ข่าว--ไขความลี้ลับ--นิพพานของผมเอง

---เนื่องจากฮาร์ดดิสก์เสืย เนื้อสารไม่เก็บข้อมูล ต้องลบคือฟอร์แมตทิ้งหมด แล้วลงวินโดวส์ใหม่ครับ เลยหายไปพักนึง ตอนนี้ก็มารวบรวมข้อมูลลึกลับกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
---พระบวชไม่กี่ปี มีเงินทำสถานที่ปฏิบัติธรรม โดยเอาเงินของกลุ่มไฮโซมาใช้ และเก็บไว้หลายร้อยล้าน เตรียมหาที่ลงทุน เช่นตลาดหุ้น แรกๆก็ดีนะพระองค์นี้ เป็นคดีฟ้องร้อง และดีเอสไอก็เดินเครื่องอยู่ ขายตั๋วไปนิพพาน ทักจิตทายใจ....ไม่ใช่ทางหลุดพ้นแน่นอน และก็มีคนทำเวปต่อต้าน คือ แอนตี้วิมุตติแล้วครับ
--นายเมธี ออกมาพูดเรื่องแอนนี่ โดนแอนนี่ด่ากลับ และเตรียมฟ้องกราวรูด กล่าวว่า เป็นเรื่องจริง จะจริงหรือไม่จริงก็ฟ้องหมิ่นประมาทได้นะครับ นี่ก็มีข่าวเมธีแฉฝึกอาวุธที่กัมพูชาอีก ไม่ว่าสีอะไร ถ้าทำเรื่องร้ายให้ส่วนรวมก็ต้องแฉ ต้องประณามครับ ประเทศชาติไม่ใช่ของเล่น ใครทำก็รับกรรมกันไป ว่าแต่ 91 ศพ ยังไม่เคลียร์ได้เลย แล้วจะหาความชัดเจนจากไหน เรื่องนี้ลามจนเป็นการเดินขบวนต้านสินค้าอาเอ๊ดแล้วครับ และมีข่าย นสพ.ว่า คนกินในที่ลับ ไม่ควรไขในที่แจ้ง ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย ทั้งอาเฮีย และเฮียช่อง3 โดนด่ากันถ้วนหน้า เลยเงียบเลยครับ
----ใครเผาเวิลดิ์เทรด.... ผมมีภาพชัดเจนครับ อยากได้จะเอาลงให้ครับ ลงให้แล้ว ก็จับตัวมายิงเป้าเลย เราไปเดินห้างมีแต่กระจก มันยังเผาจนได้ ฝ่ายป้องกันดันไม่ยอมดับไฟนะซี สงสัยเล่นบทเยียวยาจะงามกว่ามั้ง ทุกวันนี้มีตึกไหนได้เงินประกันบ้าง มีผู้เสียหายได้เงินครบถ้วนบ้าง
แม้แต่จุฬา ได้เงินค่าเช่ามหาศาล ยังช่วยแบบขอไปที ไฟสักดวงไม่มาติดให้ เซ็งจิต ในเมื่อรู้ล่วงหน้าแล้วปล่อยให้เผากันทำไม แก้ไขไม่ได้อย่าปล่อยให้เข้าเมืองสิ นางโรสน่าออกมาว่าอีกแล้ว ทั้งอจ.มหาลัย ทั้งอ.ตู๊ด ชอบด่า แทบจะฆ่าเสื้แดงจริง ทีเหลืองปิดสนามบิน ระรานไปทั่วเมือง ไม่กล้าว่าสักแอะ ประเภทว่า"ดิฉันยืนข้างประชาชน"นังคนนี้ไม่เคยพูด ไม่มีในสมอง
--------------------------------------------------------------
---บังเอิญดูสารคดี พบอาณาจักรใต้น้ำที่ญี่ปุ่น ซึ่งสงสัยว่า จะเป็นการกัดเซาะของน้ำแน่หรือ ในเมื่อมีหินเป็นสี่เหลี่ยม ขั้นบันได อะไรต่างๆ ซึ่งผมได้เจอเอกสารที่ฝรั่งไปดูมาแล้วสันิษฐานว่าเป็นทวีป เลมูเรียที่จมลงไปใต้ทะเลครับ

---ข้อมูลภัยพิบัติโลกปี 2012 นั้นน่าจะเป็นการตีความปฏิทินชาวมายันผิดพลาด เพราะกระแสข่าวบอกว่า 2012 คือการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมมนุษย์ใหม่ และ เปี่ยนจิตสำนึกของมนุษย์ใหม่ เพื่อรับกันกับอนาคตโลกใหม่ แต่ทางฝ่ายอิลลูมิเนติ กำลังสร้างระเบียบโลกใหม่
--ซึ่งไม่ใช่หลักการลอยๆ เป็นระบบการเปลี่ยนแปลงโลก คือกดทุกคนให้เป็นทาส โโยมีการวางแผน วางระบบและเครื่องมือจากชาวต่างดาว น่าจะเป็นเร็ปติเลี่ยนนะครับ

---เมืองใต้ทะเลที่ว่า เรียกว่า โยนากูนิ อยู่ทางเกาะโอกินาว่าของญี่ปุ่นนะครับ
--------------------------------------------------------------
--เมื่อหลายวันก่อน จานบินบุกจีนแดง
วันนี้จานผีบุกย่านแมนฮัตตั้นของนิวยอร์ค อเมริกาแล้วครับ ผู้คนแตกตื่น โทรถามที่ศูนย์ข้อมูลของเ้มืองเป็นร้อยๆสายที่เดียว
---ดีเอ็นเอของคน ที่ว่า 90เปอร์เซนต์เป็นขยะ ไร้ประโยชน์ ไม่ใช่ครับ มัรคือที่เก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล และทำตัวเหมือนเครื่องฉายภาพสามมิติ เป็นระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นอินเตอร์เน็ตในตัวของมัน อันนี้ไม่ได้หมายถึงของคน
แต่สำหรับพืชและสัตว์ ก็ทำได้แบบนี้ ข้อมูลนี้มีผลยืนยัน จากนักวิทย์ชาวรัสเซีย ผลที่ได้ออกมา เป็นสิ่งที่ซ็อคโลกมากครับ ในเมื่อท่านนั่งอยู่หน้าคอม ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ดีเอ็นเอ หริอระบบพลังขิงคนเรานั้นมีมากกว่าเครื่องหลายหมื่นล้านเท่า และสามรถพัฒนาได้ เช่น สื่อสารด้วยจิต เคลื่อนวัคถุด้วยจิต ย่นระยะทาง ล่องหนหายตัว สิ่งเหล่านี้มีผู้ทำได้แล้วในอดีต ต่อมนุษย์จะมีการพัฒนาทางด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆครับ ยิ่งหลัง 2012 จะยิ่งชัดเจน และมีมาก เรียกว่า เข้าสู่ยุคใหม่เลยละ
---หินควอทซ์ หรือเขี้ยวหณุมาน เหมือนเป็นเครื่องส่งที่ดปรแกรมด้วยพลังจิต และล้างโปรแกรมออกได้ โดยการวางกลางแดด หรือล้างด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ (จากทางที่ฝรั่งกับพวกอจ.ทั้งหลายค้นคว้ามา)
--เป็นที่น่าแปลกว่า มันก็คือพวกทราย หรือซิลิคอนออกไซด์ ที่น่าแปลกก็คือ
เรานำซิลิคอนมาเป็นพวกทรานซิสเตอร์และวงจรคำนวณในคอมพิวเตอร์ พูดๆง่ายๆก็คือเรานำวิญญาณของแร่ธาตุมาใช้งาน น่าแปลกมาก
----คุณพ่อเล่าว่า ท่านเคยไปดูหมอทำพิธี แถวสวนดอก เชียงราย เขาเอาไม้ไผ่
เล็กแหลมแบบไม้เสียบลูกชิ้นมามัดไขว้กัน เอาข้าวเหนียวปั้นขยำติดตรงกลาง เอาวางไว้ตรงขอบหน้าต่าง น่าจะเป็นรูกลอน อจ.บริกรรมคาถา เจ้าสิ่งนั้นก็หมุนเร็วขึ้นๆ จนมันบินออกไป หายลับไปกับตา เพื่อวิ่งไปเข้าท้องของศัตรู บางคนก็เอ็กซ์เรย์พบตาปูอะไรต่างๆ หรือหนังควายเสก แต่ส่วนใหญ่มันจะเป็นรูปของพลังงาน กลุ่มพลังงาน ซึ่งก่อให้เกิดโรค การติดขัดของเลือด -น้ำเหลือง--ระบบประสาท แต่เอ็กซ์เรย์ไม่เจอ เดี๋ยวจะเล่าเรื่องที่ผมโดนของไสยศาสตร์ มันร้ายแรงมาก และต่อให้มีอาจารย์ดี ยังต้องรักษาเป็นเดือนเป็นปีเลยครับ
---อันนี้อย่าเพิ่งด่านะ เรามาวิเคราะห์ในแง่วิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แง่ไสยศาสตร์
----------------------------------------------------------------------------
---เล่าเลยดีกว่านะ ตอนที่อยู่คลองจั่น มีฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ ประตูกระแทกโครม แล้วมีเสียงคล้ายคนตบตีกันที่ชั้นบนแฟลต ขณะที่มีอะไรวิ่งชนผนังปูนดังเอี๊ยดๆ เหมือนมีอะไรจะเบียดมันเข้ามา แต่บ้านเรามี
ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณติดไว้ที่เหนือประตู และทันใดนั้นมีวิญญาณคนแก่มาเข้าแฝงภรรยาผม บอกว่า "ฉันเห็นมีของ วิ่งมาจากทางตะวันออก ไม่ใช่ทางเหนือนะ (สงสัยว่า ร่างทรงที่พะเยา ทำไสยศาสตร์มา) หลังจากครั้งนั้น ข้าพเจ้าเริ่มป่วยแบบแขนขาชา มึนงง มีอาการเหมือนถูกผีเข้า ในขณะที่เป็นก็รู้ตัว แต่บังคับร่างกายไม่ได้ พี่สาวของภรรยา ที่เป็นร่างทรงเค้าก็มา เพื่อจะรักษษให้ แต่พอดีมีประจำเดือน ร่างกายไม่สะอาด เทพมาประทับไม่ได้ พี่แกก็บอกว่า ให้นั่งสมาธิ และทำน้ำมนต์เอง ข้าพเจ้าทดลองนั่งสมาธิ แม้ตอนขัดสมาธิแข้งขายกสูงขึ้นมาเหมือนโนจับบิด แขนขาตอนนี้เหมือนอยู่กลางเปลวไฟ โดนเผาปวดร้าวไปถึงกระดูก ข้าพเจ้าแข็งใจรวบรวมสมาธิ
กลั้นใจเป่าไปที่เข่า มันก็หยุดได้พักนึง ส่วนที่แขนข้าพเจ้าต้องเอาเล็บกรีดตัวเองจนเลือดซิบ จึงจะบรรเทาได้ ภรรยาบอกว่าต้องอดทน เพราะมันมาเท่าภูเขา เวลาเอาออก ออกได้เท่าเส้นผมเท่านั้น แม้แต่แม่เขาเอง ก็เหมือนคน
เป็นโรคประสาทอยู่หลายสิบปี
-----พี่สาวแฟนมาอีกครั้ง พาแฟนหนุ่มมาด้วย พอเผลอแฟนผมกับลูกสาวโดทับตัวผม เหมือนจะล็อคเอาไว้ แฟนหนุ่มของพี่ก็เอามีดมาขู่ ผมก็ต่อยเขาและแย่งมีดกัน พอดีพระพรหมมาแฝงร่างพี่ บอกให้หยุด ผมเลยโนมีดบาดหน่อย เข้าไปในห้อง ร้องให้และต่อยประตูจนพังเป็นชิ้นๆ ประตูไม้อัดที่เขาขายกันนะ สักพักท่ายบอกว่า ผมเก็บกดที่โดนพ่อทำร้ายสมัยเป็นเด็ก ไม่ใช่ผีเข้าหรอก เป็นอาการโรคประสาทอย่างหนึ่ง (เคยกำเริบเมื่อตอนเป็นครู) จากนั้นพวกเขาก็กลับไปด้วยความโมโห เพราะจะมาบอกข่าวเรื่องหางานให้ ดันไปต่อยกับเขาซะได้ ตาเขียวเลย (ก็มาดมันยียวนนี่หว่า แฟนยังบอกว่าสะใจ) อาการที่เหมือนไฟเผา เกิดขึ้นจริง เพราะว่า เจ้านายเก่าอยากแก้แต้น และตามตัวกลับไปทำงานด้านพลังแสงอาทิตย์ พอดีแฟนผมพูดด่าแบบผู้ดีว่าทำการค้าแบบโกงๆหน้าด้าน แกเลยผูกใจเจ็บ ไปจ้างคนมุสลิมหนองจอก ทำคุณไสยแบบแค่สั่งสอน (บาปมากนะครับมันทรมานมาก)
พอดีคืนนั้น แฟนออกไปยืมเงินเจ๊ร้านค้า เพื่อพอผมไปที่ รพ.ประสาท เขาฉีดยาให้เข็มนึง แล้วถามว่าเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าว่า เหมือนลมอยู่ในท้อง
ตื่นเช้ามาเป็นฝีบวมในคอ หายใจไม่ออกเลย และคืนก่อนนั้นมีฟ้าคะนอง มันแปลกมาก ท่านปูเจ้าให้เปิดตู้เหล็ก ข้าพเจ้าก็ดูๆ เห็นไม้จิ้มฟัน ของในนั้นกระจายหมด ท่านให้เอาไปทิ้ง มันเป็นแผ่นระบายความร้อนเครื่องขยายเสียง
และไม้จิ้มฟันที่กระจายออกนั้น มันติดกันเป็นก้อนคล้ายตัวเม่น ท่านบอกว่าเอาไปโยนรับของไสยศาสตร์ที่พวกมันส่งมา
และวันต่อมา บรรยากาศเยือกย็น เงียบสงบ ข้าพเจ้าปล่อยใจ จะทำจิตว่างๆ ทุกอย่างสงบ มีสุนัขดำตัวนึง ลูกสาวคนเล็ก และภรรยาก็หลับเหมือนถูกสะกด เหมือนห้องนั้นโปรยด้วยละอองฝนที่หอมหวาน และมันลอยอยู่กลางอวกาศกาศ แม้ลมหายใจและชีพจรของข้าพเจ้า ก็แทบจะไม่มี
ข้าพเจ้าส่งภาษษใจถามสิ่งลี้ลับ ท่านเป็นใคร การตอบมาเป็นพลังความร฿สึก ไม่ใช่ภาษา "เราจะมารับลูกสาวเรากลับไป" ข้าพเจ้าตอบว่า "ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน" "อะไรล่ะ" "ภาวะหลุดพ้นไง" ทันใดนั้น สิ่งต่างๆกลับพลิกผัน
หมาดำตัวนั้นบ้าคลั่ง วิ่งเหยียบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นภาพว่า ข้าพเจ้าได้ฆ่าหมานั้น และทันใด ข้าพเจ้าเห็นว่าตัวข้าพเจ้าก็กลับเป็นหมา และถูกฆ่าอีกครั้ง(ใช้กรรมวนเวียน) มันเกิดสลับไปมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพลังจิตที่ส่งมาทำนองที่ว่า "มันไม่ใช่ของง่ายที่จะหลุดพ้น เป็นร้อยชาติพันชาติ ทั้งเลือดและน้ำตามากมาย ใครจะมาให้กันได้ง้ายๆ ข้าพจึงบอกว่า พอละ งั้นข้าพเจ้าจะค้นหาด้วยตัวเอง ฉับพลันบรรยากาศก็กลับเยือกเย็นเหมือนเดิมอีก ข้าพเจ้าแม้ลมหายใจและหัวใจก็ค่อยๆช้าลง สิ่งมีชีวิตในบ้านนี้กำลังจะตายอย่างช้าๆ แต่มีความสุข จิตดับครั้งนี้เราก็จะตายไปสู่ความสุข เกือบจะดับจิตแล้ว ทันใดนั้นมีเสียงเรียกและเคาะประตู มันเหทือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล พี่สาวข้าพเจ้าเอง เธอมาสอบถามข่าวคราว และบอกว่าจะพาไปบวช หรือไปรักษาโรคประสาทนี้ แฟนข้าพเจ้าก็เรียกให้เข้าพเจ้าเดินให้ดู พี่สาวจึงเข้าใจว่า ข้าพเจ้าประสาทพิการไปแล้ว ตอนสองทุ่ม พี่สาวก็พาข้าพเจ้ามาถึงเชียงรายโดยเครื่องบิน โรคทางไสยศาสตร์จึงได้หายไป ตอนหลังเทพบอกว่า เขาทำไว้ในเขตแถวนี้ เมื่อไปไกล ไสยศาสตร์นั้นจึงไม่เกิดผลอีกต่อไป
-----------สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเจอ จะคิดว่าอย่างไรก็ช่าง แต่เสนอไว้ เผื่อมีใครได้เจออีก หรือบันทึกไว้กันลืม ส่วนความเยือกเย็นนั้น ข้าพเจ้าเชื่อว่า
คือภาวะ นิพพาน ครับ จริงหรือไม่จริง ก็ไม่มีใครกลับมาบอกชาวโลกสักคน ว่าภาวะนิพพานเป็นอย่างไร นอกจากพระพุทธองค์
---------ชาวพลีอิเดี้ยน ให้บิลลี่ใส่หมวกที่มีสายไฟเยอะแยะ เขาเห็นดวงดาวมารวมเป็นหนึ่ง แล้วหายไป คือภาวะที่เร็วกว่าแสง เขามีความสุขมาก อยากอยู่ในถาวะนี้ตลอดไป เซมเจสบอกว่า พวกเขาก็เป็นแบบนี้เช่นกัน แต่เทพที่อยู่อาณษจักรนี้บอกว่าพวกเขาไม่มีสิทธิที่จะอยู่ที่นี่ ซึ่งจุดนี้
มักเรียกว่าไฮเปอร์สเปซ --นี่ก็คือภาวะนิพพานหรือนี่
------มีการติดต่อทางโทรจิต พบว่ามีชาวต่างมิติบอกว่า พวกเขาไม่ได้เป็นตัวตนคนๆ แบบที่ชาวโลกยึดถือ แต่เป็นวิญญานร่วม ประกอบด้วย 9 ตน เรียกว่า กลุ่มเก้า --The Council of nine-- และบอกว่าวิญญานของมนุษย์ก็เกิดจากตอนที่เขาแบ่งตัวแล้วเกิดการกระจายออกเป็นวิญญานเล็กๆ เหมือนที่ทางฮินดูว่ามนุษย์เกิดจากพระพรหม(โปรดติดตามต่อไป)
---------------------------------------------------------------


Create Date : 12 ตุลาคม 2553
Last Update : 18 ตุลาคม 2553 0:07:41 น. 0 comments
Counter : 695 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.