ธรรมมะเซ็น-จำเป็นต้องอ่าน---1

-----ถ้อยแถลงการจัดพิมพ์

สืบเนื่องจากหนังสือธรรมะที่ชื่อว่า”อะไรๆ ก็ไม่จริง” ซึ่งบรรดาศิษย์และผู้ศรัทธาในการสอนพุทธธรรมของอาจารย์กตธุโร (สมทรง คำนวณศร) ได้รวบรวมประสบการณ์การปฏิบัติตามแนวคิดแนวสอนของอาจารย์ ซึ่งแต่ละท่านได้รับผลเฉพาะตนมากน้อยตามลำดับแห่งภูมิธรรมและสติปัญญาในกาลเวลาที่ต่างกัน พิมพ์ออกมาเผยแพร่ให้พุทธบริษัทและผู้สนใจการปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์ได้ทราบ ว่าเป็น วิธีตรงและลัดสั้น อย่างไร เมื่อเดือน พฤศจิกายน ๒๕๒๙ จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม และแจกจ่ายไปทั่วสารทิศตามที่มีผู้สนใจขอมา ปรากฏว่ามีผู้สนใจมากพอสมควร เพราะเป็นแนวแปลก ชื่อเรื่องก็แปลก เมื่อได้ติดตามผลดูก็พบว่า มีหลายท่านอ่านแล้วจดหมายมาบอกว่าสามารถเข้าใจธรรมได้กระจ่างขึ้นมาก หลายท่านได้ตามมาฟังธรรมกับอาจารย์กตธุโรถึงสระบุรี และสามารถเปิดกระแสธรรมได้แบบจิตสู่จิตกันเลย จนถึงกับอุทานว่า “โธ่เรา! ไม่น่าจะหลงอยู่นาน ถึงป่านนี้เลย ท่านช่างสอนไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริงๆ” หลายท่านโทรศัพท์ทางไกลมาคุยธรรมกับอาจารย์กตธุโร และสำเร็จประโยชน์เช่นเดียวกัน

อนึ่งมีข้อสังเกตที่น่าจะเป็นอนุสติแก่ผู้ที่สามารถเปิดกระแสธรรมในเบื้องต้นได้แล้วว่า เมื่อเห็นว่า ”กายไม่ใช่เรา เราไม่ใช่กาย ไม่มีเราในกาย ไม่มีกายในเรา” จะต้องไม่ประมาท ไม่ชะล่าใจที่จะมีความเพียรและสติปัญญานำทางให้จิตเดินต่อไปจนถึงที่สุด จนถึงปลายทางสูงสุด คือ ”พระนิพพาน” เสียก่อน จึงจะหยุดเดินหยุดปฏิบัติ เพราะการเปิดกระแสธรรมเพียงครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าท่านพ้นผ่านสายธารแห่งวัฏฏสงสาร ไปถึงฝั่งพระนิพพานได้เลย จะต้องผ่านการเห็นแจ้งแทงตลอดในเวทนา สัญญา สังขารวิญญาณ และจิตเองที่เคยยึดติดว่าเป็นเรา-ของเราให้ได้ด้วยจึงจะหมดปัญหาและพ้นภัย
บัดนี้เมื่อมีผู้ปฏิบัติตามวิธีการสอน และคำสอนของอาจารย์กตธุโร จนเป็นที่ประจักษ์ว่าได้ผลเห็นธรรมตามที่เป็นจริงและดับทุกข์ได้จริงอย่างถูกตรงและลัดสั้น บรรดาศิษย์เก่า-ใหม่ และผู้สนใจตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาหลายๆท่านได้ปรารภกันและร่วมใจกันรวบรวมคำสอนของอาจารย์กตธุโรมาจัดพิมพ์เป็นเล่ม สำหรับเป็นธรรม-วิทยาทานแก่ผู้ที่มีความทุกข์เพราะหลงทางอยู่ จะได้ศึกษาเรียนรู้และอาจจะช่วยให้เขาพ้นทุกข์ได้อีกวิธีหนึ่งซึ่งนับว่าไม่ยากนัก ซึ่งอาจารย์กตธุโรก็ไม่ขัดข้องและอนุโมทนาสาธุให้กับคณะผู้จัดทำทุกๆท่าน
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ”เห็นความจริง” ซึ่งหมายถึงการปฏิบัติธรรมจนเห็นธรรมตามที่เป็นจริงว่า “อะไรๆก็ไม่จริง” นั่นเอง อันจะนำไปสู่หนทางที่ไร้มายา และมีจุดหมายปลายทางสูงสุดคือ “ความว่างอย่างยิ่ง สุขอย่างยิ่ง หรือนิพพาน” ได้อย่างน่าอัศจรรย์
-----------------------

คำอนุโมทนา

ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ข้าพเจ้าคิดว่าควรจะทำความเข้าใจกันสักเล็กน้อย ตามข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อโลกไม่มีก็ยังไม่มีสิ่งใดๆ เลย เมื่อมีโลกขึ้นมาจึงมีสิ่งทุกสิ่ง สรรพสัตว์เหล่าใดก็ตาม ถ้ายังมีจิตผูกพันในลักษณะที่เรียกว่ายึดติด จะเป็นการยึดติด ตัวตน อาตมะ บุคคละ สัตวะ ชีวะ หรือยึดติดใน ธรรม ก็เช่นเดียวกันถือว่าเป็น อุปาทาน ทั้งสิ้น
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เธอทั้งหลายพึงกำหนดรู้ว่า ธรรมที่เราแสดงนั้นมีอุปมาดั่งพ่วงแพให้อาศัย แม้แต่ธรรมก็ยังต้องละเสีย จักกล่าวไปไยกับอธรรมเล่า...” แสดงว่าแม้ธรรมะพระพุทธองค์ก็ทรงสอนว่าไม่ให้ยึดถือ จึงไม่ควรกล่าวว่าสิ่งใดเป็นธรรมะและมิใช่ธรรมะ เพราะ พระอริยบุคคล ทั้งหลายต่างก็อาศัย สังขตธรรม นี้แล้ว จึงมีความแตกต่างกัน...
อะไรเล่าเป็นผู้ดับสรรพกิเลสและบรรลุพระนิพพาน จะเห็นได้ว่าว่างเปล่าทั้งสิ้น ไม่มีสภาวะใดเกิดขึ้นหรือดับไป ฉะนั้น ผู้บรรลุหรือผู้ถึงนิพพานหามีไม่ เปรียบเสมือนมายาบุรุษ คนหนึ่ง ประหาร มายาบุรุษ อีกคนหนึ่ง การประหารของมายาบุรุษทั้งสอง ย่อมเป็นมายาไปด้วย เช่นนี้จะมีอะไรอีกเล่าสำหรับการบรรลุและไม่บรรลุ
-----------เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นเพียงการชี้แนะแก่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง ให้แจ่มแจ้งมากขึ้น สุดแล้วแต่ผู้อ่านแต่ละท่านจะทำความเข้าใจจนเห็นแจ้งจากใจได้ การเดินทางก็จะง่ายขึ้นทั้งๆที่ไม่มีทางจะต้องเดินและไม่มีผู้เดินเลย
------------อนึ่ง การรับธรรมเรียนธรรมโดยการอ่าน เปรียบเสมือนการเก็บเกี่ยวข้าวในนา เมื่อถึงเวลาก็ควรจะเก็บเอาไว้ให้หมด ส่วนที่ใช้การไม่ได้ก็เลือกทิ้งไปจึงจะถูกและควร ผู้ที่รู้แล้วเห็นแล้วก็ขอคารวะจากใจจริง สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ไม่เห็นก็เชิญติดตามอ่านดู ผลงานนี้เป็นแต่เพียงความคิดที่ปรุงขึ้นจากการเห็นธรรมของข้าพเจ้า หากจะเป็นประโยชน์แก่ท่านได้บ้าง ก็นับว่าเป็นบารมีของท่านเอง
ขออนุโมทนาในความคิดและการกระทำอันชอบที่ช่วยกันให้ธรรมะเป็นทานแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ขอความเจริญในธรรมจงมีแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ทุกๆ ท่านโดยทั่วหน้ากัน เทอญ.
กตธุโร

ผู้ประมาท
ผู้ประมาทในธรรมเหมือนข้ามเพชร
ไม่เห็นความงามเด็ดของเพชรได้
จึงหนีเพชรแล้วก็เข็ดจนวันตาย
พอถึงวันสุดท้ายพบแต่เกลือ

ควรใฝ่รู้ให้พ้นทุกข์
นานๆทีถึงจะมีผู้อยากรู้
ที่วิ่งพรูบอกทุกข์บุกอาศรม
แล้วได้เพชรเม็ดงามน้ำน่าชม
ออกจากตมไปประกาศตลาดธรรม
เพราะน้อยนักน้อยหนาไม่กล้าหาญ
กลัวอาจารย์เขาว่าบ้าไม่กล้าถาม
ทุกอาจารย์ท่านกล้าบ้าเรื่องธรรม
ถ้าใครตามก็ได้ละเป็นพระไป
ฉันก็อยู่อาศรมบรมสุข
ใครมีทุกข์ฉันถอนทุกข์เอาสุขให้
พ้นทั้งทุกข์พ้นทั้งสุขไม่เกิดตาย
ถ้าหมดคนเสียได้ใครบ้ากัน
กตธุโร
สารบัญ

ก. บทสนทนาธรรมระหว่างหลวงพ่อแช่ม วัดบ้านดาบ กับ ผู้ใหญ่มา บ้านคุ้งนามอญ จังหวัดลพบุรี
จำนวน ๒๐ ตอน
ตอนที่ เรื่อง หน้า
๑ เริ่มพิจารณาดูกายไม่ใช่เรา และออกจากกาย ๑
๒ ทุกสิ่งเป็นของของโลก ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา ๘
เรียนรู้ขันธ์ห้า ดูขันธ์ห้า ออกจากขันธ์ห้า
๓ เชื่อและกลัวสิ่งต่างๆ เพราะมีอวิชชา และหลงสมมติ ๒๐
ว่าเป็นจริง
๔ ละสักกายทิฏฐิแล้วจะเข้าใจเรื่องกามและออกจากกามได้ ๓๑
๕ ทุกสิ่งเป็นไปตามกรรม รู้ทันสัญญาหมายรู้จะหมดการ ๔๐
ดูด-ผลักในเรื่องกาม
๖ หมดคน หมดกาม หมดกิเลส และเป็นผู้รู้จริง ๔๗
๗ หมดสมมติ (หมดอวิชา) และไม่ติดธรรมจะเข้านิพพานได้ ๕๕
๘ ผู้ฉลาดเห็นอนิจจังตั้งแต่เล็ก สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ ๖๙
๙ ความงมงายเกิดจากการหลงสัญญาสมมติ...การมีปัญญา ๘๐
ช่วยให้มีความคิดถูกต้องและสำเร็จประโยชน์ยิ่งถ้าหมด
ตัวตน
๑๐ การทำบุญให้เกิดประโยชน์ในทางศาสนาและอยู่ร่วมกัน ๘๙
อย่างมีสันติสุข
๑๑ ทำบุญเพื่อชำระบาปในใจ และตัดกิเลสออกไปจากใจ ๑๐๐
โดยเฉพาะความโกรธที่คนยังหลงกันมาก...
๑๒ เข้าถึงความจริงเรื่องธาตุตามธรรมชาติจะเข้าถึงนิพพาน ๑๑๑
๑๓ ดูจิต เห็นจิต เห็นอาการของจิตและรู้ทันสิ่งปรุงแต่งจิต ๑๒๐
ซึ่งพิสดาร นำจิตเข้าสู่สุญญตาวิหาร
๑๔ รู้จักความว่างที่ถูกต้องในนิพพานเมื่อหมดความเป็นคน ๑๓๐
๑๕ การทำดีให้ถึงที่สุด และไม่ติดดี จะพบกับความว่าง ๑๔๖
อย่างยิ่ง
๑๖ อย่าประมาทในชีวิต.... เกิดเป็นคนย่อมมีทุกข์ ๑๕๓
๑๗ ถามหาเรื่องจริง ๑๖๖
๑๘ เห็นธรรมตามที่เป็นจริงจะเข้าสู่วิมุติธรรม ๑๗๘
๑๙ ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า ๑๙๑
๒๐ เห็นความจริงสูงสุด คือ “นิพพาน” ๒๑๑
ข. อาจารย์กตธุโรตอบปัญหาธรรมแก่ศิษย์

ปัญหาที่ เรื่อง หน้า
๑ ยึดไม่ได้แม้แต่ความว่าง ต้องปล่อยใช่ไหม? ๒๒๖
๒ ทำอย่างไรจึงจะไม่เผลอ? ๒๒๗
๓ รู้ว่ากายไม่ใช่ของเราและมีไม่จริง แต่ทำไมยัง ๒๒๘
รู้สึกว่าไม่แจ้ง?
๔ ทำไมความคิดปรุงแต่งจึงยังไม่หมดไปได้? ๒๒๙
๕ พระอริยเจ้าชั้นสูง ท่านเป็นอยู่และวางจิตอย่างไร? ๒๓๐
๖ ถ้าไม่ยึดติดใดๆ แล้วจะอยู่อย่างไร? ๒๓๒
๗ หมดตัวตน หมดธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วจะมีอะไร ๒๓๓
เหลือ?
๘ ทำอย่างไรจึงจะให้มันว่าง? ๒๓๔
๙ ทำอย่างไรจึงจะลืมเรื่องร้ายๆ ในอดีตได้เสียที? ๒๓๖
๑๐ ทำอย่างไรจึงจะ “ญาติดี” กับคนที่เราไม่ชอบหน้า ๒๓๗
ได้?
๑๑ ทำอย่างไรจึงจะรู้จักและเห็นหน้าเวทนาจนหมด ๒๓๘
ความยึดถือ?
๑๒ เมื่อเห็นว่าโลกก็มีไม่จริงจะมีอะไรให้ต้องไปดูว่า ๒๓๙
จริงหรือไม่จริงอีกเล่า?
๑๓ เมื่อทิ้งเวทนา-ออกจากเวทนาได้แล้วจะปรากฏ ๒๔๑
อาการทางกายอย่างไรบ้าง?
๑๔ อะไรเอ่ย คือนายช่างผู้สร้างบ้าน? ๒๔๒
๑๕ ทำอย่างไร จึงจะไม่มีเราไปจัดขันธ์ห้า? ๒๔๔
๑๖ ถ้าติดตัวตน จะเอาออกได้อย่างไร และเมื่อกายพัง ๒๔๕
จิตไปอยู่ที่ไหน?
๑๗ ทำอย่างไร จึงจะไม่ห่วงลูก? ๒๔๘
๑๘ พิจารณาคำสอนแล้วรู้-เข้าใจแต่ทำไมจึงปฏิบัติ ๒๔๙
ไม่ค่อยจะได้?
๑๙ จริงหรือที่ว่า รู้ธรรมะเข้าใจในข้อเท็จจริงแล้ว ๒๕๑
การปฏิบัติไม่ต้องทำอะไร?
๒๐ แม่น้อยใจลูกที่บังอาจมาสอนธรรมะให้ ลูกจะ ๒๕๒
ตกนรกหรือไม่?
๒๑ การยึดติดในสิ่งที่สร้างขึ้นมาจากความไม่มี ๒๕๔
โดยอำนาจของธรรมชาติว่ามีว่าเป็น ว่าเป็นเรา
เป็นของเรา จะแก้ไขอย่างไร?
๒๒ ปฏิบัติในอิริยาบถสี่ อย่างสม่ำเสมออย่างละ ๒๕๖
๒ ชั่วโมงอย่างอดทน ทำไมจึงไม่ได้ผล?
๒๓ ทำไม คน จึงมีกิเลสมากนัก และทำอย่างไรกิเลส ๒๕๗
จึงจะหมดไป?
๒๔ สงสัยว่า ท่านอาจารย์มีหลักเกณฑ์ในการควบคุม ๒๕๙
ลูกศิษย์ให้ใช้สมมติอย่างถูกต้องได้อย่างไร?
๒๕ กลับจากงานศพแล้วทำไมนอนไม่หลับ? ๒๖๐
๒๖ “กามทางกาย” ทำไมจึงสงบไปก่อน “กามทางใจ”? ๒๖๒
๒๗ จิตที่รู้ว่าหมดจากกามคุณห้าจริงๆ กับไปทำให้ ๒๖๔
หมดโดยกดเอาต่างกันมากเพราะอะไร?
๒๘ เมื่อเห็นว่า “มัน” (รูปนาม) เป็นมันได้หมดสิ้นแล้ว ๒๖๖
ต่อไปจะทำอย่างไรกับ “มัน”?
๒๙ ถ้ารู้ธรรมแล้วควรจะไปสอนคนอื่นหรือไม่ อย่างไร? ๒๖๗
---------------------------

ตัวอย่างตอน1

นักเดินทาง
โดย รศ. ดร.พงษ์จันทร์ จันทยศ

ตอนที่ ๑ เริ่มรู้จักศาสนาพุทธที่แท้จริงเพราะทุกข์
ผู้เขียนเริ่มได้เข้าปฏิบัติธรรมเป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วยเหตุแห่งทุกข์ที่วิชาความรู้ทางโลกที่มีอยู่ไม่สามารถช่วยได้เลย ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเป็นชาวพุทธที่ไม่ค่อยได้เข้าวัด ทำบุญให้ทานตามโอกาสวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น เห็นคนไปนั่งสมาธิก็คิดว่าช่างเป็นการเสียเวลา ไปนั่งหลับตาอยู่ทำไม ทั้งยังร่ำเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ จึงเห็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยเครื่องมือเป็นเรื่องงมงาย ต้องขอบคุณความทุกข์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ขอบคุณกัลยาณมิตรคือคุณรัชฎา (ฉันทวิริยวิทย์) เหมะศิลปิน ที่กรุณานำไปพบคุณแม่สิริ

--------------------------------------------------------------------------
--จะกล่าวถึงการใช้พลังจิต ขอบังอาจกล่าวถึงตัวข้าพเจ้าเอง โปรดติดตามต่อไป


Create Date : 17 สิงหาคม 2554
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 12:31:38 น. 1 comments
Counter : 1295 Pageviews.

 
ผมได้มีโอกาสอ่าน บทความที่คุณโพสไว้ใน เว็บพลังจิต ผมชอบมากได้อ่านไปเรื่อยๆ เหมือนผมได้เริ่มฝึกจิตเลยครับ ได้ความรู้เยอะเพราะมีให้อ่านหลายแง่หลากมุมมองทางความคิด อ่านแล้วทำให้ผมมีความสุขทางใจครับ คือเริ่มปลง เพราะเมื่อก่อนไม่เคยได้อ่าน จริงๆจังเลยสักครั้ง ทำแต่งานนับว่าผมยังพอมีบุญอยู่บ้าง ถึงได้เข้ามาได้อ่าน ที่เว็บพลังจิต ต้องคุณมากๆเลยนะครับ


โดย: วัฒนา IP: 1.20.215.138 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:19:38:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
17 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.