บัวแล้งน้ำ
บัวแล้งน้ำ

    บัวแล้งน้ำนี้ มีความหมายในเชิงเปรียบเทียบชีวิตของคนเรา มีนัย ๓ ความหมาย ดังนี้

    ๑. สิ่งเปรียบเทียบ "เป็นคนไม่มีน้ำใจ คนแล้งน้ำใจ" ไม่มีน้ำใจต่อใคร จึงต้องเหมือนสภาพบัว ไม่งดงาม แห้งเหี่ยว นี่แหละคนที่ไม่มีน้ำใจ ก็เปรียบเสมือนกับบัวที่ไม่มีน้ำ บัวนั้นก็ห่อเหี่ยว แห้งแล้ง เหี่ยวเฉา

    ๒. สิ่งเปรียบเทียบ "เป็นคนดีแต่ไม่ได้รับน้ำใจ" จึงเป็นบัวที่แล้งน้ำ หมายความว่า คนทำความดี แต่ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครส่งเสริม  ไม่ได้รับน้ำใจจากใคร ขาดการส่งเสริม สนับสนุน อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือ จึงเหี่ยวแห้ง แห้งแล้งขาดน้ำ เหี่ยวเฉา เขาเรียกว่า 

    บุคคลที่ตั้งใจทำความดีแล้วไม่มีใครสนับสนุน จึงเป็นบัวแล้งน้ำ

    จึงไปออกผลแตกหน่อไม่ได้ จึงเป็นที่น่าเสียดายเหมือนกับเราทำดีแทบตาย แต่ไม่มีใครเห็นความดีของเรา ไม่มีใครสนับสนุนเรา ใจมันก็ห่อเหี่ยว ใจมันก็แห้งเหี่ยว เหี่ยวเฉาเหมือนกับบัวแล้งน้ำ เราก็อ่อนใจลง ท้อแท้ใจ 

    บัวที่เขาตั้งอกตั้งใจที่จะเบ่งบาน เป็นบัวที่มีประโยชน์ แต่ขาดน้ำ ถ้าหากมีใครเข้าใจบัว เอาน้ำมาใส่ เติมน้ำให้ บัวนี้ก็จะชูช่อเบ่งบาน ออกดอก ออกผล บัวตรงนี้จะมีประโยชน์  และมีประโยชน์มากขึ้น เช่น 

    ดอกบัวตูมนำไปไหว้พระ ใบนำไปรองเส้นผมให้กับผู้ที่ตั้งใจจะบวชบำเพ็ญสร้างความดี เก็บเมล็ดใช้ประกอบอาหาร เกสรเป็นอาหารของแมลง ส่วนอื่นๆ ของบัวสรรพคุณสามารถนำไปประกอบเป็นยารักษาโรคได้ เป็นต้น

    แม้เราเป็นบัวชูช่อเบ่งบาน เพื่อแสดงถึงความดีงาม แต่ขาดน้ำจึงเหี่ยวแห้งลง แต่อย่าท้อแท้ จงพยายาม สักวันหนึ่งฟ้าเห็นใจ ฝนตกลงมา บัวเบ่งบานยิ่งกว่าเดิม

    สร้างเหตุดี  ฟ้าย่อมเห็นใจที่จะบันดาลฝนทิพย์หลั่งลงมาจากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน ให้เราเบ่งบานยิ่งกว่าเดิมอีก 

    ดั่งหัวใจของพระอริยเจ้าพระครูบาศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนาไทย ว่า 

"จงศรัทธามั่นคง มั่นใจในเหตุดีที่เราได้กระทำ 
ไม่หวั่นไหวตามภาวะการณ์ 
สร้างเหตุดีย่อมได้รับผลดีแน่นอน"

    พระครูบาศรีวิชัยทำดี แต่ก็ยังโดนกลั่นแกล้ง โดนต่อว่า กล่าวร้าย ให้ร้ายท่าน แถมยังโดนจับติดคุกอีก เวลานี้น่าจะห่อเหี่ยว เหี่ยวเฉา แต่ท่านมั่นใจทำดี สร้างเหตุดีสืบเนื่องต่อไป อย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายฟ้าไม่ไร้ความปราณี หลั่งฝนตกลงมา บัวชูช่อออกดอกออกผลเบ่งบานกว่าเดิม จนถึงปัจจุบันนี้ทุกคนไปเที่ยวนครพิงค์เวียงเชียงใหม่ ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ยังต้องไปกราบไหว้พระครูบาศรีวิชัย 

    สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฟ้าดิน คนเข้าใจธรรมะ คนที่เห็นคุณงามความดีเรา ก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่เห็นความดีเรา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านยังมองเห็นเราอยู่ ถ้าเราตั้งมั่นจริง ท่านย่อมเห็นความพากเพียร วิริยะอุตสาหะของเรา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะมาช่วย แม้แต่สัตบุรุษ คนดี บัณฑิต ผู้รู้ หรือแม้แต่คน ก็จะเห็นคุณค่าความดีของเรา ก็จะมาช่วยเหลือ ส่งเสริม อุ้มชู

เราทำดี คนไม่เห็น ไม่ต้องท้อแท้ใจ ไม่ต้องสิ้นหวัง 
ถ้าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ ฟ้าดินต้องเห็นใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เห็นใจ 
แม้แต่คนก็ยังต้องเห็นใจที่จะมาช่วยเหลือ

    ๓. สภาวะการณ์ต่างๆ สภาพแวดล้อม ทำให้ต้องรอเวลาจึงส่งผล คือ ภาวะการณ์จะเป็นห้วงๆ หรือเป็นห้วงๆ หนึ่ง เช่น ภาวะการณ์ช่วงนี้เป็นเช่นนี้ อีกห้วงหนึ่งอาจจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง เราทำดีก็จริง แต่มันเหมือนกับห้วงชะตา จังหวะชีวิต มีขึ้นมีลง หรืออะไรต่างๆ ที่ทำให้เราต้องรอเวลา 

    ฉะนั้น เราต้องเข้าใจ เราจะต้องอดทน พอเราผ่านพ้นห้วงนี้ไปได้แล้ว ก็จะดี เหมือนกับบัวเข้าสู่ฤดูหน้าหนาวก็จะเก็บตัว ร่วงโรย เพราะอยู่ในภาวะหน้าแล้ง แต่บัวต้องรู้จักอดทน 

    แต่ระหว่างอดทนนี้ บัวต้องมีปัญญารู้จักรักษาหน่อ เก็บหน่อไว้ เก็บไหลหรือหลดบัวไว้ ถึงแม้จะแล้งอย่างไร บัวก็ยังคงรักษาหน่อไว้ในดิน ถึงแม้ไม่ชูช่อแต่ข้างในก็ไม่ตาย เพื่อที่จะรอโอกาสโผล่ขึ้นมา พอพ้นหน้าแล้ง ฝนมาก็จะออกดอกในช่วงปลายฤดูร้อนต่อต้นฤดูฝน ก็จะเบ่งบานขึ้นมาใหม่ นี่แหละเป็นปัญญาของบัวในการรู้จักบริหารจัดการ

    ภาวะห้วงนี้ของคนเราก็เช่นกัน จะต้องฝึกให้เรารู้จักอดทน 

    บางครั้งเราทำดีก็ต้องอดทนรอ แต่ระหว่างรอต้องมีปัญญา ในการบริหารจัดการแก้ไข ปัญหาหรืออุปสรรคนั้นๆ จะอดทนอย่างเดียวไม่ได้ 

    ถ้าบัวมัวแต่น้อยอกน้อยใจ เลิกละความเพียรพยายาม ล้มเลิกเสียกลางคันก็จะเสียโอกาส สิ่งที่ทำมาก็ฟรีไปเลย ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าปลาตายน้ำตื้น เจอลำบากนิดหนึ่งก็ไม่เอาแล้ว

      เราทำความดีแล้วตอนนี้ไม่มีใครเห็น แต่ก็เพียรพยายามทำ จนฟ้าดิน คนอื่นเขาเห็นถึงความตั้งอกตั้งใจ เต็มใจ จริงจังจริงใจ เด็ดขาด เขาก็จะส่งเสริมสนับสนุน เหมือนกับพระครูบาศรีวิชัย หรือเนลสัน

    เนลสัน โรลีลาลา แมนเดลา (Nelson Rolihlahla Mandela) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และท่านต่อต้านการถือสีผิวในประเทศแอฟริกาใต้ จนทำให้ท่านถูกจำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้น ๒๗ ปี  แต่ท่านก็มั่นใจในเหตุดีที่ได้กระทำ สร้างเหตุดีทำไปเรื่อยๆ จนกาลเวลาผ่านไปผู้คนเห็นถึงความตั้งใจเพียรพยายามของท่าน จึงมอบรางวัลต่าง ๆ มากกว่า ๒๕๐ รางวัลแก่ท่าน รางวัลที่สำคัญที่สุดคือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๖


คาดหวังได้ 
แต่อย่าจอง..!!   
ต้องให้ได้ตามที่ตนหวัง พอผิดหวังก็จะเกิดโมโห โทสะกล่าวโทษ อ่อนใจ ใจห่อเหี่ยว จะละทิ้งอุดมการณ์ ภาระหน้าที่การงานไม่หวั่นไหว ไม่ท้อแท้ใจ 
เกิดผลสัมฤทธิ์แน่นอน


เราทำดี ไม่อายฟ้าดิน จงมั่นใจทำอย่างเต็มที่ ไม่หวั่นไหว ไม่ท้อแท้ใจ มีหัวใจ ๕ กตัญญู ศรัทธา เชื่อมั่น หนักแน่น มั่นคง 
ต้องเกิดสัมฤทธิ์ผลแน่นอน..!!

เราทำดีอย่างจริงใจ  ฟ้าดินย่อมรับรู้ 
ถึงแม้เราไม่ได้ขอ  ฟ้าดินก็ยังต้องให้
นี่คือ...ปรมัตถ์สัจจะธรรม



Create Date : 19 เมษายน 2564
Last Update : 19 เมษายน 2564 20:31:20 น.
Counter : 16 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
เมษายน 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2564
All Blog