|
149. การพิจารณาปล่อยวาง (ดับ) ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก
 “ความสุข (ทางโลก)” และ “ความทุกข์” เป็นสิ่งคู่กัน ไม่อาจจะแยกออกจากกันได้ ความสุขทางโลก (โลกียสุข) เป็นความสุข ที่เจืออยู่ด้วย “ความทุกข์” ความสุขทางโลก เป็นความสุข ที่มีประมาณน้อย มีความไม่เที่ยง มีความไม่ยั่งยืน เป็นธรรมดา ถ้าไม่ปล่อยวางความสุข (ทางโลก) จะไม่มีทาง “พ้นทุกข์ (ดับทุกข์)” ได้ ถ้าไม่ปล่อยวาง “ความสุข (ทางโลก)” ชีวิตจะเวียนวน อยู่ในวังวนของ “ความสุข (ทางโลก)” และ “ความทุกข์” ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นวัฏสงสาร *************** “เพราะวางสุข (ทางโลก) ได้ จึ่งได้สุขจริง (วูปสโมสุข)” “เตสัง วูปสโม สุโข ความระงับดับเสีย ซึ่งสังขาร (การปรุงแต่งทางจิตใจ) ทั้งหลาย นั้นแล เป็นสุขอย่างยิ่ง” วูปสโมสุข เป็นความสุข ที่ไม่มีความทุกข์เจือ มีความเที่ยง มีความยั่งยืน ที่สุดของวูปสโมสุข คือ ความสุขในพระนิพพาน “นิพพานัง ปรมังสุขัง พระนิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง (บรมสุข)” *************** ความสุขทางโลก หรือ โลกียสุข มีดังนี้
- ความสุขอันเกิดจาก การเสพสุรายาเมา และ สิ่งเสพติดทั้งหลาย
- ความสุขอันเกิดจาก การได้ลาภ การได้ทรัพย์สมบัติในทางโลก การได้ยศ การได้รับคำสรรเสริญ
- ความสุขอันเกิดจาก กามเมถุน
- ความสุขอันเกิดจาก กามคุณ 5 (รูป เสียง กลิ่น รส และ การสัมผัสทางกาย)
*************** แนวทางในการเพ่งพิจารณา “ปล่อยวาง (ดับ)” ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก (พิจารณาเวทนาในเวทนา) มีดังนี้ - เพ่งพิจารณาให้เห็นถึง ความไม่เที่ยง ความไม่ยั่งยืน ความแปรปรวน ความไม่แน่นอน ความไม่อาจยึดถือเอาไว้ได้ ของอารมณ์สุขทางโลก (อนิจจัง)
“อารมณ์สุขทางโลก” เป็นสิ่งที่ มีความไม่เที่ยง มีความไม่ยั่งยืน ไม่อาจจะยึดถือเอาไว้ได้ เพราะ มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับสิ้นไป ในเวลาไม่นานนัก “อารมณ์สุขทางโลก” มีความแปรปรวน และ มีความไม่แน่นอน แม้จะเกิดจากเหตุปัจจัยเดียวกัน บางครั้งสุขมาก บางครั้งสุขน้อย บางครั้งไม่สุขเลย - เพ่งพิจารณาให้เห็น จนชัดแจ้งว่า อารมณ์สุขทางโลก คือมูลเหตุของ ความทุกข์ ความโศก โรค โทษ และ ภัยทั้งหลาย (ทุกขัง)
“ความสุขทางโลก” เป็นความสุข ที่เจืออยู่ด้วย “ความทุกข์” - เพ่งพิจารณาให้เห็นถึง ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนของตน ไม่ใช่ของของตน ของอารมณ์สุขทางโลก (อนัตตา)
“อารมณ์สุขทางโลก” ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนของตน เพราะ ไม่อาจจะกำหนดได้ และ ไม่อาจจะควบคุมได้ “อารมณ์สุขทางโลก” ไม่ใช่ของของตน เพราะ ไม่อาจจะยึดถือเอาไว้ได้ “อารมณ์สุขทางโลก” เป็นแค่เพียง “อุปาทาน” ที่คนเรา มีอยู่แตกต่างกัน เท่านั้นเอง ความอยากได้อารมณ์สุขทางโลก (ตัณหา) ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก (ราคะ) และ ความหลงยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์สุขทางโลก (อุปาทาน) เป็นสิ่งที่ สามารถทำให้ “ลดลงได้ จางคลายลงได้ และ ดับสูญสิ้นไปจากจิตใจของเราได้” *************** “อารมณ์สุขทางโลก” เป็นสิ่งที่ ไม่ควรไปหลงยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวเป็นตนของตน หรือ เป็นของของตน เพราะ มันมีความไม่เที่ยง มีความไม่ยั่งยืน มีความแปรปรวน มีความไม่แน่นอน ไม่อาจยึดถือเอาไว้ได้ และ มันเป็นมูลเหตุของความทุกข์ ความโศก โรค โทษ และ ภัยทั้งหลาย ถ้าหลงไปยึดมั่น เป็นตัวเป็นตนของตน หรือ เป็นของตน จะทำให้ชีวิต ต้องเวียนวน อยู่ในวังวนของความสุข (ทางโลก) และความทุกข์ ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นวัฏสงสาร *************** การเพียรหมั่นเพ่งพิจารณา ตามที่กล่าวมา จะทำให้เกิด การละหน่ายคลาย และ ปล่อยวางได้ (ไม่หลงยึดมั่นเป็นตัวเป็นตนของตน หรือ ของของตน) ชื่อว่า พ้นสักกายทิฏฐิ การเพ่งพิจารณา จนเห็นจริงชัดแจ้ง จนเกิดการละหน่ายคลายและปล่อยวางได้ ชื่อว่า พ้นวิจิกิจฉา การเพ่งพิจารณา จนพ้นสักกายทิฏฐิและพ้นวิจิกิจฉาแล้ว จะทำให้ ความอยากได้อารมณ์สุขทางโลก (ตัณหา) ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก (ราคะ) และ อารมณ์สุขทางในโลก ค่อยๆลดลง จางคลายลง และ ดับสูญสิ้นไปจากจิตใจ ชื่อว่า พ้นสีลัพพตปรามาส
*************** การเพ่งพิจารณาปล่อยวาง (ดับ) ความกำหนัดยินดีในอารณ์สุขทางโลก ต้องทำไปตามลำดับ คือ หยาบ กลาง และ ละเอียด ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก ในระดับหยาบ คือ ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขอันเกิดจาก การเสพสุรายาเมาและสิ่งเสพติดทั้งหลาย ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขอันเกิดจาก การได้ลาภ การได้ยศ และ การได้สรรเสริญ ที่มีมาก จนเกิดการเบียดเบียนผู้อื่นและสัตว์อื่น (จนเกิดความโลภ) และ ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขอันเกิดจาก กามเมถุน ที่มีมาก จนเกิดการเบียดเบียนผู้อื่นและสัตว์อื่น (จนเกิดการละเมิดศีลข้อ 3) ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก ในระดับกลาง คือ ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขอันเกิดจาก การได้ลาภ การได้ยศ และ การได้สรรเสริญ ที่มีไม่มาก ไม่เกิดการเบียดเบียนผู้อื่นและสัตว์อื่น ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขอันเกิดจาก กามเมถุน ที่มีไม่มาก ไม่เกิดการเบียดเบียนผู้อื่นและสัตว์อื่น (มีผัวเดียวเมียเดียว) และ ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขอันเกิดจาก กามคุณ 5 (รูป เสียง กลิ่น รส และ การสัมผัสทางกาย) ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก ในระดับละเอียด คือ กามราคานุสัย (ความกำหนัดยินดีในอารมณ์สุขทางโลก ที่นอนเนื่องอยู่ในจิต) ชาญ คำพิมูล
| Create Date : 17 สิงหาคม 2568 | | |
| Last Update : 17 สิงหาคม 2568 7:43:16 น. |
| Counter : 141 Pageviews. |
| |
|
| |
|