เส้นทางดำเนินวิถีธรรม

เส้นทางดำเนินวิถีธรรม

วิถีอันอาจเต้าตามได้        มิใช่วิถีอันจิรัง
นามอันปาจขนาดเรียกได้    มิใช่นามอันยั่งยืน
เมื่อปราศจากนาม        ย่อมเป็นจุดเริ่มแห่งสกลสิ่ง
เมื่อขนานนาม            จึงเป็นมารดาแห่งสกลสิ่ง
ดังนี้
มักไร้ปรารถนา ก็อาจพิจารณาความพิสดารเหล่านั้นได้
มักมีปรารถนา ก็อาจพิจารณาความเป็นไปเหล่านั้นได้
ทั้งสองประการนี้
ปรากฏคู่กันออกมา แต่มีนามเรียกขนาดต่างกัน
ต่างเป็นความลุ่มลึก
ลุ่มลึกและยังลุ่มลึกอีก
จึงประกอบเป็นปากทวารแห่งความพิสดารทั้งมวล

เต๋าก็ไม่ใช่เต่า เราจะถือว่าเป็นเส้นทางถาวรไม่ได้

มีชื่อเต๋าก็ไม่ใช่ ชื่อนี้ก็ไม่ถาวร

ที่ไม่มีชื่อเป็นสิ่งเริ่มต้นของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ถ้ามีชื่อก็จะออกมาเป็นอีกขั้นหนึ่งแล้ว เป็นจุดหนึ่งของสิ่งตรงนั้นๆ

    ยกตัวอย่าง สูงสุดคือธรรม ไม่มีพุทธ คริสต์ อิสลาม เต๋า แต่ถ้าเราเริ่มพุทธ เต๋า ฯลฯ เริ่มมีบรรพบุรุษ เริ่มเดินทางแล้ว

    ทั้ง ๒ อย่างนี้ชื่อไม่เหมือนกัน แต่ก็อยู่ในวิถีทางของธรรมเหมือนกัน

    คำว่า เหี่ยง (玄) แปลว่า ธรรมอันล้ำลึก (คือ สูงสุดเป็นปรมัตถ์ คือ จะต้องแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง เช่น โลกนี้จะเป็นยังไง พระอาทิตย์ก็ยังอยู่) แปรเปลี่ยนไร้ลึก ถ้าเหี่ยงตัวนี้ก็จะมาคู่กับ อี้ (易เปลี่ยนแปลง) เหี่ยงกับอี้มาสู่ตรงกลาง คือ ห่วย (化) แปลว่า ปรุงแต่งไปเรื่อยๆ

    เหี่ยง หมายความว่า สิ่งการณ์ต่างๆ ดำรงอยู่ตรงนี้

    อี้ หมายความว่า เริ่มดำเนินการ เปลี่ยนแปลงแล้ว จึงเกิดมาเป็นห่วย

    ห่วย หมายความว่า เปลี่ยนแปลงเป็นโน่นเป็นนี่แล้ว เช่น เป็นคน เป็นสุนัข ฯลฯ

    ขบวนการอย่างนี้เขาเรียกว่า "เต๋า" (道) เป็นการเดินทางของวิถีธรรม

    ยกตัวอย่าง เหี่ยงเหมือนกับน้ำในกา อี้เหมือนกับเอาน้ำมาผสมกับกาแฟ ห่วย ก็คือ เป็นน้ำกาแฟแล้ว

    อี้นี้เปรียบเสมือนกับ เอาน้ำเปล่า ๑ แก้ว กับเอาผงกาแฟ ๑ แก้ว ห่วยก็คือเอามาผสมแล้ว เป็นผลลัพธ์ออกมาแล้ว ว่าสิ่งนี้คือน้ำกาแฟ

    อี้ เป็นหลักแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่เกิดผลตรงนี้ แต่ถ้าผลออกมาแล้ว เราเรียกว่า ห่วย 

    เหมือนกับเรามีผักที่อยู่ในตู้เย็น พร้อมที่จะแปรเปลี่ยน อันนี้แหละคือ อี้ แล้ว เป็นสิ่งชัดเจนแล้ว เขามีวิธีการปรุงแล้ว บอกวิธีการต่างๆ เช่น ผัดอย่างไร ใส่น้ำเท่าไหร่ เป็นต้น พอถึงขั้นห่วย ก็คือเอาของต่างๆ มาใส่แล้ว ออกมาเป็นผล
    อี้ + เหี่ยง = ห่วย 

    ทั้ง ๓ อย่างนี้ เป็นขบวนการ เป็นเส้นทาง เป็นวิธีการนี้ เรียกว่า วิถีแห่งเต๋า เส้นทางของธรรม

    เหี่ยง นี้ถ้าพูดไปแล้วก็คือ องค์ธรรม พระยูไลยังต้องอยู่ในองค์ธรรม อยู่ในเหี่ยง เหี่ยงแปลว่า องค์ธรรม ทางคริสต์ถือว่าเป็นพระเจ้า เป็นมูฮัมมัด อิบน์ อับดุลลอฮ์  พราหมณ์เป็นอาตมัน

    ทั้งหมดนี้เข้าไปสู่องค์ธรรม ถือว่าตรงนี้เป็นธรรมสูงสุด พอเป็นธรรมสูงสุดจึงถือตรงนี้ว่าเป็น "ธรรม" เฉยๆ ถ้าธรรมเฉยๆ ถ้าขยับก็จะกลายเป็นองค์ธรรมแล้ว องค์ธรรมถือว่าเป็นระดับพระเจ้า แต่ธรรม สร้างพระเจ้า

    เช่น พระเจ้ายังไม่รวมตัว ต้องมีสิ่งหนึ่งมาสร้างพระเจ้าขึ้นมา สิ่งนั้นก็คือธรรม ฉะนั้น จึงยกขึ้นมาให้มาชื่อเรียกได้ ทางเราจึงเรียกว่า "องค์ธรรม" ก็แล้วกัน สูงขึ้นไป คือ "ธรรม ดำรงก่อเกิด" เพราะธรรมจะไปก่อเกิดองค์ธรรม เพราะได้ไม่มี ธรรมดำรงก่อเกิด ก็จะไม่ก่อเป็นองค์ธรรม ถ้าเป็นองค์ธรรมแสดงว่ามีเหตุปัจจัยหลายอย่างรวมอยู่ในองค์ธรรม จึงเรียกว่า เหี่ยง คือ อาตมัน พระเจ้า พอมีอาตมันหรือพระเจ้า จึงมาก่อเกิด แปรเปลี่ยนเป็นสิ่งต่างๆ ได้ เทวดาต่างๆ ได้ มนุษย์ต่างๆ ได้ ธาตุทั้ง ๔ ได้


 



Create Date : 03 มิถุนายน 2563
Last Update : 3 มิถุนายน 2563 16:23:15 น.
Counter : 238 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
มิถุนายน 2563

 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog