ตารางเวลาชีวิตแต่ละช่วงทำให้ถูกต้อง
ตารางเวลาชีวิตแต่ละช่วงทำให้ถูกต้อง

ชีวิตของเราในวัยแต่ละช่วงควรทำสิ่งใดเพื่อให้ได้เกิดประโยชน์และมีคุณค่ามาก และตรงกับภาวะแห่งธรรมวัยนั้นๆ มีดังนี้

    ตอนลูกอยู่ในท้อง ผู้เป็นแม่ต้องหมั่นสร้างกุศล ลูกออกมาจะได้ออกง่าย ลูกแข็งแรง สอนลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง ฟังเพลง ฟังดนตรีกล่อมเด็ก

    เด็กทารก ต้องสร้างกุศล และให้ปัญญา ให้สอนเขาไหว้พระตั้งแต่เด็ก

    เช่น ยกตัวอย่างเด็กหญิงใส พอเกิดมาก็รีบให้เด็กไปไหว้องค์พ่อพิฆเณศ ที่สถานีวิทยุคลื่น ๙๒ และที่สวนตำหนักจะเริ่มสร้างองค์เทพต่างๆ คนเป็นแม่ก็จะมาช่วยร่วมทำถนน ทั้งๆ ท้องโต ๘ เดือนแล้ว พอเด็กใสคลอดออกมาก็ได้สร้างกุศล ถ้าไม่ทำอย่างนี้เด็กคนนี้เกิดออกมามีสิทธิ์ตายภายใน ๓ ปี เพราะว่าแม่มีวิบาก เด็กคนนี้เขาเกิดมาเพื่อจะมาช่วยแม่ได้เคลียร์วิบากกรรมให้กับแม่เขา แม่เขาจะได้มีโอกาสได้ทำบุญกุศล ทั้งๆ แม่อยู่กรุงเทพฯ แต่อยากมาอยู่ที่เชียงราย อยากมาไหว้พระ ทั้งๆ ไม่เคยไหว้มาก่อน อยากมาไหว้พ่อพิฆเณศ ถ้าจะพูดไปแล้วเด็กหญิงใสเป็นสายองค์พ่อพิฆเณศ

    วัยเด็ก อายุ ๑-๖ ต้องให้การทนุบำรุงเขาทั้งกายและจิตใจเขา บางคนบำรุงแต่กายอย่างเดียวจิตใจไม่ทนุบำรุงก็ไม่ได้ เช่น ทำอาหารให้เด็กกิน แล้วทิ้งให้เด็กกินคนเดียวแล้วพ่อแม่ไปไหนไม่รู้ ไปสร้างปมให้เขา

    เขาได้กินอะไรอยู่ แต่ในใจจะสร้างปมให้เขา ปมตรงนี้จะส่งผลไปตรงนั้นล่ะ ไปทุกวัยล่ะ เพราะว่านี่เป็นฐานของอายุ ๗-๑๒ ฉะนั้นอายุ ๑-๖ จึงสำคัญ อย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ เด็กตั้งครรภ์ตั้งแต่อยู่ในท้อง ๓ เดือน ต้องรีบสอนเขาแล้ว สิงคโปร์จะชนะคนอื่นได้ ต้องรีบสร้างคน ทรัพยากรของเขาคือ บุคคล ฉะนั้น เขาต้องรีบสร้างบุคคลให้พร้อมกว่าชาติอื่นๆ เขาถึงจะอยู่รอด เพราะว่าเขาไม่มีทรัพยากร

    วัยเด็ก ต้องหมั่นพาไหว้ สวดมนต์ อย่างเช่นเด็กบางคน พอเราจัดงานไหว้บวงสรวงสิ่งศักดิ์ิสิทธิ์ เด็กเขาก็จะช่วยนำเอาของบูชามาให้กับคนมาร่วมไหว้ ยกตัวอย่าง เด็กคนหนึ่ง เขาจะชอบ เขาจะมาช่วยทำ ถ้าเด็กไม่มีพื้นฐานพวกนี้ เด็กเขาจะหนี เขาก็จะมาช่วยเขย่าระฆัง แรกๆ มาร่วมไหว้ เขาจะมาก่อกวนร้องไห้เรื่อยๆ 

    พอทำพิธี ผู้รู้ได้บอกผู้เป็นแม่ของเด็ก ให้ตั้งใจดีๆ เดี๋ยวเด็กก็จะเปลี่ยน พอเด็กโดนจับผี (สอนเด็กด้วยการหยิก ถ้าดื้อผีก็จะเข้า แล้วเราก็จะหยิก เป็นการปลูกฝังรหัส เขาก็จะไม่ดื้อ เพราะดื้อผีเข้า ก็จะโดนหยิก พอโดนหยิกก็จะเจ็บ) เด็กเขาก็จะเข้าใจ พอผีที่มาแฝงโดนผู้รู้จำกัดเขาก็จะไม่ทำอีก เพราะถูกจำกัด เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ก็จะนำพาไปสู่ตัวร้าย

    เด็กที่เกิดมาแล้วไม่ใช่ว่าร้ายก็คือร้าย ดีก็คือดี อย่างนี้ไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ว่าจะนำพาไปสู่ตัวไหน 

    เด็กดื้อแก้ง่าย แม้แต่วัยรุ่นขอแค่พ่อแม่ยอมแก้ แก้ง่าย แก้ได้ ถ้าพ่อแม่ไม่ยอม ก็แก้ไม่ได้ เพราะต้องเข่นฆ่ากัน ต้องทำร้ายกัน ใครมีลูกต้องจำคำนี้ไว้ให้ดีๆ ถ้าจะเข่นฆ่ากันก็จะเป็นอริกัน คำว่า "ยอม" หมายถึง ยอมทำความดี ยอมบำเพ็ญ

    วัยเด็ก อายุ ๗-๑๒ วัยเตรียมให้เขา พ่อแม่ต้องเตรียมให้เขา เขาจะถามก็ยังไม่รู้เรื่อง ไม่ถามก็ไม่รู้เรื่อง เราต้องเตรียมให้เขา เหมือนกับว่าวันอาทิตย์ เราจัดงาน เราเตรียมให้เขา พอเตรียมแล้ว เขาถึงจะมีหลักการอายุ ๑๒-๑๗ 

    พออายุเลย ๑๒ เขาก็จะเริ่มปฏิวัติแล้ว ถ้าอายุ ๗-๑๒ ไม่ดี พออายุ ๑๒ ไม่ดี อายุ ๑๓ ก็จะเริ่มปฏิวัติแล้ว จะเริ่มต่อต้านพ่อแม่ เริ่มต่อต้านผู้ใหญ่ เริ่มทะเลาะ เริ่มทำสิ่งตรงข้าม ถ้าเราห้ามอย่าไปมีแฟน เขาก็จะมีแฟนให้ได้ อะไรอย่างนี้ เขาก็จะพยายามทำสิ่งตรงข้าม

    แต่ละวัยจะมีผลต่อเนื่องกัน

    วัยรุ่น ถ้าแม่เข้าใจ แม่ยอมบำเพ็ญ เด็กก็จะมีโอกาส การเป็นครอบครัวจะหนีไม่พ้นคุณธรรม ปลูกฝันตั้งแต่เด็กจะมีพื้นฐานดี ถ้าปลูกฝังทุกลมหายใจยิ่งดี คุณธรรมสามารถปลูกฝังได้ทุกวัย แม้แต่กำลังจะตายก็ยังสามารถปลูกฝังได้เลย เพราะจิตสำนึกในคุณธรรม เขาย่อมไปสู่สุคติ ไม่ต้องทรมานระหว่างตาย เช่น จะมีการสวดมาลัยโผดโลก เทศน์มหาวิบาก นำพระมาจูง เทศน์ก่อนตายเป็นต้น อย่างเช่น ก่อนตายต้องให้เขาระลึกถึงว่าเคยทำบุญอะไรที่ไหน

    บางคนไม่นับถือเรื่องพระเรื่องเจ้า แล้วเราจะทำยังไง คุณธรรมไม่ใช่มีแต่เรื่องพระเรื่องเจ้าอย่างเดียว คุณธรรมก็คือให้เขารู้สึกว่าเขาได้ทำอะไร แล้วถูกหรือผิด เช่น คนนี้ชอบขโมยวัวคนอื่นอยู่เรื่อย เวลานั้นจะตายแล้วมาสำนึกว่า การฆ่าวัวนี้บาป การทรมานสัตว์เป็นสิ่งไม่ดี มีจิตสำนึกขึ้นมา ซึ่งไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องเป็นชาวพุทธ ชาวคริสต์ ชาวอิสลาม หรือจะอยู่ศาสนาอะไร เพียงแต่ให้เขาสำนึกในกรรมของเขา

    คุณธรรม ก็คือ ให้เรารู้สึกว่าผิดหรือถูก  ตัวสัมปชัญญะเป็นตัวให้ก่อเกิดคุณธรรม คุณธรรมกับสัมปชัญญะก็คือตัวเดียวกัน คือตัวเหตุและผล เพราะเหตุมีสัมปชัญญะจึงต้องมีผล มีคุณธรรมจึงให้เขามีสัมปชัญญะมั่นคง คุณธรรมก็จะมีการแยก ว่าคุณธรรมว่าด้วยเรื่องอะไร เช่น ว่าด้วยการครองเรือน พระพุทธเจ้าเวลาเทศน์ยังมีบอกว่าด้วยเรื่องอะไร คุณธรรมว่าด้วยการเป็นกัลยาณมิตร คุณธรรมว่าด้วยการเป็นมิตรสหาย คุณธรรมแห่งความเป็นครู คุณธรรมแห่งความเป็นศิษย์ ของศิษย์มีอะไร ถ้าจะแยกก็จะเยอะ

    สมมติ คนนี้เป็นครู แต่ไม่มีคุณธรรมทางครู ได้ชื่อว่าครู แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ครู ตรงไหนคือคุณธรรม

    จริยธรรมน้อยกว่าคุณธรรมเยอะ จริยธรรมเป็นความประพฤติภายนอก แค่การแสดงออกเท่านั้นออก แต่คุณธรรมควบคุมการแสดง ควบคุมการประพฤติธรรม ถ้าหากว่าจริยธรรมไม่มีบ่อยๆ คุณธรรมก็ไม่มีเหมือนกัน จริงๆ คุณธรรมที่มีคือตัวสัมปชัญญะมากกว่า สัมปชัญญะทำให้เกิดคุณธรรม คุณธรรมจะมาหนุนสัมปชัญญะมั่นคง จะเป็นตัวหมุนกัน ตรงนี้แหละที่จะเป็นรูปหยินหยาง

    วัยเยาวชน คือ ต้องหมั่นฟังผู้ใหญ่ ผู้รู้ เข้าหาผู้ใหญ่ ถ้าวัยนี้ไม่เข้าหาผู้ใหญ่ จะไม่มีข้อมูลเพียงพอ ถ้าเขาอายุ ๑๘-๒๕ เลอะเทอะล่ะ ถ้าไม่มีข้อมูลอะไรก็ไม่รู้ว่าจะไปตัดสินใจอะไร ไม่รู้ว่าตนเองมีเป้าหมายอะไร และไม่รู้ว่าตนเองจะต้องทำอะไร ยังไง

    แต่ละวัยจะต้องส่งผลซึ่งกันและกัน

    วัยยุวชน อายุ ๑๘-๒๕ คือ ใหญ่กว่าเยาวชน สิ่งที่พึงระวัง คือ ต้องรู้จักตัวเองและต้องมีเป้าหมาย ต้องรู้จักตนเองว่าต้องมีอะไร และมีเป้าหมายยังไง อะไร

    วัยครอบครัว คนที่มีครอบครัวที่ควรพึงระวังคือ ให้รู้จักหน้าที่ สมมติว่าเราเป็นผัว เรามีหน้าที่อะไร เราเป็นเมียเรามีหน้าที่อะไร ตัวนี้เป็นหลักพื้นฐาน

    จุดที่ควรมีการส่งเสริมของการมีครอบครัว คือ การให้อภัย ไม่ถือสา สำคัญที่สุด เพราะว่าเป็นไปไม่ได้อยู่ด้วยกันจะไม่ได้เหยียบเท้ากัน แต่ถ้าเหยียบเท้ากันถือสากันก็จะเป็นเรื่องใหญ่โต แค่ตดก็ฆ่ากันตาย วุ่นวายไปหมด อยู่ด้วยกันก็ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นเรื่องธรรมดา

    ๒ ข้อนี้ สังคมทั่วโลกขาดกันมากเลย สังคมเวลานี้ ครอบครัวเวลานี้จึงเป็นปัญหา ยังเป็นปัญหาตลอดเลย ครอบครัวที่เป็นวัดยังฆ่ากันเลย ถ้าถือสาก็จะตีกันเรื่อย ข่าวที่ปรากฏว่าพระตีกันเพราะว่าพระถือสากัน บางคนยังใช้คุณไสยไปทำอีกองค์หนึ่ง ทั้งๆ เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้า เป็นลูกหลานของพระพุทธเจ้า ยังเล่นของกันเลย การเล่นของไม่ใช่ว่าไม่ถูก แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ไปในทางอะไร มิจฉาหรือสัมมา ใช้ถูกเรียกว่าสัมมา ใช้ไปในทางที่ผิดเรียกว่า มิจฉา

    วัยสร้างฐาน อายุ ๒๖-๔๐ สิ่งที่พึงระวัง สิ่งที่สูงกว่าครอบครัว เข้าสู่อายุ ๕๐ ปี จะเป็นปู่แล้ว ตัวหนึ่งที่สำคัญมากคือ พรหมวิหาร ต้องมีใจพรหม ถ้าไม่มีใจพรหมก็จะมีปัญหา คือ ใจแคบมีปัญหาแน่ ไม่ว่าบ้าน ครอบครัว หรือสังคม เพราะว่าทุกวันนี้ ขึ้นถึงจุดตรงนี้เขาจะเป็นผู้ที่มีอำนาจ เพราะส่วนใหญ่จะมีอำนาจ เช่น ถ้าอยู่ในบ้าน เขาก็จะมีอำนาจควบลูกหลาน ถ้าใจแคบก็จะมีปัญหาตลอด

    ถ้าไม่เชื่อลองไปดู ถ้าข้างในผู้ใหญ่ถ้าใจแคบ บ้านนั้นไม่มีสันติสุข อยู่ยากมาก ถ้าใจกว้าง บ้านนั้น สังคมนั้น ถึงจะมีสันติสุขได้

    ข้อที่ควรส่งเสริม คือ พรหมวิหาร ๔ ใจเราต้องมีใจพรหม ใจเราจึงจะสามารถปฏิบัติพรหมวิหาร ๔ ได้ ถ้าใจแคบปฏิบัติพรหมวิหาร ๔ ไม่ได้  เช่น เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา จะไปทำอะไร ทำทีจะคิดว่าผลตอบแทนกลับมากูจะได้กี่ตังค์ ยกตัวอย่าง เช่าพระ ๑ องค์ แล้วกี่ปีกูจะได้กี่ตังค์ แคบมั้ย 

    วัยกลางคน อายุ ๔๑-๕๐ และวัยปลายคน อายุ ๕๑-๖๐

    วัยเกษียณ พอวัยเกษียณไม่ใช่ใจพรหมละนะ ต้องสูงกว่าขึ้นไป ต้องใจอนัตตา คือ ปล่อยวางแล้ว เข้าใจถึงธรรมชาติแล้ว ปล่อยวางได้ เขาเรียกว่าวางได้แล้ว วางไม่ได้ก็จะคุมหมดเลย

    หน้าที่ตัวหนึ่งที่สำคัญที่สุดเลย คือ หน้าที่เราต้องสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา เช่น ถ้าเราเก่งสานไม้ สานตอก เราก็ต้องคนรุ่นต่อไปสร้างสานไม้ได้ เราต้องสร้างคนใหม่ขึ้นมา นี่คือหน้าที่ของคนที่กำลังจะไป ถ้าเราไม่สร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเราก็อย่าตายสิ เป็นไปไม่ได้

    นี่คือลืมหน้าที่อันสำคัญ แต่ไปหลงหน้าที่ที่ไม่สำคัญ ตรงนั้นจะทำรู้ว่าหน้าที่ดีกว่าแต่ไม่กล้าทำ เพราะมีเชือกมัดเท้าอยู่ ถ้าเราแน่จริงเราต้องไปต่อรองกับยมบาลบอกว่า เวลานี้ท่านอย่าเพิ่งคิดบัญชีได้มั้ย แล้วถ้าหากเกษียณออกมาแล้วค่อยคิดเวลา ไม่มี และเป็นไปไม่ได้ ท่านก็คิดบัญชีตลอดเวลา กาลเวลาหมุนไปถึงจุดหนึ่งที่เราจะต้องทำ กลายเป็นเวลาหมดแล้ว

    จุดที่วัยเกียณ วัยทองที่ควรระวังคือ ตัวที่ยึดติด ยึดหลงตนเองว่าเป็นผู้กำชะตา กำโน่น กำนี่ เพราะตัวนี้ยึดมากก็จะทำลาย คนที่เก่งขึ้นมาก็จะถูกทำลายไปเรื่อย ถ้าไม่ทำลายใช่มั้ย คิดง่ายๆ วัดบางวัดเดี๋ยวนี้หาคนดีๆ มีฝีมือมีมั้ย พระที่เก่งกลายเป็นหนีออกมาหมด ท่านจะฟังเหตุแต่ไม่ฟังผล ทำไมถึงท่านไม่ฟังเหตุไม่ฟังผล เพราะว่ามีจริตตัวนี้ ตรงนี้มึงขึ้นมาอย่ามาเบียดถูกก้นกู พอเบียดถูกก้นกูกูเหยียบล่ะ ฉะนั้น องค์ขาวจึงแกล้งโง่ หลวงพ่อจึงชอบ องค์ขาวกับองค์ดำจึงต่างกัน ต่างกันตรงไหน คือ องค์ขาวตอแหล องค์ดำเขาไม่ตอแหล ความตอแหลน้อยกว่าเยอะ

    อย่างเช่น บางคนใจดี แล้วเอาของไปแจก แต่เราต้องไปดูว่าเขาเอาของไปแจกเจตนาเพื่ออะไร เพื่อเวลานี้มึงลงคะแนนเสียงให้กู อย่างนี้ใช่หรือไม่ เวลานี้บางคนทำอะไรให้อย่างโน้นอย่างนี้ ต้องดูเจตนาเขาว่าเขาทำไปเพื่ออะไร เราต้องดูว่าเพื่อ... คำว่า "เพื่อ" คนเราต้องดูที่ว่า "เจตนา"  เจตนาเพื่ออะไร ตรงนี้สำคัญ ต้องดูที่เจตนา บางครั้งคนนี้ใจดีเหรอเกิน แต่ต้องดูที่เจตนาของเขา ถ้าเราไม่คำนึงถึงเจตนา เราก็จะดูแค่ภายนอก แต่บางคนภายนอกดูแล้วไม่ใช่หรอก แต่เจตนาดี เห็นหรือไม่

    วัยชรา ตัวปล่อยวางต้องยิ่งมาก ถ้าไม่ทำเช่นนี้ต้องแบกข้ามภพ หัวใจวัยชราคือ ต้องปล่อยวาง เข้าสู่ตถตา (เป็นเช่นนั้นเอง)

    แล้วคนชรายังทำโน้นนี่อยู่ แสดงว่าเขายังโลภอยู่ใช่มั้ย? อันนี้ไม่ใช่ เพราะขนาดพระพุทธเจ้า นาทีสุดท้ายก็ยังสอนคนอยู่ คือ พระสุภัททปริพาชก แล้วโลภตรงไหน ขึ้นอยู่กับที่เจตนา แต่ถ้าโลภไปในทางธุรกิจ ก็จะหนักหน่วงของเขาเอง คนเฒ่าบางคนชอบไปขัดขาคนอื่น

    วัยไม้ใกล้ฝั่ง ๘๐-๙๐ เป็นวัยธรรมะ ต้องปล่อยวาง เราจะเข้าฝั่งล่ะ เราจะต้องเตรียมตัวอะไร เราจะเข้าฝั่งล่ะ เราจะทำตัวยังไง

    เป็นวัยไม้ใกล้ฝั่ง หมายถึง เราจะไปขึ้นฝั่งของอะไร เช่น เราจะไปขึ้นฝั่งของพระพุทธเจ้า หรือจะไปขึ้นฝั่งพ่อพรหม หรือขึ้นฝั่งนรก ฯลฯ อะไรก็ว่ากันไป

    แล้วเราจะไปสอนธรรมะเขาได้หรือไม่ ทั้งๆ เขาหลงๆ ลืมๆ อันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่บางคนยังภาวะพร้อมที่จะเรียนรู้ธรรมะอยู่ก็มีเยอะแยะไป

    ทางจีนถ้าอายุ ๙๐-๑๐๐ เรียกว่า เจี่ยซิ่ว หมายความว่า เริ่มเป็นเทวดามนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์ล่ะ เพราะว่าผ่านโลกมาเยอะแล้ว ถ้าหากว่าได้พื้นฐานข้อมูลของโลกมาอย่างนี้ เวลานั้นเป็นผู้หยั่งรู้แล้ว เป็นผู้รู้มากแล้ว เหมือนกับเป็นเทวดา คนจีนถ้าอายุ ๙๐ ขึ้นไปตาย ลูกหลานคนทั่วไปเขาจะใส่ชุดแดงหมด ถือว่าเป็นงานมงคล เพราะถือว่า เซ่งถี่ แปลว่า ขึ้นสู่สวรรค์ อะไรอย่างนี้ ขึ้นขั้น ขึ้นภูมิ ไม่ใช่มนุษย์

    ในหนังสือจวงจื่อตอนเต้าจื๋อกล่าวไว้ว่า อายุของคนในวัยชรานั้นแบ่งออกเป็น ๓ ช่วง อายุยืนถึง ๑๐๐ ปี เรียกว่า เจี่ยซิ่ว อายุถึง ๘๐ ปี เรียกว่า จงซิ่ว และอายุถึง ๖๐ ปี เรียกว่า เหี่ยซิ่ว

    นี่แหละเรียกว่าตารางชีวิต จะต้องเตรียมตัวยังไง ทำอะไร นี่แหละคือหน้าที่ของพ่อแม่ ไม่ใช่ว่าจะเอาเงินและเอาข้าวให้เขากิน ถ้าเราไม่เข้าใจเตรียมตัวผิด เราก็จะได้ลูกที่ผิด ฉะนั้น อย่าบ่นเลย เวลาลูกเป็นอย่างนั้นๆ 




 



Create Date : 19 เมษายน 2564
Last Update : 19 เมษายน 2564 20:19:49 น.
Counter : 22 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
เมษายน 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2564
All Blog