สนทนาธรรม กับบัวใต้ตม
สนทนาธรรม กับบัวใต้ตม

    น่าจะใช้คำว่า "บัวใต้ตม" เพราะบัวอยู่ใต้ตมไม่ใช่อยู่ใต้ดิน บัวจะอยู่ใต้ดินไม่ได้ บางคนอาจจะเถียงได้ว่า มันโอเว่อร์เกินไปหรือเปล่า แต่ถ้าเราบอกว่าใต้ตมนี่ใช่เลย จะสมกับตามเจตนาของท่านพระอาจารย์ ที่ต้องการเป็นบัวที่เจริญงอกเงยขึ้นมาได้ แต่ถ้าอยู่ในดินก็จบกันเลย ไม่มีรากให้ขึ้นมาเลย หรือจะใช้คำว่า "บัวใต้ดินตม" อย่างนี้ก็ได้ เพียงแต่เพิ่มตัว "ตม" เข้าไปถึงจะชัดเจน คำว่า "ตม" ก็คือดินนี่แหละ แต่มีน้ำหล่อเลี้ยง พอเราไม่มีคำว่าตม ก็เหมือนกับบัวที่โดนดินอัดเอาไว้ ก็จะกลายเป็นว่า รู้สึกว่าบัวอันนี้ถูกทำลาย ถูกเก็บกด ความรู้สึกก็จะคนละเรื่องกันที่ตรงกับใจของพระอาจารย์

    ส่วนข้อความที่ว่า "พระพุทธองค์จะแนะนำให้ตั้งจิตใจมีสติรับรู้ก่อนว่าเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ด้วยตนเองและแก้ไขด้วยตนเองจึงจะแก้ได้และมีผลทำให้อาชนะปัญหานั้นได้จริง"

    ถ้าเรารู้ตัวว่าเรายังไม่รู้ เรายังไม่หาความรู้เพิ่ม แล้วความรู้ของเราจะเพิ่มได้ยังไง หรือจะหาความรู้เพิ่มจากที่ว่า ตัวเองแค่เรียนรู้ ก็เป็นไปไม่ได้ สิ่งการเรียนรู้ถ้าขาดครูบาอาจารย์เราจะไปได้แค่ไหน

    ดังที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) ท่านกล่าวว่า อัตตา หิ อัตตา โน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน อธิบายว่า ตัวของเราเองมีอะไรให้พึ่งหรือไม่ ตัวของเราสามารถเป็นสรณะให้กับตัวเองหรือเปล่า สิ่งใดที่ทำให้เราต้องพึ่งตัวเราเองมีอะไรหรือเปล่า? เรามีสิ่งใดให้เรารู้หรือเปล่า ตัวเองพร้อมหรือไม่ที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง

    เราเรียนรู้ยังไง ก็ ก. ข. ค. ง. แล้วเมื่อไหร่เราจะขึ้นผสมสระล่ะ เป็น สระ "อิ" สระ "อี" ก็เป็นไปไม่ได้ เราต้องหาครูบาอาจารย์ อาจารย์ท่านถึงจะมีสระ "อิ" สระ "อี" ให้

    ฉะนั้น เราจึงต้องเข้าหาครูบาอาจารย์ให้ท่านได้ชี้แนะ แนะนำสั่งสอนเรา

    ส่วนข้อความที่ว่า " ปัญญาเป็นอุปกรณ์กำจัดปัญหา" น่าจะใช้คำว่า "แก้ปัญหา" น่าจะถูกกว่า เพราะว่าบางคนถ้าเจอปัญหาแล้ว แก้แล้ว แต่บางครั้งก็ต้องพบเจออีก เขาอาจจะท้อได้ แต่ถ้ามีปัญหาแล้วแก้ปัญหานั้น มีปัญหาอีกก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อีก น่าจะดีกว่าคำว่า "กำจัด" เพราะว่าคำว่า "กำจัด" นี้ จะตรงกับคำว่า หมดไป, สิ้นไป ซึ่งถ้าเราทำอะไรแล้ว มักจะมีอุปสรรค ปัญหาอยู่เสมอ ฉะนั้น พอเรามีปัญหา เราจึงต้องแก้ปัญหา คือ เมื่อพบเจอสิ่งที่ยุ่งยาก ยุ่งเหยิงแล้วเราก็มาแก้สิ่งที่ยุ่งเหยิงให้กลับกลายมาดีได้ แต่ไม่ได้ขจัดสิ่งเหล่านั้นไป สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ แต่สิ่งที่เราไม่ต้องการก็ได้แก้ไขแล้ว

    ส่วนข้อความที่ว่า " ทำปัญหาให้เป็นปัญญาวิธีง่ายๆใช้ความอดทนหรือ(ขนฺติ)รอจนปัญหามันอ่อนแอจึงเผด็จศึกมันด้วยปัญญา" ถ้าเกิดปัญหาแล้วเรารอให้ปัญหาเหล่านั้นอ่อนตัวลง บางครั้งคนรออาจจะต้องตายก่อนก็เป็นได้ ไฟไหม้อาจลามใหญ่โตได้ ฉะนั้น เราต้องหาผู้รู้ให้รีบแก้ไขตั้งแต่ไฟกำลังลุกไหม้ รีบเอาน้ำมาดับ ไฟก็จะไม่ลาม เกิดความเสียหายไม่มาก แต่ถ้าเรารอให้ไฟไหม้มอดลง บ้านทั้งหลังไฟไหม้อาจจะไม่เหลืออะไรเลย ฉะนั้น ถ้าเกิดปัญหาก็ควรที่รีบแก้ไขปัญหานั้น หากเราแก้ไขไม่ได้ ก็ควรเข้าหาผู้รู้ ครูอาจารย์ หรือกัลยาณมิตร ปรึกษา ขอความชี้แนะจากท่าน แล้วนำไปปฏิบัติให้เกิดอานิสงส์

 



Create Date : 19 เมษายน 2564
Last Update : 19 เมษายน 2564 20:24:08 น.
Counter : 20 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
เมษายน 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2564
All Blog