Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2566
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2566
 
All Blogs
 
ตะพาบๆ กม.ที่ 321 "ตาสว่าง"

   ตะพาบๆ กม.ที่ 321 "ตาสว่าง"  

โจทย์โดยคุณ NENE77 ไม่จำกัดรูปแบบงานเขียน





คืนวันอาทิตย์ สามทุ่มยี่สิบนาที . . เพื่อนกลุ่มมหาลัยบอกว่า
จัดของแล้วไปเจอรูปเก่าๆบางส่วนนางเลยแสกนส่งเข้ามาในกลุ่ม . .
95% ของรูป ที่ส่งมานั้นคือถ้ามีเราก็ไม่มีผู้ชายคนนั้น หรือ
ถ้ามีผู้ชายคนนั้น ก็ไม่มีเรา เหอๆ  เราเดาว่าน่าจะเป็นช่วง
โดนเพื่อนแบน เพราะปัญหาที่เราเคยเล่าไว้ . .



เล่าสั้นๆ คือ เป็นช่วงที่เราย้ายเอกมา
จากวิทย์ฟี่มาเทคโนฯ แล้ว คือ ช่วงปิดเทอมก่อนจะเปิดภาคเรียนใหม่
ที่ต้องไปเรียนที่คณะใหม่เราดันไปจีบกัน หมายถึงในเอกใหม่ที่มีผู้แค่สามคน
หนึ่งในนั้นดันมาจีบเราแล้วก็ดันเป็นแฟนกัน พอเปิดเทอมก็คบกันไปคบกันมา
ไม่นานไปกันไม่ได้เลยเลิก ผู้ชายคนนั้น ด้วยอะไรก็ไม่รู้ ไม่อยากเจอเรา(มั๊ง)
ไม่อยากมาเรียน เลยดรอปไปเทอมนึง . .




เรา . . ผู้ที่เพิ่งย้ายมาเรียนแล้วทำเพื่อนเค้าเป็นแบบนั้นก็เลยโดนเพื่อนแบน
แต่เราก็ไม่ยอมย้ายไปไหน . . ทำตัวอย่างคนหน้ามึน ทู้ซี้เรียนไปอย่างนั้น 



แล้วคือ ดูรูปแล้ว . . เหมือนมองเห็นสัจธรรม 55+
ท่ามกลางความสนุกของทุกคน เราแม่มดูโคตรฝืนเลย



แน่นนอนว่าเราจำความทรงจำในช่วงนี้ไม่ได้ เอาจริงๆ มันมีหลายครั้ง
ในช่วงเวลานี้ ที่เวลามาเจอรูปที่เพื่อนส่งมาแล้วจำไม่ได้ มันเหมือน
ความทรงจำถูก Delete ไปแบบไม่รู้ตัว . . เดาว่า มันคงความเป็นความทรงจำ
ที่กระอักกระอ่วน หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่เจ็บปวดลึกๆละมัง
เราถึงไม่อยากบันทึกมันไว้ . . มันคุ้นๆอยู่อย่างเดียวว่า การไปเรียนเนี่ยะ
ความรู้สึกเหมือนไปออกสนามรบเลย ความสุขที่สุดของเราคือ
ตอนที่เรียนเสร็จแล้วกลับมาอยู่หอพัก หอพักคือเซพโซนอย่างแท้จริง



ในตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำมาก ร้องไห้ทุกวัน
ต้องกินเบียร์คนเดียวทีเดียวสามขวดทุกวันถึงจะหลับ 
พอผ่านไปปีนึง ผู้คนนั้นกลับมาเรียน แต่เราก็ยังเหมือนต้องอดทนอยู่
เรารู้สึกได้ว่าทุกคนยังเกลียดเราอยู่ บางคนมองเราเหมือนเป็นอากาศธาตุ . .
เป็นช่วงเวลาที่ยากเย็นและดูยาวนานสำหรับเรามาก 
มองไม่เห็นทางออกอะไรเลย นอกจากคำว่า  "อดทน"





ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน  พอได้มาเห็นรูปตัวเอง หน้าตัวเองที่เป็นแบบนี้
. . อีกครั้ง . . ยิ่งทำให้รู้สึกตัวเลยว่า สมัยนั้น ตาเรานี่มืดบอดมากจริงๆ
เราไปให้ความสำคัญมากมาย ทำไมกับคนที่เค้าไม่ได้ให้ใจกับเราเลย
เสียดายแรงที่เอาไปซักผ้า รีดผ้า ซักม่านรีดม่าน เสียดายน้ำที่เปิดใส่ตัว
ตอนนั่งขัดกางเกงยีนส์ในห้องน้ำชะมัด เปลืองค่าน้ำสุดๆ ที่สำคัญคือ
เสียดายเงินที่เอาไปซื้อเบียร์มากรอกปากตัวเองทุกคืนชะมัด!!







เมื่อคุณเติบโตขึ้น... 

คุณจะไม่ถือสากับผู้คนมากมาย 
ที่ทำบางอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
เพราะคุณจะเข้าใจผู้คนมากขึ้นว่า...
เขาเหล่านั้นต้องการเวลา ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่
จนเข้าใจโลกให้ถ่องแท้มากขึ้น เช่นเดียวกับคุณ...


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คุณจะไม่ถามใครต่อใครว่า ทำไมชอบกินเผ็ด,
ทำไมซื้อรถยุโรป, ทำไมทำผมสีทอง,
ทำไมชอบดูละครน้ำเน่า,
และสารพัดทำไมที่ไม่เหมือนคุณ...
เพราะคุณเข้าใจแล้วว่า...รูป รส กลิ่น เสียง
เป็นความชอบเฉพาะตัว มันคือธรรมดาแห่งโลก...


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คุณจะไม่ระเริงกับความสำเร็จจนลืมตัว
คุณจะไม่คร่ำครวญกับความล้มเหลว จนไม่กล้าเริ่มต้น
เพราะคุณเข้าใจแล้วว่า...ทุกสิ่งล้วนธรรมดา
ชีวิตตั้งอยู่บนกฎแห่งโลกธรรม...


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คุณจะเข้าใจว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น
เริ่มที่ตัวคุณ หาใช่คนอื่นไม่...


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คุณจะรู้จักให้อภัยทั้งๆ ที่ใจยังเจ็บแค้น...
ไม่ใช่เพื่อยกโทษ แต่เพื่อปลดปล่อยใจเรา
ออกจากกรงขังแห่งความโกรธเคืองต่างหาก...


คุณต้องเข้าใจ..
กฎแห่งการเป็นคนที่มีความสุขง่ายขึ้น
ด้วยสิ่งเล็กน้อย ตรงข้ามกับทุกข์ยากขึ้น
เพราะคุณจะรู้จักปล่อยวางมากกว่าเดิม...


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คุณจะเข้าใจความหมายแห่ง ..
"ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว"
คุณกำหนดท่าทีของตัวเองให้รู้สึกดีได้ง่ายๆ
แค่ปรับทัศนคติให้เป็น...


คุณต้องขอบคุณโลกที่วันนี้คุณยังแข็งแรง...
คุณเข้าใจความจริงแล้วว่า สุขภาพที่ดี
มีค่ามากกว่าเงินตราที่กองไว้เกินความจำเป็น...

คุณจะเข้าใจว่า เวลาบนโลกเหลือน้อยลงทุกที
สิ่งที่คุณจะทิ้งไว้บนโลก มีเพียงเสียงสรรเสริญ
ในคุณงามความดี หรือเสียงสาปแช่งในความต่ำทราม
เช่นเดียวกับสิ่งที่คุณจะนำติดตัวไปในปรโลกมีเพียง
กรรมดีหรือกรรมชั่ว และคุณเลือกได้...



เอาจริงๆ . . รู้สึกได้เลยว่า. .ยิ่งแก่ ยิ่งแคร์โลกน้อยลง
เวลาใครทำให้เสียใจก็ไม่ตีโพยตีพาย  ก็แค่เบลอๆ มันไปซะ
แล้วก็พยายามใช้ชีวิตตัวเองให้มีความสุข
ยิ่งแก่ ยิ่งรู้ซึ้งว่า . . สิ่งที่สำคัญกับเราจริงๆ คือ เวลา
และ เวลาก็ลดน้อยลงๆ ทุกที . . 






พอแก่ขึ้น . .เหมือนว่าตาที่เคยมืดบอดก็หายไปจริงๆ . .
กลับกลายเป็น 
"ตาสว่าง" มองเห็นโลกซะอย่างนั้น . . .
ปลงได้มากขึ้น  ปล่อยวางได้มากขึ้น 
นี่คงจะเป็นของขวัญที่เราได้จากกาลเวลาสินะ!!






บั น ทึ ก ตะ พ า บ โ ด ย   .   .  ตั ว ห น อ น กิ๊ ว ๆ
ข อ บ คุ ณ บ ท ค ว า ม ดี ๆ   จ า ก นุ ส น ธิ บุ๊ ค



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2566 22:52:34 น. 29 comments
Counter : 658 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณtoor36, คุณSleepless Sea, คุณกะว่าก๋า, คุณRain_sk, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณหอมกร, คุณเริงฤดีนะ, คุณThe Kop Civil, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณkatoy, คุณทนายอ้วน, คุณสองแผ่นดิน, คุณอุ้มสี, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtanjira, คุณ**mp5**


 
มาซะมืดเลย
คนเขียนตาสว่าง แต่คนอ่านตาจะปิดแล้ว 555
ตั๊บก็ตาบอกว่าง่วงนอนเต็มทีแล้วเหมือนกัน

ไปนอนก่อนน้าา



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:50:34 น.  

 
สวัสดีครับ

แวะมาทักทายครับคุณหนอน
ชอบบทสรุปเรื่องชีวิตกับเวลาครับ
ไว้ผมแวะมาใหม่นะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:54:18 น.  

 
Sleepless Sea ---- ขอบคุณนะค้า


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:00:57 น.  

 
ด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิ และประสบการณืที่มีมากขึ้นเราจะไม่แคร์เรื่องเหล่านี้ คิดๆ ไปเรามองกลับไปตอนสมัยเรียนประถมเลยนะ คิดเล่นๆ เหมือนกันว่าตอนนั้นเราเป็นเด็กดีเกินไปครูตีก็ยอมง่ายๆ ทั้งที่ไม่ได้ผิด ถ้าย้อนกลับไปโดยมีความรู้ความเข้าใจโลกแบบตอนนี้ ครูคนนั้นไม่เหลือแน่ โดนเราโต้ด้วยเหตุผลจนต้องร้องไห้แน่


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:13:38 น.  

 
อยู่กับสัตว์เลี้ยงดีกว่าครับ ยังไงมันก็ไม่ทรยศเรา แสดงว่าเป็นความทรงจำที่ไม่อยากจะจำ ไม่แปลกครับเพราะไม่อยากจะจำเลยไม่ค่อยนึกถึงเมื่อไม่นึกถึงก็ยิ่งลืม

เจอเพื่อนแอนตี้นี่ลำบากเลยครับ ไม่ใช่ความผิดเราสักหน่อย จริงๆ มันอยู่ได้ แต่มันอึดอัดครับ ยิ่งถ้าต้องทำงานหรือทำอะไรร่วมกัน มันอึดอัดแม้อีกฝ่ายจะมีความเป็นมืออาชีพแค่ไหนก็ตาม

เมื่อเราอายุมากขึ้นเราจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ในโลกมากขึ้น บางครั้งก็รู้สึกเหมือนกันว่า อะไรก็ได้ ไม่คิดมากถ้ามันไม่กระทบเรามาจนเกินไป

ผมคิดเหมือนเม้นต์บนนะ ถ้าตอนนี้เราย้อนไปสมัยเรียน ครูหลายคนเจอเราโต้ด้วยเหตุผลจนเขาจนมุมแน่ๆ แต่ก็ไม่แน่นะอาจกลายเป็นเจอเชิญผู้ปกครองแทนก็ได้ เพราะเราต้องไม่ลืมว่ายุคสมัยนั้นยังไม่มีกล้องมือถือแบบทุกวันนี้ ครูมันจะพูดอะไรก็ได้ ใส่ร้ายเรายังไงก็ได้ เหมือนข่าวที่เราเห็นทุกวันนี้แหละ (ชักนอกเรื่องละ พอๆ)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:0:00:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนอน

ทุกอย่างคือการเรียนรู้
และวัยที่เราจะได้เรียนรู้มากที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต
พี่ก๋าว่ามันคือช่วงเรียนนี่ล่ะครับ
เพราะเราจะได้เจอเพื่อนเยอะมาก
คนยิ่งเยอะ ยิ่งมากเรื่อง 555

มันเป็นเหมือนภาพจำลองของสังคมเล็กๆ
ที่เราจะต้องเจอตอนเรียนจบอยู่เหมือนกัน

รวมทั้งความรักในวัยนั้นด้วย

พี่ก๋าก็เจอปัญหาช่วงเยอะๆสมัยเป็นนักศึกษา
แรงสุดก็ช่วงนี้เลย แต่พอผ่านมันมาได้
แล้วมองย้อนกลับไป มันก็เป็นเหตุการ์หนึ่งในชีวิต
ที่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป มีแต่ความทรงจำ
และ ประสบการณ์ที่เหลือไว้

เพื่อนที่เคยสนิทมาก ก็ไม่สนิทแล้วในตอนนี้
คนที่เคยเกลียดโกรธ ก็อภัยไปหมดแล้ว
คนที่เคยรู้สึกรัก รู้สึกดี พอเติบโตไป
ต่างมีครอบครัวก็ห่างเหินจนไม่เคยไถ่ถามอะไรกันอีกเลย

ความรัก คือ ความทรมาน หรือเปล่า
พี่ก๋าว่าในความรักมันไม่มีอะไรเลย
แต่ที่มี คือ ความรู้สึกของเรา
ที่เข้าไปทำงานกับความรู้สึกว่ารัก
พอมันไม่ลงตัวในความรู้สึก
ก็เลยเจ็บปวด ทรมาน



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:4:53:31 น.  

 
การจากกัน หรือถอยหลังออกมา จากจุดนั้นคงกระเทือนใจ
น่าดูเอ้ยดูแย่หน่อย

แต่ก็ทำให้ตาสว่าง คงมีคนเจอแบบคุณหนอนหลายคน 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:6:43:56 น.  

 
น่าใสมากค่ะคุณหนอน
ผู้มีความสามารถในการเล่าเรื่องได้สนุกเสมอ



โดย: หอมกร วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:8:05:10 น.  

 

ตาสว่าง..
ไม่ใช่แค่ ตัดใครไปจากใจ
ให้อภัย..ดีกว่า
สวดขอขมากรรม..อโหสิ
ไม่ผูกกรรมต่อไป..

ก็ไม่มีอะไรมาทำร้ายเราได้อีกต่อไป

เอเมน

Happy Monday


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:8:26:10 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณหนอนเลยครับ พออายุเริ่มจะเยอะขึ้น จะรู้สึกปล่อยวางมากขึ้น ไม่สนไม่แคร์ มองหาสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ผมก็มีเหมือนกันเพื่อนสนิทที่คบกันมาหลายปี แต่ก็ห่าง ๆ กันไป พอห่างออกมาแล้วเหมือนเรามีความสุขไปอีกแบบนึงในแบบของตัวเรา


โดย: The Kop Civil วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:11:07:12 น.  

 
Voted krub
today so busy krub
No time to comment, sorry


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:13:29:18 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้องหนอน..

ความรักในสมัยวัยรุ่น..มีทั้งดีและไม่ดี

ดีที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ไม่ดีที่ ไม่แบ่งเวลาเป็นสัดเป็นส่วน

เวลาไหน เรียน เวลาไหน รัก..

ใครต่อใครจะเข้าใจเราหรือไม่เข้าใจ .

ก็ช่างหัวมัน..เราทำดีที่สุดแล้ว..

น่าจะเก็บสิ่งดีดีที่เคยมี ให้ระลึกถึงนะ

เป็นความคิดของสาวแก่ๆคนหนึ่งคะ..อิอิ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:14:59:12 น.  

 
จริงค่ะ เมื่อเราเติบโตขึ้น เราจะมองสิ่งต่างๆที่เคยผ่านมาในชีวิตได้ดีขึ้น

หลายเรื่องสมัยเด็ก อินมาก
โตขึ้นมามองย้อนกลับไป อะไรของเมิงนักหนา 55555

สวัสดียามบ่ายค่ะ คุณหนอน


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:15:45:58 น.  

 
บล๊อกพี่นี่ยาวจนผมต้องหยุดฟังโหนกระแสมาตั้งใจอ่านเลยนะครับ 55555
จำเรื่องที่พี่เล่าได้ครับ เวลาเป็นแฟนกับคนที่เรียนด้วยกันมักมีปัญหาวุ่นวายแบบนี้ เค้าถึงบอกว่า สมภารไม่กินไก่วัด (ใช่ป่าววะ ใช่แบบนี้ไหม)
ทู้ซี้คืออะไร???

แต่พี่ดูเซ็งจริงๆ น่ะ เมื่อก่อนนี่ก็น่าใสเหมือนกันนะเราน่ะ 5555 ถึงว่าหนุ่มๆ นี่จีบกันไม่ขาด
น่าแปลกนะครับ ที่เมื่อก่อน เพื่อนและสังคมรอบข้างมีผมกับจิตใจหรือความสุขของเรมากขนาดนั้น ผมว่า พอโตขึ้นพี่มองย้อนกลับไปคงคิดว่า ไม่น่ามานั่งเซ็งแบบนั้นเลย มีเรื่องอื่นๆ ที่ใหญ่กว่านั้นให้เซ็งอีกเยอะ ตอนนั้นแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ
ที่สำคัญมาก ๆ คือ เปลืองค่าเบียร์ครับ 5555

ชีวิตมหาลัยเหมือนสังคมจำลอง ที่ยังมีคนจำกัด และอย่างน้อยๆ เราก็มีอะไรเกี่ยวข้องกัน และยังเลือกคบเพื่อนที่เราอยากคบได้ จำลองให้วัยรุ่นได้ปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากสังคม พี่เองก็ได้เรียนรู้และก้าวผ่านมันมา ดูดิ...พี่แม่มโคดเก่ง!

ที่พี่เขียนไล่มาทั้งหมด เขียนดีนะ อ่านแล้วชอบ
ผมเคยถูกพูดในทางที่ไม่ดี ทั้งที่ตั้งใจหรือเข้าใจผิดก็ตาม แล้วก็มีคนหน่ายๆ หน้าผม แต่ตอนนั้น ป.โท แล้ว โตแล้ว เลยช่างแม่ม กุก็จะเป็นของกุแบบนี้ กุก็จะเอ็นจอยไลฟ์ในแบบที่กุต้องการ มีคนอีกมากและมากกว่าคนพวกนั้นที่ชอบผมในสิ่งที่ผมเป็น แล้วพวกแม่มก็มาขอใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ผมเป็น 55555
แต่ที่หัวเราะได้ตอนนี้ ตอนนั้นก็มีบางอารมณ์เซ็งเหมือนกันนะครับ แต่ผมเฟรนลี่คนชอบมากกว่าคนแซะอยู่แล้ว จะไปแคร์ทำไม คิดดูนะพี่ ผมเข้าเรียนสาย มีคนบอกว่าผมตั้งใจมาช้าจะได้เดินล่อเป้า ล่อพ่องงงง กุตื่นไม่ทัน!!! โทดๆ ใส่อารมณ์ไปหน่อย 5555 ไว้จะทำบล๊อกเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:19:01 น.  

 
ปล....ไข่เขียวอะไรวะพี่???




โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:52:46 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:4:58:01 น.  

 

สวัสดียามบ่ายจ้า น้องหนอน

หายปวดท้องเมน หรือยังคะ


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:13:16:31 น.  

 
สมัยที่เรียน เคมี - วิทยาฯ นเรศวร ยังถามเพื่อว่า "เอกฟี่นี่มันเรียนอะไรกันวะ" ......



เพื่อนตอบว่า ..... "กูยังไม่รู้เลยมรึง"



แล้วก็ลาออกมาเรียน นิติฯ จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่า "เอกฟี่" มันเรียนอะไรของมัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ




เดี๋ยวนี้ของแพงขึ้นครับ เมื่อก่อนหยิบของเต็มรถ 1000 กว่าๆเท่านั้น เดี๋ยวนี้ถ้าเต็มรถแน่นๆ 7000 - 8000 สบายๆครับ



ปกติที่บ้านจะซื้อของเข้าบ้านเยอะๆทุกๆ 2 เดือนครับ ประมาณ 8000 ต้องใช้รถ 2 คัน เพราะแค่ข้าว 6 ถุง น้ำอัดลมต่างๆ กาแฟ โอวัลติน ก็แทบจะเต็มรถคันนึงแล้วครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:13:27:56 น.  

 
ฝากความห่วงใยไปถึงพี่ยามที่้ป้อมหน้าหมู่บ้านด้วยนะครับ


พี่แกใจกล้ามากกก ถนนก็โค้งไปโค้งมา พี่เล่นกระโดดออกมาโบกรถให้ออกซะกลางถนนเรย เจอหลายครั้งแล้วครับ ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:13:30:42 น.  

 

ส่งการบ้าน Food For Fun#0
เมนูที่ 5


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:17:06:21 น.  

 
เรื่องคะแนนเขย่ง มีแน่นอน ตอนนี้ภาคประชาชนกำลังดำเนินการอยู่ในเรื่องของการจับตาอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นต้องการอาสาสมัคร 2 แสนคน ประจำทุกจุดเลือกตั้ง และถ่ายคลิปการนับคะแนน เพื่อป้องกันในส่วนนี้ เราคงทำได้มากสุดเท่านั้น

ส่วนพวกที่ยังหลับหูหลับกคาแล้วบอกว่าพวกเค้าดีๆ ก็ปล่อยเขาไป เราทำหน้าที่ของเรา ไปเลือก และหาทางป้องกัน อุดรูรั่วในจุดที่เขาอาจโกงก็พอ


แต่ทว่าข่าวเทียร์ 2 แม้ว่าวันนี้นายกจะพูดในเชิงว่าจะยุบ 7-8 มีนาคม ก็ตาม ข่าวว่าจะมีเหตุการณ์พิเศษ จนอาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จะเป็นเหตุการณ์อะไร พูดแล้วมันอันตราย


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:17:45:35 น.  

 
ผ่านไปแต่ละปี ก็เข้าใจอะไรมากขึ้น



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:17:17 น.  

 
เพราะชายคนนั้นจริงๆ เนาเะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:5:39:23 น.  

 
เหมือนพี่เลยน้องหนอน ไอ้อาการอยากนอนตลอดดเวลาเนี่ย 555555

นี่พี่กำลังชาเลนจ์กับตัวเองว่าปีนี้พี่จะได้กี่วัน
พี่ตั้งเป้าไว้ เดือนนึงไม่ต่ำกว่า20วัน
แต่หน้าฝนน่าจะยากหน่อย นอกจากไปเดินลู่วิ่งแทน

น้องหนอนพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยเริ่มค่ะ เอาที่เราสะดวก

สวัสดียามบ่ายนะคะ


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:14:06:46 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:21:33:44 น.  

 
คุณหนอน ภาพน่ารักมากครับตอนเด็กๆ หรือ วัยรุ่น
ถึงว่าทำไมโดนจีบ.... ทั่นขุนว่าเรื่องแบบนี้ธรรมดาของวัยครับ


โดย: =[]=!!! (Rain_sk ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:2:35:18 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:7:33:38 น.  

 
"ตาสว่าง" เห็นแจ้งสัจธรรมของชีวิต
สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไร นอกจากแมว แมว และ แมว



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:01:48 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องหนอน

ตาสว่าง เมื่อเราโตขึ้น มองโลกกว้างขึ้น
เจอเหตุการณ์ต่่างๆในชีวิตมาหลายอย่าง
เราก็จะเข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์มากขึ้นแหละค่ะ
บางเรื่องถ้าคิดไปไม่น่าทำเลย แต่เราทำ ก็ใช่ว่าเราผิดนะ
ก็เราแค่อยากทำแบบนั้น พอมองกลับไปก็ อย่าไปอะไรเนาะ
ช่างๆไปเถอะค่ะ ช่างเพราะทำให้ใจเราสบาย ใช่ว่าเพราะคนอื่นเลย

ช่วงนี้พี่ห่างๆหายๆ น้องหนอนโอเคนะคะ
ยังไงก็ดูแลสุขภาพดีดีนะคะน้อง

ขอให้น้องมีความสุขในทุกๆวันนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:39:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Friends' blogs
[Add nonnoiGiwGiw's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.