พ่อค้าน้ำตามหาลูกเมียป่วย โดนยัดคุกข้อหาเผาห้าง แถมตีหัวซ้ำ---- ดำทั้งแผ่นดินเชียงใหม่

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553แฉ!! พ่อค้าน้ำตามหาลูกเมียป่วยที่ รพ.ตร. โดนยัดคุกข้อหาเผาห้าง แถมตีหัวซ้ำ
กรุงเทพ.----- ช็อค!! พ่อค้าน้ำตามหาลูกเมียที่ป่วย ที่ รพ.ตำรวจ กลับโดนทหารจับยัดคุกข้อหาเผาห้าง วางเพลิง ข้อหาผิด พรก.ฉุกเฉิน มีอาวุธและก่อการร้าย ร้องขอความยุติธรรมจากสังคม.
---------พ่อค้าน้ำ (ขอสงวนชื่อ) ตำรวจบ้านย่านลาดพร้าว ร้องขอความยุติธรรม ว่าตนถูกเจ้าพนักงานรัฐกลั่นแกล้งจนนอนติดคุกตั้งแต่ 19 พ.ค.53 ถึงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พ่อค้าน้ำแฉผ่าน http://www.go6tv.com/ ว่าสภาพความเป็นอยู่เหมือนนรกบนดิน โดนกลั่นแกล้งจากเสือ้เหลืองในคุกสารพัด แล้วต้องพลัดพรากลูกเมียทั้งที่ตนเป็น "พ่อค้าจนๆ เข็นรถน้ำหวาน เก็บขยะ" ในม็อบ
-----พ่อค้าน้ำเล่าว่า วันเกิดเหตุ 19 พ.ค. ได้ข่าวว่าเขาจะสลายการชุมนุม ตนกำลังเก็บขยะ ขวดพลาสติก กระป๋องเพื่อไปชั่งกิโลขาย จึงรีบเดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจ เพราะลูกป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจและเมียก็เฝ้าใข้ลูก
----ในบริเวณชุมนุมราวเที่ยง เริ่มทราบว่าเมียและลูก ย้ายหนีจาก รพ. เข้าไปยังในวัดปทุมวนาราม ตนไปยังวัดแล้วรู้ว่า ลูกเมียอยู่ จึงหาวิธีพาลูกเมียกลับบ้าน จึงเดินออกมาทางด่านปทุมวัน (มาบุญครอง) เพื่อหารถแท็กซี่ เพื่อรับลูกเมียกลับบ้าน ขณะที่เดินจากวัดไปมาบุญครอง ค่อนข้างไกล จึงกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซไปยังสี่แยกมาบุญครอง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงได้ไปแจ้งให้ทหารที่เฝ้าด่านทราบเพื่อขออนุญาตนำรถแท็กซี่ไปรับลูกเมียจากข้างใน
ทหารที่อยู่ด่านนั้น กลับจับตัวของพ่อค้าน้ำ ค้นถุงเก็บขยะ ซึ่่งในถุงขยะสีดำ 2-3 ถุงที่ตนถือมา มีขวดน้ำ กระป๋องน้ำอัดลมยัดเก็บไว้เพื่อไปขาย รวมทั้งมีดปลอกผลไม้ที่เก็บได้ และตนได้เอากระดาษห่อมีดไว้หลายๆชั้นเพื่อประกันว่าไม่สามารถหยิบมีดนี้มาใช้ได้ ทหารถามว่าทำไมมีมีดปลอกผลไม้ยาว6-7นิ้ว จึงตอบว่าตนเก็บได้จากแถวถังขยะ ซึ่งยังใช้ได้ เพราะตนขายส้มตำไก่ย่างแถวบ้านด้วย จึงได้เก็บมีดนี้ไว้ กะว่ามาลับให้คมเพื่อใช้สับมะละกอส้มตำ
ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้มีดเล่มดังกล่าว "สับ" เข้าบนหัวอย่างจังจนเลือดไหล พร้อมโดนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด ยึดโทรศัพท์มือถือ และส่งตัวขึ้นรถบัสที่ ศอฉ.จัดไว้ให้ โดยอ้างว่าจะพากลับบ้าน ตนยืนยันว่า ทุกคนที่อยู่บนรถ ไม่ได้ถูกส่งกลับบ้านเลย แต่ถูกส่งเข้าเรือนจำทันที
ขณะที่กำลังเดินจากหน้าวัดปทุมฯ จนมาถึงฝั่งสี่แยกมาบุญครอง พ่อค้าน้ำเล่าต่อว่า ราวบ่ายโมง แต่ปรากฏว่าตนเห็นทหารอยู่บนรถไฟฟ้า ส่องปืนลงมายังประชาชนข้างล่าง พร้อมส่งเสียงโวยวายฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาไทย ทหารที่อยู่ด้านล่างต้องส่องปืนขึ้นไปด้านบน พร้อมตะโกนบอกว่า "อย่ายิง" พร้อมโบกมือห้าม เพราะเหมือนทหารบนรถไฟฟ้าไม่รู้ภาษาไทย แต่พอเห็นทหารข้างล่างโบกมือไม้จึงหยุด แล้วส่งเสียงพูดภาษาแปลกๆๆ ไม่คุ้นหูคนไทยเลย
พอมาอยู่ในเรือนจำ ก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจนมีคนช่วยไปประกันตัวออกมาชั่วคราวเพื่อรักษาอาการป่วยที่เท้าที่เริ่มเดินไม่ได้ ขณะนี้เขาออกมาอยู่บ้าน ไม่มีรถเข็นแล้ว ลูกก็ป่วยหลังจากนั้นมาตลอดเวลา จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับสังคมต่อไป
( http://www.go6tv.com/ จะได้ถอดเทปทั้งหมดออกมานำเสนอท่านเป็นตอนๆต่อไป)
เขียนโดย JJ_Sathon


วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ดำทั้งแผ่นดินเชียงใหม่ ประกาศท้าหัวใจสู้
Chiang Mai. ประชาชนร่วมแต่งดำ รำลึกเหตุการณ์พันธมิตรฯ บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อวันที่ ๒๖ ส.ค.50
ประชาชนร่วมพัน แต่งกายด้วยชุดสีดำชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดอย่างสงบ ยืนถือผ้าและป้ายสีดำ ร่วมรำลึกเหตุการณ์ยึดบ้านเมืองของพันธมิตร โดยเน้นย้ำให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมของกระบวนการตุลาการและสังคมของประเทศ
------ผ่านมากว่า 3 ปี แต่ตำรวจไม่สามารถแม้แต่ออกหมายเรียกพันธมิตรมาดำเนินคดีได้ แต่กลับใช้เวลาแค่ 4 เดือน ในการไล่จับขังคุกจนส่งดำเนินคดีกับแกนนำเสื้อแดงและประชาชนทีชุมนุมอย่างสงบที่ราชประสงค์และทั่วประเทศจากเหตุการไม่สงบ พฤษภาคมที่ผ่านมา ประชาชนหวังเพียงแค่ความยุติธรรมและมาตรฐานเดียวของการพิจารณาคดีเท่านั้น


Create Date : 19 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 3:10:29 น. 0 comments
Counter : 521 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.