Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
28 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
เปิดกล่องหนังสือที่สั่งมาจากเว็บนายอินทร์ ตอน 1



สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาเปิดกล่องหนังสือที่สั่งมาจากเว็บนายอินทร์ให้ดูกันค่ะว่าเราได้สั่งหนังสือเล่มไหนมาบ้าง ขอเล่านิดนึงว่าทำไมเราถึงสั่งมาเยอะแยะกล่องใหญ่ปานนี้ เพราะว่าเขาลดทั้งเว็บ 20% ครั้งเดียวในรอบปีเท่านั้น เนื่องในโอกาสวันเกิดของร้านนายอินทร์! ปกติที่เคยซื้อลดสุดก็ 15% นี่ตั้ง 20% นอกจากหนังสือที่เราเล็งแล้วจดรายชื่อไว้เพื่อจะสั่งตอนมีโปรเนี่ย เราก็ยังเที่ยวหาหนังสือแนะนำ อ่านรีวิวหนังสือที่สนใจมาสั่งเพิ่มด้วย หลังจากที่ตัดเล่มโน้น เพิ่มเล่มนี้เราก็ได้เจ้ากล่องนี้มา (เสียดายที่อีกหลายเล่มมัน out of stock ไม่งั้นต้องได้กล่องใหญ่กว่านี้อีกมาก)

เอาล่ะมาดูกันเลย



สภาพกล่องหนังสือที่เขาส่งมาให้ค่ะ สภาพดี๊ดี ส่ง EMS ให้ฟรีด้วย คงเห็นว่าเราสั่งเยอะเลยอัพเกรดให้ เพราะเราเลือกส่งธรรมดาเพื่อจะได้ไม่เสียเงินเพิ่ม แต่ก่อนเขาส่งบริษัทเอกชน พอมาส่งไปรณีย์เราก็เลยงงๆ เวลาที่ทำการสั่งซื้อนิดหน่อย ว่าเมื่อก่อนช่องนี้มีให้เลือกด้วยเหรอSmiley เพราะสั่งซื้อครบ 600 ส่งฟรีก็จบ ดูรายการที่ซื้อ ราคารวม ราคาลด รวมเหลือกี่บาท เราก็ไม่เคยต้องเลือกว่าให้ส่งแบบไหน แถมได้อีเมล์โค้ดสินค้าไปตรวจสถานะการส่งอีก ซึ่งทำได้หลังจากวันที่ส่ง 1 วันอีก ด้วยความไม่เคยไง อิฉันก็นั่งหงุดหงิด โมโหทำไมมันเช็คไม่ได้วะ เอ๊ะ ยังไงนี่เว็บไปรษณีย์มันห่วยหรือมือถือเราพังวะSmiley น้องที่ทำงานบอกต้องตรวจหลังบ่ายสามเขาจะคีย์เข้าระบบ ไอ้เราก็รอ ตกเย็นมาทำอีก "เฮ้ย! แก...มันก็ยังไม่ได้ เอามือถือแกมาทำดิ๊!!" วันต่อมา..."นี่แก มันไม่เห็นทำได้เลย นี่เราทำถูกทุกขั้นตอนนะเว้ย" ในที่สุด...เราก็เข้าไปอ่านเมล์อีกรอบ(หลังจากอ่านแล้วอ่านอีก) อร้ายSmileyอีบ้า เขาให้เช็คหลังวันที่เท่าไหร่ก็บอกอยู่ ไอ้เรานี่ใจร้อน555 

ไม่ต้องสงสัยว่าเราจะใส่โค้ดตามหาพัสดุได้ไหมในที่สุด?? เพราะพอกลับบ้านมา แม่บอกหนังสือมาส่งแล้วSmiley ยังไม่ทันถึงวันที่เราจะได้ใส่โค้ดตามหาเธอเลย มาซะละ ส่งเที่ยงคืนของวันที่ 18 มาให้ ได้ตอนเที่ยงๆของวันที่ 19 อะไรจะรวดเร็วปานนั้น 

เราไม่ชอบให้ตามของได้เพราะแบบนี้ พอรู้ว่าตามได้มันจะจดจ่อตามหา ตามดูว่าถึงไหน ยังไง แต่พอเป็นส่งธรรมดาทั่วไป เออ..รอไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็มา มาเมื่อไหร่เมื่อนั้นคงไม่เกินอาทิตย์นึง


ว้าย...นอกเรื่องยาวมาเข้าเรื่องค่ะ เข้าเรื่องSmiley เปิดกล่องกันเล้ย



เปิดออกมาก็จะมีกระดาษลังปิดไว้อีกรอบ แน่นหนามาก




จากนั้นก็พบกับหนังสือที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกกันกระแทกที่คุ้นเคย




ทางนายอินทร์ห่อแยกมาเป็นสองชุดให้เราซะด้วย น่าจะเพื่อความสะดวกในการห่อ และการหยิบออกมาจากกล่องของเราด้วย แล้วก็คงเพื่อไม่ให้หนังสือเบียดกันจนเกินไป เรามาแกะกันดูทีละห่อดีกว่า



ห่อแรก แค่เปิดออกมาก็มีความสุขแล้ว หนังสือเกือบทุกเล่มถูกห่อด้วยพลาสติกมิดชิด (สั่งในเว็บจะงดห่อปกพลาสติกนะคะ)





ห่อที่สอง เห็นการจัดวางแล้วปลื้มใจว่าเขาแพคดีจริงๆทุกขั้นตอน




พอเจอที่คั่นหนังสือ Smiley ไม่ชอบที่คั่นแบบนี้เลย ได้มาทุกรอบเลย ไม่ทราบว่าเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการหรืออย่างไรSmileyยิ่งเวลาเอามาคั่นแล้วคนอื่นเห็นมันจะไม่ได้สนใจหนังสือที่เราอ่านนะ มันจะสนใจอีที่คั่นเนี่ย "อุ้ยๆๆ ที่คั่น แหม..." คือภาพต้องแนบชิด อิงแอบตลอด ชื่อเรื่องนี่ไม่ซาตาน ก็ต้องอะไรเถื่อนๆ ปั๊ดโธ่ เสีียภาพพจน์เราหมดSmiley




มาดูหมวดนวนิยายที่เราสั่งกันดีกว่า มีทั้งหมด 8 เล่ม 

ในที่สุดก็ได้ยลโฉมน้องรัก เอามาแผ่ดูหน้าปกให้ชื่นใจ ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าเราสั่งเล่มไหนอยู่แล้ว แต่พอได้เปิดกล่องกระดาษออกมาแล้วมันอดลุ้นไม่ได้ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร คงเป็นเพราะว่าหนังสือสุดที่รักได้มาอยู่ในมือเรา และเราได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และหลายเล่มเราก็ไม่เคยเห็นเล่มจริง เพราะไม่มีวางขายหน้าร้าน 

เล่มแรก The one plus one - Jojo Moyes 

เจสเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีลูก 2 คน ลูกชายวันๆเอาแต่เล่มเกมส์ ส่วนลูกสาวเป็นอัจฉริยะด้านตัวเลข กับสุนัขร่างยักษ์ชื่อนอร์มัน เธอต้องพาลูกสาวไปสอบชิงทุนคณิตศาสตร์ที่สกอตแลนด์ แต่แผนการล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น เอ็ด หนุ่มหล่อด้านไอทีที่เพิ่งโดนบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งไล่ออกจากงานจึงจับผลัดจับผลูขับรถไปส่งเจสและครอบครัวของเธอ แล้วเรื่องราวความรักที่ไม่คาดฝันก็เริ่มต้นขึ้น

ทันทีที่เห็นว่าโจโจ้มีเล่มใหม่ออกมาเราก็ไปจดเข้ารายการหนังสือทันที คือจะว่าเธอเขียนสนุกสุดยอดมันก็ไม่ใช่แต่มันเป็นอารมณ์ที่เราคาดเดาไม่ค่อยได้ และเรื่องที่มักจะมีหักมุมตลอด และเราคิดว่ามันน่าสนใจดี แล้วเรื่องราวที่เขาเขียนแต่ละเล่มออกมามันเป็นแนวที่เราไม่เคยอ่านมาก่อนแปลกดี เล่มนี้มีหมาด้วยเรารักหมาเอาเล่มนี้ล่ะ555 เล่มนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดการพลัดพรากจากกันอะไรอีกไหม หรือแม้กระทั่งว่า...เราจะได้ตัวหนังสือมาครบทุกหน้าหรือเปล่า555 รอบก่อนหายไป 10 กว่าหน้าโชคดีสนพ.ส่งเล่มใหม่มาให้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเงินส่งเล่มเก่าคืนไปด้วย บางสนพ.เราต้องส่งไปคืนเขาก่อนด้วยเปลืองเงินจริงๆ

เล่มที่สอง The Smoking Hourglass - Jennifer Bell (เล่ม 2 )

ไม่มีสัญลักษณ์ใดจะชั่วร้ายไปกว่านาฬิกาทรายควันโขมง สองพี่น้องกลับมาเยือนดินแดนไม่ธรรมดาอีกครั้ง แทนที่จะได้เพลิดเพลินกับชีวิตชาวไม่ธรรมดากับต้องเจอสัญลักษณ์ทีคอยหลอกหลอน และนำพาเหตุร้ายตามมาด้วย ความชั่วร้ายกำลังจะครอบงำลันดินอร์ สองพี่น้องจะหยุดมันได้ทันหรือไม่

พอเห็นเล่มสองออกมาเราก็ดีใจสุดๆ เพราะเล่มแรกสนุกมาก มันไม่ใช่แนวมีเวทมนตร์อะไรแต่ข้าวของมีจิตวิญญาณประมาณนั้น มันเลยเป็นข้าวของไม่ธรรมดา แล้วบางคนในลันดินอร์อยากใช้มันในทางที่ผิดมันเลยเกิดเรื่องขึ้นมา เรื่องราวมันสนุก ตื่นเต้น แล้วก็ให้เราลุ้นได้ตลอด ตัวละครในเรื่องก็คาดเดาไม่ได้เลยว่าใครดี ใครไม่ดี มันทำให้เรายิ่งอยากอ่าน ติดตามไปเรื่อยๆ ตัวเล่มก็ไม่หนาพกพาไปอ่านได้ทุกที่ ขอบอกนิดนึงว่าเราอ่านนิยายแฟนตาซีของนานมีมาหลายเรื่องมีเรื่องนี้ล่ะที่สนุกก่อนหน้านี้คือ พอเล่มสองแล้วเลิกอ่านตลอด มันแบบเฮ้ย...ไม่เห็นสนุกเลยวะ จริงๆคือไม่สนุกตั้งแต่เล่มแรก แต่ฝืน เอาวะเผื่อเล่มสองจะสนุก สุดท้ายไม่รอด เราว่าเรื่องนี้น่าจะรอดนะเล่มแรกก็สนุก เล่มสองก็น่าจะสนุกเหมือนกัน แล้วที่สะดุดตาเรามากคือปก ปกสวยอ่ะ ซื้อมาลองอ่านดีกว่า555 ถ้าไม่ใช่เพราะปกที่ดึงดูดมาก เราอาจไม่ได้มาพบกันจนเล่มสองนี้

เล่มที่สาม ในกับดักและกลางวงล้อม - ประชาคม ลุนาชัย

ชีวิตไม่เพียงคล้ายรูปเขียนแผ่นใหญ่ ยิ่งมองลึกลงไปในรายละเอียด ยิ่งค้นพบความหมายที่ซุกซ่อน หากไม่ต่างอะไรกับหนังสือนิยายเล่มหนา อ่านผ่านตาไปครั้งแรก สนุกสนานกับเรื่องราว ครั้นละเลียดอ่านอีกครั้ง ได้แง่คิดที่ต่างออกไป ทุกเรื่องราวที่ชีวิตเข้าไปเกี่ยวข้องขณะพัวพันวุ่นวาย ไม่ว่าในมุมมอง และความรู้สึก จะต่างไปจากตอนที่ถอยห่างออกมา แล้วมองกลับไป
....................
นานแล้วที่ผมไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลมาเล่าขานผ่านหน้ากระดาษในรอบเกือบทศวรรษ เท้าที่ย่ำเดินทางไปหลายหัวเมือง ก่อนหลับลงในบ้านพักกลางหุบเขา ทะเลในความทรงจำเหมือนมันยังคงตามขับกล่อมด้วยเสียงคลื่นที่ผมคุ้นเคย

ในกับดักและกลางวงล้อม ฝังอยู่ในใจผมมานานปีเก็บเป็นความปลื้มปีติ อีกครั้งที่ได้ส่งต่อเรื่องราวนี้ไปสู่คนอ่าน

(เราไม่รู้ว่าจะตัดมาเล่ายังไงให้ได้สั้นๆแต่เข้าใจ เลยยกมาทั้งหมดSmiley)

หนังสือเล่มนี้เป็นที่ต้องการของเรามาก เพราะว่าเราติดตามนักเขียนท่านนี้อยู่ เขาเขียนเรื่องแนวชีวิตที่ยากลำบากกับฉากเป็นกลางทะเลลึก คือเราเคยอ่านตอนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแนวไหน ยังไง จะดราม่าขาดใจอะไรปานนั้น ก็ยืมห้องสมุดมาอ่าน แล้วพอดีว่าดันติดลม กำลังรอรถสองแถวเพื่อจะไปเรียน ก็เอาออกมาอ่านต่อ สภาพคือ...ดิฉันยืนอยู่ข้างถนนน้ำตาคลอเบ้า อินจัด ทั้งสงสารทั้งเศร้า ซื้ดจมูก ปาดหยาดน้ำตาเบาๆ ความรู้สึกนั้นยังตราตรึงใจ จากนั้นก็อ่านของเขาเรื่อยมา จนได้ดูข้อมูลว่า เฮ้ย! เขาเขียนจากประสบการณ์จริงชีวิตที่ยากลำบาก โห! คุณพระ คุณเจ้า เขาสตรองมากค่ะ เล่มนี้จากปกหลังเรารู้แค่น่าจะเกียวกับทะเล และคงดราม่า(เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับทะเลเขาก็มีนะ ชื่อเรื่อง ร้านหนังสือที่มีแต่นิยายรัก อื้ม! อย่าคิดว่าจะใสๆค่ะ มันดราม่า!) Smiley

เล่มที่สี่ A WIZARD of EARTHSEA - Ursula K. Le Guin

หนึ่งในวรรณกรรมแฟนตาซีที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาล 
เก๊ดคือพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอิร์ธซี ทว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีชื่อว่า สแปร์โรว์ฮอว์ค นี่คือเรื่องราวการเดินทางของเด็กหนุ่มคนหนึ่่งไปสู่การเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เรื่องของถ้อยคำและอำนาจอันยิ่งใหญ่ เวทมนตร์ มังกรในตำนาน การทดสอบ การค้นหาตัวเอง และการเติบโต

โอ้โห ปกหลังว่าไว้อลังการ เราก็ชอบอ่านนิยายแฟนตาซีด้วย จัดมาอย่ารอช้า เล่มก็ไม่ใหญ่พกพาสะดวกอีกแล้ว หน้าปกก็สวยไปอีก เราก็ตัดสินใจซื้อเพราะปกหลังว่าไว้น่าสนใจแค่นั้นล่ะ อะไรที่เขาว่าดี พากันยกย่องเราต้องไปจัดหามาอ่านว่ามันดีจริงไหม ซึ่งส่วนใหญ่มันจะดีจริงซะด้วย ยิ่งเห็นปกสวยยิ่งดึงดูดใจ

เล่มที่ห้า เจ้าสาวในสายลม - ว.วินิจฉัยกุล

ชลัย กำลังคุยกับเพื่อนสาวชื่อรสสินีเรื่องการแต่งงาน ซึ่งตัวชลัยมั่นใจว่าพี่ปรีเลือกเธอ และเป็นคนที่เขาจะแต่งงานด้วย แต่เพื่อนเธอก็พูดให้คิดว่า เธอเข้าใจนะที่เพื่อนอยากเป็นเจ้าสาว แต่ชีวิตมันไม่ได้จบแค่วันแต่งงาน ก่อนแต่งเขายังมีคนอื่น แต่งแล้วมีหรอเขาจะตัวคนเดียว หรือเธอจะนอนกอดทะเบียนสมรสเอาไว้ เห็นว่ามันคุ้มค่าก็ตามใจ

เห็นปกหลังมาเป็นบทสนทนาแนวนี้ ก็เดาทางได้ว่าเรื่องน่าจะเกี่ยวกับอะไร ซึ่งปกติเราไม่อ่านแนวนี้หรอก แต่ปกสวยอีกแล้ว!!! เฮ้อ...เอามาลองอ่านดีกว่า ใจนึงก็กลัวเพราะเคยอ่านเรื่องทานตะวัน แล้วไม่สนุก มันเฉื่อยๆเรื่อยๆไปทั้งเรื่อง แต่ถ้าเราไม่ลองอ่านเราก็ไม่รู้น่ะสิ สงสัยไปไม่ช่วยอะไร เอามาอ่านเลยดีกว่า อีกอย่างเราชอบที่รสสินีบอกมากเลย เรื่องนี้น่าจะมีข้อคิดดีๆล่ะ

เล่มที่หก Under the Lilacs - Louisa May Alcott

เบน บราวน์ เด็กชายเร่ร่อน หนีจากคณะสัตว์เพื่อตามหาพ่อผู้หายสาญสูญ ต้องตกระกำลำบากพร้อมด้วยสุนัขคู่ใจ เจ้าซันช์ ถึงแม้จะพบผู้คนใจดีคอยอุปการะ แต่ก็ต้องพบวิบากกรรมถึงสองครั้งใหญ่ที่ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง จนวันหนึ่งก็มีสิ่งเหลือเชื่อเกิดขึ้นและได้นำความสุขกลับมาสู่เขาภายใต้ร่มไลแลกที่เปี่ยมไปด้วยรัก

เหตุผลที่เราซื้อเล่มนี้ง่ายมากเลย เราอยากตามอ่านหนังสือทุกเล่มที่ลุยซาเขียน และเล่มนี้คือเล่มเดียวที่ยังไม่  out of stock เราอยากรู้ว่าเธอเขียนเรื่องไหนบ้าง เขียนยังไง เกี่ยวกับอะไร เราชอบหนังสือเธอมากขนาดนั้น เพราะได้อ่าน Little Women ที่ตราตรึงใจเรา พอค้นเจอว่านายอินทร์มีหนังสือเธออีกเล่มก็จัดมาอย่างรวดเร็ว

เล่มที่เจ็ด เกาะที่มีความสุขทีสุดในโลก - ลินดา โกมลารชุน

"เราไม่สามารถร่ายมนต์ให้มันเทศงอกงามได้ ถ้าเราไม่ลงแรงพรวนดินรดน้ำ ไม่มีใครร่ายมนต์เพื่อเรียกให้ปลาว่ายเข้ามายังกองไฟได้ ถ้าไม่พายเรือออกไปเหวี่ยงแหจับมัน สิ่งที่บูบูทำก็แค่ขอบคุณเทพเจ้าผู้คุ้มครองผืนดินที่เราปลูกมันเทศ และขอบคุณเทพเจ้าแห่งท้องน้ำที่แบ่งปันปลาให้เรากิน ไอ้ที่ทุกคนคิดว่าเป็นการร่ายคาถา ที่จริงอาจจะเป็นบทสวดอ้อนวอนเทพเจ้าให้เมตตาต่อเราเท่านั้น"

เราชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชนมากเลย พอเห็นภาพหน้าปก กับคำบรรยายที่ปกหลังเราก็ต้องเอาเล่มนี้ล่ะ ภาพปกดูสวยสื่อถึงชื่อเรื่อง ปกหลังเล่าเรื่องได้ดีีอีก มันดูเป็นเรื่องราวที่สวยงามแบบเรียบง่าย เราจะอินกับอะไรแบบนี้มาก เล่มก็บางพกพาสะดวกเช่นเคย555

เล่มที่แปด ปลูกฝันไว้ในแผ่นดิน - ลูเซีย บาเกดาโน 

ขณะนั้นเธออายุเพียง 21 ปี จึงผิดหวังอย่างแรงที่ถูกส่งไปเป็นครูบ้านนอกในหมู่บ้านเล็กๆไกลปืนเที่ยงแห่งหนึ่งในชนบท แทนที่จะเป็นโรงเรียนที่ทันสมัย เธอคิดว่าเป็นไปได้หรือที่ใครสักคนจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต รู้สึกทั้งอ้างว้างและโดดเดี่ยว แล้วประตูห้องก็ค่อยๆเปิดออกอย่างแผ่วเบา คุณย่ามิกาเอล่าเดินเอาน้ำมาให้เธอได้ล้างมือล้างหน้า และพูดอย่างอ่อนโยนว่า "แล้วหนูจะรู้ว่าอยู่กับพวกเรานี่ดีนะ"

แค่ชื่อเรื่องก็อยากอ่านแล้ว พออ่านปกหลัง โอ้ย! ยิ่งอยากอ่านเข้าไปใหญ่ เราชอบเรื่องราวที่มีฉากหลังเป็นต่างจังหวัด กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เมื่อก่อนเราไม่สนใจกับเรื่องอะไรทำนองนี้แต่เคยหยิบมาอ่านตอนมหาลัยเพราะไม่มีอะไรจะอ่านแล้ว(แนวที่เราชอบอ่ะนะ ช่วงแรกจะอ่านแต่นิยายแฟนตาซีกับนิยายยุคปัจจุบันเท่านั้น ย้อนยุคนี่ไม่เด็ดขาด นักเขียนดังๆทมยันตี ว.วินิจฉัยก็ไม่อ่าน คิดว่าเรื่องน่าจะหนัก และอ่านไม่เข้าใจ) ปรากฎว่าเรื่องแนวที่หลีกเลี่ยงนี่มันสนุกมาก และเป็นหนังสือในแบบที่เราชอบ บางครั้งคนเราก็ต้องลองอะไรใหม่ๆจริงๆ แถมมันยังทำให้เราได้เจอกับความชอบที่แท้จริงด้วย เรื่องนี้ก็น่าจะเช่นกัน เขาพิมพ์ครั้งที่ 10 แล้วด้วยนะเนี่ย

ก็หมดไปแล้วสำหรับหมวดนวนิยายนะคะ ติดตามต่อตอน 2 นะ เป็นหมวดจิตวิทยา และอื่นๆอีกนิดหน่อยค่ะ



Create Date : 28 มิถุนายน 2561
Last Update : 29 มิถุนายน 2561 14:49:50 น. 2 comments
Counter : 469 Pageviews.

 
น่าอ่านทุกเล่มค่ะ


โดย: เสลาสีม่วง วันที่: 3 สิงหาคม 2561 เวลา:14:31:30 น.  

 
@เสลาสีม่วง อ่านยังไม่หมดเลยค่ะ สั่งของใหม่มาเพิ่งได้วันนี้เอง


โดย: สมาชิกหมายเลข 3651244 วันที่: 3 สิงหาคม 2561 เวลา:21:22:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
สมาชิกหมายเลข 3651244
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อารมณ์ติสท์ติดตัว
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3651244's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.