เดี๋ยวมันก็ผ่านไป.. (ตะพาบๆ กิโลเมตรที่ 252 "อุปสรรคครั้งใหม่")
สวัสดีค่ะ.. ตะพาบ กม.ที่252 รอบนี้เป็นโจทย์ของคุณ toor36เรื่อง อุปสรรคครั้งใหม่.. ถ้าจะพูดถึงเรื่องอุปสรรคอันใหญ่หลวง ที่ทุกคนพบเจอกันอยู่ในปัจจุบันนี้.. คงหนีไม่พ้นเรื่อง โควิด-19เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Covid-19 ที่ระบาดหนักอยู่ในระยะนี้ ทำให้ผู้คนบนโลก ต้องประสบปัญหาทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่อง การทำงานมากิน รวมไปถึงการใช้ชีวิต จนถึงเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก

แม้ว่า.. ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะลดน้อยลง เป็นเลขหลักเดียวแล้วก็ตามที.. แต่เราก็ยังไม่สามารถวางใจปล่อยวางกับมัน และกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนเดิมได้.. อีกทั้งยังเชื่อว่า ต่อไปในอนาคต โควิด-19 จะกลับมาพบเจอกับพวกเรา อีกทุกๆ ปี ไม่ต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอเลยทีเดียว ซึ่ง... ถ้าเรายังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันโรคได้แล้วล่ะก็ เราก็คง ต้องมาปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของพวกเราเสียใหม่ เพื่อจะได้ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมันได้อย่างปกติสุข แต่..ไอ้การปรับเปลี่ยนนี่แหละ.. แค่คิด.. ก็เหนื่อยแล้ว..
แม้อุปสรรคครั้งนี้ของพวกเรา.. จะดูรุนแรงจนน่าหวาดหวั่น แต่เราก็ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยในชาติกันมากขึ้น หลายคนออกมาร่วมบริจาคสิ่งของ แจกอาหารสิ่งอุปโภคบริโภคจำเป็น มีจิตอาสามากมายที่อาศัยอยู่ตามมุมนั้นมุมนี้ พร้อมที่จะผุดขึ้นมาทุกครั้ง เมื่อเพื่อนร่วมชาติประสบปัญหา.. เป็นภาพที่ทำให้ยิ้มได้จริงๆเพราะ.. แม้จะอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก.. แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เรียกว่าน้ำใจคนไทย.. ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ธนาคารต่างๆ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้.. ซึ่งดีมากในส่วนนี้ เพราะคนที่ลำบาก หาเช้ากินค่ำ หมุนเงินมาทำค้าขาย แต่ขายไม่ได้ เค้าลำบากกันจริงๆ รายรับไม่มี แล้วจะเอาตรงไหนมาใช้หนี้แบ้งค์กัน.. พูดถึงเรื่องหนี้สิน.. พอเกิดสภาวะแบบนี้ขึ้น.. รู้ซึ้งเลยว่า.. การไม่มีหนี้นั้นดีที่สุดแล้ว.. ชีวิต.. ขอแค่ไม่มีหนี้ ไม่มีโรคภัย แค่เอาสองอย่างนี้ออกไปจากชีวิตได้ก็พอแล้ว..ไม่มีหนี้ไม่มีโรคภัย ความสุขหาได้ง่ายๆ รอบๆ ตัว มีชีวิตเรียบๆ ไม่ต้องมั่งมีมากมาย.. มันก็อยู่ได้สบายๆแบบไม่เครียดแล้วล่ะนะ.. แต่ทำไงได้.. เรายังมีหนี้อยู่.. 555+ ก็ต้องก้มหน้าก้มตา กัดฟันทำงานใช้หนี้กันไป.. หนี้สินหนึ่งเดียวของหนอน.. ก็คือหนี้บ้านนี่แหละ..

ไอ้ตอนที่ตัดสินใจซื้อน่ะ.. ก็ไม่ได้คิดเรื่องหนี้อะไรมากมายนัก.. เหมือนจะเป็นพวกคิดน้อยไปหน่อย.. ตอนนั้นคืออยู่คอนโดฯ (ที่ผ่อนหมดแล้ว) ไม่มีหนี้สิน แต่เก็บเงินไม่ค่อยได้เพราะอีนี่เป็นสายกินเที่ยว เลยรู้สึกว่า มีบ้านก็ดีนะ.. เวลาแม่มาอยู่ด้วยตอนปิดเทอม นางจะได้ไม่อึดอัด บวกกับ.. ออฟฟิตเปลี่ยนที่ ย้ายไปไกลกว่าเดิม.. มันก็เลยมีความอยากย้ายบ้าง

คิดปั๊บ.. ก็ซื้อปุ๊บ.. อย่างไว.. มีบ้านก็สนุกดี.. แม้ว่าเริ่มแรก จะใช้เงินเหมือนเอาไปละลายน้ำ.. ก็ตามที.. พอเริ่มจะทำนั่นทำนี่ งบมันก็บานปลาย


นั่งหาแบบ ต่อเติมบ้าน.. ต้องไปซื้อของเลือกของเข้าบ้าน เข้าโฮมโปรเป็นว่าเล่น..

ช่วงแรกๆ แม่ยังไม่มา.. เราขับรถคนจากคอนโดฯ ไปโฮมโปรทุกเย็น.. อย่างแค่เลือกกระลายกระเบื้องเนี่ยะ ก็เสียเวลาไปวันๆ แล้วคืออีนี่เป็นคนคิดอะไรช้ามาก..

มานั่งหาแบบชั้นหนังสือ.. แล้วลองวาดคร่าวๆให้ช่างเค้าทำดู..

จนพอมันออกมาเป็นรูปเป็นร่าง กลายเป็นบ้านหนอนหลังน้อยถึงทุกวันนี้...

มันก็อบอุ่นดีนะ.. มันดีกว่าการอยู่คอนโดฯ เยอะเลยจริงๆ หนอนชอบชีวิตแบบนี้.. เรียกว่าคุ้มค่ากับการมีหนี้อยู่เหมือนกัน..แหละ เหอๆ

ตอนที่เข้ามาอยู่นั้น.. จำได้ว่าครัวยังไม่เสร็จเลย.. แต่ต้องขึ้นบ้านใหม่แล้ว เพราะพระท่านทักว่า.. ถ้าไม่เข้าอยู่และทำบุญบ้านช่วงนี้จะป่วย
 
วันแรกที่ขนของเข้าบ้าน.. จัดอยู่หลายวัน ของเยอะมาก จนเรา งง ว่าเรายัดทุกอย่างที่เห็นเนี่ยะอยู่ในคอนโดฯ ห้องแคบๆ ได้อย่างไร ตอนนั้นมีอดีตแฟนและเพื่อนเลิฟมาช่วยขน..

พอครัวเสร็จ.. เราสองคนแม่ลูกก็เริ่มปลูกต้นไม้อย่างบ้าคลั่ง.. ลงบนพื้นที่อันน้อยนิดนั้น.. 55+

จนสุดท้าย.. มันกลายร่างเป็นสวนแน่นตั๊บ ไม่รู้ว่าต้นไรเป็นต้นไรไปแล้ว..เหอๆ
 แม้ว่าจะมี หนี้ แต่เราก็มี บ้านเหมือนนก.. ที่มีรังนอนเป็นของตัวเอง.. มีหนี้ก็เร่งใช้หนี้.. สักวันมันก็จะหมดไป.. อย่างไรก็ตาม.. ในสถานการณ์ อันเลวร้าย ก็ทำให้เราค้นพบว่า.. ดีจริงๆ เลยที่เรามีพื้นที่เล็กๆ ข้างบ้าน เพราะการออกไปเดินแรดๆ ดูต้นไม้บ้างไรบ้างนี่เป็นอะไรที่ช่วยคลายเครียดสุดๆ เชื่อไหมว่าไอ้แค่พื้นที่กระจิ๊ดริดกระจ้อยร่อยข้างบ้านหนอนเนี่ยะ.. ทำให้หนี้สินในการผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นเกือบห้าแสนบาท.. คือ ครึ่งล้านน่ะเฮ๊ย เกินเหตุจริงๆ ที่เท่าแมวดิ้นตายแค่นี้เอง จำได้ว่าไอ้ตอนจะซื้อบ้านตัดสินใจยากมาก.. ว่าจะเลือกพื้นที่เพิ่ม หรือเลือกที่จะประหยัดเงินดี เพราะ.. ยิ่งหนี้น้อย มันก็หมดเร็วขึ้นเท่านั้น.. แล้วนะ.. อีนี่ กู้คนเดียว ผ่อนคนเดียว ยิ่งต้องคิดหนักเลย แต่นะ.. ไปๆมาๆ สุดท้ายอีนี่ก็เลือกพื้นที่จร้า.. อีนี่มักมาก.. จะเป็นหนี้ทั้งทีก็เอาให้สุดไปเลยเหอะ..
ซึ่ง... มาพอมาถึงตอนนี้ คิดว่าตัวเองเลือกได้ถูกแระ แหะๆ เพราะว่า.. ไอ้ตอนที่เกิดภาวะเซ็งๆ โลกอยู่นี่.. การได้ออกมาเดินๆ ออกมาดูๆ ฟันๆ ตัดแต่งต้นไม้บ้างไรบ้าง มันก็ทำให้ผ่อนคลาย ความเครียดไปได้เยอะจริง.. เช้าๆ ก็ลุกมาเดินดู..มะนาวที่ปลูกมาตั้งสองปี มีลูกแค่สองลูก.. กร๊ากก กล้วยที่ดูทุกวันว่าเมื่อไรจะสุก อยากกินกล้วยปิ้งจะแย่แล้ว.. ออกมาตัด.. ตองทิ้ง.. เพราะกล้วยต้นหลังบ้านปลีออกแล้ว.. ให้มันเหลืออยู่แค่ 7 ก้าน มันจะได้ไม่ไปแย่งอาหารเครือกล้วย เสร็จแล้วก็จัดการเก็บใส่ถุงดำ.. ลากไปไว้หน้าบ้านรอเทศบาลมาเก็บ เออ.. พื้นที่น้อยนิด (แต่เพิ่มมูลค่าหนี้ของอิชั้น) ก็สร้างงานสวน.. ให้ได้ออกกำลังแก้เครียดได้เหมือนกันนะ..
ยิ่งตอนออกมาถ่ายรูปเล่นเวลาหลังฝนตกไรงี้..จะฟินมาก.. ทั้งๆ ที่มันก็ ไม่ได้มีดอกไม้ใบไม้ที่สวยงาม อะไรหรอกนะ..

ขอแค่มีอะไรเขียวๆ ผ่านตาบ้าง มันก็จะสดชื่น..จิตใจเราก็ปลอดโปร่งขึ้น..

ส่วนแม่.. นางก็ออกมาเช็คดงผักชีนางว่ายังอยู่ดีไหมอยู่ทุกวัน

ต้นแคเล็กๆ ที่ได้เก็บดอกเก็บยอดกินอาทิตย์ละสองสามดอกนางก็พอใจละ
ต้องขอบคุณความคิด ณ ตอนนั้น..ที่เลือกเอาพื้นที่.. แม้จะมีหนี้เพิ่มก็ช่างแม่มมัน... ล่ะมังนะ เอิ๊กกกก เวลาเราเจอปัญหา หรือเจอกับเรื่องแย่ๆ.. เรามักจะท่องเสมอว่า.. "เดี๋ยวมันก็ผ่านไป.." เพราะไม่ว่า จะปัญหาหนักหน่วงแค่ไหน สุดท้ายแล้ว.. มันก็จะเจอทางออกของมันเอง มันจะไปของมันได้เองไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง..
เรื่องนี้ก็เหมือนกัน.. เราอาจจะคิดว่าตอนนี้ มันเหนื่อยมันลำบาก มันอาจจะยุ่งยากอึดอัดใจ นั่นเพราะเรายังปรับตัวไม่ได้ไง รออีกหน่อยเถอะ.. พอเราชินกับมันแล้ว..เราก็คงใช้ชีวิตอยู่กับมัน ได้แบบชิวๆ เหมือนอย่างที่เคยเป็นก่อนหน้านี้น่ะแหละ.. หรือจะเรียกว่าปลงตกจนได้ที่แล้วก็ได้..เหอๆ..แม้ว่า.. จะมีอุปสรรคสักกี่ครั้ง หนักหนาแค่ไหน.. ขอให้ท่องเอาไว้ว่า..เดี๋ยว 'มัน' ก็ผ่านไป.. แค่เนี๊ยะ.. ท่องเอาไว้ในใจ.. ทำอะไรที่ทำได้ไปพลางๆก่อน เช่นทำร่างกายให้แข็งแรง นอนหลับให้เพียงพอ พยายามทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดี.. เดี๋ยวทุกอย่าง มันก็ดีเอง.. Think Positive สุดๆ ฮ่าาาส่งกำลังใจให้ทุกคนเน่อออ.. บันทึกการบ่นโดย.. หนอน(ผู้มีหนี้แต่ยังไหวอยู่ 55+)
Create Date : 06 พฤษภาคม 2563 |
Last Update : 6 พฤษภาคม 2563 9:29:37 น. |
|
17 comments
|
Counter : 1347 Pageviews. |
 |
|
|
ผู้โหวตบล็อกนี้... |
คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณSleepless Sea, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณตะลีกีปัส, คุณmcayenne94, คุณInsignia_Museum, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณThe Kop Civil, คุณMax Bulliboo, คุณSertPhoto, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณkae+aoe, คุณnewyorknurse |
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:9:49:46 น. |
|
|
|
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:10:01:24 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:11:31:56 น. |
|
|
|
โดย: mcayenne94 วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:06:05 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2563 เวลา:20:22:56 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2563 เวลา:5:59:21 น. |
|
|
|
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 พฤษภาคม 2563 เวลา:8:28:26 น. |
|
|
|
โดย: kae+aoe วันที่: 7 พฤษภาคม 2563 เวลา:9:20:07 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2563 เวลา:10:34:50 น. |
|
|
|
|
|
Think Positive ถูกต้องที่สุด
พี่ชื่นชมวิธีคิดของน้องหนอนค่ะ
เอิ่ม น่าจะเอาใบกล้วยมาทำกระทงห่อหมก