้าวราดแกงและแกงจืดเต้าหู้หมูสับมากินกัน

"วัดที่ว่านั้นอยู่แถวไหน" สาวบัวถามผม

"อยู่ตรงนี้- -เห็นไหม?" ผมกางแผนที่ และชี้หล่อนดู "ใกล้วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ผมชี้ให้ดูเมื่อครู่นั่นแหละ แต่ที่ผมพาบัวมาทางนี้ เพราะรู้สึกหิว ผมหมายตาร้านอาหารแถวนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่เดินหาซื้อแผนที่เมื่อเช้านั่นแหละ"

"ที่วัดนั้นมีอะไรน่าสนใจบ้างค่ะ - อาจารย์?"

ผมหัวเราะหึ หึ ก่อนขยายความให้ฟังว่า "เท่าที่อ่านเจอมา มีหลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญที่ผมอยากเข้าไปชมเป็นภาพเขียนฝีมือจิตรกรไทยสมัย ร.๓ คือ ภาพจิตกรรมฝาผนังของขรัวอินโข่ง"

ขณะที่ผมกำลังบอกกล่าวเรื่องขรัวอินโข่งให้สาวบัวฟัง ก็มีชายหนุ่มหน้าตากระเดียดไปทางเจ๊กยกถาดแกงจืดและข้าวราดแกงเดินมาวางให้เราบนโต๊ะ มองหน้าผมสลับกับสาวบัวแล้วยิ้มทักทาย

"พวกคุณมาจากทางใต้หรือครับ" เขาถามเราด้วยสำเนียงปักษ์ใต้ชัดแจ๋ว พร้อมกับแนะนำตัวเองว่า "ผมอยู่ภูเก็ตครับ"

"อ้าว - -ไอ้บ่าว" ผมร้องขึ้น บอกไม่ถูกว่ารู้สึกดีใจสักขนาดไหน ที่ได้พบเจอคนถิ่นเดียวกัน จึงเผลอส่งสำเนียงท้องถิ่นกับเขาเสียยืดยาว "แล้วมาทำพรือที่นี่ หรือว่าย้ายครอบครัวมาอยู่กรุงเทพฯ..."

"เปล่าครับ ผมมาเรียนหนังสือที่รามฯ ที่นี่เป็นบ้านญาติครับ"

"แหม - เหมือนมีอะไรมาดลใจนะ" ผมว่า "ร้านอื่นมีตั้งเยอะ แต่ผมกลับตั้งใจแวะมาเข้าร้านนี้"

เด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มตาหยี

"เชิญตามสบายนะครับ" เขาพูด "มีอะไรจะให้ช่วยหรือแนะนำก็ขอให้บอก ไม่ต้องเกรงใจ ผมยินดีช่วยเสมอครับ"

"ขอบคุณ ขอบคุณ" ผมยิ้มให้เขา


จากร้านอาหารร้านแห่งนั้นมาถึงประตูหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เราเดินกันพอเหงื่อซึมแผ่นหลัง ครั้นเมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปภายใน ก็รู้สึกร่มรื่น และตื่นตลึงกับความงามของสถาปัตยกรรมไทยอันวิจิตรพิสดารอีกเช่น เคย โดยเฉพาะพระอุโบสถ ที่รูปแบบเป็นอาคารทรงไทยตรีมุข ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบลูกฟูกแบบจีน บานประตูหน้าต่างด้านนอกแกะสลักไว้อย่างสวยงาม

วัดบวรนิเวศวิหารมีชื่อเดิมว่า " วัดใหม่ " เป็นวัดที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถา นมงคล ได้ทรงสถาปนาขึ้น สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ พระองค์ได้เสด็จมาปกครองที่วัดนี้และได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า " วัดบวรนิเวศวิหาร "

ก่อนจะเดินเข้าไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่งภายในพระอ ุโบสถ ผมได้พาสาวบัวเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าพระตำหนักปั้นหยา พร้อมทั้งเล่าประวัติความเป็นมาให้หล่อนรู้ว่า พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นในรัชสมัยใด อีกทั้งบอกต่อไปว่า พระมหากษัตริย์ที่ทรงผนวชแล้วทรงประทับที่วัดบวรฯแห่งนี้ จะเสด็จประทับที่พระตำหนักปั้นหยาทุกพระองค์

"นุ้ยเหมาะที่จะเป็นครูบาอาจารย์จริง ๆ "

สาวบัวเอ่ยปากชม แต่ผมกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับคำชมนั้น...

"ไม่รู้จะได้เรียนต่ออีกหรือเปล่า?"

"อ้าว ก็ไหนบอกว่า เมื่อพ้นกำหนดสั่งพักการเรียน ก็กลับเข้าไปเรียนต่อได้อีกไม่ใช่หรือ?"

"ระเบียบการมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น" ผมว่า "แต่ระเบียบเกินไม่รู้จะออกหัวออกก้อย"

"มีด้วยรึ-ระเบียบเกิน" หม้ายสาวทำสีหน้าแปลกใจ

"ผมก็ว่าไปเรื่อยอย่างนั้นแหละ" ผมหัวเราะขัน ๆ "มันเป็นลางสังหรณ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมอาจวิตกเพราะเกรงจะไม่ได้กลับเข้าเรียนอีกก็ได้... จริง ๆ นะ บัว ผมนึกสังหรณ์ใจอย่างนี้จริง ๆ "

"นุ้ยห่างห้องเรียน- - แล้วก็ห่างเพื่อมานานนะซี ทำให้คิดมากจนพลอยวิตกกังวล...เราเข้าไปชมภาพเขียนภายในโบสถ์ตา มที่นุ้ยว่ากันเถอะ"

แม่ยอดรักของผมตัดบท ซึ่งก็คงเพราะหล่อนไม่ต้องการให้ผมสับสนวุ่นวายกับเหตุการณ์ที่ อาจเกิดขึ้นในอนาคตจนเกินไปนั่นเอง

************************************************










Create Date : 28 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 8 ธันวาคม 2554 21:00:23 น. 30 comments
Counter : 1256 Pageviews.  
 
 
 
 
ยังไม่ได้ตรวจทานนะครับ เดี๋ยวจะกลับมา
 
 

โดย: หลวงเส วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:17:37:08 น.  

 
 
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
------------------------------
แอบมากลางดึก เพิ่งวางมือจากการตัดชุดที่จะใช้แสดงในวันที่5ที่หล่มสัก ยังไม่เสร็จเลย พรุ่งนี้ต้องเร่งต่อ วันนี้ดึกแล้วจะเข้านอนแต่ก็ยังไม่ได้ทักทายเพื่อนๆเลย เลยแอบมาเวลานี้ คิดถึงนะคะคุณหลวงเส
 
 

โดย: เกศสุริยง วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:18:29 น.  

 
 
 
ขอบคุณคุณหลวงเสที่แวะมาเดินชมตลาดนัดเล็กๆ ค่ะ
บล็อกเอิงพากิน พาเที่ยวอีกแล้ว อายจัง(เฟร้ย) 55+
โดนเพื่อนแซวเหมือนกัน พาคนอ่านเที่ยวกับกินตลอด

เอาขนมปังคริสมาสอิตาเลี่ยน Panettone มาฝากค่ะ
 
 

โดย: diamondsky วันที่: 1 ธันวาคม 2554 เวลา:16:52:53 น.  

 
 
 
เราส่งชื่อในเฟสหลังไมค์ไปแระนะ นานแล้วด้วยอะ

เด๋วว่าจะอัพบล็อกบ้างแระ นานเกิน ติดเฟสงอมแงม
 
 

โดย: วัวป่าหลงเงาจันทรา วันที่: 1 ธันวาคม 2554 เวลา:18:25:19 น.  

 
 
 
ผมไม่พบ ชื่อ ปราย น้ำริน ใน fb นะฮับ
 
 

โดย: หลวงเส วันที่: 4 ธันวาคม 2554 เวลา:19:48:54 น.  

 
 
 
สุขสันต์วันพ่อแห่งชาติค่ะคุณหลวงเส
วันนี้วันสำคัญของพวกเราพี่น้องชาวไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขอร่วมใจลงนามถวายพระพรแด่ในหลวง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

เอาพาสต้ามาฝากจานนึงค่ะ


 
 

โดย: diamondsky วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:17:49:48 น.  

 
 
 
ปล. แปะรูปผิด อิอิ พาสต้าอยู่นี่ค่ะ

 
 

โดย: diamondsky วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:17:52:49 น.  

 
 
 



- - จะเก็บดาวหนาวนี้ที่บนเขา
- - มาผูกร้อยให้เจ้า...คนเฝ้าบ้าน
- - เป็นกำนัลกำนัยหลอกใช้งาน
- - ฟาร์รนรานไปเที่ยว...นะเดี๋ยวมา....

- - อย่าทะเลาะเบาะแว้ง...แย่งกันรัก
- - มาพิงพักเพิ่มเพาะฉอเลาะหา
- - กลัวยามเบื่อไม่เหลือใคร...เจรจา
- - แล้วน้ำตา..ฟาร์จะหล่น...อยู่คนเดียว....

..................................
 
 

โดย: go far far วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:12:17:44 น.  

 
 
 

สวัสดียามเช้าค่ะ... อากาศหนาว ทำร่างกาย ให้อบอุ่นนะคะ เกศสุริยง.......
สร้างกริตเตอร์

แวะมาทักทายกันค่ะคุณหลวงเส
 
 

โดย: เกศสุริยง วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:9:45:41 น.  

 
 
 


มอบบทเพลงแด่คน...ที่ตื่นเช้า
และกับคนปวดร้าว...ไม่สุขขี
อาจมิได้ต่อกลอนอ้อนวจี
ฝากวลีรำพัน...ว่าฉันรู้

ไม่เอ่ยชื่อคนดีหรอกที่รัก
ต้องล้างซักบ้านล่มงานจมหู
ทั้งทาสี.เปลี่ยนดานบานประตู
พร้อมทั้งพรมใหม่ให้ไก่เดิน

เพราะเป็นไก่พันธุ์ดี...ตีชนะ
ต้องเลี้ยงซะเลิศหรูไม่ดูเขิน
"เจ้าพลัง"ฟังเพลงบรรเลงเพลิน
ด้วยบังเอิญ..เจ้าของชอบร้องเพลง

ฟังเพลงนี้ไปก่อนยามอ่อนซ้อม
คู่แข่งพร้อม..ต้องลงนวมร่วมข่มเหง
อาจต้องงดเพลงรำพันใช้บรรเลง
ซ้อมร้องเองเพลงอะไร?บอกใบ้ที

...เอาเพลง...เอากลอน..มาล้อเล่นท่านหลวงเส...ฮะ
 
 

โดย: go far far วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:12:11:56 น.  

 
 
 
คุณ go fa fa ผมกดคอมเมนท์ที่บล๊อกคุณไม่ได้นะ ไม่มีปุ่ม Submit ลองตรวจสอบดูนะ
 
 

โดย: หลวงเส วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:18:51:33 น.  

 
 
 
ขอบจาย ๆ แต่บล็อกคุณผมคอมเม้นท์ไม่ได้ ไม่มีปุ่ม submit ให้กด
 
 

โดย: หลวงเส วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:19:02:42 น.  

 
 
 
ขอบคุณคุณหลวงเสที่แวะมาทักทายค่ะ
ช่วงนี้แถวบ้านเอิงหนาวจริงๆ 1-2c เกือบทุกวันเลย
ไม่ค่อยอยากออกไปไหน บรึ๋ยๆ


ปล. เอาขนมปังคริสมาสมาฝากค่ะ
 
 

โดย: diamondsky วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:20:50:52 น.  

 
 
 
ปล. ว้ากส์ รูปหาย... แปะรูปขนมปังอีกรอบค่ะ

 
 

โดย: diamondsky วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:20:53:40 น.  

 
 
 
อายจัง เราทดลองลงรูปนะ อิอิ ลบไปแระตอนนี้

แอดมาหรือยังอะค่ะที่เฟสบุ๊ค ไม่เห็นเลย เอ๊ะ! หรือแอดมาแล้วนะ

งือๆๆ บอกเราด้วย หลังไมค์ก็ได้ เราไม่รู้ ในเฟสรุนแรงหน่อยนะ แหะๆ
 
 

โดย: วัวป่าหลงเงาจันทรา วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:21:14:54 น.  

 
 
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสดียามค่ำๆค่ะอัฟblogตั้งแต่เมื่อคืน เพิ่งจะมีเวลาจริงๆมาเยี่ยมก็ตอนนี้ล่ะค่ะ ระลึกถึงเสมอนะคะคุณหลวงเส
 
 

โดย: เกศสุริยง วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:20:21:13 น.  

 
 
 

//orkutluv.com/  graphic comments-Happy Good Morning




อรุณสวัสดิ์เช้าวันพฤหัสบดีค่ะ หลวงเส
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 22 ธันวาคม 2554 เวลา:9:14:27 น.  

 
 
 



.....สวัสดิ์ดีค่ะ

- - ที่คอมเม้นต์ไม่ได้..เพราะหนูยังเขียนไม่เสร็จค่ะ...
- - ตอนนี้เสร็จแล้ว...รอท่าน..แวะไปอ่านและแนะนำหนูบ้าง
- - เรื่องนี้.."คาร์เนชั่นดอกเดียวในดวงใจ"...เป็นเรื่องจริง.ที่หนูระลึกถึงเสมอ
- - หนูเขียนเป็นเรื่องสั้น...ดีมั๊ยค่ะ...(ขอโทษค่ะ)
- - ตั้งใจเก็บเรื่องนี้ไว้....หวังว่าซักวันจะเขียนเรื่องตัวเองและ..
- - เรื่องนี้..เป็นตอนหนึ่งในนั้นค่ะ...(ได้แต่คิด..ไม่ลงมือสักทีเลยค่ะ)
- - รอท่านหลวงเส...ไปเยี่ยมนะคะ..แต่วันนี้หนูต้องไปเมืองกาญจน์ก่อนค่ะ
 
 

โดย: go far far วันที่: 23 ธันวาคม 2554 เวลา:7:13:14 น.  

 
 
 
รูปสวย glitter emoticon comment glitter.mthai.com

---------------------------------
สวัสดียามเช้าค่ะคุณหลวงเส
 
 

โดย: เกศสุริยง วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:5:55:43 น.  

 
 
 
 
 

โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:39:56 น.  

 
 
 



good night orkut scraps, good night wishes and comments





หลังจากกลับจากโรงพยาบาลก็นอนพักผ่อนไปตื่นหนึ่ง ลองนอนต่อก็ไม่หลับ เลยแวะมาส่ง คุณเส เข้านอน หลับฝันดีนะจ้ะ ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส ราตรีสวัสดิ์ค่ะ อ๊ะ...อย่าลืมปิดไฟก่อนนอนด้วยน๊า
ดีใจจัง หลวงเส กลับมาแล้ว หายหน้าไปไหนเสียหลายวันค่ะ ไม่สบายหรือเปล่า
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:10:15 น.  

 
 
 




อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์ค่ะ คุณหลวงเส สุข สดชื่น ในวันสุดสัปดาห์นะค่ะ
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:35:02 น.  

 
 
 
ขอบคุณยิ่งครับผม
 
 

โดย: หลวงเส วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:56:46 น.  

 
 
 
ดีใจด้วยนะคะสำหรับความก้าวหน้าของงาน เสร็จเมื่อไหร่ขอจอง 1 เล่มนะคะ พร้อมลายเซ็นต์ด้วย อิอิ
 
 

โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:23:06 น.  

 
 
 
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:45:15 น.  

 
 
 
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
สวัสดียามเช้าๆของวันเสาร์ค่ะ จะแวะมาบอกว่า ฝากบ้านสักสองวันนะคะ จะไปซื้ออุปกรณ์การแสดงที่ตลาดโรงเกลือ สระแก้วค่ะ ระลึกถึงเสมอค่ะคุณหลวงเส
 
 

โดย: เกศสุริยง วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:47:49 น.  

 
 
 


Saturday Scraps, Graphics and Comments






อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์ค่ะ คุณหลวงเส มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์นะค่ะ
 
 

โดย: KeRiDa วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:00:46 น.  

 
 
 


- - เอาใจเดียว.เขียวปี๋.มาให้ปลูก
- - เลื้อยไปถูก..ใจเธอ..อาจเผลอเกาะ
- - พี่คงไม่..ใจดำ..ช่วย-ชำ-เพาะ
- - ปล่อยเลื้อยเลาะ..เต็มรั้ว..และหัวใจ

 
 

โดย: go far far วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:01:41 น.  

 
 
 

มาทักทายกัน อัฟblogใหม่ไว้เมื่อคืน แต่ไม่ได้ออกเยี่ยม เพลียสุดๆเพราะเมื่อวานไปซื้อผ้าที่พาหุรัดมา วันนี้ช่วงสายๆคงต้องเริ่มตัดเย็บชุดใหม่กันแล้วค่ะ ระลึกถึงอยู่เสมอค่ะคุณหลวงเส
 
 

โดย: เกศสุริยง วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:9:30:25 น.  

 
 
 



แวะเอาบุญที่ทำในวันนี้มาฝากหลวงเสด้วยค่ะ
 
 

โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 7 มีนาคม 2555 เวลา:15:22:52 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

หลวงเส
 
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add หลวงเส's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com