Group Blog
 
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
20 กันยายน 2564
 
All Blogs
 

ตะพาบๆ กม.ที่ 286 "ถูกปฏิเสธ"




" ตื่นจากภวังค์ได้แล้ว จะหลอกตัวเองทำไม . .
กลับสู่ความจริงได้ไหม เสียดายเวลา

กี่วันที่ฟ้าทุ่มเทใจไป
ได้แต่คว้าหัวใจว่างเปล่าคืนมา. . 
เวลาไม่เคยเป็นใจ . .

ช่วยบอกตัวเองให้ท้อ ให้หมดกำลังใจไป
อย่าบอกว่ายังทนไหว เลิกทีพอที
หากว่าเขายังคิดจะรักกันจริง
คงไม่ทิ้งให้รออยู่นานเป็นปีเหมือนเราไม่มีตัวตน


(จบมันไปได้แล้ว) อย่าหยุดอย่าเพ้ออย่าฝันต่อ
ที่แล้วๆ มาก็มากพอ ยังจะรอให้ใจต้องช้ำมากมายเพียงไหน
(จบมันไปได้แล้ว) อย่าไปรักเขาอีกได้ไหม
ไม่มีอะไรให้หวังอีกแล้ว ให้พอกันที อย่าหนีความจริงเลย  . . " 




#การถูกปฏิเสธ  ที่รู้สึกว่าตัวเองทำตัวงี่เง่าที่สุดในชีวิต
คือตอนโดนผู้ชายบอกเลิกสมัยอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 
อาการ ณ เวลานั้นคือเศร้ามาก ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไร
 สมัยนั้นอยู่หอข้างมอ มีเมดที่เป็นเพื่อนเอกฟี่ มาอยู่ด้วยกันคนนึง 
ตอนนางไม่อยู่  เราก็เอาแต่นอนร้องไห้อยู่บนเตียง
ปิดห้องปิดปิดม่าน และฟังเพลงจบมันไปได้แล้วของ ZaZa
เป็นล้านรอบ 55+ พอเมดกลับมา . . อีนี่ก็ออกไปนั่งซักผ้า
(สมัยก่อนซักมือ) อยู่ริมระเบียง ซักผ้าไป นั่งมองทุ่งนาไปเศร้าไป .
ฝนตกตูก็ยังซักอยู่ . . ไม่ได้คิดว่าผ้ามันจะแห้งหรือจะเปียกอะไรยังไง
โอ๊ยยย . . บ้าบอมาก . . พอตอนนี้มานึกถึงแล้วรู้สึกว่า
 ตูนี่ แม่มมมมมม . .  ทำตัวเป็นนางเอก MV สุดๆ . .



เรื่องมันเกิดจาก . . ช่วงปิดเทอมปีที่ 1 ตอนนั้นเราทำเรื่อง
ย้ายมาคณะใหม่ สำเร็จ (ที่เคยเล่าให้ฟังครั้งก่อน)
พอใกล้จะเปิดเทอมช่วงนั้นเราเลย กลับมา มหาลัยก่อนกำหนด
เพื่อเตรียมตัวย้ายไปคณะใหม่ ตอนนั้น . .มีเพื่อนคณะนี้
(คณะที่เราจะย้ายไป)คนนึง  นางเป็นเพื่อนแก้งค์เดียวกับเรา
มาตั้งแต่สมัยมัธยม ชวนเราไปกินงานวันเกิด เราก็เลยไป . .
ก็เลยไปเจอ . . เพื่อนคนนึงที่เราก็เพิ่งรู้ว่าเค้าคนนี้ เรียนอยู่
เอกเดียวกับที่เราจะย้ายไป . . มันก็มีแบบปาตี้สังสรรค์ร้องเพลง
ดีดกีต้ากันใช่มะ (สมัยนั้นเพลงโปรดของเราคือเพลงทะเลใจ
ของคาราบาว กับ More Than Word) เฮ้ยยยยยยยยยย . .
นางร้องสองเพลงนี้เพราะมาก แถมคุยไปคุยมา อ้าว เราอยู่หอติดกัน
ชอบเพลงคล้ายๆ กัน บลาๆ หลายเรื่องช่างบังเอิญ . .
แล้วลุคผู้ชายคนนี้สมัยนั้นคือ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เลย
แบบเนิดๆละมุนๆ อ่า . . รวมหนึ่งสองสามสี่ห้าที่โดนใจ
ใช่ค่ะ . . สุดท้าย อิชั้นก็เลยโดนตกไปอย่างรวดเร็ว . .
เหมือนเมือใจตรงกัน เวลาก็ไม่สำคัญอีกต่อไป . . เหอะๆ 
ก็เลยตกลงเป็นแฟนกัน ตั้งแต่ . . ก่อนเข้าเรียนนั่นเลย 




เปิดเทอมมา . . เรากลายเป็นเด็กหน้าใหม่ของคณะที่
ดันคว้าหนุ่มหน้าตาดีของเค้าไปครอง . . ก็เหมือนจะดีนะ
แต่ . . คบกันไปได้สักพัก . . เรารู้สึกเหมือนตัวเอง ไม่ได้อยู่
ในเซฟโซนยังไงก็ไม่รู้ แถมเหมือนโดนเจ้าถิ่นเพ่งเล็งอย่างบอกไม่ถูก
ในเอกที่เราย้ายไปนั้น มีนักศึกษาอยู่สิบกว่าคน สามคนเป็นผู้ชาย
ส่วนที่เหลือเป็นผู้หญิงหมด และมีหนึ่งในนั้นที่เรียกแฟนเราว่าป๋า
หืออ . . คือไร . . เรียนๆ ไปก็รู้สึกว่าคนพวกนั้น ยังสนิทกว่าแฟนเรา
มากกว่าเราอีก . . บางวัน นางไม่มาเรียน นางก็ไม่บอกเรา . .
มีแฟนก็เหมือนไม่มี รู้สึกว่าโดนทอดทิ้งอยู่บนหิ้ง บวกกับการ
ที่ต้องปรับตัวหลายอย่าง แถมตารางเรียนแน่นมาก เพราะเราต้อง
ตามเก็บวิชาบางวิชาที่คณะเก่าไม่มีเรียนตอนปีหนึ่ง
บางที ไม่มีพักเที่ยง . . เรียนวิชานี้ปั๊บ ต้องวิ่งไปอีกตึก
เพื่อไปเรียนอีกวิชา . . หิวก็หิว . . แวะคว้าฮอทดอกทอดใต้ตึก
มากินได้สองไม้ . . ได้แค่นั้น . . ชีวิตวุ่นวายมาก . . .
แล้วแฟนอยู่ที่ไหน . . เราก็เด็กอ่ะเน้อ . .



มีแฟนก็เหมือนไม่มี แล้วจะมีทำไม . . เลิก !!!  


ใช่ค่ะ . . เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดสุดๆ . . ผิดตรงที่ว่า
หลังจากที่เราบอกเลิก 1 วัน . . เพื่อนก็ปั้นปึ่ง . . เพื่อนคนที่
เรียกอดีตแฟนเราว่าป๋า มาพูดว่า วันนั้น . . อดีตแฟนขับรถไปหลังมอ
แล้วก็ไปชกเสาไฟฟ้าจนมือแตก (บร๊าาาาา) หลังจากนั้นก็ไม่มาเรียน
หลังจากนั้นก็เมาทุกวัน หลังจากนั้นบางวัน ได้ยินว่าเค้าเมา
ไม่รู้เรื่องไปนอนที่ป้ายรถเมล์บ้าง (บร้าาาาาา)  ตอนนั้นคือ เรา งงมาก
งงตรงที่ ทำไมตอนคบกันก็ไม่เห็นใส่ใจเราเท่าไรเลย พอเลิกกัน
ไม่เข้าใจเลยว่าเอฟเฟคมันจะรุนแรงอะไรขนาดนี้ . . 


* ข อ บ คุ ณ รู ป จ า ก   G o o g l e

ใช่แล้ว . . . เหตุการณ์นี้เปรียบเหมือนช็อคโกแลต
ไหลลงในทุ่งข้าวสาลี แล้วก็บุ้มมมม !! ระเบิดเป็นโกโก้ครั้นซ์

เราโดนเพื่อนแบน  . . เค้าคนนั้น ไม่มาเรียนอีก . .
ดรอปเรียนไป 1 ปี . . พอๆ กันกับที่เราโดนแบนนั่นแหละ . .
แต่ . . ไม่ว่าจะโดนรังเกียจหรือโดนกดดันขนาดไหน
อีนี่ก็หน้ามึนมาก . . ตอนนั้น มีวิชานึงที่ต้องเรียนคือการถ่ายภาพเบื้องต้น
สมัยนั้นเป็นกล้องฟีมเน้ออ . . ที่คณะจะมีกล้องให้ยืม
เป็นรุ่น Nikon FM2 คลาสสิคมาก เราชอบวิชานี้มาก แต่ . . .
ความซวยคือ โดนเพื่อนแบนไง  แล้วถ่ายรูปอ่ะ .  . มันก็ต้องมี
ล้างฟีล์ม  มีอัดรูป บลาๆ ที่คณะจะมีห้องมืดอยู่ห้องนึง
ไม่มีเวลาเปิดปิด ใครจะมาใช้เวลาไหนก็มาได้ เพียงแค่ใช้เสร็จ
ก็ปิดน้ำปิดไฟให้เค้าด้วย . . เชื่อมะ . . พอเราเดินเข้าห้องมา
เพื่อนทุกคนเดินออกหมดเลย . . 



* ข อ บ คุ ณ รู ป จ า ก   G o o g l e


แล้วการล้างรูปอ่ะ มันจะมีขั้นตอนที่เอารูปแช่น้ำยาสร้างภาพ
ก่อนจะเอาไปตาก ในขั้นตอนนี้ . . เราต้องเปิดน้ำในอ่างให้
ไหลไปในถาดน้ำยาเรา ในห้องก็จะมีแต่แสงแดงๆ เงียบมาก
และมีเสียงน้ำหยดจากก๊อก ลงถาดน้ำยา แหมะ แหมะ แหมะ . . 



คือ แม่มมมมม . . โคตรหลอน บอกเลย . . 


แต่ . . ด้วยความมึน . . ผีเผอตอนนั้นไม่คิดเลย
ในหัวมีแต่ . . กรูจะไม่เอ็นทรานซ์ใหม่ กรูจะไม่ซิ่ว
จะไม่อะไรทั้งนั้น . . จะอยู่หน้ามึนไปแบบนี้แหละ . .
จำไม่ได้ว่าเป็นแบบนั้นอยู่กี่อาทิตย์ ที่ต้องนั่งกระดกเบียร์
สามขวดทีเดียวถึงจะหลับไปได้ . . 


แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไป . . ความเพียรพยายามในห้องมืด
ทำให้เราได้ A วิชา Photo 
เยี่ยมมาก!!  ช่วงปิดเทอมภาคการศึกษานั้น
เราก็มีแฟนใหม่ . . รอบนี้ บ้าบอกว่าเดิม . . คือ ผู้ชายคนนี้
เรียนวิดวะไฟฟ้าอยู่ ม.มหานคร แต่มีบ้านอยู่พิษณุโลก
ปิดเทอมเค้ากลับบ้าน และนางเป็นเพื่อนบ้านกับแฟนเพื่อนเรา
เออดูงงๆ เนอะ55+ ช่วงนั้นนางโสดก็เลย ไปอ้อนเพื่อนเรา
ให้แนะนำสาวที่มอให้หน่อย . . พอเพื่อนไม่ยอมแนะนำให้
นางก็เลยเอาโทรศัพท์เพื่อนเรามาจิ้ม . . เบอร์สาวมาเบอร์นึง
นั่นก็คือเรา . .  แล้วนางก็โทรมาคุย . . แรกๆ ไม่ได้โทรมาจีบ
เรียกว่าโทรมาบ้าบอ . . กวนประสาท  แล้วก็คุยกันไร้สาระสุดๆ
แต่ไปๆ มาๆ . . มันก็เลยต้องโทรคุยกันทุกวัน . .
สุดท้าย เมื่อมีผู้ชาย เบียร์หน้ากระจกก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป . .
เหอะๆ . . นั่นล่ะ . .  จนถึงเทศกาลวันหยุดยาววันนึง 
เค้ากลับมาพิดโลกใหม่ มาเจอเรา และก็ตกลงเป็นแฟนกัน . .



ด้วยจังหวะที่เรามึนๆ เครียดๆ อยู่ ณ เวลานั้น . .
เค้า . . เหมือนแสงสว่างเดียวของเราจริงๆ . . 
เค้าสามารถทำให้เราลืมเรื่องเครียด ทั้งหมดที่เจอได้ . .





แม้จะเป็นรักทางไกล แต่เราก็คุยกันทุกวัน . .
แม่เราถึงขั้นซื้อมือถือเครื่องใหม่ ให้ลูกสาว
เพื่อคุยกับผู้ชายแก้เครียดอ่ะคิดดู . . มันเป็นแบบนั้นอยู่ปีกว่า . .
วันหยุดยาว เค้าก็กลับมาพิดโลกมาเจอเรา ไปนั่นมานี่ด้วยกัน
เรามีความสุขมาก . . จนมีวันนึง ที่เราเพิ่งรู้สึกตัวจริงๆ ว่า
เรารักผู้ชายคนนี้ แล้ว คือ . .เฮ้ยยนี่มันคือความรักใช่ไหม . .
อะไรแบบนั้น . .


แต่ . . แค่พอรู้สึก 
"รัก"  . . เท่านั้นแหละ . .

จบวันหยุด ณ เวลานั้น นางก็หายไปเลย
ไม่มีแม้กระทั่งคำบอกลา !!




เฮ้ยยยย . .  คือไร . . จะรักก็บอกว่ารัก
จะเลิกก็ต้องบอกว่าเลิกสิ . . หายไปไม่ลาแบบนี้คือไร
ทำไมไม่แมนเลย . . . เราเศร้ามาก . . แล้วก็ปิดห้องร้องไห้
พร้อมกับนอนฟังเพลงอกหักเหมือนที่เล่าไว้ตอนต้นนั่นแหละ
ยังไม่พอ . . ยังงี่เง่าเราจะดมโทรๆๆๆๆๆๆๆๆ . .ไปหาเค้าอีก
โทรจนเค้าต้องปิดเครื่องหนี . .



ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมพอดี . .  ปิดเทอมนี้เราต้องเข้ามา กทม.
เพื่อมาฝึกงาน ที่บริษัทผลิตโฆษณาแห่งหนึ่งที่อยู่แถวถนนสุโขทัย
เราพักอยู่ในซอยสวนอ้อย และเราก็บ้านนอกมาก คือ
บ้านนอกเข้ากรุงของแท้ ไม่เคยมาอยู่ กทม.เลย ไปไหนไม่เป็น
รถเมล์สายอะไรไปไหนยังไง ไม่เป็นเลย . . ที่คิดไว้  วาดฝันเอาไว้ว่า
ตูมีแฟน กทม. สบายละ มีคนพาไปนั่นมานี่แน่ . . จบ  ฝันสลาย . .
สุดท้ายก็ต้องพึ่ง 184 ไม่พอยังโรคจิตต่อ ก็ยังระดมโทรๆๆๆๆๆๆ . .
เหมือนเดิมจร้าาา  โทรให้เค้าปิดเครื่องหนี อยู่นั่นล่ะ . .
อยากรู้นักว่ามันจะปิดเครื่องไปได้ถึงเมื่อไร . . 




เป็นอยู่แบบนั้นเกือบเดือนได้มัง . . มีวันหยุดนึง
เราต้องนั่งรถทัวร์กลับบ้าน . . ที่สถานีหมอชิต
ระหว่างที่รอรถอยู่นั่น . . เราก็คิดขึ้นมาได้ว่า . . 
เราจะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไรวะ . . แม่มเศร้าว่ะ แต่ตอนนั้นคือ
ไม่มีน้ำตาละ (มีแต่ความโรคจิตล้วนๆ) . . พอคิดได้ 
เราก็แงะฝาโทรศัพท์ (ช่วงนั้นคือโนเกียรุ่นไรวะ)
แล้วก็เอาซิมออกมาหักโยนทิ้งไว้บนถนนที่หมอชิตนั่นล่ะ . . 
พอมาคิดถึงนี้ก็รู้สึกได้เลยว่าเฮ้ยยยย . . บ้าบอ
น้ำเน่า ทำตัวเป็นนางเอก MV อีกแล้ว . . .



นั่นล่ะ . . ตอนนั้นคือ สัญญากับตัวเองเลยว่า
พอแล้ว ชั้นจะไม่โทรหาผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
และจะลืมเบอร์ของเค้าไปซะ . .


เรื่องงี่เง่าที่สุดในชีวิต . . ก็จบลงไปแบบนี้ . .


แม่บอกว่า . . คนเราเมื่อได้มาเจอกัน รักกัน เลิกกัน
รู้สึกดีต่อกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วแต่บุญแต่กรรมที่ทำร่วมกันมา
แต่เมื่อจบช่วงเวลานั้นแล้ว . . ถ้าใครอยากจะเดินจากเราไป
ก็ปล่อยให้เค้าไปเถอะ . . อย่าไปสงสัย อย่าไปรั้งเค้าไว้เลย
ปล่อยนกปล่อยปลาปล่อยเต่ายังถือว่าเป็นบุญ . .เพราะงั้น


"ทำบุญด้วยการปล่อยคนน่ะ ได้บุญที่สุดเลยนะ . ."

ตอนนั้นฟังแม่แล้วก็งงๆ คือ คนตัวใหญ่กว่านกกว่าเต่ากว่าปลา
เลยบุญเยอะกว่าใช่ไหมแม่ . . จากเหตุการณ์นั้น ทำให้เรารู้ว่า



#เมื่อถูกปฎิเสธ   ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม การที่เรามัวแต่
นั่งโวยวายตีโพยตีพายอยู่นั่น ถือเป็นเรื่องไร้สาระที่สุด
และเราจะมานั่งเปลืองพลังงานไปกับสิ่งไร้ค่าทำไม . . 
ตั้งสติ อยู่กับปัจจุบัน . . อะไรเศร้าก็ไม่ต้องไปนึกถึงมัน
หาเรื่องบันเทิงเริงใจทำ ให้มันหมดๆ วันไปซะ . .
สุดท้าย . . เวลาก็จะเยียวยารักษาให้เราผ่านมันไปได้เอง




ชีวิตผ่านมาจนถึงตอนนี้ . . มันก็มีเรื่องราวหลายหลากให้จดจำ . .
พอแก่ตัวลง . . แล้วย้อนกลับมานั่งเล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
แม้ว่าตอนนั้นมันจะเศร้าแค่ไหน แต่พอมันผ่านไป . . มันก็เหมือน
เรามานั่งเล่าเรื่องขำๆ ฮาๆ ของตัวเองให้เพื่อนฟัง . . มีแต่ความขำ
ว่าตอนนั้น ตูก็ทำไปได้เน้อออ . . อะไรแบบนั้น . . 



ทุกวันนี้ . . เรื่องผู้ชายเป็นเรื่องที่ไกลตัวสุดๆ 
และ สิ่งที่ทำแล้วสบายใจหายเครียด . . ก็มีแค่ . .





Side Story >> เมื่อปีก่อนผู้ชายที่เคยทิ้งเราไปคนนั้น
อยู่ๆ ก็แอดเฟสมา ได้ความว่า  . . อยากมาขอโทษเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น
ณ ตอนนั้น นางบอกว่านางรู้สึกผิดมาก ไม่เคยทำกับใครขนาดนี้เลย
เหตุผลที่หายไปเลยและไม่ยอมบอกเลิก ก็เพราะกลัวเราเสียใจ บลาๆ
กลัวเรารับไม่ได้ และที่ตัดสินใจเลิกตอนนั้นคือ รู้สึกว่าเรา
เป็นคนที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง เลยรู้สึกว่าคนนี้ไม่ใช่ . .

เราอโหสิกรรมให้เค้าทุกเรื่อง . . และขอบคุณเค้าด้วย
ที่ ณ เวลานั้น เค้าทำตัวเป็นกระโถนเกรด A ให้เราอย่างดี . .
ทุกวันนี้เรายังเป็นเพื่อนกัน (ในเฟสบุ๊ค) ด้วยดี . . แม้ว่าเราจะไม่ได้
กดติดตามนางไว้ก็ตาม 55+ แต่ก็มีถามสุขทุกข์กันบ้างนานๆ ที . .
เรายังคงเชื่อว่า . . มันคงเป็นกรรมของเค้าเหมือนกัน . .
ที่ต้องมาคอยรับฟังปัญหางี่เง่าขี้หมูราขี้หมาขี้หมาแห้งของเรา(ทุกเรื่อง)
คิดดูว่าถ้าเราต้องมานั่งรับฟังความทุกข์ของคนอื่นๆทุกวันๆ มันจะรู้สึกแย่แค่ไหน
เค้าก็คงเป็นแบบนั้น . . แล้วพอเค้าหมดกรรม เค้าก็เลยจากไป . . . 5 5 +

ว่าแต่แมวที่บ้านเนี่ยะ ใครทำบุญทำกรรมกันฟระ . . ล่าสุดฉี่ใส่ที่นอนด้วย 
ท่าจะต้องแล้ว ถึงเวลาต้องตัดไข่แล้วล่ะมั๊ง ถึงจะหมดกรรมกันได้ . . ฮึ่ยยย




บันทึกตะพาบโดย . . ตัวหนอนกิ๊วๆๆๆๆๆ




 

Create Date : 20 กันยายน 2564
16 comments
Last Update : 20 กันยายน 2564 14:20:30 น.
Counter : 578 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSertPhoto, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณkatoy, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณhaiku, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณThe Kop Civil, คุณSweet_pills, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณmultiple, คุณ**mp5**

 

สวัสดีมีสุขค่ะ

ไม่ใช่คู่ก็ต้องแคล้วคลาดกันเป็นธรรมดาค่ะ
แต่ก็ยังดีที่มีช่วงเวลากุ๊กกิ๊ก มีความสุข ปนทุกข์ๆ
ก็ช่างมันปะไร จริงด้วยค่ะ

 

โดย: ตะลีกีปัส 20 กันยายน 2564 13:04:12 น.  

 

 

โดย: ตะลีกีปัส 20 กันยายน 2564 13:04:23 น.  

 

เสหน่แรงเหมือนกันนะครับพี่น่ะ เรียกว่าเคลมตัวท้อปสาขามาเรียบร้อย ทำเค้าเศร้าสร้อย รักพี่หลงพี่ กินข้าวไม่ได้ ร้องไห้หาพี่ 5555555
ตอนเด็ก เพื่อนอาจจะสำคัญกับเรามาก แต่เชื่อว่า โตมาขนาดนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไป พี่คงไม่ได้รู้สึกแคร์เพื่อนที่แบนขนาดนั้นหรอ
ดีนะที่ผมเจอเพื่อนแปลกๆ ตอน ป. โท โตพอที่จะรู้สึกว่า กรูก็จะอยู่อย่างมีความสุขให้พวกมันหงุดหงิดกันไปงั้น

เดี๋ยวๆๆ แป้บนะ ตั้แต่ตอนโปรบเรื่อง นี่ผมเดาได้เลยว่าพี่ต้องเขียนเรื่องผู้ชาย 5555 ทำไมวะพี่ นี่คิดดีไม่ได้เลย


สุดท้ายแล้วแมวดีๆ ซัก 2-3 ตัวที่เปิด-ปิด พัดลมเก่ง ดราม่าเก่ง แค่นี้ก็พอแล้ว ถึงจะถูกแมวปฎิเสธบ้าง ดื้อบ้าง ไม่เชื่อฟังบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดต้องพึ่งเบียร์นะครับ ^^

 

โดย: จันทราน็อคเทิร์น 20 กันยายน 2564 14:16:56 น.  

 

โห หลายช้ำเลยนะ เลี้ยงแมวดีกว่า 555

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 20 กันยายน 2564 14:20:11 น.  

 

มีแฟนก็เหมือนไม่มี แล้วจะมีทำไม . . เลิก !!!
ถูกต้องแล้วคร้าบบบ 555

สบาย ๆ น่ะ ไม่ต้องคิดมาก
อดข้าวดอกนะเจ้าชีวิตวาย ไม่ตายดอกเพราะอดเสน่หา

ยามนี้แม้นสิ้นชายที่พึงเชย ไม่มีคู่เสียเลยจะดีกว่า
เลี้ยงแมวเลี้ยงต้นไม้ไป สนุกกว่ากันเยอะเลย อิอิ

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 20 กันยายน 2564 16:01:43 น.  

 

จากบล๊อก

งานกราฟิคคงไม่ต้องใช้วิศวะหรอมั้ง คนเป็นกราฟฟิคฝีมือดี ๆ มากกว่าวิศวะมีแยอะมาก วิศวะไม่ได้ทำกราฟฟิคเก่ง 55555

เรื่องสถาบัน ในแผนกผมก็รับแต่ม. 1-5 อันดับแรกเท่านั้น เหมือนกัน แต่มีพี่ ผจก ที่จบจาก ม. ที่เพิ่งกลายมาเป็นมหาลัย พี่เค้าบอกว่า เค้ารู้สึกแปลกๆ มาตลอด เวลาคุยกันก็รู้ว่าความรู้วิชาการไม่เท่าคนอื่นๆ เค้าเลยต้องพยายามเรียนรู้งานมากขึ้นกว่าคนอื่นๆ แล้วพยายามทำอย่างอื่นให้ดีทดแทนที่ไม่วิชาการมาก แต่พี่เค้าใช้อังกฤษสวยงามกว่าคนอื่นมาก แล้วตอนนีเค้าก็ไม่ได้ด่อยกว่าคนอื่น สถาบันไม่ได้เกี่ยว

 

โดย: จันทราน็อคเทิร์น 20 กันยายน 2564 16:04:16 น.  

 

ใช่อย่างที่แม่บอกค่ะ เขาเรียกทำบุญร่วมกันมาแค่นี้

 

โดย: หอมกร 20 กันยายน 2564 17:45:37 น.  

 


เห็นภาพสมัยเรียนน้องหนอนน่ารักออกจะตาย
ถึงว่าได้แฟนเป็นดาวคณะ

ความรัก ในวัยเรียน เป็นสีสัน เป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต
ผ่านมา..ผ่านไป..

คู่แท้ รอๆพรหมลิขิต
หรือไม่เราก็ลิขิต ชีวิตเราเอง

ว่าเลือกแล้วที่จะรักใคร...
รักแม่..รักน้องแมว..วนไป สบาย ชิลๆดีจะตาย

 

โดย: เริงฤดีนะ 20 กันยายน 2564 17:50:41 น.  

 

ชีวิตเจอเรื่องร้ายแรงมาเหมือนกันนะครับ ถ้ามันไม่ใช่คู่กันจริงๆ มันก็จะแบบนี้แหละ

มันไม่ดีจริงๆ นะครับ ค้างคา แต่ยังดีที่ตอนหลังติดต่อมาแล้วปรับความเข้าใจกัน แต่ความรู้สึกที่เสียไปแล้วมันก็ยากจะกู้คืน อภัยแต่ไม่ลืม ประมาณนั้นมั้ง

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 20 กันยายน 2564 20:36:47 น.  

 

คุณหนอนน่าจะออกพ็อคเก็ตบุ๊คด้วยนะครับ อ่านแล้วสนุกมาก ๆ ครับ ชีวิตตอนเรียนมหาฯลัย มันมีอะไรที่น่าจดจำมากจริง ๆ ครับ คนที่เรารักดันเลิก ส่วนคนที่เราเลิกดันไม่รัก พอมาถึงตอนนี้สำหรับตัวผมนะ ผมว่าถ้าหาคนดี ๆ ไม่ได้ ก็ขออยู่เป็นโสดดีกว่า สบายกว่ากันเยอะครับ

 

โดย: The Kop Civil 20 กันยายน 2564 23:15:59 น.  

 

เวลาจะเยียวยารักษาให้เราผ่านมันไปได้เอง

พี่ก๋าก็เชื่อในประโยคนี้ครับ
ความรักในวัยเรียน
พี่ก๋าว่ามันเหมือนการลองผิดลองถูก
ซึ่งเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ได้เจอคนที่เราชอบหลายๆแบบ
เป็นการเรียนรู้อย่างนึง

เหมือนคนแรก
อ่านแล้วรู้สึกว่า อืม...ตอนมีอยู่มีค่อยทำให้รู้สึกว่ามีคุณค่า
แต่พอเลิกกันอีกฝ่ายถึงแสดงออกว่าเสียใจ

ส่วนคนที่สองก็เลือกเดินหนีไปเฉยๆ
แถมผิดช่องทางการติดต่อด้วย
ถ้าเลือกวิธีพูดคุยกันตรงๆน่าจะดี
แต่สุดท้ายการแก้ปัญหามันก็ไม่มีึสูตรสำเร็จจริงๆนะครับ
ยังดีที่กลับมาคุยกันได้อีกครั้ง


 

โดย: กะว่าก๋า 21 กันยายน 2564 7:08:15 น.  

 


ส่งการบ้าน ตะพาบ 286 ค่ะ น้องหนอน
เที่ยงแล้ว..พักกินข้าวด้วยนะคะ

 

โดย: เริงฤดีนะ 21 กันยายน 2564 12:26:47 น.  

 

โอ้ อ.เต๊ะ มาเยี่ยมนางเอก MVจ้า 555

น้องหนอนก็ประสบการณ์ โชกโชนเหมือนกันนะเนี่ย ทั้งหักอกเค้า ทั้งโดนเค้าหักอก กระดูกซี่โครง น่าจะกรอบหมดแล้วมั้ง 555

แต่อย่างว่า ใครไม่โดนเองก็ไม่รู้เนอะ อ.เต๊ะ ก็โดนหักอกบ่อย ไม่งั้นไม่อยู่คนเดียวแบบนี้หรอกจ๊ะ

แต่เรื่องความรักนี่ มันมี 2ด้าน สุขล้วนๆหายาก
มักจะมีความทุกข์ตามมาเสมอ

รักมากก็ห่วงมาก หวงมาก
ทางเดียวที่จะทำให้ใจเราสงบได้ คือการเรียนรู้
ที่จะมีความสุขได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องหวัง ถวิลหา ความรักจากใคร น่าจะเป็น ความสุขที่ยั่งยืน Sustainable happiness เหมือนที่ เซอร์ ไอแซก นิวตัน กล่าวไว้ อิอิ

น้องหนอน ขมวดคิ้ว เอ็งแน่ใจนะ ใช่คนที่ ลูกแอปเปิ้ล หล่นใส่หัวใช่มั้ย ชัดเลย เอ็งมั่วแระ นั่นมัน กาลิเลโอต่างหาก เย้ย 555

มาดูพนักงานบ้านหนอนดีกว่า ชอบน้องตั๊บ ฉลาดมากเปิดพัดลมเป็นด้วย ที่มีตำนานว่าให้แมว ช่วยพิมพ์วิทยานิพนธ์ก็น่าจะเรื่องจริง อ.เต๊ะ มั่นใจ555

ส่วนน้องแมวที่ชอบร้องเพลง นี่ทำไมนึกชื่อไม่ออก เจ๋งเป้งหรือเปล่า แต่สุดสวยนี่จำได้ ชอบแมวซนๆแบบนี้ ถ้า
บ้านใกล้ๆละก็ จะไปฟัดเล่นทุกวันเลยจ้า555

 

โดย: multiple 23 กันยายน 2564 19:00:37 น.  

 

แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ

 

โดย: **mp5** 24 กันยายน 2564 15:45:44 น.  

 

หลายเรื่องราวในอดีตไม่ว่าจะทำให้เราอยู่ในอารมณ์ไหน
เราก็ผ่านมาได้แล้วนะคะ
วันนี้มีเหมียวน้อยและต้นไม้ให้รักให้ดูแล
ยิ่งให้ความรักเท่าไหร่ก็เหมือนได้รับกลับทำให้ใจพองฟู
สุขสดชื่นกับปัจจุบัน รักษาสุขภาพนะคะน้องหนอน

 

โดย: Sweet_pills 25 กันยายน 2564 11:07:18 น.  

 


ที่อื่นถุกปฎิเสธ..
ที่บล็อกแกงส์ นี่..ไม่มีปฎิเสธไครแน่นอน

ช่วงนี้ฝนมา ต้อนไม้บ้านน้องหนอนชุ่มฉ่ำๆแน่นอน
เด็กๆเป็นไวคะ..ไม่ได้ออกมาเดินเล่นข้างนอก

Happy saturday..take care
เที่ยงแล้วชวนคุณแม่ทานข้าว ทานปลานะคะน้องหนอน

 

โดย: เริงฤดีนะ 25 กันยายน 2564 12:06:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]




Friends' blogs
[Add nonnoiGiwGiw's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.