"เหตุ" มี ๕ ขั้นตอน
"เหตุ" มี ๕ ขั้นตอน

    ๑. ขั้นปฐมเหตุ คือ เหตุในธรรม เช่น เรามีไฟ ไปเผากระดาษ ไฟต้องติดแน่ หรือน้ำมันก็ต้องติดไฟ เป็นต้น

    ๒. เหตุอันเนื่องจากปฐมเหตุ คือ สมมติว่าตรงนี้มีไฟ เหตุอันเนื่อง ไฟกับน้ำมันมาเจอกัน ไฟก็ต้องลุกแรงขึ้น ขั้นที่ ๑ มีเหตุอยู่แล้วแต่ยังไม่มาสปาร์คกัน ยังไม่มาเจอกัน แต่มีเหตุอยู่แล้ว พอขั้นที่ ๒ มาเจอกันแล้ว ปฏิเวธแล้ว เป็นผลแล้ว

    ๓. ฐานเหตุ คือ ทั้งข้อ ๒ รวมกัน กลายเป็น ฐานเหตุ ที่จะส่งผลได้ คือ การไหม้ต่างๆ ก็จะกลายเป็นฐานเหตุ พอเราจุดไฟปั้บก็จะกลายเป็นข้อ ๓ ที่จะสามารถลุกลามได้ ที่จะส่งผลให้สูงขึ้นไปได้ 

    ยกตัวอย่าง สมมติว่า "ระเบิด" ข้อที่ ๑ มีดินประสิว มีไฟ ข้อที่ ๒ เอาดินประสิวกับไฟมารวมกัน ผสมรวมกัน ข้อที่ ๓ จุดเกิดระเบิด และจะลามได้ สมมติว่าระเบิดตุ้ม สะเกิดระเบิดไปถูกที่อื่นทำให้เกิดการไหม้อีกก็ได้ ก็จะกลายเป็นข้อที่ ๔ ปัจจัยเหตุที่เข้ามาร่วมได้ ทำให้ใหญ่ ทำให้ลามขึ้นมาได้ ถ้าเป็นข้อที่ ๕ กะว่าจะเอาน้ำมารด แต่ดันเอาน้ำมันมารดก็จะยิ่งไปใหญ่ แต่ถ้าเราเอาน้ำมาราด ผลก็จะลดลง

    ๔. ปัจจัยเหตุที่เข้ามาร่วม คือ ลามขึ้นมา ผลของเหตุนั้นกว้างใหญ่ขึ้น ลุกช่วงกว่าเดิม

    ๕. ปัจจัยเหตุที่เข้ามาเสริม คือ เช่นตรงนี้ไฟไหม้ แต่ดันเอาน้ำมันมาราดไฟก็ยิ่งลุก

    เราโมโห แต่ดันไปเตะถูกสิ่งนั้นเราก็ยิ่งโมโหขึ้นมาอีก

    พอเรารู้เหตุ ๕ ขัั้นตอน เราสามารถระงับเหตุได้

    นี่แหละ เป็นที่มาว่า ทำยังไงเวลาเกิดอาการโมโหแล้วแก้ไม่ได้ เวลาเกิดสิ่งที่ไม่ดีแล้วแก้ไม่ได้ เพราะเราไม่เข้าใจเหตุทั้ง ๕ ขั้นตอนนี้เอง

    เรารู้เหตุ ถึงจะควบคุมเหตุได้ ถ้าเราไม่รู้เหตุเราบริหารไม่ได้ เราจะต้องมีปัญญาเข้าใจเหตุ ถ้าเราไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ใช้วิธีการผิดเหตุนั้นก็ยิ่งรุนแรง

    ถ้าเราเข้าใจถ่องแท้เราจะไม่สุดโต่ง แต่เราจะมีวิธีแก้ มีวิธีบริหารได้

    ถ่องแท้ ก็คือ เข้าใจรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ต้องเอาอะไรใส่ สิ่งนั้นถึงจะเจือจางลง 

    ฉะนั้น เราจะไปบริหารไม่ให้เกิดเหตุเป็นไปไม่ได้ แต่เราจะบริหารไม่ให้เหตุส่งผลรุนแรงยังไง


ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติ ทรงสั่งสอนอย่างนี้.

^_^  ..._/_...  ^_^ 
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต



 



Create Date : 31 สิงหาคม 2563
Last Update : 31 สิงหาคม 2563 2:53:21 น.
Counter : 165 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
สิงหาคม 2563

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
31 สิงหาคม 2563
All Blog